เอ็นทรี่นี้ได้แรงบันดาลใจมาจากการบรรยายในชั้นเรียนหัวข้อ กฎ ระเบียบ และการควบคุมสื่อมวลชน ในวันหนึ่งพอบรรยายเสร็จก็นึกขึ้นได้ว่าเรามาเขียนลงในนี้ดีกว่าเผื่อว่าจะมีประโยชน์ต่อประเทศชาติบ้างหลังจากที่ไม่เคยทำอะไรให้ประเทศชาติมาก่อนเลย กอปรกับถูกแรงกระตุ้นจากคุณวัชระ เป็นแรงผลักดัน (แต่ไม่ยอมกด ไม่ยอมดัน) อีกคนเลยต้องรีบเขียนไม่ต้องรอให้ครบ 20 คอมเม้นต์แล้วค่อยขึ้นใหม่เหมือนใครบางคน

ตอนแรกตั้งใจว่าจะเขียนแบบรวดเดียวจบ แต่ทำไปทำมาเมื่อทำตารางแล้วปรากฏว่ายาวมากกกกกกก สมกับเป็นรัฐธรรมนูญที่ยาวมากที่สุดในโลก (ใช่หรือไม่ผู้รู้ช่วยตอบด้วย) เพราะจากที่อ่านรัฐธรรมนูญหลายๆ ประเทศยังไม่เคยเจอยาวๆ อย่างนี้มาก่อนแม้กระทั่งประเทศเพื่อนบ้านใกล้เรือนเคียงของเราเช่นประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวรัฐธรรมนูญของเขาทั้งหมดน้อยกว่าเราประมาณ 10 เท่าเห็นจะได้ (ที่แปลเป็นภาษาอังกฤษแล้ว)

ดังนั้น การอธิบายตารางและความคิดเห็นของปอน จะขอนำเสนอในเอ็นทรี่ต่อไปนะครับ ส่วนในเอ็นทรี่นี้ขอความกรุณาอ่านและเปรียบเทียบกันดู ว่ามีความรู้สึกอย่างไรบ้างคอมเม้นท์ได้เลยนะครับว่าพอเปรียบเทียบกันดูแล้วเนี่ยะ สิทธิในด้านการสื่อสารระหว่างบุคคล และการรับรู้ข่าวสารจากสื่อมวลชนที่มีความสำคัญในระดับโครงสร้างทางระบบสื่อสารมวลชนที่จะเป็นตัวกำหนดกระแสข้อมูลข่าวสารที่พวกเราจะได้รับจากสื่อมวลชน อันได้แก่ การสื่อสารระหว่างบุคคล หนังสือพิมพ์และสื่อสิ่งพิมพ์ วิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ ซึ่งถือว่าเป็นสื่อกระแสหลัก ซึ่งในบทบัญญัติเหล่านี้ล้วนมีผลไปถึงสื่อทางเลือกเช่น สื่ออินเทอร์เนต และสื่อที่จะเกิดขึ้นใหม่ๆ ในอนาคตกาลอีกด้วย

ลองอ่านกันดูไปก่อนนะครับแล้วเดี๋ยวไม่เกินสองวันปอนจะมาเปรียบเทียบกันในมุมมองของปอนที่ถือว่าการสื่อสารเป็นอาชีพที่ใช้หากินอยู่ในขณะนี้ (แต่อนาคตไม่แน่แฮะ) และเป็นผู้ที่เรียนด้านนโยบายและการวางแผนการสื่อสาร รวมทั้งการที่ดันมาเป็นอาจารย์ (พิเศษ) สอนทางด้านนิเทศศาสตร์ในมหาวิทยาลัยฯ เสมือนว่าจะเป็นนักวิชาการ กลายๆ(เป็นกระเทย) อย่าลืมนะครับคิดเห็นยังไงบอกกันด้วย...

