เบญจเพส (เพศ???) ตอนที่ 1

posted on 02 Sep 2007 15:35 by sloppythinking  in Live

ขณะนี้โดยสิริรวมอายุได้ 27 ปี กับอีก 12 วันพอดิบพอดี ในช่วง 12 วันที่ผ่านมานี้เวลาส่วนใหญ่มักจะคิดย้อนไปถึงอดีตในช่วงอายุต่างๆ ว่าในชีวิตเราเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นมาบ้าง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตช่วง 24 ย่าง 25 ย่าง 26 มันเกิดอะไรขึ้นมากมายจนเกินความคาดหมายของชีวิตไปเยอะพอสมควรครับ... ไม่เคยคิดว่าในชีวิตจะต้องเป็นและจะต้องทำก็เป็นก็ทำ...หรือจะเป็น "อิทธิพลของวัยเบญจเพส" (ไม่ใช่ "เบญจเพศ" นะครับถ้าเรื่องเบญจเพศ (ห้าเพศ) เดี๋ยวเขียนอีกเอ็นทรี่นึงครับ) ที่ร่ำรือกันมาว่าเป็นอาถรรพ์ของชีวิตมนุษย์ก็ยังไม่แน่ใจนะครับวันนี้จึงจะมาแฉชีวิตตัวเองอีกครั้งก็แล้วกันนะครับ... สบายๆ ไม่ค่อยได้สาระครับ...

ปอนเป็นประจำเดือน!!!!!!

ตอนนั้นเป็นรอยต่อระหว่างอายุ 24 กับ 25 วันหนึ่งเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น ในขณะที่เข้าห้องน้ำตามปกติทุกๆ วัน ในขณะที่นั่งอยู่นั้นและคิดว่าคงจะเบ่งออกหมดแล้ว แต่ก็ยังได้ยินเสียงน้ำหยดลงไปที่น้ำในชักโครกติ๋งๆๆๆ อยู่ ก็จัดการธุรเสร็จสรรพลุกขึ้นมอง แต่สิ่งที่เห็นในนั้นก็คือ

...

...

...

น้ำที่เต็มไปด้วยเลือดแดงฉาน ทั่วทั้งชักโครก ด้วยความมีสติก็ยังคงไม่คิดอะไรอาบน้ำต่อไปเรื่อยๆ พร้อมกับรู้สึกว่ามีน้ำอะไรก็ไม่รู้ไหลออกมาแต่เราก็ต้อง "ขมิบ" ไว้ (เฮีย ก. กับพี่พีทำเป็นหรือเปล่าเอ่ย) พอออกมาจากห้องน้ำก็บอกแม่สักนิดหนึ่ง แล้วก็ใส่เสื้อผ้านั่งดูโทรทัศน์กับพื้นบ้านสักพักนึงก็รู้สึกว่ามีของเหลวไหลออกมาตลอดในที่สุดมันก็แฉะแล้วเปื้อนกางเกงเป็นวงกว้าง ณ ขณะนั้นคิดว่าหากเป็นมะเร็งก็ไม่อยากจะรักษาแล้วเพราะเปลืองตังค์คงไม่คุ้ม หากตายไปน่าจะประหยัดตังค์ได้เยอะกว่า (ดูสิ.....คิดไปได้)

ในขณะนั้นก็คิดแค่ว่าลองกินยาแก้อักเสบดูดีกว่าปรากฏว่าพอกินยาแก้อักเสบไป เลือดเหล่านั้นก็ไม่ออกมาอีก.. สองสามวันต่อมา อะไรก็ไม่สามารถหยุดยั้งธรรมชาติความเป็นสตรีได้ เลือดมันก็ไหลออกมาอีกเช่นเคยครั้งนี้จึงจำเป็นต้อง "ทำใจ" เพื่อไปหาหมอดูสักทีว่ามันเพราะสาเหตุใดที่ทำให้มีประจำเดือนก่อนเวลาอันควร เพราะอันที่จริงปอนควรจะมีประจำเดือนใน "ชาติหน้า" ไม่ใช่ "ชาตินี้"

ที่บอกว่าต้องทำใจก็เพราะว่า เราคงหลีกเลี่ยงไม่ได้เลยที่จะต้องเปิดก้นให้หมอดู เพราะตั้งแต่โตมาก็ไม่เคยแก้ผ้าให้ใครคนใดได้ดูเลยแม้แต่คนเดียว กรี๊ดดดดดด...... ในใจขณะนั้นคิดไปต่างๆ นานา ถ้าเจอหมอผู้หญิงก็ดีไปค่อยยังชั่วเพราะยังถือว่าเป็นเพศเดียวกัน แต่หากเจอหมอหนุ่มๆ หน้าตาดีๆ ล่ะเราจะทำยังไงดีคงจะอายไปชั่วชีวิต แต่ฟ้าก็ยังคงให้ความเห็นใจที่มอบหมอชายวัยกลางคน หน้าตาไม่ค่อยหล่อแต่ใจดีมาให้.... ค่อยยังชั่วนิ๊ดนึง...

