หล่อนคือ แม่ ที่ซนและเข้มแข็ง
posted on 22 Aug 2007 02:15 by sloppythinking in Liveแม่ ของปอนอาจจะเหมือนแม่กับของหลายๆ คน แต่สิ่งที่แม่ของปอนอาจไม่เหมือนกับแม่ของคนอื่นๆ น่าจะเป็นความ ซน ที่มีอยู่เสมอ เอ็นทรี่นี้ปอนขอเผาแม่สักครั้งเนื่องในวันแม่ เพราะหล่อนคงจะไม่รู้ตัวว่าปอนมาแฉให้สาธารณชนได้อ่านอย่างนี้ (แต่คิดว่าคงไม่ค่อยมีคนอ่านมั้งครับ) เหตุการณ์ต่างๆ เท่าที่นึกได้และที่แม่เล่าให้ฟังถึงความ ซน ของตัวเองก็มีเหตุการณ์หลายๆ อย่างครับ
หล่อนติดวีดีโอเกมส์
หลายๆ คนหากย้อนไปในวัยแฟนฉัน (สำหรับเฮีย ก. คงกำลังเป็นหนุ่มๆ อยู่ ส่วนพี่พีน่าเรียนอยู่มหาวิทยาลัยฯ) สมัยนั้นเด็กๆ จะใฝ่ฝันที่จะมีวีดีโอเกมส์แฟมิลี่เครื่องสีขาวแดงมีเกมส์เป็นตลับๆ ไว้เล่น ประดับความทันสมัยและความอยากของวัยเด็กที่มีเกมส์สนุกสนานให้เล่นเช่น มารีโอ แพคแมน เตอร์ติส ยานอวกาศ ฯลฯ ซึ่งปอนก็เป็นหนึ่งในนั้นที่มีความอยากเล่นเหมือนกันหลังจากที่ไปอิงแอบบ้านญาติๆ เล่นมาหลายเพลา
ในสมัยนั้นปอนจำได้ว่าเครื่องหนึ่งก็เป็นพันถ้าจำไม่ผิดน่าจะสองพันกว่าบาท ซึ่งถือว่าเป็นจำนวนเงินเยอะมากในสมัยนั้น และที่บ้านฐานะก็อยู่ในระดับปานกลางแค่พอมีพอกินพอใช้สำหรับห้าหกคนได้พอดีไม่มีเก็บหอมรอมริบสักเท่าไหร่นัก การได้วีดีโอเกมส์เครื่องนี้มาจึงเป็นเรื่องที่ยากเย็นแสนเข็ญยิ่งนัก
ปอนจำความได้ว่ากว่าจะได้มาปอนต้องร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือดอยู่เป็นเวลาหลายวัน โดยที่นังพี่สาวตัวดีทั้งสองไม่ได้มีส่วนร่วมในการเรียกร้องแต่อย่างใดพอได้มามันกลับยึดครองซะเฉยเลย ทำให้เกิดกรณีพิพาทขึ้นในบรรดาพี่น้องทั้งสาม
ด้วยเหตุนี้เอง ทำให้แม่จึงต้องเข้ามาระงับข้อพิพาทเป็นระยะๆ ทำให้หล่อนเริ่มเข้ามามีส่วนร่วมในวีดีโอเกมส์เป็นระยะๆ จนในที่สุดพวกปอนก็ต้องสอนให้หล่อนเล่นเกมส์และในที่สุดหล่อนก็เริ่มยึดครองโดยการเล่นอย่างเมามันเพียงผู้เดียวลูกๆ ก็ได้แต่มองตาปริบๆๆๆ เกมส์ที่หล่อนนิยมเล่นมากที่สุดคือเกมส์แพคแมน ที่เป็นตัวกลมๆ อ้าปากผงาบๆๆๆ ในช่องสี่เหลี่ยมเหมือนเขาวงกตวนไปวนมาหล่อนเล่นจนเคลียร์เกมส์ ทั้งๆ ที่ลูกๆ ไม่สามารถขนาดนั้น
