ไม่ทราบว่าด้วยเหตุผลกลใดไม่ทราบได้ที่ดลใจทำให้เฮีย ก. ตัดสินใจให้เกียรติ (เกลียด) ส่งต่อ tag หน้าไม่ให้แต่ใจรักอันลือลั่นของบล็อกเอ็กซ์ทีนของเรา นั่งเอาเท้าก่ายหน้าผากอยู่หลายเพลาความกลัวต่างๆ นาๆ ก็พลั่งพรูออกมาทั้งกลัวลูกศิษย์จะมาเจอความคิดอันชั่วร้าย กลัวคนจำได้ กลัวคนที่เปิดเข้ามาอ่านจะเสียขวัญที่เจอภาพอันไม่น่าพึงใจ ฯลฯแต่ก็ทำได้เพียงค้นหารูปที่เก็บงำซ่อนเร้นไว้มาเลือกเพื่อเล่าเรื่องราวความขัดแย้งระหว่างหน้าตาและพฤติกรรม จนกระทั่งได้ออกมาเป็นเอ็นทรี่นี้นะครับ...

********คำเตือน หากใจไม่แข็งพอกรุณาปิดหรืออ่านเอ็นทรี่อื่นๆนะครับ หากได้ดูหน้าปอนแล้วควรเอาน้ำมะพร้าวหรือน้ำมนตร์ศักดิ์สิทธิ์ล้างหน้าก่อนนอนไม่เช่นนั้นอาจติดตาจนทำให้นอนไม่หลับครับ*********

รูปนี้เป็นรูปที่ปอนคิดว่าถ่ายทอดความเป็นตัวตนของปอนได้ออกมาแทบทั้งหมดครับ องค์ประกอบทั้งหมดบอกว่าปอนเป็นคนอย่างไรได้อย่างดี (หากมองดูลึกๆ ทั้งการแต่งตัว ทรงผม และสถานที่ครับ) เมื่อปีที่แล้วได้ติดสอยห้อยตามพี่ๆ โครงการหลวงไปทัวร์ไฮโซ "กูร์เมต์ทัวร์อ่างขาง" (เดี๋ยวจะเขียนให้อ่านกันนะครับ)และได้พี่ๆ ใจบุญช่วยถ่ายรูปนี้ให้บริเวณไร่ชา "แปลงสองพัน" ของอ่างขาง ตอนที่ถ่ายเป็นเวลาเที่ยงกว่าๆ แล้วจำได้ว่าหิวข้าวมากกกกกก เลยอิดโรยขนาดนี้ครับ มาถึง tagหน้าตาไม่ให้อย่างนี้แต่ใจยังรักที่จะ....

1. หน้าตาอย่างนี้นะครับได้มีโอกาสสัมผัสพระหัตถ์ของมกุฏราชกุมารจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก (พระอิสริยยศในขณะนั้น) แห่งราชอาณาจักรภูฏานด้วยนะครับ

หลายๆ ท่านคงสงสัยว่าตายละหนังหน้าอย่างนี้ได้ไปอาจเอื้อมถึงพระองค์ท่านได้อย่างไร คำตอบก็คือปอนก็ตกใจและคิดไม่ถึงเช่นกันว่าจะได้รับพระกรุณาธิคุณจากพระองค์มากมายขนาดนี้

ย้อนกลับไปเมื่อต้นปี 2546 ปอนยังเป็นนิสิตชั้นปีสุดท้ายที่ไปฝึกงานประชาสัมพันธ์อยู่ที่มูลนิธิโครงการหลวงในช่วงขณะนั้นมีโอกาสที่ดีในการเฝ้ารับเสด็จมกุฏราชกุมารแห่งราชอาณาจักรภูฏาน โดยพระองค์เสด็จมาศึกษางานมูลนิธิโครงการหลวงเป็นการส่วนพระองค์ทั้งที่อ่างขาง และอินทนนท์ ในวันที่เสด็จอินทนนท์ปอนได้ตามเสด็จด้วยทั้งวันครับ ดังรูปนี้

จะเห็นปอนอยู่ลิบๆ ใส่เสื้อเชิ้ตสีขาวผูกไทด์เพราะเป็นนิสิตฝึกงาน(รูปนี้ขอพี่ๆ มาเพราะมีเพียงรูปเดียวที่ฉายพระองค์แล้วติดปอนด้วย) หากดูรูปใหญ่จะเห็นปอนทำหน้าตาสลดเพราะสงสารวัวแต่ละตัว เขาเล่าว่าวัวเหล่านี้มาจากเมืองนอกแล้วมันคิดถึงบ้านมันจะร้องเสียงดังแล้วน้ำตาไหลด้วยหล่ะครับ