ปอนเองครับ

ปัจฉิมลิขิต: หลายคนอาจมองว่าเป็นเรื่องไกลตัวนะครับ แต่จริงแล้วมันเป็นสิ่งที่เรา "ต้อง" บริโภคไปทุกวันๆๆๆๆๆ โดยบางครั้งเราไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำว่าบริโภคสื่ออะไรเข้าไปแล้วบ้าง การสื่อสารมวลชน และสื่อมวลชนเป็นเรื่องของทุกๆ คนนะครับ... "ดูเสมือนว่าไกลตัว แต่จริงแล้วมันใกล้ตัวเราแค่ติ่งหู กับปลายจมูกแค่นั้นเองครับ"

รัฐธรรมนูญ พุทธศักราช 2540

ร่างรัฐธรรมนูญ พุทธศักราช 2550

มาตรา ๓๗

บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการสื่อสารถึงกันโดยทางที่ชอบด้วยกฎหมาย

การตรวจ การกัก หรือการเปิดเผยสิ่งสื่อสารที่บุคคลมีติดต่อถึงกัน รวมทั้งการกระทำด้วยประการอื่นใดเพื่อให้ล่วงรู้ถึงข้อความในสิ่งสื่อสารทั้งหลายที่บุคคลมีติดต่อถึงกันจะกระทำมิได้ เว้นแต่โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายเฉพาะเพื่อรักษาความมั่นคงของรัฐ หรือเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน

มาตรา ๓๖

บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการสื่อสารถึงกันโดยทางที่ชอบด้วยกฎหมาย การตรวจ การกัก หรือการเปิดเผยสิ่งสื่อสารที่บุคคลมีติดต่อถึงกัน รวมทั้ง การกระทำด้วยประการอื่นใดเพื่อให้ล่วงรู้ถึงข้อความในสิ่งสื่อสารทั้งหลายที่บุคคลมีติดต่อถึงกัน จะกระทำมิได้เว้นแต่โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย เฉพาะเพื่อรักษาความมั่นคงของรัฐ หรือเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน

มาตรา ๓๙

บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การพูด การเขียน การพิมพ์ การโฆษณา และการสื่อความหมายโดยวิธีอื่น

การจำกัดเสรีภาพตามวรรคหนึ่งจะกระทำมิได้ เว้นแต่โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายเฉพาะเพื่อรักษาความมั่นคงของรัฐ เพื่อคุ้มครองสิทธิ เสรีภาพ เกียรติยศ ชื่อเสียง สิทธิในครอบครัวหรือความเป็นอยู่ส่วนตัวของบุคคลอื่น เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือเพื่อป้องกันหรือระงับความเสื่อมทรามทางจิตใจหรือสุขภาพของประชาชน

การสั่งปิดโรงพิมพ์ สถานีวิทยุกระจายเสียง หรือสถานีวิทยุโทรทัศน์ เพื่อลิดรอนเสรีภาพตามมาตรานี้ จะกระทำมิได้

การให้นำข่าวหรือบทความไปให้เจ้าหน้าที่ตรวจก่อนนำไปโฆษณาในหนังสือพิมพ์ สิ่งพิมพ์ วิทยุกระจายเสียง หรือวิทยุโทรทัศน์ จะกระทำมิได้ เว้นแต่จะกระทำในระหว่างเวลาที่ประเทศอยู่ในภาวะการสงครามหรือการรบ แต่ทั้งนี้จะต้องกระทำโดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายซึ่งได้ตราขึ้นตามความในวรรคสอง

เจ้าของกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนอื่นต้องเป็นบุคคลสัญชาติไทย ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ

การให้เงินหรือทรัพย์สินอย่างอื่นอุดหนุนหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนอื่นของเอกชน รัฐจะกระทำมิได้

มาตรา ๔๕

บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การพูด การเขียนการพิมพ์ การโฆษณา และการสื่อความหมายโดยวิธีอื่น