และก็เล่นทุกๆ วัน หลายครั้งที่เล่นตั้งแต่ลูกยังไม่นอนจนกระทั่งลูกนอนหลับแล้วก็ยังไม่เลิกเล่น บางครั้งเล่นจนกระทั่งถึงตี 3 ก็บ่อยครั้งทำให้กว่าจะลุกขึ้นมาทำงานและดูลูกแต่งตัวไปโรงเรียนทำได้อย่างยากลำบาก แต่หล่อนก็สามารถมาควบคุมลูกๆ จนกระทั่งขึ้นรถที่มีสารถี (พ่อ) ขับไปส่งลูกๆ ที่โรงเรียนได้ และหล่อนจึงจะออกไปทำงาน
แม่มาเลิกเล่นวีดีโอเกมส์แฟมิลี่เมื่อเครื่องนั้นปุ่มกดพังจึงได้เลิกเล่นไป
หล่อนเริ่มติดเกมส์กดตามมา
หลังจากนั้นมาลูกๆ อยากได้เกมส์กดที่เด็กๆ นิยมกันต่อมาจากวีดิโอเกมส์ ก็มีการเรียกร้องอีกเช่นกันและในที่สุดก็ได้มาตอนนั้นถึงแม้ว่าเครื่องหนึ่งจะไม่กี่ร้อยบาท แต่ก็ค่อนข้างยากเหมือนกันกว่าจะได้มา เกมส์กดในขณะนั้นจะเป็นเครื่องละหนึ่งเกมส์ไม่มีปัญญาซื้อเกมส์บอยครับ แล้วอีกอย่างหนึ่งปอนก็ไม่ได้เป็นบอย (boy) เสียด้วย พอเริ่มเบื่อก็วางทิ้งไว้ แม่ก็หยิบเอามาเล่นโดยมีลูกๆ คอยสอนให้อีกเช่นเดิม
เกมส์ที่หล่อนเล่นในเกมส์กดนั้นคือเกมส์เตอร์ติสที่มีสี่เหลี่ยมเป็นแท่งๆ เอามาเรียงต่อกันเมื่อได้ครบแถวก็จะได้คะแนนทุกคนคงรู้จักกันดีอยู่แล้ว เกมส์กดนี้หล่อนเล่นจนพังไปประมาณ 7-8 เครื่องซึ่งส่วนใหญ่จะพังเพราะปุ่มที่กดไม่สามารถกดบังคับได้แล้วจึงจะซื้อเครื่องใหม่ หรือบางเครื่องก็พังเพราะใช้ปาพ่อดับความรำคาญ
จนในที่สุดความนิยมในเกมส์กดก็เสื่อมถอยไป.... จนมาสู่
เริ่มติดเกมส์ในคอมพิวเตอร์
เมื่อประมาณสิบห้าสิบหกปีก่อน คอมพิวเตอร์เพิ่งเริ่มถูกนำมาใช้เพื่อการทำงานในหน่วยงานต่างๆ ซึ่งหน่วยงานของแม่เป็นหน่วยงานแรกๆ ในจังหวัดที่นำคอมพิวเตอร์มาใช้ในการทำงานตั้งแต่เป็นจอโมโนโครมสีเขียวดำ มากกว่า 20 เครื่อง แม่ก็จำเป็นต้องเรียนรู้การใช้คอมพิวเตอร์เช่นกัน ด้วยเหตุนี้ปอนจึงเริ่มเข้าสู่การทำความรู้จักกับคอมพิวเตอร์ตั้งแต่นั้นมา ณ ขณะนั้นเกมส์ในคอมพิวเตอร์ยังไม่ค่อยมีสักเท่าไหร่ แต่แม่ก็เป็นคนแรกๆ ที่ได้ทำความรู้จักกับคอมพิวเตอร์เครื่องมือทันสมัยไฮเทคที่สุดแห่งยุค