แล้วก็ค่อยยังชั่วไปอีกเปราะหนึ่งก็คือวิธีการเปิดก้นที่ค่อนข้างปิดบังใช้ได้ เพราะพยาบาลเตรียมให้เราขึ้นเตียง เอาผ้ามาคลุมพร้อมกับให้เราถอดกางเกง และให้นอนบนเตียงในท่าตะแคงซ้าย (เข้าผนัง) แล้วงอเข่าทั้งสองข้างขึ้นมา ยื่นก้นออกมาตรงขอบเตียงแล้วก็มีผ้าสีเขียวเหมือนที่ใช้คลุมผ่าตัดมาคลุมทับตรงก้นเพื่อเวลาหมอมาตรวจจะเปิดเฉพาะตรงผ้าสีเขียวเท่านั้น...

เมื่อหมอได้ทำการตรวจภายในเป็นที่เรียบร้อยแล้ว... พร้อมๆ กับการเสียความบริสุทธิ์ของปอนด้วยเครื่องมือแพทย์ที่ปอนคาดว่าน่าจะเป็นเหมือนปากเป็ดที่ใช้ในการตรวจภายในของสตรี หลังจากใส่กางเกงแล้วหมอก็เรียกไปคุยพร้อมกับบอกว่าเราเป็น......... "ริดสีดวงทวาร ระยะที่ 2" เป็นระยะที่เลือดคั่งบริเวณผนังของทวารหนัก แต่ที่ไม่เจ็บก็เพราะว่ามันอยู่ลึกเข้าไปด้านใน (Internal Hemorrhoid) บริเวณที่มันไม่มีเส้นประสาททำให้ไม่เกิดความรู้สึกเจ็บปวด ริดสีดวงทวารมี 4 ระยะ คือ

1. ไม่มีก้อนยื่นออกมานอกทวารหนัก
2. มีก้อนยื่นออกมาขณะเบ่งอุจจาระ และหดกลับเข้าไปได้เอง
3. มีก้อนยื่นออกมาขณะเบ่งอุจจาระ แต่ไม่หดกลับเข้าไปต้องใช้มือช่วยดันเข้าไป
4. มีก้อนยื่นออกมาและไม่สามารถใช้มือดันเข้าไปได้

วิธีการรักษาของปอนหมอเลือกใช้วิธีการฉีดยาเข้าที่ตัวริดสีดวงโดยตรงเลยครับ พร้อมๆ กับให้ยาต่างๆ มากินหนึ่งในนั้นคือยาแก้อักเสบ หลังจากที่คุยกับหมอก็ต้องขึ้นเตียงอีกครั้งเหมือนเดิมและหมอก็เอาเครื่องมือและเข็มเข้าไปฉีดรู้สึกได้ว่ามีของเหลวไหลออกมาซึ่งปอนคาดว่าน่าจะเป็นเลือดเยอะทีเดียว เมื่อฉีดยาเสร็จแล้วหมอก็จะเอาผ้าก็อตอุดรูก้นไว้เยอะมากเพื่อห้ามเลือดแล้วให้เรานอนอยู่อย่างนั้นสักพักหนึ่ง แล้วหมอก็มาคีบเอาผ้าก็อตออกจากก้นของเรา (ปอนคิดว่าถ้าคีบออกมาไม่หมดก็คงไม่มีผลอะไรมังครับ...คริคริ) และก็นัดมา Follow Up อีกครั้งหลังจากสองอาทิตย์ให้หลัง.. ซึ่งก็ผ่านไปเป็นที่เรียบร้อยไม่มีอะไรกังวล

