อันเรื่องการนินทา

posted on 18 Sep 2007 23:46 by sloppythinking  in Communication, Live

อันนินทากาเล เหมือนเทน้ำ

ไม่ชอกช้ำ เหมือนเอามีดมากรีดหิน

แม้แต่องค์พระปฏิมายังราคิน

คนเดินดินฤาจะสิ้นคนนินทา

จากพระอภัยมณี ของสุนทรภู่

ไม่รู้ว่าคนที่มาอ่านในนี้จะมีคนที่ประเสริฐถึงขนาดไม่เคยนินทาคนอื่นหรือเปล่าครับ ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542 ให้ความหมายว่า

นินทา น. คําติเตียนลับหลัง. ก. ติเตียนลับหลัง.

แต่นั่นก็เป็นเพียงความหมายในพจนานุกรมเท่านั้นนะครับ แต่ในทางปฏิบัติที่ทำๆ กันอยู่ทุกวันมีทั้งการนินทางลับหลัง และซึ่งหน้า ซึ่งขึ้นอยู่กับวิธีการของแต่ละคนที่จะนินทา

ที่นึกอยากจะเขียนเรื่องนี้ก็เพราะว่า หมดมุข--แหะๆ และอีกประการหนึ่งก็คือ ทำอยู่เป็นนิจ ทำอยู่ทุกๆ วันและในบางคนอาจทำอยู่ตลอดเวลาก็ได้ ก็เลยคิดที่จะเขียนเรื่องนี้สักหน่อยดีกว่าเผื่อว่าเราจะสามารถแยกประเภทการนินทา และระงับการยับยั้งช่างใจในการนินทาได้บ้าง แต่สำหรับปอนเองคงจะยากเพราะเป็นคนที่ค่อนข้างปากเปราะ (แต่น้อยกว่าเฮีย ก.) นะครับ

การเขียนในวันนี้จะแยกประเภทออกเป็นการนินทาต่อหน้า และนินทาลับหลังนะครับ โดยเทคนิคการนินทาต่างๆ ก็จะแบ่งแยกออกไปตามแต่ละประเภทหลักๆ เหล่านี้นะครับ ต้องขอออกตัวก่อนนะครับว่าปอนก็ไม่ได้มีความสามารถและประสบการณ์ด้านการนินทาโชคโชนเท่าใดนัก แต่ก็แค่เคยทำบ้างเท่านั้นเอง (จะเชื่อกันไหมเนี่ยะ)

การนินทาลับหลัง

การนินทาประเภทนี้มักใช้บ่อยและสามารถทำได้ง่ายๆ ครับ แค่เราพูดหรือเขียน หรือสื่อสารด้วยวิธีการอื่นใด ให้บุคคลที่สอง ที่สองแบบกลุ่ม ที่สองแบบมวลชนหรือเป็นหมู่คณะได้รู้ความเป็นไปในทางที่ไม่ดีหรือเป็นผลลบต่อบุคคลที่พูดถึง ครับ ยกตัวอย่างเป็นเหตุการณ์สมมติครับไม่ได้เกิดขึ้นจริง หรือในอนาคตจะเกิดขึ้นจริงก็ไม่อาจทราบได้ให้เห็นภาพได้อย่างชัดเจนนะครับ

"เฮีย ก. (บุคคลที่ 1) เกิดไปเป็นกิ๊กกับคุณแพนด้ามาจากญี่ปุ่น (บุคคลที่ 2) แล้วพอดีพี่ตุ้มเป๊ะ (บุคคลที่ 3) ไปรู้ไปเห็นบทบาทรักอย่างถึงบวบถึงแตง

หลังจากนั้นพี่ตุ้มเป๊ะ ก็เอาไปเล่าให้คุณพี่มายาฟัง (พี่ตุ้มเป๊ะเปลี่ยนสถานะเป็นบุคคลที่ 1 และคุณมายาเปลี่ยนสถานะเป็นบุคคลที่ 2) เรื่องเฮีย ก. (เปลี่ยนสถานะเป็นบุคคลที่ 3)กับคุณแพนด้ามาจากญี่ปุ่น (เปลี่ยนสถานะเป็นบุคคลที่ 4) เป็นกิ๊กกันแล้วมาแสดงบทรักกันผ่านทางบล็อกอย่างออกนอกหน้านอกตาอย่างดุเด็ดเผ็ดมันถึงแตงถึงบวบกันไปมา เผอิ๊ญเผอิญจริงๆ นะ