จนกระทั่งปอนเรียนอยู่ชั้น ม. 3 ที่บ้านพอมีกำลังจะซื้อคอมพิวเตอร์ได้จึงรุ่น 486DX2 66 หลายคนคงจำได้นะครับ การวิวัฒนาการของเกมส์จึงเปลี่ยนความสนใจจากเกมส์กดที่เล่นๆ ไปแล้วก็พังมาเป็นการเล่นในคอมพิวเตอร์ โดยที่ลูกๆ ไม่เคยสนใจเกมส์คอมพิวเตอร์เลยแต่แม่ก็ได้ไปสรรหามาจากโปรแกรมเมอร์ที่ทำงาน หล่อนก็นั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์เพื่อเล่นเกมส์เตอร์ติสเวอร์ชั่นคอมพิวเตอร์ตลอดทุกๆ วัน ประมาณวันละ 3-4 ชั่วโมง
ในปัจจุบัน เครื่องคอมพิวเตอร์ที่บ้านเปลี่ยนมาสู่เครื่องที่ 3 (ไม่นับแลปท็อปของปอนซึ่งหล่อนกำลังเล็งอยู่เช่นกัน) แล้วและมีแนวโน้มที่หล่อนจะเบื่อและเปลี่ยนได้ในระยะเวลาอันใกล้ หล่อนใช้เวลากับเกมส์ Egg Sucker หรือเกมส์ยิงไข่นั่นเอง และเกมส์ Magic line เกมส์ที่เป็นตารางสี่เหลี่ยมแล้วให้เรียงลูกบอลสีต่างๆ ให้เป็นแนวแล้วจะได้คะแนน หล่อนเล่นไม่ใช่ฝีมือระดับเด็กๆ นะครับ แต่คะแนนหลายพันขึ้นแทบทั้งนั้น ปอนยังไม่สามารถเล่นได้เท่าเลย
อินเทอร์เนตกับแม่
ช่วงระยะเวลาสองสามปีมานี้หล่อนก็มีของเล่นใหม่คืออินเทอร์เนต ในอินเทอร์เนตหล่อนนิยมเข้าเว็บไซต์ของลิเกยอดนิยมนั่นก็คือ เว็บไซต์ของกุ้ง สุทธิราช วงศ์เทวัญ และไชยา มิตรชัย ถือว่าเป็นธรรมเนียมทุกครั้งที่หากลิเกสองคณะนี้มาเล่นในจังหวัดปริมณฑลของพิษณุโลกไม่ว่าจะเป็น นครสวรรค์ พิจิตร กำแพงเพชร สุโขทัย อุตรดิตถ์ หล่อนจะต้องบังคับให้ปอนไปดูด้วยพร้อมๆ กับเอากล้องถ่ายรูปไปถ่ายรูปในขณะลิเกกำลังเล่นอยู่ เพื่อมาโพสต์ลงในเว็บบอร์ดแฟนคลับโดยเฉพาะของกุ้ง สุทธิราชที่ชื่นชมเป็นพิเศษ
ทุกวันนี้หากได้ไปดูและถ่ายรูปมาแล้วหล่อนก็จะจัดการปรับขนาดรูปจากกล้องดิจิตอล แล้วก็โพสต์ลงเว็บบอร์ดเอง หลังจากที่ปอนสอนอย่างยากเย็นจนหล่อนทำเป็นจนคล่อง หล่อนมักจะโพสต์ครั้งหนึ่งไม่ใช่น้อยๆ ทำให้สั่นสะเทือนแวดวงเว็บบอร์ดของกุ้งทุกครั้ง คนอื่นอาจโพสต์เพียงสี่ห้ารูปเป็นอย่างมาก แต่หล่อนโพสต์ครั้งหนึ่งกว่ายี่สิบรูป (ไปดูครั้งหนึ่งถ่ายมากกว่าแปดสิบรูปจนเต็มเมมโมรี่การ์ดครับ) บางครั้งโพสต์จนกระทั่งถึงตีสองตีสาม ซึ่งหล่อนก็สามารถตื่นเช้าไปทำงานได้ตามปกติ และหล่อนจะติดตามข่าวคราวลิเกทางเว็บไซต์ทุกวันและมักจะนำมาวิพากษ์วิจารณ์ให้ฟังอยู่เสมอๆ ถือเป็นกิจวัตรประจำวัน
