นาฏกรรมสัตว์เลี้ยง
posted on 30 Aug 2007 00:37 by sloppythinking in Liveหลายคนอาจเคยได้ยินคำว่า "นาฏกรรม" กันจนคุ้นหูเป็นอย่างดีแต่ความหมายของนาฏกรรมตามที่คัดลอกมาจากเว็บไซต์ ลองดูดิกท์ มีความหมายตามนี้ครับ
| นาฏกรรม | [N] dramatic works, Syn. การละคร, การฟ้อนรำ, Example: เดือนนี้มีการจัดแสดงนาฏกรรมที่ท้องสนามหลวงอย่างต่อเนื่องเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว, Thai definition: งานเกี่ยวกับการรำ การเต้น การทำท่า หรือการแสดงที่ประกอบขึ้นเป็นเรื่องราว และหมายความรวมถึงการแสดงโดยวิธีใบ้ด้วย, Notes: (สันสกฤต) |
ที่จั่วหัวเรื่องนาฏกรรม ก็เนื่องมาจากอ่านบล็อกของหลายๆ คน ได้เขียนเรื่องชีวิตของตัวเองในเชิงโศกนาฏกรรมเสียเป็นส่วนใหญ่ทำให้เห็นถึงชีวิตของคนดูไปดูมาก็เปรียบเหมือนเป็นนาฏกรรมเรื่องหนึ่งซึ่งมีความยาวเท่ากับอายุขัยของคนๆ หนึ่ง มีทั้งสุข โศก รันทด ผิดหวัง สมหวัง คละเคล้ากันไปบางคนมีเยอะบางคนมีน้อย แล้วแต่บุญ และกรรมของแต่ละคนที่ทำมา
นอกจากชีวิตของมนุษย์แล้ว ปัจจุบันชีวิตของสัตว์เลี้ยงก็ได้ถูกมนุษย์นำมาผูกติดกับสังคมของตนเองเช่นกัน สัตว์เลี้ยงจึงไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้เลยที่จะถูกชักจูงเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในนาฏกรรมของมนุษย์ วันนี้ปอนจะขอพูดถึงนาฏกรรมของสัตว์เลี้ยงที่ได้ประสบพบเจอมานะครับ
สัตว์เลี้ยงถูกนำมาเป็นตัวละครในนาฏกรรมของความรักเชิงชู้สาว
ที่ใช้คำว่าเชิงชู้สาว ก็เพราะว่าปัจจุบันสังคมค่อนข้างจะยอมรับความสัมพันธ์รูปแบบนี้นอกเหนือจากที่เกิดขึ้นระหว่างเพศชายและหญิง แต่ได้ขยายไปทั้งระหว่างชายกับชาย และหญิงกับหญิงด้วยเช่นกัน สัตว์เลี้ยงที่ถูกนำมาใช้ในนาฏกรรมของความรักนี้มักจะเป็นสุนัข พันธุ์ต่างประเทศตัวไม่ใหญ่มากนักเหมาะที่จะอุ้มเพื่อนำไปไหนต่อไหนด้วย เพื่อแสดงถึงความรักและการที่เจ้าของไม่ตกเทรนด์ (trend) ที่คู่รักมักจะมอบสัตว์เลี้ยงไว้เพื่อแทนใจกัน (ให้ดูต่างหน้าเพราะหน้าตาคงเหมือนกับสิ่งที่ให้) และให้รักเหมือนลูกแท้ๆ ของตัวเอง ดังนั้นนาฏกรรมของสัตว์เลี้ยงก็คือการเป็นตัวแทนที่น่ารักของความรัก
ผลที่ตามมาก็คือ
1. สัตว์เลี้ยงอาจเป็นง่อยเพราะมักจะถูกอุ้มเสมอเมื่อเวลาที่ไปไหนต่อไหนกับเจ้าของ
2. เมื่อโตขึ้นแล้วจะถูกเปลี่ยนมืออย่างรวดเร็วไปสู่การแสดงเป็นนาฏกรรมภาระต่อบุพการีของผู้เลี้ยง