สาเหตุที่ทำให้เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นมา หลังจากเสร็จสิ้นกระบวนการรักษาแล้วลงมาจากเตียงหมอก็เรียกมานั่งคุยกันเพื่อหาสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคนี้ขึ้นมา หมอได้สอบถามการใช้ชีวิตของเราต่างๆ ทั้งการนั่ง การเดิน การกิน การขับถ่าย ในที่สุดก็ได้ข้อสรุปมาว่าเกิดจากพฤติกรรมการขับถ่ายของเราที่ "นั่งนาน" ไปหน่อย การนั่งของปอนคือไม่ต่ำกว่าครึ่งชั่วโมงครับ ถึงแม้จะเสร็จแต่ก็ยังนั่งฉีดน้ำจากฝักบัวชำระเล่นไปเรื่อยๆ แล้วก็คิดเรื่องงาน เรื่องเรียน แผนการต่างๆ เรื่องเพ้อฝันอะไรไปต่างๆ นานา ทำให้การอาบน้ำแต่ละครั้งใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 1 ชั่วโมง

หมอบอกว่าขณะที่เราทำภาระกิจเสร็จแล้วแต่ยังนั่งอยู่อย่างนั้นมันทำให้เกิดการเบ่งโดยที่เราไม่รู้ตัวอยู่ตลอดเวลา และในขณะที่เบ่งเลือดมันก็จะไหลมาคั่งที่ผนังของทวารหนักเมื่อเลือดมาคั่งมากๆ เข้า ผนังมันก็จะปูดออกมาเมื่อเราถ่ายอุจจาระของเรามันก็จะไปครูดกับผิวของผนังที่มันปูดออกมา ทำให้เกิดแผลและเลือดไหลออกมาอย่างที่เห็นครับ เพราะฉะนั้นหากจะทำให้หายขาดได้คือต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของเรา (รู้ไหมครับเฮีย ก. จะหายได้ต้องเปลี่ยนพฤติกรรม) ตั้งแต่นั้นมานาฬิกาก็ได้มาแขวนอยู่ในห้องน้ำปอนต้องจับเวลาในการนั่งชักโครกครั้งหนึ่งไม่เกิน 10 นาทีเท่านั้น พอปรับเปลี่ยนแล้วก็ไม่เคยเห็นเลือดออกมาจาก "ช่องคลอด" อีกเลย

จบสำหรับเหตุการณ์แรกแล้วกันนะครับ.. ที่จริงว่าจะเขียนให้หมดแต่คนมันเยิ่นเย้อยืดเยื้อ... พูดมากเกินไปคงจะขี้เกียจอ่านแน่ๆ เลย งั้นก็ขอได้โปรดกรุณาติดตามกันต่อไปนะครับ...

ขอบพระคุณทุกท่านที่ให้ความกรุณาติดตามมาตลอดและคาดว่าจะต้องติดตามตลอดไปนะครับ

ปอนเองครับ

ปัจฉิมลิขิต 1: ยังคิดถึงพี่พีอยู่นะครับ... หากยังวนเวียนอยู่แถวๆ นี้กรุณาฝาก Emoticon ไว้เพื่อให้รู้ด้วยนะครับว่ายังมีชีวิตอยู่ ถึงแม้ว่าจะแข็งแรงหรือไม่ก็ตาม เห็นชอบคุยว่า "แข็ง" หนักหนา

ปัจฉิมลิขิต 2: เฮีย ก. ครับไอ้โรคกรดไหลย้อนของเฮียมันเป็นโรคพฤติกรรมนะครับ.... หากเฮียยังคงเครียดและกินกาแฟเป็นกินน้ำอยู่อย่างนี้คงหายยากนะครับ แต่โรคที่ "เรา" เป็นมันเป็นโรคพฤติกรรมเหมือนกันนะครับ แต่รักษายังไงก็ไม่หาย..อิอิ

ปัจฉิมลิขิต 3: มีลูกค้ารายใหม่เข้ามาทักทายครับ ชื่อ "ลุงอ้วน" ผู้ลึกลับ แต่แกชอบอ่านแต่เรื่องราวของแม่อย่างเดียวเลยเรื่องอื่นแกคงคิดว่ามันไร้สาระเกินไป ไม่แน่ใจว่าเพราะอะไรสงสัยแกต้องเป็นสายสืบของแม่ปอนแน่ๆ เลยครับ... สงสัยปอนคงต้องได้สมบัติน้อยลงแน่ๆ เลยครับ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

หลงคิดว่าปอนจะเป็นแบบร่างกายมีสองเพศ ทีไหนได้น้องดวงมาเยี่ยมนี้เอง....