ล่าสุด เว็บบอร์ดของกุ้งสุทธิราชบังคับให้ต้องสมัครสมาชิกถึงจะโพสต์ได้ ปรากฏว่าหล่อนก็สมัครครับ...... โดยใช้ชื่อปอน อีเมล์ของปอน เบอร์โทรของปอนสมัครเป็นสมาชิก ปอนก็ถามว่าทำไมไม่ใช้ชื่อตัวเองล่ะ หล่อนก็บอกกลับมาว่า ก็ใช้ชื่อปอนไปนั่นแหล่ะ เดี๋ยวมันรู้แม่อาย
หล่อนชอบดูลิเกคณะกุ้ง สุทธิราช
อาการดังกล่าวเพิ่งจะมาเป็นเมื่อสองสามปีที่ผ่านมา หลังจากที่ไม่รู้ว่าคนแถวนี้ไปร่ำรวย (หากุ้งสุทธิราชมาเล่นแถวๆ นี้ราคาประมาณ 250,000.- บาทต่อครั้งไม่รวมค่าอาหารที่เจ้าภาพจะต้องทำเลี้ยงคณะลิเกอีกเกือบ 100 คน แต่ไชยา มิตรชัย ประมาณ 280,000.- บาท) มาจากไหนจ้างกุ้งมาเล่นถี่มาก โดยเฉลี่ยแล้วปีละประมาณ 4-5 ครั้ง ทำให้หล่อนอยู่ไม่สงบสุข เมื่อรู้วันเวลา และสถานที่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว หล่อนก็จะแจ้งทีมงานให้ทราบเพื่อเดินทางไปในทันทีหลังจากเลิกงานแล้วซึ่งหากปอนกลับมาบ้านมักจะโดนหางเลขไปด้วย เนื่องจากต้องไปถ่ายรูปให้หล่อนเพื่อเก็บไว้ดูแล้วมาโพสต์ลงเว็บบอร์ด และถือเป็นธรรมเนียมคือแม่ขับรถตอนไปส่วนปอนจะขับรถตอนกลับ

กุ้ง สุทธิราช วงศ์เทวัญ
มีอยู่ครั้งหนึ่งหลังจากที่ดูลิเกมาอย่างตรากตรำปอนก็เบื่อเต็มทีที่จะดูเพราะเนื้อเรื่องก็ไม่ค่อยต่างกันในแต่ละครั้ง หากยิ่งเป็นไชยาด้วยแล้วเล่นเรื่องซ้ำเดิมทุกครั้ง (ปอนมองว่าไม่รับผิดชอบต่อผู้บริโภค เอาเปรียบทั้งๆ ที่ค่าตัวแพงกว่าแต่พอเที่ยงคืนปุ๊บยังไม่ทันจะจบเรื่องเลิกทันที แล้วก็หนีเข้ารถขับออกไป แต่กุ้งถึงจะดึกอย่างไรก็ต้องให้จบเรื่องประมาณ ตีหนึ่งแทบทุกครั้งและยืนส่งคนดูบนเวทีจนหมดแล้วถึงจะเข้าโรง) ด้วยการดูกระหน่ำช่วงซัมเมอร์ขนาดนี้ปอนจึงยื่นคำขาดว่าจะไม่ไปอีกแล้วเบื่อหากหมด season ของลิเกในแถบนี้ก็ตกลงกันอย่างดี
แต่สัจจะย่ำไม่มีในหล่อน เมื่อดูลิเกอย่างติดลมแล้วจึงขอสั่งลาก่อนหมด season คณะกุ้ง สุทธิราชจะเล่นที่อยุธยาตลาดเจ้าพรหมถือว่าเป็นการเล่นครั้งสุดท้ายของ season ปอนเห็นว่ามันไกลไปเพราะเท่าที่ผ่านมาก็จะไปดูแค่จังหวัดใกล้ๆ ข้างต้น แต่นี่อยุธยามันไกลมากจากบ้านเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง แต่หล่อนก็ขอร้องว่าขอไปเถอะครั้งสุดท้ายแล้วววววววว........