3. หากเลิกกันแล้ว.. สัตว์เลี้ยงดังกล่าวอาจถูกกำจัดไปให้พ้นหูพ้นตาเพื่อไม่ให้เจ็บปวดใจเมื่อพบเจอ ส่วนใหญ่มักเปลี่ยนมือไปสู่ผู้ที่ให้มาแล้วถูกนำไปส่งต่ออีกทีให้กับคนรักใหม่ หรือปล่อยเป็นสัตว์จรจัด หรือเป็นสัตว์เลี้ยงในวัดให้พระท่านอบรมสั่งสอน
4. หรือสัตว์เลี้ยงอาจจบชีวิตลงอย่างอนาถจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ อันนี้มีกรณีตัวอย่างเห็นมากับตาครับ
เย็นวันหนึ่ง... หลังจากสอนติดต่อกันเป็นเวลา 3 ชั่วโมงเต็มๆ ก็ขับรถออกจากมหาวิทยาลัยฯ ผ่านคลองชลประทานซึ่งจะต้องเลี้ยวขวาเพื่อขึ้นสะพานข้ามคลอง เมื่อเลี้ยงออกมาก็เห็นนิสิตชาย (คนขี่) หญิงคู่หนึ่งขี่รถกันมาด้วยความสุขใจอยู่บริเวณไหล่ทางช่องทางจราจรด้านขวามือคงกำลังมุ่งหน้ากลับมหาวิทยาลัยฯ หน้ารถมอเตอร์ไซค์นั้นมีสุนัขพันธุ์พุดเดิ้ลอยู่ตัวหนึ่งนั่งอยู่ตะกร้าหน้ารถ ปอนเลี้ยวขวามาเรียบร้อยแล้ว พร้อมๆ กับรถมอเตอร์ไซค์ของสองคนนั้นมาเกือบๆ ถึงราวสะพานพอดี
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไรพุดเดิ้ลน้อยตัวนั้นก็ตกลงมาจากตระกร้าหน้ารถพร้อมๆ กับกลิ้งไปสองตลบ พอตั้งหลักได้ด้วยความตกใจก็วิ่งๆๆ หน้าตาตื่นย้อนกลับไปทางเดิม ตอนแรกๆ ก็วิ่งอยู่บนไหล่ทาง (ตอนนี้ปอนขับรถเลยสถานการณ์ดังกล่าวมาแล้วและกำลังจะขึ้นสะพานข้ามแม่น้ำ แต่ยังสะเออะมองผ่านกระจกมองข้างและกระจกหลังไปด้วย) แล้วก็วิ่งออกมาบริเวณถนนที่มีเพียง 2 ช่องทางจราจรเท่านั้น และในที่สุดทั้งๆ ที่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นปอนก็ยังมองผ่านกระจกอยู่นั่นเอง (มีแอบเอามือปิดตาแล้วมองลอดช่องนิ้ว ทั้งๆ ที่ขับรถอยู่.....เด็กๆ ไม่ควรเอาเยี่ยงอย่างนะครับ)
มีรถ CRV คันหนึ่งลงสะพานมาจากสะพานข้ามแม่น้ำที่อยู่ถัดจากสะพานข้ามคลองชลประทานไป (ขับสวนปอนไปนั่นเอง)กำลังพุ่งดิ่งลงมาอย่างไม่คิดจะเบรกทั้งๆ ที่เห็นพุดเดิ้ลน้อยตัวนั้น และรถคันนั้นก็ชนทันที พร้อมๆ กับรถยนต์อีกคันที่ตามหลังมาก็ทับอีกรอบพุดเดิ้ลน้อยตัวนั้นสงบนิ่งไม่ไหวติง ภาพสุดท้ายที่ปอนเห็นคือผู้หญิงรีบวิ่งมาที่กลางถนนพร้อมกับโอบอุ้มร่างของพุดเดิ้ลตัวนั้นแล้ววิ่งเข้าไปกอดแนบอกพร้อมกับร้องไห้โดยมีผู้ชายยืนตื่นตะลึงและทำท่าทางสลดอยู่ด้านหลังของผู้หญิงคนนั้น..... ความเศร้าใจเกาะกินไปตลอดทางพร้อมๆ กับโทษตัวเองว่าเราสามารถช่วยหมาน้อยตัวนั้นได้หากเราเลี้ยวรถเอาไปขวางถนนเข้าไว้มันก็จะไม่โดนรถชน.... แต่รถเราก็อาจโดนชนเข้าเต็มคันเช่นกัน...............
