เบญจเพส (เพศ???) ตอนที่ 1
posted on 02 Sep 2007 15:35 by sloppythinking in Liveขณะนี้โดยสิริรวมอายุได้ 27 ปี กับอีก 12 วันพอดิบพอดี ในช่วง 12 วันที่ผ่านมานี้เวลาส่วนใหญ่มักจะคิดย้อนไปถึงอดีตในช่วงอายุต่างๆ ว่าในชีวิตเราเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นมาบ้าง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตช่วง 24 ย่าง 25 ย่าง 26 มันเกิดอะไรขึ้นมากมายจนเกินความคาดหมายของชีวิตไปเยอะพอสมควรครับ... ไม่เคยคิดว่าในชีวิตจะต้องเป็นและจะต้องทำก็เป็นก็ทำ...หรือจะเป็น "อิทธิพลของวัยเบญจเพส" (ไม่ใช่ "เบญจเพศ" นะครับถ้าเรื่องเบญจเพศ (ห้าเพศ) เดี๋ยวเขียนอีกเอ็นทรี่นึงครับ) ที่ร่ำรือกันมาว่าเป็นอาถรรพ์ของชีวิตมนุษย์ก็ยังไม่แน่ใจนะครับวันนี้จึงจะมาแฉชีวิตตัวเองอีกครั้งก็แล้วกันนะครับ... สบายๆ ไม่ค่อยได้สาระครับ...
ปอนเป็นประจำเดือน!!!!!!
ตอนนั้นเป็นรอยต่อระหว่างอายุ 24 กับ 25 วันหนึ่งเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น ในขณะที่เข้าห้องน้ำตามปกติทุกๆ วัน ในขณะที่นั่งอยู่นั้นและคิดว่าคงจะเบ่งออกหมดแล้ว แต่ก็ยังได้ยินเสียงน้ำหยดลงไปที่น้ำในชักโครกติ๋งๆๆๆ อยู่ ก็จัดการธุรเสร็จสรรพลุกขึ้นมอง แต่สิ่งที่เห็นในนั้นก็คือ
...
...
...
น้ำที่เต็มไปด้วยเลือดแดงฉาน ทั่วทั้งชักโครก ด้วยความมีสติก็ยังคงไม่คิดอะไรอาบน้ำต่อไปเรื่อยๆ พร้อมกับรู้สึกว่ามีน้ำอะไรก็ไม่รู้ไหลออกมาแต่เราก็ต้อง "ขมิบ" ไว้ (เฮีย ก. กับพี่พีทำเป็นหรือเปล่าเอ่ย) พอออกมาจากห้องน้ำก็บอกแม่สักนิดหนึ่ง แล้วก็ใส่เสื้อผ้านั่งดูโทรทัศน์กับพื้นบ้านสักพักนึงก็รู้สึกว่ามีของเหลวไหลออกมาตลอดในที่สุดมันก็แฉะแล้วเปื้อนกางเกงเป็นวงกว้าง ณ ขณะนั้นคิดว่าหากเป็นมะเร็งก็ไม่อยากจะรักษาแล้วเพราะเปลืองตังค์คงไม่คุ้ม หากตายไปน่าจะประหยัดตังค์ได้เยอะกว่า (ดูสิ.....คิดไปได้)
ในขณะนั้นก็คิดแค่ว่าลองกินยาแก้อักเสบดูดีกว่าปรากฏว่าพอกินยาแก้อักเสบไป เลือดเหล่านั้นก็ไม่ออกมาอีก.. สองสามวันต่อมา อะไรก็ไม่สามารถหยุดยั้งธรรมชาติความเป็นสตรีได้ เลือดมันก็ไหลออกมาอีกเช่นเคยครั้งนี้จึงจำเป็นต้อง "ทำใจ" เพื่อไปหาหมอดูสักทีว่ามันเพราะสาเหตุใดที่ทำให้มีประจำเดือนก่อนเวลาอันควร เพราะอันที่จริงปอนควรจะมีประจำเดือนใน "ชาติหน้า" ไม่ใช่ "ชาตินี้"
ที่บอกว่าต้องทำใจก็เพราะว่า เราคงหลีกเลี่ยงไม่ได้เลยที่จะต้องเปิดก้นให้หมอดู เพราะตั้งแต่โตมาก็ไม่เคยแก้ผ้าให้ใครคนใดได้ดูเลยแม้แต่คนเดียว กรี๊ดดดดดด...... ในใจขณะนั้นคิดไปต่างๆ นานา ถ้าเจอหมอผู้หญิงก็ดีไปค่อยยังชั่วเพราะยังถือว่าเป็นเพศเดียวกัน แต่หากเจอหมอหนุ่มๆ หน้าตาดีๆ ล่ะเราจะทำยังไงดีคงจะอายไปชั่วชีวิต แต่ฟ้าก็ยังคงให้ความเห็นใจที่มอบหมอชายวัยกลางคน หน้าตาไม่ค่อยหล่อแต่ใจดีมาให้.... ค่อยยังชั่วนิ๊ดนึง...