อืม คุณพีคงยุ่งมั้งหายไปนานเลย หรือไม่เค้าก็ไม่อยากยุ่ง ลุงอ้วนคงชอบสาระมั้งปอน เพราะสไตล์ของปอนมีทั้งสนุกกับสาระที่ผสมกันพอดี แต่รอปีหน้ากว่าลุงเค้าจะกลับมาเม้นท์อีก นานจังน้อ

#1 By ตุ้มเป๊ะ on 2007-09-02 15:56

ดีแล้วครับที่ตัดสินใจไปหาหมอแต่เนิ่นๆ เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมาผมพึ่งดูการผ่าตัดริดสีดวงไปเอง(ระยะสุดท้าย
ยัดกลับเข้าไปเองไม่ได้แล้วครับ)

เสียวแทน เพราะหมอที่จีนเขาผ่าค่อนข้าง"ดุดัน"ครับ

ผมไม่รู้ว่าที่ไทยผ่าแบบวางยาสลบทั้งตัวเหมือนที่อเมริกาหรือเปล่า
แต่ที่จีนนี่เป็นการใช้ยาชาเฉพาะจุดเท่านั้นครับ

เห็นที่ก้อนเนื้อที่ตัดออกมาแล้วไม่น่าเชื่่อเลยว่ามันจะออกมาจากก้นของมนุษย์เราได้
น่ากลัวจริงๆเลยนะน้องปอน ขนาดท้องไม่ผูก แต่พฤติกรรมการนั่งนาน ก็สามารถทำให้เป็นได้ นึกไม่ถึงเลยจริงๆนะคะ

#3 By Orm & Hai on 2007-09-02 22:02


ช่วงหนึ่งเพื่อนบวช เลยได้รู้ว่าพระเป็นริดสีดวงกันมาก (ไม่เฉพาะสาวสวยอย่างน้องปอน) ไม่รู้เพราะอะไรเหมือนกัน
เห็นเค้าว่าแถวเยาวราชมียาจีนดีๆ นะครับ

#4 By วัชระ on 2007-09-02 22:31

แหม.. ....พี่ตุ้มเป๊ะ....คิดไปได้นะเนี่ยะ แต่รุ่นน้องปอนมีนะครับ.. ตอนเข้าปีหนึ่งเป็นนางสาว อยู่ไปหลังจากตรวจอย่างละเอียดแล้วเลยเปลี่ยนเป็นนายครับ ส่วนผู้ชายทั้งสามคนที่ปอนเอ่ยถึงเขาก็ยังคงเป็นคนลึกลับซับซ้อนกันต่อไปครับ... ไม่รู้ลุงอ้วนจะเข้ามาอ่านหรือเปล่าเพราะมีพาดพึงแม่เล็กน้อยเอง

สวัสดีครับ....คุณหมอเชน... ตอนแรกปอนก็นึกว่ามันจะร้ายแรงเสียอีกที่ตัดสินใจไปหาหมอเพราะเลือดมันออกมากๆ เลยครับแบบไหลนองเลยครับ ถ้าใครไม่รู้อาจจะคิดว่าโดนข่มขืนได้ ก็เลยต้องไปครับไม่อย่างนั้นเวลานั่งทำงานหรือไปไหนๆ มันอาจย้อยเปรอะเปื้อนที่กางเกงน่ะครับ
แต่หมอที่จีนโหดจังเลยนะครับ คงเจ็บน่าดูแต่โชคดีที่ปอนเป็นด้านในแล้วไม่เจ็บตอนที่หมอฉีดยาเข้าไปที่หัวมันปอนยังไม่รู้สึกเลยครับ อย่างที่หมอเชนบอกว่ามันแลบออกมาคงน่ากลัวมากนะครับ

ครับ....พี่อ้อม... เห็นหมอบอกว่ามันเป็นโรคพฤติกรรมที่มันมากเกินไป เห็นบอกว่านั่งนาน ยืนนาน นอนนาน เดินมาก มันก็เป็นได้น่ะครับพี่อ้อม

อาชีพหมอ พยาบาลก็เป็นกันเยอะครับ ....คุณวัชระ.... ปอนว่ามันขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการดำรงชีวิตครับหากเรามีพฤติกรรมอะไรที่มากเกินไปมันก็ย่อมผิดปกติครับ... บางทีเรามีพฤติกรรมกระตุ้นแรงดึงดูดของโลกมากเกินไปเช่นยืนนานๆ เดินนานๆ นั่งทำงานนานๆ มันก็เลยเกิดเลือดคั่งเป็นริดสีดวงซะอย่างนั้นครับ

#5 By ปอนปอน on 2007-09-02 22:46

โชคดีนะคะที่รีบไปให้หมอรักษา..
ไม่งั้นต้องติดปีกละก็ จะเบื่อน่าดู.