สัตว์เลี้ยงถูกนำมาเป็นตัวแทนของลูกและบุตรหลาน
นาฏกรรมของสัตว์เลี้ยงที่ต้องเป็นลูกเป็นหลานของมนุษย์มักพบเห็นได้บ่อยๆ และเยอะมากขึ้นทุกทีๆ เพราะลูกหลานไม่ค่อยจะอยู่กับพ่อ แม่ ปู่ ย่า ตา ยาย หรือลูกหลานบางคนอาจให้ความสำคัญกับงานมากกว่าครอบครัวครับ (เอ....ใครน๊า...อยากรู้ลองไปอ่านที่นี่นะครับ) สัตว์เลี้ยงเหล่านี้ก็มักจะให้ความรักตอบอย่างเต็มเปี่ยมกลับไปเช่นกัน ดังจะเห็นตัวอย่างหลายๆ กรณีที่แม้ว่าเจ้าของจะไม่มีชีวิตอยู่แล้วสัตว์เลี้ยงเหล่านี้ก็จะนั่งเฝ้าอยู่ไม่ยอมห่างไปไหน หรือสัตว์เหล่านี้จะพยายามช่วยชีวิตเจ้าของอย่างถึงที่สุดเช่นสู้กับงู หรือตามคนมาช่วย หรือสู้เพื่อเจ้าของจนตัวเองตาย
ถือว่าเป็นความรักที่บริสุทธิ์ไม่มีผลตอบแทนเข้ามาเกี่ยวข้องอย่างแท้จริง และเหมือนว่าสัตว์เลี้ยงเหล่านี้และคนเลี้ยงมีความสัมพันธ์ทางความรู้สึกอย่างเหนียวแน่น ละเอียดอ่อนเช่นความรักที่บุพการีและบุตรมีให้กันอย่างแท้จริง
ผลที่ตามมาก็คือ
1. ความเสียใจเมื่อจากกัน ทั้งการจากเป็นหรือจากตาย บ่อยครั้งที่บ้านปอนร้องไห้กันทั้งบ้านแม้แต่พ่อ เมื่อแมวหรือหมาที่เลี้ยงไว้ตายไป
2. สัตว์เลี้ยงเหล่านี้มักมีภาวะโภชนาการที่สมบูรณ์มากจนเกินไป เนื่องจากมักจะได้กินแต่อาหารดีๆ รวมทั้งอาหารที่สัตว์เลี้ยงไม่ควรจะกิน มีแมวของปอนอยู่ตัวหนึ่งเป็นไตวายเฉียบพลัน ปอนสันนิษฐานว่าน่าจะเกิดจากการกินเนื้อเค็มที่โปรดปรานเป็นอย่างมากบ่อยๆ ไตไม่สามารถขับความเค็มออกไปได้หมด
3. สัตว์เลี้ยงเหล่านี้อาจมีลักษณะนิสัยกลายเป็นคน อาทิ ความนิยมชมชอบพฤติกรรมบางอย่าง อาหารที่กินอาจเหมือนๆ กับคนเลยก็เป็นได้ อันนี้ต้องมาดูที่บ้านปอนเองครับ เฮ้อ...
4. และสุดท้ายเหมือนดังเช่นที่กล่าวมาแล้วก็คือ อาจจบชีวิตลงด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ตัวอย่างดังนี้
วันนี้พ่อเมากลับมาเช่นเคย พร้อมๆ กับบอกว่าวันนี้เศร้าใจเพราะหมาบ้านที่เขาไปกินเหล้าแล้วเล่นกันทุกๆ วันรู้สึกว่าจะเป็นพุดเดิ้ลอีกเช่นเคย ถูกรถทับตายเพราะเจ้าของเอาใส่ตระกร้าหน้ารถ แล้วเหตุการณ์ก็คล้ายๆ ที่เล่ามาแล้วครับ... ผลสรุปก็เหมือนกันเลยครับ
สัตว์เลี้ยงเป็นสินค้านาฏกรรมชิ้นหนึ่ง
อันนี้คงไม่ต้องพูดอะไรมากนะครับเพราะถือว่าเป็นต้นกำเนิดให้เกิดทั้ง 2 ข้อด้านบน ในปัจจุบันมักจะหาซื้อสัตว์เลี้ยงมากกว่าการไปเก็บมาเลี้ยง (บ้านปอนมันมาจากไหนก็ไม่รู้ครับแล้วมันก็แพร่พันธุ์กันให้ยั้วเยี้ย ตอนนี้หมาเหลือ 8 แมว 3 นกพิราบอีก 1 ฝูงครับ) ดังนั้นเมื่อชีวิตของสัตว์เลี้ยงตัวหนึ่งคือนาฏกรรมชิ้นหนึ่งก็เท่ากับการเป็นสินค้าในร้านขายสัตว์เพื่อให้คนซื้อไปเสพย์ด้วยเหตุผลต่างๆ ข้างต้น
จริงๆ แล้วการเป็นสัตว์เลี้ยงมีบทบาทมากกว่าที่ปอนเขียนมาอีกเยอะแยะนะครับ แต่ที่เขียนวันนี้ก็เพราะได้ยินที่พ่อเล่านั้นเอง ปอนคิดว่าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นซ้ำซ้อนและเกิดจากสาเหตุเดียวกันนั่นก็คือมนุษย์ที่นำเอาสัตว์เลี้ยงมาเสพย์นาฏกรรมของมันไม่ว่าจะเสพย์เพื่ออะไรก็ตาม แต่จุดบรรจบมันกลับคล้ายคลึงกันก็คือ ด้วยความรักทำให้มันตาย เพราะมันไม่สามารถเลือกหนทางให้ชีวิตของตัวเองได้อย่างสัตว์ในเรื่องมะหมาสี่ขาครับ
.......
