ทางเลือก... (2)
posted on 05 Jul 2007 01:34 by sloppythinking in Liveมาต่อเลยนะครับเพื่อไม่ให้คาใจคนเขียน (จะได้ไปทำอย่างอื่นอย่างสงบสุข)
เมื่อโดนจำกัดทางเลือก ด้วยการมัดมือชก บังคับขืนใจ กรรโชก คลุมถุงชน ฯลฯ จากอาจารย์ผู้มีพระคุณอย่างล้นเหลือ และด้วยการผลักดันเสมือนว่าจะถีบจากคุณแม่หลายๆ คนคงคิดว่าทำไมแกไม่ดีดดิ้นๆๆๆๆๆๆ ไปขุดทองที่กทม. เหมือนปัญญาชนกระแสหลักล่ะ
คำตอบง่ายๆ ก็คือ ด้วยความเป็นลูกกตัญญูโดยไม่ต้องกินชวนป๋วยปีแป่กอ (เฮีย ก.หนักกว่าปอนหลายเท่านัก) เหตุผลก็คือ ไม่มีใครอยู่ดูแลแม่และพ่อเลยแม้แต่คนเดียว มีเพียงสุนัขสิบ(กว่า)ตัว จำนวน ณ ขณะนั้นและแมวเพียงสามตัวเท่านั้นหากปอนไปขุดทองที่กรุงเทพฯ เพราะนังพี่สาวสองคนได้ตัดช่องน้อยแต่พอตัวเดินตามความใฝ่ฝันของตัวเองไปโดยไม่ได้สนใจปัจจัยใดๆ เลย พ่อแม่ก็แก่ลงทุกวันๆๆๆ สำหรับในจังหวัดแล้วที่นี่เป็นองค์กรที่ไฮโซน่าทำงานที่สุดแล้ว ทั้งความมั่นคง และเงินเดือน (หากได้เป็นพนักงานของรัฐ, หรือเป็นพนักงานสายวิชาการ (อาจารย์)
พอตกเย็นพ่อก็จะมีสังคมวงเหล้าของเขาทุกวัน ส่วนแม่ก็จะอยู่บ้านคนเดียวเวลาป่วยไข้แม่ก็พึ่งใครไม่ได้นอกจากตัวเอง (ขับรถไปหาหมอเองนะจ๊ะ) แล้วอีกอย่างนึงรู้สึกว่ากรุงเทพฯ มันไม่ใช่น่ะ มันไม่ใช่ตัวเรารู้ทั้งรู้ว่าไปแล้วจะได้แน่ๆๆๆๆ แต่ก็ไม่ไป แล้วตอนช่วงนั้นรู้สึกเบื่อมนุษย์ไม่อยากที่จะไปสู้รบปรบมือกับมนุษย์หลากหลายรูปแบบ อยากจะทำอะไรเล็กๆ พอมีพอกินพอใช้ไปเรื่อยๆ
แต่ไม่เป็นไรในเมื่อเราเลือกได้มาเยอะแล้ว ครั้งนี้ก็คงไม่เป็นไรหรอกตัดสินใจ "ทำก็ได้วะ" หากท่านๆ ทั้งหลายเจอเหตุการณ์เช่นนี้แล้ว ในเมื่อเราเลือกไม่ได้แต่เราเลือกที่จะปรับได้ ด้วยความที่เป็นคนที่ไม่ธรรมดา เส้นค่อนข้างใหญ่มากกก ตอนที่เข้ายังไม่รู้เลยว่าจะโยกงบประมาณจากส่วนไหนมาจ้าง (คนทำงานในหน่วยงานราชการคงเข้าใจเป็นอย่างมาก) จึงไม่ค่อยมีใครกล้ามาแหย่ม
สิ่งที่เลือกปรับเป็นอันดับแรกคือ "ปรับใจ" นั่งปรับใจอยู่สองอาทิตย์บางวันรับสภาพไม่ไหวขอขับรถออกไปนั่งทำงานที่น้ำตกที่ใกล้ที่สุดก็เคยนะ (ที่นี่มีน้ำตกเยอะแล้วใกล้เมืองมากด้วยเชิญมาเที่ยวกันนะจ๊ะ)หลังจากนั้นก็หาช่องทางปรับอย่างอื่นแก้เครียดนั่นก็คือ.......จัดห้องทำงานใหม่ทั้งหมด (เพราะโต๊ะปอนหันหน้าเข้าประตูทำงานไม่ได้เลยพอมีผู้ชายเดินมาต้องมองตามทุกครั้ง) ท่ามกลางกระแสต่อต้านจากกลุ่มอำนาจเก่า (อิอิ) แต่ดั๊นไม่แคหรอกพวกแมงหวี่แมงวัน...เชอะ