ถึงแม้ว่าเป็นห่วง แต่ถ้าปล่อยไปหล่อนก็จะเคยตัวปอนก็บอกว่าหัวเด็ดตีนขาดยังไงก็ไม่ไปทุกท่านกรุณาลองนึกดูนะครับ ออกจากพิษณุโลกตอน 5 โมงเย็น (หล่อนพร้อมทีมงานลางานครึ่งวันเพื่อมาเตรียมตัวในการไปดูลิเกในครั้งนี้) ไปถึงอยุธยาประมาณ 2 ทุ่ม ลิเกเลิกประมาณตีหนึ่ง กลับมาถึงบ้านประมาณตีสี่ แต่ในที่สุดหล่อนก็มีข้อต่อรองที่ทำให้เราต้องไปจนได้... ในที่สุดปอนก็ต้องไปและกลับมาถึงบ้านตีสี่จริงดังคาด แต่หล่อนก็สามารถตื่นไปทำงานตอนเช้าได้อีกเช่นเคย
หล่อนห้าว โหด แต่ใจดี
เมื่อสามสี่ปีก่อนที่บ้านเพิ่งจะมีรั้วเป็นของตัวเอง ด้วยความซนของหล่อนจึงปิ๊งไอเดียว่า เราจ้างช่างมาก่อรั้วแล้วเพิ่มเติมส่วนครัวด้านข้างบ้านอย่างเดียวส่วนสีเราทากันเองเถอะ คำว่าเรา ณ ที่นี้หมายถึงปอนกับแม่เท่านั้นนะครับ ส่วนพ่อลอยตัวไปอยู่ในวงเหล้าของเขาเท่านั้น ปอนก็ถามว่าแน่ใจหรอมันร้อนนะแล้วต้องทาเยอะด้วยทั้งครัวแล้วก็รั้ว (รั้วหน้าบ้านยาวประมาณ
หลังจากถกเถียงเรื่องสีรั้วจนสำเร็จเสร็จสิ้น ก็เริ่มลงมือทากันสองแม่ลูกต่างก็ช่วยกันทาสีแม่ทาพื้นที่ที่สามารถเอื้อมมือถึง แต่ปอนต้องทาที่สูงโดยการปีนบันไดขึ้นไปทาประเภทหัวเสาท่ามกลางแดดที่แผดเผา ใช้เวลาเกือบๆ เดือน จึงสำเร็จเสร็จสิ้นทำให้รั้วบ้านเป็นรั้วที่สวยที่สุดในซอย นอกจากสีอันสดสวยแล้วยังมีการปลูกต้นไม้ดอกไม้ให้บานสะพรั่งอีกด้วย ในรูปนี้จะเห็นว่าปลูกว่านสี่ทิศและที่เห็นเขียวๆ คือดอกพรมญี่ปุ่นตอนที่ถ่ายมันหุบหมดแล้วครับ หากแดดออกเดี๋ยวไปถ่ายให้ดูใหม่ สภาพรั้วที่เห็นนี้เป็นการทาครั้งที่สองให้ช่างมาทาใหม่ครับช่วงที่ปอนบูรณะบ้านเมื่อสองเดือนก่อน โดยที่หล่อนบอกว่าทาไม่ไหวแล้ว

นี่แหล่ะครับ รั้วคนยาก....
ในอดีตขณะที่หล่อนกำลังท้องพี่สาวปอนอยู่ หล่อนเล่าให้ฟังว่าในวันหนึ่งโมโหพ่อมากเนื่องจากกินเหล้าไม่ยอมกลับบ้านสักที แม่ปอนเลยขี่รถไปตามเห็นวงเหล้าปูเสื่อนั่งอยู่ที่พื้นหล่อนจึงขี่รถพุ่งเข้าไปกลางวงเหล้าทันที ผลก็คือกระเจิงวิ่งหนีวงแตกไปคนละทิศละทาง และเรื่องจานบิน เกมส์กดบิน ขวดเหล้าบิน ฯลฯ เป็นเรื่องปกติที่พบเห็นได้ตลอดระยะเวลา ในขณะที่สาวๆ หล่อนยังเคยเอาปืนมายิงไล่พ่อจนแทบหนีไม่ทันเมื่อรู้ว่ากำลังจะจับปลาสองมือ
และหล่อนยังขับรถยนต์ได้เป็นคนแรกของบ้าน ตอนที่ซื้อรถยนต์คันแรกของบ้านมาหล่อนยังสอนพ่อขับรถทุกวัน และปอนกับพี่สาวคนกลางก็ได้หล่อนเป็นคนสอนขับรถให้ทั้งๆ ที่วันที่ปอนหัดขับวันแรก (ตอน ม. 3) ปอนไปชนรถอีกคันหนึ่งจนหน้ารถพังยับยูยี่ จนกลัวการขับรถไม่กล้าขับอีกเลย แต่หล่อนก็ตวาดว่าไม่หัดขับมันจะเป็นได้หรอ โดยที่หล่อนไม่ได้ว่าเราเรื่องที่ขับรถไปชนเลยแม้แต่น้อย