ใครที่เคยตามเสด็จจะรู้ว่าเหนื่อยมากขนาดไหนเนื่องจากเราไม่สามารถที่จะขึ้นรถก่อนที่พระองค์จะเสด็จประทับรถยนต์พระที่นั่งได้ เราจึงต้องรอให้รถยนต์พระที่นั่งออกไปได้สักนิดก่อนแล้วจึงขึ้นรถ แต่รถแต่ละคันจะขับเร็วมากเพราะฉะนั้นเราเห็นรถคันไหนยังไม่เต็มสามารถกระโดดขึ้นได้เลยเพื่อไปให้ทัน ปอนก็เป็นหนึ่งในนั้นที่กระโดดขึ้นไม่ทันตอนที่ออกจากโครงการหลวงอินทนนท์จะไปดูปลาเรนโบว์เทร้าท์ปอนไม่สามารถขึ้นรถของโครงการหลวงได้ทันจึงต้องกระโดดขึ้นกระบะรถตำรวจที่ปิดท้ายขบวน พอไปถึงบ่อปลาหัวก็กระเซอะกระเซิงไปตามเรื่องตามราว

หลังจากที่ตามเสด็จทั้งวัน ด้วยความเหนื่อยอ่อนจึงนัดพี่ๆ ไปกินหมูกระทะกัน ในขณะที่กินอยู่ก็ได้รับโทรศัพท์ให้ไปส่งเสด็จที่สนามบินเชียงใหม่ ตกใจก็ตกใจเพราะกลิ่นหมูกระทะคละคลุ้งไปหมด แต่ไม่รู้อะไรดลใจที่ให้ปอนต้องล้างมือให้สะอาดเอี่ยมก่อนไป แล้วพวกพี่ๆ ก็ล้างตามด้วย เมื่อไปถึงสนามบินก็ยืนรอรับเสด็จอยู่ตรงประตูทางเข้าอาคารผู้โดยสาร อีตำรวจมันก็มากันเราออกทั้งๆ ที่เราบอกว่ามาจากโครงการหลวง มันกันไม่พอมันยังมายืนบังหน้าปอนกับพี่อีกสองคนด้วย

แต่ฟ้ามีตา...พอพระองค์เสด็จฯ มาถึง พระองค์ทรงทอดพระเนตรเห็นปอนกับพี่ๆ(ปอนยืนอยู่คนที่สองเป็นคนกลาง) พระองค์ก็พระดำเนินตรงมาจนกระทั่งอีตำรวจที่ยืนบังปอนกับพี่ๆ อยู่ต้องหลบออกไป พระองค์ทรงยื่นพระหัตถ์ข้างขวามาและสัมผัสมือ (Shake Hand) กับพี่ที่ยืนอยู่ก่อนปอนและทรงตรัสว่า Thank you พี่ก็ยื่นมือมาสัมผัสพระหัตถ์พระองค์พร้อมกับถอนสายบัว และพระองค์ก็ทรงยืนพระหัตถ์มาสัมผัสมือปอนและตรัสว่า Thank you เช่นกัน ปอนก็ยื่นมือไปสัมผัสพระหัตถ์ของพระองค์แล้วคำนับ (ฮั่นแน้...นึกว่าปอนจะถอนสายบัวล่ะสิท่า) แล้วพระองค์ก็ทรงปฏิบัติอย่างนี้กับพี่คนที่ยืนถัดจากปอนไปอีกคนหนึ่งดังนั้นคณะของภูฏานอันได้แก่ท่านเอกอัครราชทูต ท่านเลขานุการส่วนพระองค์ ฯ จึงต้องทำตามพระองค์ เมื่อผู้ตามฝ่ายภูฏานเชคแฮนด์กับพวกปอนเสร็จแล้ว พระองค์ก็เสด็จขึ้นห้องรับรองพิเศษ ปอนกับพี่ๆ ยืนส่งเสด็จที่ห้องรับรองพิเศษจนกระทั่งพระองค์เสด็จขึ้นเครื่องครับ

หลังจากนั้นก็ลงมาในรถพอปิดประตูแล้วก็กรี๊ดดดดดดดด กันดังลั่นรถมันรู้สึกปลาบปลื้มจนไม่รู้จะอธิบายยังไงจริงๆ ครับ และอยากจะบอกชาวไทยทุกๆคนนะครับว่าชั้นกรี๊ดมาก่อนพวกหล่อนๆ ตั้งสามปีย่ะ..เชอะ