............
...................
.....................................
แต่พอกลับมามองมนุษย์เราทั้งๆ ที่มีสมองและความสามารถในการเลือกทางเดิน กำหนดจิตใจตัวเองได้ หรือสามารถบริหารจัดการอะไรต่างๆ ได้ร้อยแปดพันเก้า แต่ก็กลับต้องปล่อยให้ตัวเองเศร้าหมองอยู่กับความทุกข์ในกิเลส ทั้ง เงิน งาน ความรัก ความโกรธ ฯลฯ ทั้งๆ ที่มีศาสนาพุทธ คริสต์ อิสลาม ซิกซ์ ฯลฯ ให้ยึดเหนี่ยวแต่กลับละทิ้งแล้วก็ไม่ได้ใช้สมองในการทำให้คลายทุกข์ แต่พยายามดื้อรั้นให้ใจ และอารมณ์แก้ไขปัญหาอยู่ร่ำไป ทั้งๆ ที่ใจและอารมณ์ก็ติดอยู่ในกิเลสเหล่านั้น หนทางแก้ไขก็ไม่มีทางจะเกิดขึ้นได้
"หากมองว่ามันเป็นทุกข์ มันก็จะทุกข์อยู่ร่ำไป หากใช้สมองสั่งการ ความเป็นมนุษย์ก็จะถูกนำมาใช้ให้คลายทุกข์"
ปอนเองครับ
ปัจฉิมลิขิต 1: ปอนไม่ได้ว่าใครนะครับ.. แค่เปรียบเทียบให้เห็นถึงความแตกต่างที่ ธรรมชาติสร้างมาเท่านั้น ปอนเขียนด้วยความปรารถนาดีโดยไม่มีความรู้สึกของความโกรธ รำคาญ หรือหมั่นไส้เข้ามาเกี่ยวข้องนะครับ ที่จริงจะเขียนเรื่องดอกไม้ในบ้าน แต่พอดีพ่อเมามาแล้วพูดเรื่องหมาปอนก็เลยคิดว่าเขียนดีกว่า เพราะมันน่าจะทำให้เราได้มองเปรียบเทียบและเข้าใจอะไรได้มากขึ้นเลยอยากเอามาแบ่งปันให้อ่านครับ
ปัจฉิมลิขิต 2: หากใครไม่สบายใจหรือคิดว่าปอนว่าปอนต้องกราบขอโทษจริงๆ นะครับ แต่ปอนยังคงยืนยันตามปัจฉิมลิขิต 1 นะครับ

ส่วนเรื่องศาสนาเราก็ต้องเลือกดูครับว่าเราจะยึดส่วนไหนเป็นแกนหลักในการดำเนินชีวิต หากยึดไว้ทั้งหมดเราคงจะต้องนิพพานแล้วหล่ะครับ สำหรับศาสนาพุทธแก่นที่ควรจะยึดถือคือพระธรรมครับ แล้วที่ปอนเอามาใช้บ่อยที่สุดก็คือ ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค บวกกับความคิดแบบตรงมาตรงไปไม่หลอกตัวเอง เป็นพื้นฐานง่ายๆ แต่ใช้ได้ดีครับ
คุณมายา (เฮีย ก.) มีความทุกข์มากแล้วก็มีความรักน่ะครับเลยทำให้เป็นตุ๊ดไปเลย เพราะเฮีย ก. คงจะไม่เคยได้ยินสุภาษิตที่ว่า "ความรักทำให้เป็นตุ๊ด" น่ะครับ
เครื่องยึดเหนี่ยวที่ดีอย่างศาสนา หลายครั้งที่ผมเคยพบคนที่ทุกข์หนักเพราะ "ยึด" ในเครื่องยึดเหนี่ยวดีๆ หรือเรื่องดีๆ
#1 By วัชระ on 2007-08-30 02:03