ฯลฯ
ความทรงจำเกี่ยวกับแม่มีมากมาย สิ่งที่แม่ทำตลอดมาสะท้อนให้เห็นถึงความรัก ความเอาใจใส่ที่มีต่อลูกๆ คอยอบรมสั่งสอนในทุกๆ อย่างแต่ก็เชื่อบ้างไม่เชื่อบ้าง ลักษณะที่สำคัญอีกประการหนึ่งก็คือ รู้ทันลูก ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่พ่อแม่สมัยนี้มักจะขาดหายไป แม่ปอนจบการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) สาขาบัญชี แม่ไม่ยอมไปเรียนต่อเพื่อเพิ่มขั้นเพิ่มเงินเดือนให้กับตัวเองตอนกลางคืนหลังเลิกงาน เพราะแม่บอกว่าลูกจะไม่มีใครดู จะปล่อยให้อยู่บ้านกับตาก็ไม่ได้ส่วนพ่อพอเลิกงานก็ไปตามทางของเขา (ตั้งวงกินเหล้า) แม่จึงต้องอยู่คอยดูลูก
ลูกทั้งสามคนไม่มีใครสามารถหลอกเอาเงินเพิ่มจากแม่ได้เลย นอกจากวิธีการเม้มเงินทอนซึ่งแม่ก็รู้แต่ก็ทำใจพอจะได้ เพราะแม่ค่อนข้างมีเครือข่ายที่กว้างขวางหูตาของแม่มีอยู่ทั่วเมือง
แม่เป็นคนประหยัด แต่เวลาซื้อของหล่อนก็ซื้อซะจนน่าตกใจ เช่น หล่อนนึกจะซื้อแหวนเพชรหล่อนก็ไปซื้อ แต่ลูกจะซื้อกางเกงสักตัวค้อนแล้วค้อนอีก หากการซื้อมีเหตุผลสมควรแก่การเพิ่มสติปัญญาของลูกแม่ก็จะซื้อให้ แต่ส่วนใหญ่มักจะไม่ซื้อเพราะลูกอยากได้อะไรแต่ละอย่างมักไม่ได้เกื้อหนุนกับสติปัญญาสักเท่าไหร่ หากอยากได้อะไรแม่มักจะให้เก็บเงินซื้อเองซึ่งปอนก็ทำเช่นนั้นมาตลอด แต่หากไม่พอก็ขอยืม (ลืม) แม่บ่อยๆ
ปีหน้าแม่ก็ปลดเกษียณแล้ว คงจะมีความสุขกับการปลูกต้นไม้ หาหมัดหาเห็บให้หมาที่แม่ดูแลเหมือนลูก เพราะแม่บอกว่าหมาที่เราเลี้ยงเราก็ต้องคอยดูแล คอยคุยกับมันเรื่อยๆ มันจะได้เชื่องและเลี้ยงง่ายๆ เอ...หรือว่าปอนจะหาเรื่องให้แม่ไปเฝ้าร้านไอศกรีมของปอนดีนะ.....
ปอนเองครับ
ปัจฉิมลิขิต : แม่ของทุกๆ คนเป็นอย่างไรกันบ้างครับ เอ็นทรี่นี้โชว์แม่ของตัวเองได้เต็มที่เลยนะครับ อย่าเอาแม่มาเผาเหมือนปอนเลยนะครับ
เมื่อก่อนตอนที่ปอนยังไม่ได้ซื้อแลปท็อปจะใช้เครื่องคอมทีต้องรอหล่อนเผลอถึงจะได้ใช้น่ะครับ
อ้าวแล้วคุณมายาเฮียเอาไปไว้ไหนล่ะครับ ทำไมเฮียหลายใจจังเลย
แล้วเฮียจะมีลูกหรอครับอย่าเลยน่า
(เฮียๆ อาจไม่เข้าใจ) ถ้าจําไม่ผิด
famicom น่าจะราคา 2,500 ครับ
2.ตลาดเจ้าพรหมอยู่ห่างบ้านผมนี๊ดดดเดียว เอง
ถ้ามาอีกอย่าลืมบอกผมนะ
3.ตอนผมหัดขับแล้วชนครั้งแรก
ก็เล่นเอาไม่อยากขับอยู่นานเลย
#1 By riddler on 2007-08-22 08:29