แล้วก็ค่อยยังชั่วไปอีกเปราะหนึ่งก็คือวิธีการเปิดก้นที่ค่อนข้างปิดบังใช้ได้ เพราะพยาบาลเตรียมให้เราขึ้นเตียง เอาผ้ามาคลุมพร้อมกับให้เราถอดกางเกง และให้นอนบนเตียงในท่าตะแคงซ้าย (เข้าผนัง) แล้วงอเข่าทั้งสองข้างขึ้นมา ยื่นก้นออกมาตรงขอบเตียงแล้วก็มีผ้าสีเขียวเหมือนที่ใช้คลุมผ่าตัดมาคลุมทับตรงก้นเพื่อเวลาหมอมาตรวจจะเปิดเฉพาะตรงผ้าสีเขียวเท่านั้น...
เมื่อหมอได้ทำการตรวจภายในเป็นที่เรียบร้อยแล้ว... พร้อมๆ กับการเสียความบริสุทธิ์ของปอนด้วยเครื่องมือแพทย์ที่ปอนคาดว่าน่าจะเป็นเหมือนปากเป็ดที่ใช้ในการตรวจภายในของสตรี หลังจากใส่กางเกงแล้วหมอก็เรียกไปคุยพร้อมกับบอกว่าเราเป็น......... "ริดสีดวงทวาร ระยะที่ 2" เป็นระยะที่เลือดคั่งบริเวณผนังของทวารหนัก แต่ที่ไม่เจ็บก็เพราะว่ามันอยู่ลึกเข้าไปด้านใน (Internal Hemorrhoid) บริเวณที่มันไม่มีเส้นประสาททำให้ไม่เกิดความรู้สึกเจ็บปวด ริดสีดวงทวารมี 4 ระยะ คือ
1. ไม่มีก้อนยื่นออกมานอกทวารหนัก
2. มีก้อนยื่นออกมาขณะเบ่งอุจจาระ และหดกลับเข้าไปได้เอง
3. มีก้อนยื่นออกมาขณะเบ่งอุจจาระ แต่ไม่หดกลับเข้าไปต้องใช้มือช่วยดันเข้าไป
4. มีก้อนยื่นออกมาและไม่สามารถใช้มือดันเข้าไปได้
วิธีการรักษาของปอนหมอเลือกใช้วิธีการฉีดยาเข้าที่ตัวริดสีดวงโดยตรงเลยครับ พร้อมๆ กับให้ยาต่างๆ มากินหนึ่งในนั้นคือยาแก้อักเสบ หลังจากที่คุยกับหมอก็ต้องขึ้นเตียงอีกครั้งเหมือนเดิมและหมอก็เอาเครื่องมือและเข็มเข้าไปฉีดรู้สึกได้ว่ามีของเหลวไหลออกมาซึ่งปอนคาดว่าน่าจะเป็นเลือดเยอะทีเดียว เมื่อฉีดยาเสร็จแล้วหมอก็จะเอาผ้าก็อตอุดรูก้นไว้เยอะมากเพื่อห้ามเลือดแล้วให้เรานอนอยู่อย่างนั้นสักพักหนึ่ง แล้วหมอก็มาคีบเอาผ้าก็อตออกจากก้นของเรา (ปอนคิดว่าถ้าคีบออกมาไม่หมดก็คงไม่มีผลอะไรมังครับ...คริคริ) และก็นัดมา Follow Up อีกครั้งหลังจากสองอาทิตย์ให้หลัง.. ซึ่งก็ผ่านไปเป็นที่เรียบร้อยไม่มีอะไรกังวล
สาเหตุที่ทำให้เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นมา หลังจากเสร็จสิ้นกระบวนการรักษาแล้วลงมาจากเตียงหมอก็เรียกมานั่งคุยกันเพื่อหาสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคนี้ขึ้นมา หมอได้สอบถามการใช้ชีวิตของเราต่างๆ ทั้งการนั่ง การเดิน การกิน การขับถ่าย ในที่สุดก็ได้ข้อสรุปมาว่าเกิดจากพฤติกรรมการขับถ่ายของเราที่ "นั่งนาน" ไปหน่อย การนั่งของปอนคือไม่ต่ำกว่าครึ่งชั่วโมงครับ ถึงแม้จะเสร็จแต่ก็ยังนั่งฉีดน้ำจากฝักบัวชำระเล่นไปเรื่อยๆ แล้วก็คิดเรื่องงาน เรื่องเรียน แผนการต่างๆ เรื่องเพ้อฝันอะไรไปต่างๆ นานา ทำให้การอาบน้ำแต่ละครั้งใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 1 ชั่วโมง