2. หน้าตาอย่างนี้อุตส่าห์สอบเข้าเรียนในคณะทางด้านการสื่อสารของมหาวิทยาลัยที่ได้รับความนิยมและหลายๆ คนเชื่อว่ามีคุณภาพ มาตรฐานสูงสุดหนึ่งในสองอันดับแรกของประเทศสารขัณฑ์

อันนี้หากใครได้อ่านเรื่องทางเลือก 1 และทางเลือก 2ก็จะเข้าใจนะครับ เพราะถือว่ามันเป็นความใฝ่ฝันของปอนในขณะที่ยังเป็นเด็กๆ อยู่ว่าอยากเข้ามาเรียนในสถาบันแห่งนี้เพราะชอบแบบไม่มีเหตุผลไม่รู้เป็นเพราะอะไรเหมือนกัน แล้วการเรียนของปอนก็ระหกระเหินคือ หลังจากจบม. 3 ก็ไปต่อ>> ระดับ ปวช. ที่วิทยาลัยอาชีวศึกษาประจำจังหวัด แล้วก็ไปต่อ>>>ภาคพิเศษที่มหาวิทยาลัยรัฐมีชื่อในภาคเหนือตอนล่างแห่งหนึ่ง>>>> โดนบังคับทำงานเป็นนักประชาสัมพันธ์มหาวิทยาลัยที่เรียนจบมา >>>>>>แล้ววันดีคืนดีก็มีเหตุให้ต้องมาเรียนต่อในสถาบันแห่งนี้ทั้งๆ ที่ไม่คิดว่าจะสอบติดครับ มีรูปให้ดูเผื่อไม่เชื่อด้วยนะครับ

3. หนังหน้าอย่างนี้ชีวิตพลิกผันให้มาเป็นอาจารย์ (พิเศษ) ในมหาวิทยาลัยที่เรียนจบมาครับ

ชีวิตหลังจากจบปริญญาตรีได้ถูกกำหนดมาตลอดเหมือนที่ได้เขียนไว้ในเอนทรี่ทางเลือกครับ.. การตัดสินใจเรียนปริญญาโทเพราะคิดว่าจะได้มีเวลาตั้งหลักอย่างน้อยสองปีเพื่อหาทางหลีกหนีชะตาชีวิตที่คนอื่นกำหนดให้ แต่การณ์กลับไม่เป็นเช่นนั้น พอมาเรียนปริญญาโทได้ยังไม่เต็มหนึ่งเทอมดีก็ถูกเรียกตัวให้กลับมาสอนในภาคเรียนที่ 2 ทันที ทำให้ความตั้งใจที่จะหลีกหนีกลับต้องมาขลุกอยู่ในมหาวิทยาลัยฯ จนกระทั่งขณะนี้ก็ไม่สามารถไปไหนได้ ปอนคิดว่าน่าจะเป็นเพราะ พระราชประสงค์ของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เป็นแน่แท้ที่ท่านมีพระราชประสงค์จะเก็บปอนไว้สนองงานพระองค์ท่านในมหาวิทยาลัยแห่งนี้

เพราะเป็นเรื่องที่น่าแปลกมากสำหรับคนที่จะเป็นอาจารย์ ปอนไม่ได้โดดเด่นทางด้านวิชาการเลยแม้แต่น้อยตั้งแต่เรียนมาทุกๆ ระดับ ในระดับ ปวช. ปอนก็โดดเด่นทางด้านกิจกรรมอาชีวป้องกันเอดส์ เกรดจบแค่ 2.9 นิดๆ เท่านั้นเอง (ถ้าจำไม่ผิดนะ) ส่วนปริญญาตรีก็ขลุกอยู่กับกิจกรรมสโมสรของคณะเกรดจบแค่ 2.70 ถ้วนเปะๆๆ ส่วนปริญญาโทดูเสมือนว่าจะเก่งแต่เกรดจบได้แค่ 3.56 เท่านั้นเองครับ อาจเป็นเพราะความปากห-มาของปอน (ที่ติดมาจากเฮีย ก. กับพี่พี) ก็ได้มั้งครับ ปอนเคยพูดกับอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยฯว่าปอนไม่ทำงานที่มหาวิทยาลัยหรอกเพราะมันดู "ดักดาน" พระองค์ท่านเลยมีพระราชประสงค์ให้สนองงานเสียเลยปากอย่างนี้....