การจำกัดเสรีภาพตามวรรคหนึ่งจะกระทำมิได้ เว้นแต่โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย เฉพาะเพื่อรักษาความมั่นคงของรัฐ เพื่อคุ้มครองสิทธิ เสรีภาพ เกียรติยศ ชื่อเสียง สิทธิในครอบครัวหรือความเป็นอยู่ส่วนตัวของบุคคลอื่น เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือเพื่อป้องกันหรือระงับความเสื่อมทรามทางจิตใจหรือสุขภาพของประชาชน

การสั่งปิดกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนอื่นเพื่อลิดรอนเสรีภาพตามมาตรานี้จะกระทำมิได้

การห้ามหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนอื่นเสนอข่าวสารหรือแสดงความคิดเห็นทั้งหมด หรือบางส่วน หรือการแทรกแซงด้วยวิธีการใดๆ เพื่อลิดรอนเสรีภาพตามมาตรานี้ จะกระทำมิได้ เว้นแต่โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายซึ่งได้ตราขึ้นตามวรรคสอง

การให้นำข่าวหรือบทความไปให้เจ้าหน้าที่ตรวจก่อนนำไปโฆษณาในหนังสือพิมพ์ หรือสื่อมวลชนอื่น จะกระทำมิได้ เว้นแต่จะกระทำในระหว่างเวลาที่ประเทศอยู่ในภาวะสงคราม แต่ทั้งนี้จะต้องกระทำโดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายซึ่งได้ตราขึ้นตามวรรคสอง

เจ้าของกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนอื่นต้องเป็นบุคคลสัญชาติไทย

การให้เงินหรือทรัพย์สินอื่นเพื่ออุดหนุนกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนอื่นของเอกชนรัฐจะกระทำมิได้

มาตรา ๔๐

คลื่นความถี่ที่ใช้ในการส่งวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และวิทยุโทรคมนาคม เป็นทรัพยากรสื่อสารของชาติเพื่อประโยชน์สาธารณะ

ให้มีองค์กรของรัฐที่เป็นอิสระทำหน้าที่จัดสรรคลื่นความถี่ตามวรรคหนึ่ง และกำกับดูแลการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ

การดำเนินการตามวรรคสองต้องคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของประชาชนในระดับชาติและระดับท้องถิ่น ทั้งในด้านการศึกษา วัฒนธรรม ความมั่นคงของรัฐ และประโยชน์สาธารณะอื่น รวมทั้งการแข่งขันโดยเสรีอย่างเป็นธรรม

มาตรา ๔๗

คลื่นความถี่ที่ใช้ในการส่งวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และโทรคมนาคมเป็นทรัพยากรสื่อสารของชาติเพื่อประโยชน์สาธารณะ

ให้มีองค์กรของรัฐที่เป็นอิสระองค์กรหนึ่งทำหน้าที่จัดสรรคลื่นความถี่ตามวรรคหนึ่งและกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ

การดำเนินการตามวรรคสองต้องคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของประชาชนในระดับชาติและระดับท้องถิ่น ทั้งในด้านการศึกษา วัฒนธรรม ความมั่นคงของรัฐ ประโยชน์สาธารณะอื่น และการแข่งขันโดยเสรีอย่างเป็นธรรม รวมทั้งต้องจัดให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วมในการดำเนินการสื่อมวลชนสาธารณะ

การกำกับการประกอบกิจการตามวรรคสองต้องมีมาตรการเพื่อป้องกันมิให้มีการควบรวม การครองสิทธิข้ามสื่อ หรือการครอบงำ ระหว่างสื่อมวลชนด้วยกันเองหรือโดยบุคคลอื่นใด ซึ่งจะมีผลเป็นการขัดขวางเสรีภาพในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารหรือปิดกั้นการได้รับข้อมูลข่าวสารที่หลากหลายของประชาชน