หมอบอกว่าขณะที่เราทำภาระกิจเสร็จแล้วแต่ยังนั่งอยู่อย่างนั้นมันทำให้เกิดการเบ่งโดยที่เราไม่รู้ตัวอยู่ตลอดเวลา และในขณะที่เบ่งเลือดมันก็จะไหลมาคั่งที่ผนังของทวารหนักเมื่อเลือดมาคั่งมากๆ เข้า ผนังมันก็จะปูดออกมาเมื่อเราถ่ายอุจจาระของเรามันก็จะไปครูดกับผิวของผนังที่มันปูดออกมา ทำให้เกิดแผลและเลือดไหลออกมาอย่างที่เห็นครับ เพราะฉะนั้นหากจะทำให้หายขาดได้คือต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของเรา (รู้ไหมครับเฮีย ก. จะหายได้ต้องเปลี่ยนพฤติกรรม) ตั้งแต่นั้นมานาฬิกาก็ได้มาแขวนอยู่ในห้องน้ำปอนต้องจับเวลาในการนั่งชักโครกครั้งหนึ่งไม่เกิน 10 นาทีเท่านั้น พอปรับเปลี่ยนแล้วก็ไม่เคยเห็นเลือดออกมาจาก "ช่องคลอด" อีกเลย
จบสำหรับเหตุการณ์แรกแล้วกันนะครับ.. ที่จริงว่าจะเขียนให้หมดแต่คนมันเยิ่นเย้อยืดเยื้อ... พูดมากเกินไปคงจะขี้เกียจอ่านแน่ๆ เลย งั้นก็ขอได้โปรดกรุณาติดตามกันต่อไปนะครับ...
ขอบพระคุณทุกท่านที่ให้ความกรุณาติดตามมาตลอดและคาดว่าจะต้องติดตามตลอดไปนะครับ
ปอนเองครับ
ปัจฉิมลิขิต 1: ยังคิดถึงพี่พีอยู่นะครับ... หากยังวนเวียนอยู่แถวๆ นี้กรุณาฝาก Emoticon ไว้เพื่อให้รู้ด้วยนะครับว่ายังมีชีวิตอยู่ ถึงแม้ว่าจะแข็งแรงหรือไม่ก็ตาม เห็นชอบคุยว่า "แข็ง" หนักหนา
ปัจฉิมลิขิต 2: เฮีย ก. ครับไอ้โรคกรดไหลย้อนของเฮียมันเป็นโรคพฤติกรรมนะครับ.... หากเฮียยังคงเครียดและกินกาแฟเป็นกินน้ำอยู่อย่างนี้คงหายยากนะครับ แต่โรคที่ "เรา" เป็นมันเป็นโรคพฤติกรรมเหมือนกันนะครับ แต่รักษายังไงก็ไม่หาย..อิอิ
ปัจฉิมลิขิต 3: มีลูกค้ารายใหม่เข้ามาทักทายครับ ชื่อ "ลุงอ้วน" ผู้ลึกลับ แต่แกชอบอ่านแต่เรื่องราวของแม่อย่างเดียวเลยเรื่องอื่นแกคงคิดว่ามันไร้สาระเกินไป ไม่แน่ใจว่าเพราะอะไรสงสัยแกต้องเป็นสายสืบของแม่ปอนแน่ๆ เลยครับ... สงสัยปอนคงต้องได้สมบัติน้อยลงแน่ๆ เลยครับ

ยังไงก็ระวังมากๆ หน่อยนะครับเพราะมันอาจไม่ได้เป็นแค่ริดสีดวงน่ะครับ... T1 สู้ๆๆๆๆ นะครับ... รักษาผลตรวจเลือดให้ดีด้วยล่ะคริคริ
อืม คุณพีคงยุ่งมั้งหายไปนานเลย หรือไม่เค้าก็ไม่อยากยุ่ง
#1 By ตุ้มเป๊ะ on 2007-09-02 15:56