แต่ตอนนี้กำลังหาทางดิ้นรนให้หลุดจากชะตากรรมการเป็นอาจารย์อยู่ครับ

4. หนังหน้าแรดๆ อย่างนี้ ไม่กินเหล้า ไม่สูบบุหรี่ ไม่ชอบเที่ยวกลางคืน ชอบอยู่บ้านเป็นชีวิตจิตใจ

อาจเป็นเพราะพ่อและคนอื่นๆ ที่อยู่รอบตัวถือเป็นตัวอย่างได้เป็นอย่างดี ที่ทำตรงข้ามกับที่ปอนเป็นอยู่เลยทำให้เราขยาดและรังเกียจสิ่งเหล่านี้มั้งครับ เห็นจนชินตามาตั้งแต่เด็กเล็กๆ จนกระทั่งปัจจุบันเลยทำให้รู้ว่ามันไม่ใช่สิ่งที่จะทำให้ชีวิตเราดีขึ้น ก็เลยไม่ทำ เพราะคิดว่ามันเป็นทางที่ทำให้เราเสื่อมลงทุกๆ วันอีกด้วย

5. หลายๆ คนไม่เชื่อว่าหนังหน้าอย่างปอนยังเวอร์จิ้น

ปอนคิดว่าใครที่อ่านเรื่องความรักแบบปอนปอน 1-3 น่าจะเข้าใจนะครับว่าทำไมปอนยังเวอร์จิ้นอยู่อย่างนี้ ปอนมีความเชื่อแบบกุลสตรีโบราณว่าจะมอบให้กับคนที่เรา "รัก" เท่านั้น แต่เท่าที่เคยเจอก็........คนที่เรารักมันไม่รับสิ่งที่เราอยากจะมอบให้มันน่ะครับ เลยไม่รู้จะทำไงเหมือนกันถ้าเป็นเฮีย ก. คงปลุกปล้ำข่มขืนไปเรียบร้อยแล้วแต่กุลสตรีศรีอโยธยาอย่างปอนทำไม่ได้ครับ

บ่อยครั้งที่ปอนโดนกระแนะกระแหนจากคนใกล้ๆ ตัวว่าป่านนี้พังผืดคงจะขึ้นคลุมจนหมดแล้วถ้าจะมีอะไรเข้าจริงๆ สงสัยต้องเลาะพังผืดออกก่อน ปอนก็สงสัยครับว่า... มันเป็นเรื่องจำเป็น มันผิดปกติ และน่าอับอายมากเลยหรอครับที่เรายังเวอร์จิ้นและเก็บไว้ให้คนที่เราเชื่อใจ มั่นใจว่าเรารักเขาและเขาก็รักเรา.....รบกวนช่วยตอบกันด้วยนะครับ

ครบแล้วนะครับสำหรับ tag หน้าไม่ให้...แต่ใจรัก จากเฮีย ก. ที่ให้เกลียดปอนซะขนาดนี้ ต่อไปปอนคงต้องส่งต่อให้กับคนที่ปอนรักและช่วยเหลือให้กำลังใจปอนในขณะที่เขียนบล็อกตลอดมาครับ นั่นก็คือออออออ

1. เจ๊แอ๋ว หนึ่งในแรงบันดาลใจในการเขียนบล็อกของปอนครับ

2. พี่ตุ้มเป๊ะ ผู้น่ารักใจดีชอบช่วยเหลือปอนครับ

3. คุณชัย เพื่อน(หรือน้องหว่าถือว่ารุ่นเดียวกันละกันเนอะ) ที่อ่อนไหวกับความรักครับ

ส่วนพี่พีอยากจะให้เหมือนกันแต่มีการดักคอกันไว้แล้ว ถ้าไม่รู้จะเขียนอะไรเป็นเอ็นทรี่ต่อไปก็รบกวนเขียน "หน้าไม่ให้แต่ใจรัก" ไปด้วยแล้วกันนะครับ สำหรับพี่พีปอนคิดว่าหน้าตาของพี่ก็ไม่น่าจะเป็นคนอ่อนแอทั้งสุขภาพร่างกายและสุขภาพใจได้ขนาดนี้นะครับ

ที่ส่งให้เพราะรักนะครับทุกๆ คน อิอิ... ถ้าไม่พอใจประการใดกรุณาไปด่าไว้ได้ที่บล็อกของเฮีย ก. นะครับ เพราะเฮีย ก. เป็นต้นเหตุที่ทำให้ทุกคนต้องมานั่งเขียนและหารูปของตัวเองมาโชว์ครับ