มาตรา ๔๑

พนักงานหรือลูกจ้างของเอกชนที่ประกอบกิจการหนังสือพิมพ์ วิทยุกระจายเสียง หรือวิทยุโทรทัศน์ ย่อมมีเสรีภาพในการเสนอข่าวและแสดงความคิดเห็นภายใต้ข้อจำกัดตามรัฐธรรมนูญ โดยไม่ตกอยู่ภายใต้อาณัติของหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือเจ้าของกิจการนั้น แต่ต้องไม่ขัดต่อจรรยาบรรณแห่งการประกอบวิชาชีพ

ข้าราชการ พนักงาน หรือลูกจ้างของหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ ในกิจการวิทยุกระจายเสียงหรือวิทยุโทรทัศน์ ย่อมมีเสรีภาพเช่นเดียวกับพนักงานหรือลูกจ้างของเอกชนตามวรรคหนึ่ง

มาตรา ๔๖

พนักงานหรือลูกจ้างของเอกชนที่ประกอบกิจการหนังสือพิมพ์วิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ หรือสื่อมวลชนอื่น ย่อมมีเสรีภาพในการเสนอข่าวและแสดงความคิดเห็นภายใต้ข้อจำกัดตามรัฐธรรมนูญ โดยไม่ตกอยู่ภายใต้อาณัติของหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือเจ้าของกิจการนั้น แต่ต้องไม่ขัดต่อริยธรรมแห่งการประกอบวิชาชีพ และมีสิทธิจัดตั้งองค์กรเพื่อปกป้องสิทธิ เสรีภาพและความเป็นธรรม รวมทั้งมีกลไกควบคุมกันเองขององค์กรวิชาชีพ

ข้าราชการ พนักงาน หรือลูกจ้างของหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจในกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ หรือสื่อมวลชนอื่น ย่อมมีเสรีภาพเช่นเดียวกับพนักงานหรือลูกจ้างของเอกชนตามวรรคหนึ่ง

การกระทำใดๆ ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือเจ้าของกิจการ อันเป็นการขัดขวางหรือแทรกแซงการเสนอข่าวหรือแสดงความคิดเห็นในประเด็นสาธารณะของบุคคลตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสอง ให้ถือว่าเป็นการจงใจใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบและไม่มีผลใช้บังคับ เว้นแต่เป็นการกระทำเพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายหรือจริยธรรมแห่งการประกอบวิชาชีพ

มาตรา ๔๘

ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองจะเป็นเจ้าของกิจการหรือถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์ วิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ หรือโทรคมนาคม มิได้ ไม่ว่าในนามของตนเอง หรือให้ผู้อื่นเป็นเจ้าของกิจการหรือถือหุ้นแทน หรือจะดำเนินการโดยวิธีการอื่นไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมที่สามารถบริหารกิจการดังกล่าวได้ในทำนองเดียวกับการเป็นเจ้าของกิจการหรือถือหุ้นในกิจการดังกล่าว

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ยอมรับว่ายังอ่านไปไม่ถึงไหนเลย อ่านไปอ่านมา วางมันเฉยเลย
ว่าจะเปลี่ยนเป็นเลือกหมวดที่เกี่ยวข้องกับเราที่สุดแล้วเลือกอ่านอันนั้น แล้วว่าจะมาอ่านของปอนด้วย

#1 By ตุ้มเป๊ะ on 2007-08-11 08:32

เอิ๊ก . . . ข้าน้อย สับสน

#2 By riddler on 2007-08-11 08:54

ทำไมไม่เขียนให้มันอ่านง่ายๆหน่อย เพราะหนังสือที่แจกไป ไม่ค่อยมีคนอ่านเขาบอกว่าย่อยยาก...
อ่านเกริ่นนำเอ็นทรี่นี้ มีโดนกัดตอนท้ายด้วยแหะ ร้ายนักรีบไปปั้มเลยนะได้ไม่เท่าไหร่เองเดี๋ยวจะอัพใหม่แล้วด้วยหว่ะครับ ได้อ่านจากบล๊อกนี้มากกว่าที่ได้รับมาอีก

