ประเด็นทางการสื่อสารระหว่างรัฐธรรมนูญปี 40 กับร่างรัฐธรรมนูญปี 50 (1)
posted on 11 Aug 2007 00:51 by sloppythinking in Communication, Politicเอ็นทรี่นี้ได้แรงบันดาลใจมาจากการบรรยายในชั้นเรียนหัวข้อ กฎ ระเบียบ และการควบคุมสื่อมวลชน ในวันหนึ่งพอบรรยายเสร็จก็นึกขึ้นได้ว่าเรามาเขียนลงในนี้ดีกว่าเผื่อว่าจะมีประโยชน์ต่อประเทศชาติบ้างหลังจากที่ไม่เคยทำอะไรให้ประเทศชาติมาก่อนเลย กอปรกับถูกแรงกระตุ้นจากคุณวัชระ เป็นแรงผลักดัน (แต่ไม่ยอมกด ไม่ยอมดัน) อีกคนเลยต้องรีบเขียนไม่ต้องรอให้ครบ 20 คอมเม้นต์แล้วค่อยขึ้นใหม่เหมือนใครบางคน
ตอนแรกตั้งใจว่าจะเขียนแบบรวดเดียวจบ แต่ทำไปทำมาเมื่อทำตารางแล้วปรากฏว่ายาวมากกกกกกก สมกับเป็นรัฐธรรมนูญที่ยาวมากที่สุดในโลก (ใช่หรือไม่ผู้รู้ช่วยตอบด้วย) เพราะจากที่อ่านรัฐธรรมนูญหลายๆ ประเทศยังไม่เคยเจอยาวๆ อย่างนี้มาก่อนแม้กระทั่งประเทศเพื่อนบ้านใกล้เรือนเคียงของเราเช่นประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวรัฐธรรมนูญของเขาทั้งหมดน้อยกว่าเราประมาณ 10 เท่าเห็นจะได้ (ที่แปลเป็นภาษาอังกฤษแล้ว)
ดังนั้น การอธิบายตารางและความคิดเห็นของปอน จะขอนำเสนอในเอ็นทรี่ต่อไปนะครับ ส่วนในเอ็นทรี่นี้ขอความกรุณาอ่านและเปรียบเทียบกันดู ว่ามีความรู้สึกอย่างไรบ้างคอมเม้นท์ได้เลยนะครับว่าพอเปรียบเทียบกันดูแล้วเนี่ยะ สิทธิในด้านการสื่อสารระหว่างบุคคล และการรับรู้ข่าวสารจากสื่อมวลชนที่มีความสำคัญในระดับโครงสร้างทางระบบสื่อสารมวลชนที่จะเป็นตัวกำหนดกระแสข้อมูลข่าวสารที่พวกเราจะได้รับจากสื่อมวลชน อันได้แก่ การสื่อสารระหว่างบุคคล หนังสือพิมพ์และสื่อสิ่งพิมพ์ วิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ ซึ่งถือว่าเป็นสื่อกระแสหลัก ซึ่งในบทบัญญัติเหล่านี้ล้วนมีผลไปถึงสื่อทางเลือกเช่น สื่ออินเทอร์เนต และสื่อที่จะเกิดขึ้นใหม่ๆ ในอนาคตกาลอีกด้วย
ลองอ่านกันดูไปก่อนนะครับแล้วเดี๋ยวไม่เกินสองวันปอนจะมาเปรียบเทียบกันในมุมมองของปอนที่ถือว่าการสื่อสารเป็นอาชีพที่ใช้หากินอยู่ในขณะนี้ (แต่อนาคตไม่แน่แฮะ) และเป็นผู้ที่เรียนด้านนโยบายและการวางแผนการสื่อสาร รวมทั้งการที่ดันมาเป็นอาจารย์ (พิเศษ) สอนทางด้านนิเทศศาสตร์ในมหาวิทยาลัยฯ เสมือนว่าจะเป็นนักวิชาการ กลายๆ(เป็นกระเทย) อย่าลืมนะครับคิดเห็นยังไงบอกกันด้วย...