ปอนเองครับ

ปัจฉิมลิขิต : ในเอ็นทรี่ต่อไปเพื่อให้เข้ากับกระแสปอนจะเขียนเกี่ยวกับเรื่องการเปรียบเทียบร่างรัฐธรรมนูญกับรัฐธรรมนูญปี 40 ในมาตราที่เกี่ยวกับการสื่อสารของประเทศนะครับ เพื่อจะได้เป็นข้อมูลส่วนหนึ่งในการตัดสินใจวันที่ 19 สิงหาคม 2550 การทำประชามติครั้งแรกของประเทศไทยครับ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

5 5 5 มาเม้นท์เป็นคนแรกและก็อานจนจบด้วยแหะ ดีแล้วที่พี่ดักคอเอาไว้ เรื่องหน้าตาก็เปิดเผยไปแล้วครั้งนึงไงตอนไปบ้านตุ่มรีสอร์ทไงครับ อันนั้นตั้งใจโชว์หน้าตาทีเดียวเชียวครับ เรื่องหมาในปากถ้าอยากได้อีกบอกนะครับ เดี๋ยวแบ่งให้เลี้ยง ว่าแต่ว่า คุณอรจะรู้ไหมหนาว่า โดนระเบิดลงลูกใหญ่ อ่ะครับ อย่าอ่านเร็วๆซะแล้วว่าจะฮาแค่ไหน

#1 By -Press F5- on 2007-08-07 06:54

ว้าว !!!!!
มีพัฒนาการนะค่ะนั่น
จากรูปแรก กระโหลกกะลา
เริ่มดูดีขึ้นเรื่อยๆ
ลูกเป็ดดำขี้เหร่ ค่อยๆกลายเป็นหงส์ขาวใส่แว่น
เอ หรือว่าเพราะ บุญญาของ"ท่าน"ช่วยเสก
เรื่องมาเชียงใหม่ มานอนก็ได้ รู้จักโรงแรมเยอะ มีที่พักหลายราคาตั้งแต่ ไม่กี่ร้อยจนถึงพัน

#2 By สาวเหนือ (203.146.176.242) on 2007-08-07 09:00

น้องปอน ทำพี่ได้ ไม่ค่อยมีเรื่องราวจะเขียนซะเท่าไหร่
ขอเวลานิดนึงพายุกำลังมา แล้วจะเรียบเรียงมาให้อ่าน

#3 By ตุ้มเป๊ะ (203.107.228.2) on 2007-08-07 12:30

หนอย มาว่าเค้าจิก เค้าพอยท์เท้า หน้าตาตอแหล จำไว้เลย
จากรูปตรงไหนของน้องที่บอกว่า "สวย" ครับ กรี๊ดๆ หึหึ (ช่วงเอาคืน)
รูปบนสุด ถ้าไม่บอกว่าเป็นน้องปอน ผมคิดว่าเป็นคนสวนนะนั่น ดำทมึนเชียว ทรงผมขัดใจบุพการีมากๆ
รูปสุดท้ายก็ตอแหลมาก นั่งเฉยๆไม่ได้ ต้องชี้นกชี้ไม้ เหมือนนางแบบหน้าปกหนังสือพระเครื่อง หึหึ (เอาคืนๆๆ)
พอแค่นี้ก่อน พอหอมปากหอมคอ ชิ

ปล. คนแก่ๆเสื้อน้ำเงิน สะพายกล้อง คนนี้ดังมาก แต่จำชื่อไม่ได้ครับ ออกทีวีด้วย เรื่องนำพาคุณจิ๊กมี่ไปเดินเที่ยวนี่แหละ เขาคือใครครับ

ปล.2 จิ๊กมี่หล่อเปล่า ล่ำมะ กางเกงเอวเบอร์อะไร

#4 By มนุษย์กล่อง on 2007-08-07 14:35

พี่พีครับอย่างไรซะก็ถือว่าปอนส่งให้พี่พีเหมือนกันนะครับ... ถ้าเป็นวัฒนธรรมของบล็อกเราพี่พีก็ควรทำนะครับ... ปอนก็อยากอ่านของพี่ตุ้มเป๊ะเหมือนกันครับ..อิอิ