#4 By -Press F5- on 2007-08-11 19:44

น้องปอนในนี้ท่าจะมี vote no กันอ่ะ ยอมรับว่าการเมืองมันยุ่งยากวุ่นวายกันจังเลย

#5 By ตุ้มเป๊ะ on 2007-08-12 23:16

เป็นแรงผลักก็พอครับ อย่าให้ถึงกับ กดและดันเลย
จารย์ปอนนำทั้งสองฉบับมาเปรียบเทียบกัน ทำให้พอเห็นจะภาพชัดขึ้น แต่ก็ยังมึนๆ อยู่ดี...หมายถึงถ้าต้องตัดสินใจเลือกนะ เพราะคิดลึกๆ แล้ว มันเหมือนมีปัจจัยอื่นๆ นอกเหนือจากรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องที่ต้องคิดด้วย
ยังไงก็จะแวะมาอ่านจนกว่าจะถึงวันต้องตัดสินใจจริงๆ ขอบคุณนะครับ

#6 By วัชระ on 2007-08-13 00:40

พี่ตุ้มเป๊, คุณโอ้, คุณอะ-ศุ-จิ, พี่พี ครับตัวปอนก็ไม่ได้อ่านเหมือนกัน (อ่านที่ดาวน์โหลดมาแบบผ่านๆ ไปรอบนึงครับ) ปอนจะดูเฉพาะที่เอาไปสอนหนังสือน่ะครับก็แค่มาตราที่ปอนเขียนมานี่แหล่ะครับ การเมืองดูเหมือนมันวุ่นวายก็เพราะว่าเราไม่ใส่ใจและเรียกร้องสิทธิที่ควรจะได้จากมันครับ ก็เลยเป็นการเปิดทางให้คนเลวๆ เข้ามาหาประโยชน์ครับ ดังนั้นทนๆ เอาหน่อยนะครับอยู่ในประเทศไทยก็อย่างนี้แหล่ะครับ

คุณวัชระครับ การตัดสินใจบางครั้งเราก็ตัดปัจจัยอื่นๆ ไปได้ก็ดีนะครับหากเราคิดว่ามันดี มันก็เหมือนไปซื้อของลดราคานั่นแหล่ะครับเรารู้ว่าคุณภาพมันดี แต่ราคามันถูกกว่าซื้อตอนที่มันเพิ่งออกมาใหม่ๆ เพราะสินค้าที่ลดราคามักจะถูกมองว่าเป็นของถูกตกรุ่นเลหลัง "ภาพลักษณ์" มันย่อมต่างกับของที่เพิ่งออกมาใหม่ๆ

รัฐธรรมนูญอันนี้ก็เหมือนกันหากมองว่ามันมี "ภาพลักษณ์" ว่าเป็นของเผด็จการทหารหรือมีการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องมากมาย สืบทอดอำนาจ ฯลฯ มันก็เหมือนกับของลดราคา แต่หากเรามองคุณภาพของมันว่ามันโอเค...ดีกว่าอันเก่าเราก็ซื้อของได้ในราคาถูก แต่หากว่าเรามองว่าคุณภาพก็ไม่ดีแล้วยังไม่รู้จักยี่ห้อแถมยังขายแพงอีก ก็ไม่จำเป็นต้องซื้อครับ ...... เราเข้าใจกันใช่มั้ยครับเนอะ

#7 By ปอนปอน on 2007-08-14 01:47

จารย์ปอนนอนดึกนะครับ
ผมก็พูดให้ดูขลังๆ ไปงั้นเอง ที่จริงงงครับ อ่านแล้วย่อยยากมั่กๆ ไม่ว่าจะฉบับไหนก็ตาม
แต่ดูเหมือน entry ล่าสุดข้างบน จารย์ปอนจะเคี้ยวให้ละเอียดขึ้นอีก ดีครับ ได้กุศลหลายๆ แต่ลงชื่อไว้ใน ehtry นี้ก่อนนะครับ ส่วน entry ใหม่ติดไว้ก่อน ง่วงแร้ว