คุณสาวเหนือมาได้ยินพอดีต๊ายตายอกอีแป้นจะแตกแหลกลาญ คุณสาวเหนือ (สถานะเป็นบุคคลที่ 2.1) อดรนทนไม่ไหวรีบเปิดบล็อกเป็นของตัวเองเลยทีเดียว เพื่อแฉพฤติกรรมระหว่างเฮีย ก. กับคุณแพนด้ามาจากญี่ปุ่นพวกเราเป็นตาสีตาสาก็นึกว่าคุณสาวเหนือจะเปิดเผยตัวสักทีไปอ่านบล็อกคุณสาวเหนือพวกเราก็มีสถานะเป็นบุคคลที่ 2.1.กลุ่ม ครับ

แต่ถ้าหากว่านอกจากคุณสาวเหนือแล้วมีคุณโอ้ (สถานะเป็นบุคคลที่ 2.2) อยู่ด้วยได้ฟังอย่างใจจดใจจ่อ คุณโอ้ก็เอาเรื่องข่าวคาวอันนี้ไปเล่าให้คุณ Conte I ฟัง (มีสถานะเป็นบุคคลที่ 2.2.1) แล้วในระหว่างที่รอแถวเพื่อสมัครเป็นสจ๊วต TG อยู่คุณ Conte I ก็เล่าให้กลุ่มเพื่อนๆ ร่วมชะตากรรมฟังคนเหล่านั้นก็จะมีสถานะเป็นบุคคลที่ 2.2.1.กลุ่มครับ"

นี่แหล่ะครับ จากตัวอย่างด้านบนแสดงให้เห็นว่าการนินทามีความสลับซับซ้อนซ่อนเงื่อน มีเงื่อนงำหลายหลายทิศทางหลากหลายสเต็ปนะครับ แต่จากตัวอย่างข้างต้น เฮีย ก. กับคุณแพนด้ามาจากญี่ปุ่นจะไม่สามารถล่วงรู้ได้เลยว่าความสัมพันธ์ลับๆ ของทั้งคู่ถูกเปิดเผยและได้รับการพูดถึงออกไปเป็นวงกว้างเสมือนกับน้ำลายที่ไหลออกมาเปื้อนหมอนของเฮีย ก. ยามค่ำคืน

เราจะเห็นว่าเทคนิคก็ไม่มีอะไรมากพอมาถึงก็สามารถเล่าได้ทันทีเลยหากมองซ้ายมองขวาแล้วไม่เห็นโจทย์อยู่ในรัศมีของเสียงที่จะเล็ดลอดไปถึง ก็สามารถเปิดฉากนินทาได้ทันทีทันใด หรือหากจะไม่นินทาลับหลังกันแบบเผชิญหน้า (Face to Face ไม่ใช่ Mouth to Mouth นะครับ) แล้ว ก็อาจจะใช้เทคโนโลยีในการสื่อสารเป็นเครื่องมือในการนินทาแบบลับหลังได้ (Communication Technology Mediated) ทั้งโทรศัพท์เคลื่อนที่ จดหมายอิเลคทรอนิกส์ เว็บล็อก เว็บไซต์ ฯลฯ

การนินทาซึ่งหน้า

การนินทากันซึ่งๆ หน้าถือเป็นการนินทาขั้นสูงมีไม่กี่คนที่ทำได้ครับ หนึ่งในคนเหล่านั้นก็มีเป็นปอนอยู่ด้วยครับ---หุหุการนินทาซึ่งๆ หน้าอย่างนี้มีเทคนิคครับเดี๋ยวค่อยว่ากันต่อไป แต่ความหมายของนินทาซึ่งๆ หน้าก็คือ การที่เราจะพูดถึง"เป้าหมาย" ในทางที่ไม่ค่อยจะดีสักเท่าไหร่กับบุคคลที่ 3แต่ในขณะที่เราจะทำการสื่อสารนั้น "เป้าหมาย" ต้องอยู่ในบริเวณนั้นด้วยระยะพอที่หากพูดก็จะได้ยินกัน หรืออาจจะอยู่ในระยะเผาขนเลยก็ได้ครับ เพื่อให้เห็นได้ชัดขอยกตัวอย่างเลยก็แล้วกันนะครับ เป็นเหตุการณ์สมมติครับไม่ได้เกิดขึ้นจริง หรือในอนาคตจะเกิดขึ้นจริงก็ไม่อาจทราบได้