คุณสาวเหนือครับ... รูปแรกกับรูปใส่แว่นเนี่ยะถ่ายห่างกันไม่กี่เดือนเองครับ รูปแรกเนี่ยะมันทั้งเหนื่อยแล้วก็หิวมากด้วย พร้อมๆ กับไม่ได้ดูแลเรื่องทรงผมและแสงแดดสักเท่าไหร่ครับมันเลยโทรมมากกกกก ส่วนไปเชียงใหม่คงอีกสักพักถึงจะค้างครับ เพราะต้องรอให้คำถามที่จะทำวิทยานิพนธ์เสร็จก่อน แล้วถึงจะเอาไปสัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นของเชียงใหม่ครับ

พี่ตุ้มเป๊ะครับ..ปอนส่งต่อด้วยความรักและปรารถนาดีนะครับ.. หากไม่พอใจอะไรกรุณาไปวีนได้ที่เฮีย ก. ครับ เพราะเป็นตัวต้นเหตุที่แท้จริงครับ

เฮีย ก. ครับ ปอนไม่เคยว่าเฮียตอแหลเลยนะครับ "คุณเต่า" ต่างหากที่ว่าได้ตรงกับใจของปอน
ที่ปอนเขียนในเอนทรี่นี้ปอนมีหลุดสักคำหรือยังครับว่าปอนสวย... ปอนประเมินหนังหน้าตัวเองได้หรอกครับ ไม่เหมือนใครบางคน ที่พยายามยกหางหน้าของตัวเองสุดริดเวลาพรีเซ็นต์รูปน่ะครับ
ที่รูปแรกหน้าดำก็เพราะว่าแสงแดดตอนเที่ยงๆ มันตรงหัวครับมันเลยทำให้หน้าดำกรุณาดูแสงที่หัวกับแก้มที่มีมาตกกระทบอย่างเด่นชัดครับ... ถ่ายรูปไม่เก่งดูรูปไม่เป็นก็ไปให้คุณมายาสอนซะนะครับ
ส่วนรูปสุดท้ายตอนแรกก็กะว่าจะไม่นำเผยแพร่ที่ไหนหรอกครับ แต่เพื่อความเก๋และหน้าไม่อายที่อยู่ดีๆ ก็มาถ่ายรูปหน้าคณะตัวเองแบบไม่มีวาระอะไรสักอย่าง ก็เลยชี้ๆ ไปอย่างนั้นแหล่ะครับ (ตัวเองคิดท่าแบบเค้าไม่ได้ล่ะสิเลยอิจฉา)

----ตอบคำถามเฮีย ก.ครับ-------
1. ท่านมีพระนามว่า หม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี ครับเป็นเจ้าของวังประมวญ และร้านอาหารกัลปพฤกษ์ไงครับเฮีย
2. พระองค์ทรงพระสิริโฉมครับ พระวรกายก็ดูสมบูรณ์สมส่วนดีมากครับ ส่วนอีกคำถามนึงปอนกะด้วยสายตาได้แต่ไม่บอกดีกว่าครับเพราะเป็นเรื่องส่วนพระองค์มากๆๆๆ ไม่เหมาะที่จะมาเผยแพร่ในนี้ครับ

#5 By ปอนปอน on 2007-08-07 18:18

ช่างกล้านะยะ มาแท็กตัวแม่อย่างดิฉันได้ ว่าแต่จะเอาอะไรมาลงล่ะคะ
คนสวยอย่างดิฉัน ลงไปแล้วคนจะ
หนีไหมเคอะ

#6 By มายเดียร์ on 2007-08-07 19:00

คุณนานแอ๋วขา....แค่ปอนรักและอยากจะเห็นหน้าแค่นั้นเองหลังจากที่ติดตามประชิดติดตูดเจ๊มาอย่างต่อเนื่องและยาวนาน ไม่ต้องห่วงหรอกจ๊ะเจ๊ว่าจะไม่มีใครกล้าดูขนาดรูปปอนยังอุตส่าห์มีคนมาดูตั้งหลายคนแน่ะ... ส่วน tag มันก็เป็นไปตามเสต็ปที่แม่ ก. ส่งให้ลูกปอนแล้วลูกปอนก็ส่งให้ แม่แอ๋วไงจ๊ะ

-----เพิ่มเติมคำตอบของคำถามเฮีย ก. ครับ-------

หม่อมเจ้าภีศเดช รัชนีทรงเป็นประธานมูลนิธิโครงการหลวงตั้งแต่เริ่มก่อตั้งครับ และท่านมีความสนิทกับราชวงศ์ภูฏานมากครับ

#7 By ปอนปอน on 2007-08-07 20:47

น้อมรับด้วยความขมขื่นใจครับ
ทำไมผมไปอยู่ใน list นี้ด้วยล่ะครับ
ว่าแต่ ผมหลงมาอยู่โลกไหนกันล่ะนี่ !!! แต่ก็สนุกดีครับ