ปอนเองครับ
ปัจฉิมลิขิต: หลายคนอาจมองว่าเป็นเรื่องไกลตัวนะครับ แต่จริงแล้วมันเป็นสิ่งที่เรา "ต้อง" บริโภคไปทุกวันๆๆๆๆๆ โดยบางครั้งเราไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำว่าบริโภคสื่ออะไรเข้าไปแล้วบ้าง การสื่อสารมวลชน และสื่อมวลชนเป็นเรื่องของทุกๆ คนนะครับ... "ดูเสมือนว่าไกลตัว แต่จริงแล้วมันใกล้ตัวเราแค่ติ่งหู กับปลายจมูกแค่นั้นเองครับ"
รัฐธรรมนูญ พุทธศักราช 2540 | ร่างรัฐธรรมนูญ พุทธศักราช 2550 | ||
มาตรา ๓๗ | บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการสื่อสารถึงกันโดยทางที่ชอบด้วยกฎหมาย การตรวจ การกัก หรือการเปิดเผยสิ่งสื่อสารที่บุคคลมีติดต่อถึงกัน รวมทั้งการกระทำด้วยประการอื่นใดเพื่อให้ล่วงรู้ถึงข้อความในสิ่งสื่อสารทั้งหลายที่บุคคลมีติดต่อถึงกันจะกระทำมิได้ เว้นแต่โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายเฉพาะเพื่อรักษาความมั่นคงของรัฐ หรือเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน | มาตรา ๓๖ | บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการสื่อสารถึงกันโดยทางที่ชอบด้วยกฎหมาย การตรวจ การกัก หรือการเปิดเผยสิ่งสื่อสารที่บุคคลมีติดต่อถึงกัน รวมทั้ง การกระทำด้วยประการอื่นใดเพื่อให้ล่วงรู้ถึงข้อความในสิ่งสื่อสารทั้งหลายที่บุคคลมีติดต่อถึงกัน จะกระทำมิได้เว้นแต่โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย เฉพาะเพื่อรักษาความมั่นคงของรัฐ หรือเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน |
มาตรา ๓๙ | บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การพูด การเขียน การพิมพ์ การโฆษณา และการสื่อความหมายโดยวิธีอื่น การจำกัดเสรีภาพตามวรรคหนึ่งจะกระทำมิได้ เว้นแต่โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายเฉพาะเพื่อรักษาความมั่นคงของรัฐ เพื่อคุ้มครองสิทธิ เสรีภาพ เกียรติยศ ชื่อเสียง สิทธิในครอบครัวหรือความเป็นอยู่ส่วนตัวของบุคคลอื่น เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือเพื่อป้องกันหรือระงับความเสื่อมทรามทางจิตใจหรือสุขภาพของประชาชน การสั่งปิดโรงพิมพ์ สถานีวิทยุกระจายเสียง หรือสถานีวิทยุโทรทัศน์ เพื่อลิดรอนเสรีภาพตามมาตรานี้ จะกระทำมิได้ การให้นำข่าวหรือบทความไปให้เจ้าหน้าที่ตรวจก่อนนำไปโฆษณาในหนังสือพิมพ์ สิ่งพิมพ์ วิทยุกระจายเสียง หรือวิทยุโทรทัศน์ จะกระทำมิได้ เว้นแต่จะกระทำในระหว่างเวลาที่ประเทศอยู่ในภาวะการสงครามหรือการรบ แต่ทั้งนี้จะต้องกระทำโดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายซึ่งได้ตราขึ้นตามความในวรรคสอง เจ้าของกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนอื่นต้องเป็นบุคคลสัญชาติไทย ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ การให้เงินหรือทรัพย์สินอย่างอื่นอุดหนุนหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนอื่นของเอกชน รัฐจะกระทำมิได้ | มาตรา ๔๕ | บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การพูด การเขียนการพิมพ์ การโฆษณา