ออ เราเข้าใจกันครับ

#8 By วัชระ on 2007-08-14 02:18

อ่านแล้วสับสนเช่นกัน แต่ก็ยังดีที่อุตสาห์เอามาเปรียบเทียบให้ดูอ่ะครับ
เมื่อก่อนตอน ม.ปลายเคย ไปแข่งกฏหมายรัฐธรรมนูญด้วยแหละครับ
เป็นรัฐธรรมนูญ ปี 40 นี่แหละ
ตอนนั้นไม่รู้ทำได้ไง ท่องเท่านั้นที่ครองโลก
ผลแข่งขันก็ไม่ได้ติดอันดับอะไรเลยครับ
หลังจากนั้นก็ไม่เคยแตะรัฐธรรมนูญอีกเลย รวมถึงปัจจุบันก็เกลียดเรื่องการเมืองมาก ๆ ด้วย
"เรื่องเยอะ ไม่เห็นมีประสิทธิภาพ"

#9 By Ch@i on 2007-08-14 22:45

ปอนนอนประมาณตี 3 แทบทุกวันเลยครับ มันมีอะไรหลายอย่างต้องทำ แล้วก็ตื่นประมาณ 10 โมง แต่หากมีงานเช้าก็ตื่นประมาณ 6 โมงครับ... วันนี้ก็เช่นกันตั้งเป้าว่าจะตรวจข้อสอบกลางภาคให้เสร็จก่อนแล้วจะนอนครับ... คุณวัชระก็นอนดึกเหมือนกันนะครับ...ฮั่นแน้...

ปอนก็ไม่ค่อยจะได้อ่านหรอกครับคุณชัย จะเรียกว่าไม่เคยอ่านเลยด้วยซ้ำ แต่พอมาเรียนใหม่อีกรอบนึงมันจำเป็นต้องอ่าน เพราะดันเลือกมาเรียนนโยบายและการวางแผนการสื่อสาร มันเลยต้องดูนโยบายการสื่อสารตั้งแต่ระดับโลก ภูมิภาค แล้วก็ระดับประเทศด้วยน่ะครับ มันเลยจำเป็นต้องอ่าน

ส่วนเรื่องการเมืองก็เช่นกันครับปอนก็ไม่อยากจะสนใจเพราะเบื่อเห็นปัญหาอยู่แท้ๆ แต่แก้ไขอะไรไม่ได้ ปัญหาการเมืองของไทยมันหยั่งรากลึกมาตั้งแต่สมัยเปลี่ยนแปลงการปกครองแล้วหล่ะครับ เพราะว่าคนไทยยังไม่พร้อมในด้านความรู้และความเข้าใจจนกระทั่งปัจจุบันก็ยังคงเป็นเช่นนั้นอยู่ หนทางแก้ไขทางเดียวก็คือให้ความรู้ที่ถูกต้องในเรื่องของประชาธิปไตย แล้วเปลี่ยนทัศนคติ และค่านิยมของคนไทยใหม่ว่านักการเมืองคือ "คนรับใช้ประชาชน" ไม่ใช่ "เจ้านาย" เหมือนที่หลายๆ คนเชื่อกัน แล้วก็การเลือกตั้งไม่ใช่ประชาธิปไตยทั้งหมด แต่การมีส่วนร่วมตรวจสอบการทำงานของรัฐ จากตัวเรานั่นแหล่ะคือประชาธิปไตย หากทำได้สองอย่างนี้ก็หมดปัญหาแล้วครับ

#10 By ปอนปอน on 2007-08-15 01:32

embarrassed tongue big smile confused smile question tongue angry smile confused smile open-mounthed smile wink tongue confused smile open-mounthed smile surprised smile surprised smile surprised smile angry smile confused smile question big smile angry smile embarrassed double wink surprised smile

#11 By (114.128.183.58) on 2009-06-14 11:17