รูปร่างหน้าตาของผมก็ได้โชว์ไปแล้วนะ ตั้งหลายรูป ยังไม่พออีกเหรอครับ แต่ก็ดีเหมือนกัน ไม่มีอะไรจะเขียน เอาที่ tag มาเขียนก็โออยู่ครับ

หายแปลกใจแล้วครับว่ารูปใน display ของคุณปอน ทำไมเป็นรูปขาว-ดำ

#8 By Ch@i on 2007-08-08 00:09

ไม่กินเหล้า ไม่สูบบุหรี่ ไม่เที่ยวกลางคืนด้วย ??

ข้อสุดท้ายเป็นแบบนี้

แล้วผมจะพา ปอนปอน ไปดู บอยโชว์ ที่พัทยาใต้
ได้ยังไงล่ะครับ เนี่ย

#9 By riddler on 2007-08-08 07:16

เห็นด้วย กับคุณriddle
อย่างนี้ จะพาท่องราตรี เชียงใหม่ได้หรือนี่ ทั้งcoffee boy , adam's apple ว๊ายๆๆ
สงสัยต้องพาคุณ ก.มาด้วย แล้วไปพร้อมกันเลย

#10 By สาวเหนือ (203.146.176.242) on 2007-08-08 08:49

คุณชัยก็อยู่ในโลกนี้ ที่เป็นโลกเอ็กซ์ทีนนี่แหล่ะครับ... บางครั้งเราก็ทำอะไรที่ขัดแย้งหรือทำอะไรที่ทำไม่ได้ในโลกของความเป็นจริงได้บ้างนะครับ
ที่คุณชัยเอารูปมาโชว์หลายๆ รูปมันคนละหัวข้อกันครับ... เลยอยากรู้ว่าคุณชัยทำอะไรที่ขัดแย้งกับหน้าตาอย่างแรงบ้างน่ะครับ..อิอิ
ส่วนรูปที่เห็นในนี้ก็ไม่ใช่รูปที่ดูหน้าตาดีที่สุดนะครับ...แต่มันเป็นรูปที่สะท้อนความเป็นตัวตนมากที่สุดน่ะครับ ส่วนไอ้รูปที่ดูดี๊ดูดีเนี่ยะ..มันเป็นรูปปรุงแต่งครับ..อิอิ ออกแนวสัจธรรมเนอะ

คุณโอ้ คุณสาวเหนือ ครับช่างรู้ใจปอนจริงๆ อยากไปดูตั้งนานแล้วแต่ไม่มีโอกาสสักทีอิอิคราวนี้จะได้ไปสักที ตอนที่ไปอยู่เชียงใหม่ตั้งสามเดือนก็ได้แต่ผ่านตรงแถวๆ ตลาดธานินท์น่ะครับไม่รู้มีอะไรบ้างแต่มันน่าจะใช่ก็ไม่กล้าเข้าไม่มีใครไปด้วยน่ะครับ.... เวลาผ่านไปสี่ปีปอนก็ยังไม่มีใครไปด้วยอยู่นั่นเอง..เลยไม่กล้าน่ะครับ... สงสัยคุณโอ้ต้องพาปอนกับเฮีย ก. ไปนะครับ..จะได้ไม่กลัว เพราะมีคนที่น่ากลัวกว่าไปด้วย

#11 By ปอนปอน on 2007-08-09 00:08

เรียนอาจารย์ปอน
กระผมผิดเองครับ คือมีคนดักจิกตบๆ ผมมากมายจนผมเบลอ จำผิด จิกน้องปอนเลยผิดตามไปด้วย
ว่าแต่น้องปอน"สาว"ตรงไหนครับ ทุกรูปนี่บึกมาก เหมือนปลาสวายวัดลานบุญ หึหึ

#12 By มนุษย์กล่อง on 2007-08-09 12:01

เรียน เฮีย ก. ที่เคารพ

ความสาวมันอยู่ในหัวใจและการกระทำที่แสดงออกมาบางอย่าง (ที่เฮียอิจฉาเพราะทำไม่ได้แล้วล่ะสิท่า...) ดีนะที่บอกว่าปอนเป็นปลาสวายไม่ใช่ปลากระทิง..เหมือนเฮีย..
ที่บอกว่าจิกผิด..แล้วไอ้ที่บอกว่าปอนเป็นปลาสวายน่ะไม่ได้จิกปอนเลยนะ แต่ถึงอย่างไรปอนก็รักเฮีย..เฮียก็ยังรักปอนใช่มั้ย...ถึงแม้ว่าจะจิกกันไปจิกกันมาประดุจเฮียเป็นไก่ ปอนเป็นขาวเปลือกน่ะ