#6 By MayaKniGht on 2007-09-02 22:58

ขออวยพรให้โรคเลือดออกตูดหายไวๆนะครับ แล้วไม่กลับมาเป็นอีก สาเหตุมาจากการ "นั่ง" แบบไหนกันแน่ครับ

เอ๊ะ มีจิกผมอีกแล้วนะครับ แบบนี้ต้องเจอช๊อต

พยายามเปลี่ยนพฤติกรรมอยู่ครับ เพื่อไม่ให้เครียด ออกมานอกบ้านยามวิกาลมากขึ้น ใส่สายเดี่ยวมากขึ้น ใส่ถุงน่องบางครั้งครับ

#7 By มนุษย์กล่อง on 2007-09-03 00:01

ทำใจอยู่สักพักครับคุณมายา.. เพราะใจหนึ่งก็เกรงว่าถ้าเป็นมะเร็งจะได้เตรียมตัวตายตั้งแต่เนิ่นๆ น่ะครับ.... (ยังคิดไปได้นะเนี่ยะ) ปอนคิดอย่างนั้นจริงๆ นะครับ เพราะกลัวแม่เปลืองตังค์ แต่หมอก็ดีมากครับรักษาครั้งเดียวหายเป็นปลิดทิ้ง ประกอบกับเราให้ความร่วมมือกับการรักษาอย่างดีด้วยมั้งครับเลยไม่ต้องใส่ผ้าอนามัยให้เฮีย ก. อิจฉา

เฮีย ก. ครับหายมาสองสามปีแล้วครับ มันไม่เป็นอีกเลยหลังจาก "ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม" น่ะครับ หัดปรับเปลี่ยนบ้างนะครับ ไอ้การออกไปจับเหยื่อยามวิกาลมันคงไม่ได้ทำให้โรคกรดไหลย้อนหายมั้งครับ แต่มันอาจทำให้เป็นอย่างอื่นเพิ่มหรือเปล่าครับ... อยากเจอหน้าเฮียจังว่าใส่สายเดี่ยว (ตราห่านคู่หรือเปล่า) แล้วใส่ถุงน่อง (ยี่ห้อคาสันหรือเปล่า) จะเป็นอย่างไร
ปล.เฮียกรุณาตอบคำถามในบล็อกเฮียด้วยนะครับ..สงสัยมากๆ มาหลายวันแล้ว

#8 By ปอนปอน on 2007-09-03 00:21

็ฺHBD ย้อนหลังครับ ตอนแรกนึกว่าคุณปอนเป็นริดสีดวง เพราะใช้การมากและไม่ถูกลักษณะ แต่นึกขึ้นได้ว่าคุณปอนยังไม่เคยมีแฟนนี่ครับ เฮ้อ ๆ
ผ่านมา 2 ปี ไม่เป็นอีกเลยใช่ป่าวครับ ดีใจด้วยครับที่หายขาด

#9 By Ch@i on 2007-09-03 12:06

เป็นประสบการณ์ขึ้นขาหยั่งในวัยเบญจเพสที่น่าประทับใจมาก
ต้องเซทเป็น recommed นะคุณปอน

#10 By Conte 01 (203.146.136.88 /unknown) on 2007-09-03 15:21

หายน่าจะขาดแล้วนะครับ....คุณชัย....เพราะไม่เคยเป็นอีกเลย.. แล้วขอบคุณมากครับที่อวยพรวันเกิด (ที่ไม่มีอะไรเล้ยยย) ย้อนหลัง... ย้ำจังเลยนะครับไอ้เรื่องไม่มีแฟนเนี่ยะ.. ปอนคงไม่มีโอกาสได้ใช้แบบไม่ถูกลักษณะหรอกครับ..แหะแหะ... แต่ก็เคยมีเกือบๆ หลายครั้งนะครับ..อิอิอิอิ

อายหมอออกครับ....คุณ Conte I..... ไม่อยากมีประสบการณ์แบบนี้อีกเลยต้องรีบปรับเปลี่ยนพฤติกรรมโดยด่วนน่ะครับ.. เป็นพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินต้องระวังมากๆ นะครับ เพราะยืนนานๆ เดินนานๆ ก็มีโอกาสเป็นได้นะครับ... ต้องเตรียมตัวไว้นะ