และการสื่อความหมายโดยวิธีอื่น การจำกัดเสรีภาพตามวรรคหนึ่งจะกระทำมิได้ เว้นแต่โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย เฉพาะเพื่อรักษาความมั่นคงของรัฐ เพื่อคุ้มครองสิทธิ เสรีภาพ เกียรติยศ ชื่อเสียง สิทธิในครอบครัวหรือความเป็นอยู่ส่วนตัวของบุคคลอื่น เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือเพื่อป้องกันหรือระงับความเสื่อมทรามทางจิตใจหรือสุขภาพของประชาชน การสั่งปิดกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนอื่นเพื่อลิดรอนเสรีภาพตามมาตรานี้จะกระทำมิได้ การห้ามหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนอื่นเสนอข่าวสารหรือแสดงความคิดเห็นทั้งหมด หรือบางส่วน หรือการแทรกแซงด้วยวิธีการใดๆ เพื่อลิดรอนเสรีภาพตามมาตรานี้ จะกระทำมิได้ เว้นแต่โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายซึ่งได้ตราขึ้นตามวรรคสอง การให้นำข่าวหรือบทความไปให้เจ้าหน้าที่ตรวจก่อนนำไปโฆษณาในหนังสือพิมพ์ หรือสื่อมวลชนอื่น จะกระทำมิได้ เว้นแต่จะกระทำในระหว่างเวลาที่ประเทศอยู่ในภาวะสงคราม แต่ทั้งนี้จะต้องกระทำโดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายซึ่งได้ตราขึ้นตามวรรคสอง เจ้าของกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนอื่นต้องเป็นบุคคลสัญชาติไทย การให้เงินหรือทรัพย์สินอื่นเพื่ออุดหนุนกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนอื่นของเอกชนรัฐจะกระทำมิได้ |
มาตรา ๔๐ | คลื่นความถี่ที่ใช้ในการส่งวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และวิทยุโทรคมนาคม เป็นทรัพยากรสื่อสารของชาติเพื่อประโยชน์สาธารณะ ให้มีองค์กรของรัฐที่เป็นอิสระทำหน้าที่จัดสรรคลื่นความถี่ตามวรรคหนึ่ง และกำกับดูแลการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ การดำเนินการตามวรรคสองต้องคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของประชาชนในระดับชาติและระดับท้องถิ่น ทั้งในด้านการศึกษา วัฒนธรรม ความมั่นคงของรัฐ และประโยชน์สาธารณะอื่น รวมทั้งการแข่งขันโดยเสรีอย่างเป็นธรรม | มาตรา ๔๗ | คลื่นความถี่ที่ใช้ในการส่งวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และโทรคมนาคมเป็นทรัพยากรสื่อสารของชาติเพื่อประโยชน์สาธารณะ ให้มีองค์กรของรัฐที่เป็นอิสระองค์กรหนึ่งทำหน้าที่จัดสรรคลื่นความถี่ตามวรรคหนึ่งและกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ การดำเนินการตามวรรคสองต้องคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของประชาชนในระดับชาติและระดับท้องถิ่น ทั้งในด้านการศึกษา วัฒนธรรม ความมั่นคงของรัฐ ประโยชน์สาธารณะอื่น และการแข่งขันโดยเสรีอย่างเป็นธรรม รวมทั้งต้องจัดให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วมในการดำเนินการสื่อมวลชนสาธารณะ การกำกับการประกอบกิจการตามวรรคสองต้องมีมาตรการเพื่อป้องกันมิให้มีการควบรวม การครองสิทธิข้ามสื่อ หรือการครอบงำ ระหว่างสื่อมวลชนด้วยกันเองหรือโดยบุคคลอื่นใด ซึ่งจะมีผลเป็นการขัดขวางเสรีภาพในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารหรือปิดกั้นการได้รับข้อมูลข่าวสารที่หลากหลายของประชาชน |