ต้องขอย้อนกลับไปตอนที่เข้าทำงาน ปอนมีข้อตกลงลับๆ กับอาจารย์ว่าปอนจะเป็นตัวทรีทเม้นต์ หรือจะให้หรูก็คือ เป็นต้นแบบของนักประชาสัมพันธ์ที่พึงประสงค์ (Role Model) นี่ขนาดนั้นเลยนะ เพราะฉะนั้นปอนจึงมีหน้าที่กดดันพวกเฉื่อยแฉะทางอ้อม โดยการปรับห้องทำงาน วิธีการทำงาน วิธีคิด การจัดสรรงบประมาณ การตรวจสอบ ใหม่แทบหมดโดยมีเบื้องหลังคืออาจารย์คอยผลักดันแนวคิดของปอนอีกทีนึง (แต่จริงๆ เตี้ยมกันไว้เรียบร้อยแล้ว...หึหึ)
ทำงานไปเรื่อยๆ เหนื่อยสายตัวแทบขาดเพราะต้องทำงานที่ได้รับมอบหมายให้ได้แบบ One stop service เช่นวารสารภาษาอังกฤษ ทำตั้งแต่กระบวนการหาเรื่อง เขียนภาษาไทยแล้วเอาไปให้อาจารย์สอนภาษาอังกฤษแปล ถ่ายภาพขึ้นปก จัดอาร์ตเวิร์ค ส่งโรงพิมพ์ ฯลฯ หรือมี Special Event มาเมื่อไหร่ก็แทบล้มประดาตายเพราะบุคลากรมีน้อย งานล้นมือ แต่งานที่ภูมิใจที่สุดก็คือการจัดประกวดโลโก้ครบรอบ 15 ปีขององค์กร โดยรับผลงานจากทั่วประเทศ งานนี้กล้าพูดได้เต็มปากว่า "ทำคนเดียวครับท่าน" คนเดียวจริงๆ ตั้งแต่เขียนโครงการ ของบประมาณ (วิ่งขาขวิดเลย) ออกแบบโปสเตอร์ ติดต่อกรรมการ ฯลฯจนกระทั่งส่งเช็คเงินรางวัลให้ผู้ชนะ และอีกงานนึงก็คือการดูกรณีพิพาทระหว่างนิสิตและคณาจารย์ (มหาวิทยาลัยฯ ที่ปอนเรียนใช้คำว่านิสิตนะจ๊ะ) กลุ่มหนึ่งกับผู้บริหารมหาวิทยาลัยฯ แต่ปอนก็ดูไม่จบเพราะหนีมาเรียนซะก่อน แต่คาดการณ์ได้ถูกต้องว่าต้องมีเดินขบวนประท้วงแน่นอนแล้วก็เป็นจริงดังคาด
ในระหว่างนี้ที่ทำงานประดุจกระบือถึกอยู่นั้น ก็แลหาช่องทางหลุดพ้นจากตรงนี้ซะที เพราะเบื่อมากกกกก ก็เห็นช่องทางอันสว่างไสวเป็นผลดีกับทุกฝ่ายดูดีมีชาติตระกูล ทั้งๆ ที่ก็ไม่อยากที่จะเลือกเท่าใดนักแต่ก็ไม่มีทางเลือกอื่นที่ดูดีกว่านี้แล้วนั่นก็คือ "หนีไปเรียนต่อ" จบมายังไงค่อยว่ากันอีกที ทำงานไปได้สามสี่เดือนก็เริ่มสมัครไปสอบแต่ไม่ได้เพราะไม่ได้เตรียมตัว จึงต้องทนต่อไปจนกระทั่งสอบได้ในปี 2548 ก็ได้หลุดพ้นออกมาจากตรงนั้นสักที...เฮ้ออออ
แต่ชีวิตหลุดพ้นได้ไม่นาน... ในขณะที่กำลังเรียนอย่างสนุกสนานสุดเหวี่ยงอยู่นั้น (หรือเปล่าหว่า) กรุณาไปอ่านเอ็นทรี่ม็อบเรียกฝนกับชีวิตคนเมืองนะครับ ก็มีโทรศัพท์มาในวันหนึ่งว่า "ปอน...ตอนนี้ไม่มีอาจารย์สอนวิชา.....มาสอนให้หน่อยได้มั้ยตอนเทอม 2 เนี่ยะ ครูเสนอชื่อปอนไปแล้ว กลับมาจะได้มาง่ายๆ เพราะเราได้ฝากร่องรอยไว้แล้ว ฯลฯ.....ฯลฯ"