#11 By ปอนปอน on 2007-09-03 17:22

กลัวว่าจะเป็นด้วย "อีกสาเหตุ" สิครับคุณปอน 5555

#12 By conte (203.146.136.88 /unknown) on 2007-09-03 17:32

สาเหตุที่คุณชัย...บอกหรือเปล่าครับ..... คุณ Conte I .....อิอิ.. ยังไงก็ระวังมากๆ หน่อยนะครับเพราะมันอาจไม่ได้เป็นแค่ริดสีดวงน่ะครับ... T1 สู้ๆๆๆๆ นะครับ... รักษาผลตรวจเลือดให้ดีด้วยล่ะคริคริ

#13 By ปอนปอน on 2007-09-03 17:56

แหม...แอบตกใจค่ะ นึกว่าตัวเองเข้าใจผิดว่าคุณปอนปอนเป็นผู้หญิงไปซะงั้น

#14 By nunun on 2007-09-03 21:14

น่ากลัวจังนะคะ หายเร็วๆ นะคะ

เรามากินผักผลไม้กันเถอะ กินเยอะๆๆด้วย

#15 By นกจร on 2007-09-04 14:25

หลงคิดว่า นี่เป็นเรื่องเหลือเชื่อ
อ่านไปอ่านมา อ่าวไม่ใช่นินา เง้อ
ต้องเขียนให้น่าตื่นเต้นเข้าไว้ครับ...คุณหมอนัน... ที่จริงถ้าเห็นแค่นิ้วมือแล้วก็ดวงตาอาจจะคิดว่าปอนเป็นผู้หญิงครับ แต่ถ้าดูหน้าแล้วจะรู้ทันทีว่าเป็นกระเทยเสมือนว่ามีคำว่ากระเทยสักอยู่บนหน้าผากเลยทีเดียว

หายมานานแล้วครับ...คุณนกจร... ตั้งแต่หาหมอมาครั้งนั้นก็หายเลยครับ เพราะเราต้องเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมไม่อย่างนั้นไม่หายครับ แค่ใช้เวลานั่ง (ชักโครก) ให้น้อยลงก็หายแล้วครับ

เป็นกลยุทธหลอกให้อ่านครับ...คุณ GoldfishOU... ดึงดูดความสนใจไปยังงั้นแหล่ะครับ

#17 By ปอนปอน on 2007-09-04 23:05

ผมก็เป็นคนที่ใช้เวลาในห้องนํ้านานครับ
ขนาดที่เอามือถือเข้าไปด้วย
(ไม่ได้เข้าไปคุยแต่เผื่อใครโทรมา)
แล้วก็พกหนังสือเข้าห้องนํ้าทุกครั้ง
สงสัยต้องปรับพฤติกรรมซะแล้ว

#18 By riddler (125.26.5.157) on 2007-09-05 08:38

ควรจะรีบปรับเปลี่ยนพฤติกรรมโดยเร็วเลยนะครับ...คุณโอ้... เมื่อก่อนตอนที่ยังไม่มีมือถือปอนต้องพ่วงโทรศัพท์บ้านเข้าไปในห้องน้ำเลยนะครับ.. เพราะมีอยู่ช่วงนึงมีคนโทรมาหาพีคมากๆ.. อิอิ ถ้าไม่ปรับพฤติกรรมระวังเป็นประจำเดือนเหมือนปอนนะครับ

#19 By ปอนปอน on 2007-09-05 15:56

เมื่อไหร่จะเปลี่ยน theme ซะทีครับ
เห็นเขียนว่า theme ชั่วคราวมานานแล้ว
แล้วก็รูป display อีก อยากเห็นรูปอื่นบ้างนะครับ

#20 By Ch@i on 2007-09-05 19:45

แหม... ...คุณชัย... ปอนนึกว่าจะลืมๆ กันไปแล้วนะครับเนี่ยะ.. ในเมื่อมีผู้บริโภคเรียกร้องมาอย่างนี้ (กว่าสองคนคือพี่ตุ้มเป๊ะกับคุณชัย) วันจันทร์ "น่าจะ" ได้พบกับรูปแบบใหม่แล้วครับ...

#21 By ปอนปอน on 2007-09-05 21:30

ก็พี่อยากดูเหมือนกับคุณชัยนิ เลยต้องรีบมาสำทับอีกที กลัวโรคเลื่อนมันจะติดต่อมาถึงน้องปอนคนสวย

#22 By ตุ้มเป๊ะ on 2007-09-05 22:17