มาตรา ๔๑ | พนักงานหรือลูกจ้างของเอกชนที่ประกอบกิจการหนังสือพิมพ์ วิทยุกระจายเสียง หรือวิทยุโทรทัศน์ ย่อมมีเสรีภาพในการเสนอข่าวและแสดงความคิดเห็นภายใต้ข้อจำกัดตามรัฐธรรมนูญ โดยไม่ตกอยู่ภายใต้อาณัติของหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือเจ้าของกิจการนั้น แต่ต้องไม่ขัดต่อจรรยาบรรณแห่งการประกอบวิชาชีพ ข้าราชการ พนักงาน หรือลูกจ้างของหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ ในกิจการวิทยุกระจายเสียงหรือวิทยุโทรทัศน์ ย่อมมีเสรีภาพเช่นเดียวกับพนักงานหรือลูกจ้างของเอกชนตามวรรคหนึ่ง | มาตรา ๔๖ | พนักงานหรือลูกจ้างของเอกชนที่ประกอบกิจการหนังสือพิมพ์วิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ หรือสื่อมวลชนอื่น ย่อมมีเสรีภาพในการเสนอข่าวและแสดงความคิดเห็นภายใต้ข้อจำกัดตามรัฐธรรมนูญ โดยไม่ตกอยู่ภายใต้อาณัติของหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือเจ้าของกิจการนั้น แต่ต้องไม่ขัดต่อริยธรรมแห่งการประกอบวิชาชีพ และมีสิทธิจัดตั้งองค์กรเพื่อปกป้องสิทธิ เสรีภาพและความเป็นธรรม รวมทั้งมีกลไกควบคุมกันเองขององค์กรวิชาชีพ ข้าราชการ พนักงาน หรือลูกจ้างของหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจในกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ หรือสื่อมวลชนอื่น ย่อมมีเสรีภาพเช่นเดียวกับพนักงานหรือลูกจ้างของเอกชนตามวรรคหนึ่ง การกระทำใดๆ ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือเจ้าของกิจการ อันเป็นการขัดขวางหรือแทรกแซงการเสนอข่าวหรือแสดงความคิดเห็นในประเด็นสาธารณะของบุคคลตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสอง ให้ถือว่าเป็นการจงใจใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบและไม่มีผลใช้บังคับ เว้นแต่เป็นการกระทำเพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายหรือจริยธรรมแห่งการประกอบวิชาชีพ |
มาตรา ๔๘ | ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองจะเป็นเจ้าของกิจการหรือถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์ วิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ หรือโทรคมนาคม มิได้ ไม่ว่าในนามของตนเอง หรือให้ผู้อื่นเป็นเจ้าของกิจการหรือถือหุ้นแทน หรือจะดำเนินการโดยวิธีการอื่นไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมที่สามารถบริหารกิจการดังกล่าวได้ในทำนองเดียวกับการเป็นเจ้าของกิจการหรือถือหุ้นในกิจการดังกล่าว | ||
การเมืองดูเหมือนมันวุ่นวายก็เพราะว่าเราไม่ใส่ใจและเรียกร้องสิทธิที่ควรจะได้จากมันครับ ก็เลยเป็นการเปิดทางให้คนเลวๆ เข้ามาหาประโยชน์ครับ ดังนั้นทนๆ เอาหน่อยนะครับอยู่ในประเทศไทยก็อย่างนี้แหล่ะครับ
...... เราเข้าใจกันใช่มั้ยครับเนอะ

ว่าจะเปลี่ยนเป็นเลือกหมวดที่เกี่ยวข้องกับเราที่สุดแล้วเลือกอ่านอันนั้น
#1 By ตุ้มเป๊ะ on 2007-08-11 08:32