ทางเลือก (ที่สำคัญๆ ) ในชีวิตปอนก็เป็นไปด้วยประการฉนี้ จนกระทั่งปัจจุบันปอนก็ไม่สามารถหลุดพ้นจากตรงนี้ไปได้ เนื่องจากถูกพันธนาการด้วยความผูกพันธ์ บุญคุณ ความเหมาะสม กอปรกับตอนนี้ไม่มีทางเลือกใดจะดีไปกว่านี้แล้ว แต่ปอนก็ยังคงไม่หยุดนิ่งที่จะเดินตามความฝันของปอนต่อ (โดยเฉพาะตอนนี้กำลังคิดการณ์ใหญ่) เพียงรอแต่ว่าวันนึงปัจจัยต่างๆ จะพร้อมให้เราทำ แต่ตอนนี้แค่ทำอย่างไรก็ได้เพียงเพื่อให้แม่สบายใจเท่านั้นเอง แต่เมื่อไรไม่มีแม่ปอนอาจจะไม่สวมหัวโขนการเป็นอาจารย์อีกต่อไป (จะได้กินเด็กได้ง่าย....แผล่บๆๆๆ) ความฝันสูงสุดก็คือมีโรงงานผลิตน้ำสมุนไพรเล็กๆ จากสมุนไพรที่ปลูกเอง แล้วก็รับซื้อจากชาวบ้านด้วยโดยการสนับสนุนของเรา เมื่อเราไม่มีชีวิตอยู่แล้วก็จะให้โรงงานนั้นเป็นสหกรณ์เพื่อให้สามารถอยู่ต่อไปได้โดยแบ่งผลประโยชน์ในสมาชิก
ส่วนความฝันอีกอันนึงที่อยากทำและคาดว่าน่าจะเป็นจริงได้ในเวลาที่ไม่นานมากนักก็คือ การทำร้านอาหารเล็กๆ นั่งสบายๆ มีไอศกรีมโฮมเมทขาย ถ้าทำได้ตามความฝันทั้งสองอย่างก็จะรู้สึกคุ้มค่าเป็นอย่างมากที่เกิดมาเป็นมนุษย์คนนึง
สุดท้ายอยากฝากว่า.......
การดำเนินชีวิตของคนเรามันมีหลากหลายเหตุผล.... มันขึ้นอยู่กับว่าเราจะใช้ "เหตุผล" นำชีวิต หรือจะใช้ "ใจ" นำชีวิต
หากใช้ "เหตุผล" นำชีวิตเราก็จะมีโอกาสเสียใจน้อยกว่า แต่การดำเนินชีวิตไปตามเหตุผลมันอาจจะทำให้เราอึดอัดใจบ้างแต่ก็คงไม่ถึงขนาดตาย
แต่ถ้าเราใช้ "ใจ" นำชีวิตโอกาสเสียใจจะมีสูงมากกว่า แต่เราจะสามารถดำเนินชีวิตไปได้อย่างสบายใจ แต่เมื่อใดก็ตามที่การดำเนินชีวิตตาม "ใจ" มันผิดพลาด หรือพลาดหวังขึ้นมา เราอาจจะไม่สามารถใช้ชีวิตต่อไปได้อีกเลย แล้วเราจะไม่ได้เสียใจเพียงคนเดียวแต่จะมีอีกหลายๆ คนเสียใจยิ่งกว่าเรา (อันนี้เอามาจากที่ไปโพสต์ไว้ให้หมาป่าสีเขียวนะ อ่านแล้วรู้สึกชอบไม่รู้ว่าตัวเองเขียนไปได้ยังไง)
อยากให้ลองคิดดูก่อนตัดสินใจที่จะ "เลือก" อย่างใดอย่างหนึ่งนะครับ
ปอนเองครับ
ปัจฉิมลิขิต : ครั้งนี้คงต้องหายไปสักหลายวันหน่อยนะครับ ไม่งั้นอีปอนคงชะตาขาดแล้วไม่มีใครมางานแน่ๆ เลย แล้วเดี๋ยวจะไปเชียงใหม่(เช้าไปเย็นกลับ) วันจันทร์ด้วย มิตรรักแฟนเพลงที่เชียงใหม่ปอนขอฝากตัวฝากใจด้วยนะจ๊ะ (มีหรือเปล่าหว่า...)
ลืมเรื่อยเลยอ่ะ
... อิอิ

ถ้าไม่เม้นท์เรื่องในเอ็นทรี่ แต่มาพูดคุยด้วยจะได้ไหมครับ
ขอบคุณครับที่เข้ามาเยี่ยม มาบ่อยๆ นะครับ อิอิ
บางครั้งทางที่คนอื่นเลือกให้เราก็ไม่ใช่ไม่ดีครับ ทุกอย่างพระเจ้ากำหนดมาแล้ว ถ้าอายุยังไม่เยอะ ศึกษางานในหลายๆแขนงเอาไว้ มี connection เยอะๆเข้าไว้ ในอนาคตจะมีประโยชน์มากๆครับ
#1 By มนุษย์กล่อง on 2007-07-05 16:45