#13 By ปอนปอน on 2007-08-09 23:48

ตอบ
ย่านตลาดธานินทร์ร้านที่ไปเล็งน่ะ ใช่แล้ว
บ้านเราอยู่หลังตลาดฯ ตอนนี้มีมากกว่าเดิมด้วย
วันก่อนอ่านหนังสือพิมพ์ มีสปาที่รับนวดเฉพาะผู้หญิง แถมรับสมัครพนักงานเอาแต่ผู้ชาย ระบุด้วยว่า ถ้าจบพละศึกษาจะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ น่าสนใจไปserveyเนอะ รอคุณปอนกับคุณก.มาเชียงใหม่ แล้วไปลุยดูดีไหม

#14 By สาวเหนือ (203.146.176.242) on 2007-08-10 08:58

555+ จิกตบกันสนุกเลยคู่นี้

ส่วนเรื่อง
ชวน ไปวัด กะ ชวนไปพัทยาใต้ นี่
ชวนจริงนะครับ แต่รอผมปิดเทอมแป๊บบนึงนะ

#15 By riddler on 2007-08-10 09:37

ขออนุญาติ "เนียน" ทำตัวเหมือนเจ้าของบล๊อค มาตอบเม้นท์ครับ
สาวเหนือ : ถ้าคนนวดในสปาเป็นชายหนุ่มแล้วล่ะก็ อยู่สุไหงโกลกก็ไปครับ แต่ผมว่าจบอะไรมาก็เหมือนกันครับ รับได้หมด ไม่ต้องพละศึกษา แต่เพศศึกษาก็พอครับ

คุณโอ้ : ชวนไปวัดกับพัทยาใต้นี่ ไม่ต้องคิดมากเลยก็รู้ว่าไปพัทยาใต้ดีกว่าครับ เฮอะๆๆ

ถึงอาจารย์ปอน
ยิ่งเราจิกตบกันมากเท่าไร เราจะยิ่งแน่นแฟ้นกันมากขึ้นเท่านั้นครับ แต่ก็ไม่รู้ว่าถ้าเจอตัวจริง จะรักหรือจะวิ่งตบล้างน้ำกันนะครับ แย่งกันสวย

#16 By มนุษย์กล่อง on 2007-08-10 10:29


จารย์ปอนไม่เขียนเรื่องรัฐธรรมนูญซักที
อีกอาทิตย์เดียวเองนะครับ

#17 By วัชระ on 2007-08-10 14:45

ไม่เป็นไรครับเฮีย ก. บล็อกปอนก็เป็นเสมือนสาขาของบล็อกเฮียอยู่แล้ว อยากทำอะไรก็ทำครับ ถ้าเราเจอกันตัวเป็นๆ คงไม่มีตบล้างน้ำกันหรอกครับเฮียเพราะปอนยอมเฮียแล้วจากท่าพ้อยต์เท้าและหน้าจิก ทำให้ปอนรู้ว่าเฮียสวยกว่าปอนหลายล้านปีแสงนัก มิอาจเอื้อมครับ ...ปอนยังรอวันที่เราจะเจอกันตัวเป็นๆ อยู่นะครับเฮีย

คืนนี้น่าจะเริ่มลงมือครับ..(เพิ่งเคลียร์งานให้เบาลงได้นิดหน่อยครับ) ไม่น่าจะเกินตีสามเข้ามาอ่านได้เลยนะครับคุณวัชระ... ดีใจจังที่คุณวัชระให้เกียรติเข้ามาในบล็อกแปลกๆ ของปอน

#18 By ปอนปอน on 2007-08-10 18:02

ในฐานะที่เป็นอาจารย์ (พิเศษ) สอนทางด้านนิเทศศาสตร์ ขอบอกทั้งพี่พี และเฮีย ก. นะครับว่าคำว่าอนุญาต ไม่มีสระ อิ นะครับ "อนุญาต" ไม่ใช่ "อนุญาติ" ครับ "อนุญาติ" น่าจะแปลว่าเป็นญาติเล็กๆ มากกว่ายินยอมนะครับ

#19 By ปอนปอน on 2007-08-10 18:05

แว๊บเข้ามาทำความรู้จักกับคุณปอนค่ะ

#20 By Orm & Hai on 2007-08-14 09:37

free counters