"หลังจากเกิดกรณีฉาวคาวสวาทระหว่างเฮีย ก.กับคุณแพนด้ามาจากญี่ปุ่น แล้วข่าวคาวของคนทั้งคู่ต่างก็แพร่สะพัดไปทั่วทั้งในโลกแห่งความเป็นจริง และในโลกไซเบอร์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว วันหนึ่งประมาณวันที่ 27หรือ 28 ตุลาคม 2550มีการรวมกลุ่มกันเกิดขึ้นและเฮีย ก. ก็ได้เป็นแม่งานในการจัดการทุกๆ อย่างเมื่อทุกคนมาถึงในระหว่างที่เฮีย ก. กำลังวิ่งประสานงานจนลิ้นห้อยส่วนคุณ Old Mustang ก็เหงื่อไหลไคลย้อยน้องเบลล์ร้องไห้กระจองอแงเพราะกลัวหน้าเฮีย ก.อยู่นั้น (คุณแฟนของคุณ Old Mustangให้วีซ่าแบบที่ต้องพาน้องเบลล์มาคุม เนื่องจากไม่ไว้วางใจพฤติกรรมของเฮีย ก.)

พี่ตุ้มเป๊ะก็สกิดที่แขนของพี่อ้อมยิกๆ เลย พร้อมๆ กับกระซิบกระซาบกันสองคนว่ารู้เรื่องข่าวคาวของเฮีย ก. กับคุณแพนด้าหรือเปล่า พี่อ้อมก็ตอบว่าไม่ได้ยินเพราะในระหว่างที่เกิดข่าวคาวอยู่นั้นกำลังเที่ยวพิพิธภัณฑ์ แล้วก็เที่ยวสั่งลาชิคาโกอย่างอาลัยรักอยู่ พี่ตุ้มเป๊ะก็เล่าให้พี่อ้อมฟังอย่างกับพ่นไฟทั้งๆ ที่เฮีย ก. ก็ยืนโด่ทนโท่ไม่รู้เรื่องรู้ราวอยู่ใกล้ๆ นั่นเอง

ที่นี้พี่หมอเชน คุณชัย คุณจั่นเจา น้องมิน น้องอู๋ คุณวัชระมาถึงก็เข้ามาร่วมกลุ่มกันเพราะบางคนก็รู้มาบ้างแล้วจากบล็อกของคุณสาวเหนือที่เปิดขึ้นเพื่อการณ์นี้โดยเฉพาะ ก็วิพากษ์วิจารณ์กันว่าคุณแพนด้าไม่น่าเล้ยน่าสงสาร เฮีย ก. ก็ไม่ได้ระแคะระคายแต่ประการใด พอดีคุณพี่มายา คุณรายละเอียดที่หายไป คุณพี่เจ้าชายน้อยมาถึงเฮีย ก. ก็รีบตรงดิ่งประดุจจรวด "ตอ" ปิโดของเรือดำน้ำไปต้อนรับทันที แต่คุณพี่มายารู้ถึงรายละเอียดทั้งหมดจากพี่ตุ้มเป๊ะมาแล้วจึงส่งสายตาให้กันว่ารู้และเข้าใจ พร้อมกับกระพริบตากับคุณสาวเหนือที่เพิ่งจะมาถึงเป็นอันรู้กัน

พอปอนมาถึงปุ๊บพี่ตุ้มเป๊ะ พี่อ้อม คุณพี่มายา คุณวัชระก็รีบตรงดิ่งมาหาปอนทันที และทุกคนก็มองปอนตาเดียว (เพราะมาสายกว่าคนอื่น) และถามว่ารู้เรื่องราวคาวสวาทของเฮีย ก. กับคุณแพนด้ามาจากญี่ปุ่นหรือเปล่า ปอนก็ทำหน้าตาเหรอหราแล้วตอบไปว่า "ไม่รู้เรื่องเลยครับ อะไรกันหรอ มีอย่างนี้ด้วยหรอต๊ายตาย" พอทุกคนได้ยินที่ปอนตอบดังนั้นก็พร้อมใจประสานเสียงแบบไม่ได้นัดหมายมาทันทีด้วยคำว่า "ตอแหลลลลลลลลล" ลั่นสถานีหัวลำโพงของรถไฟฟ้ามหานคร โดยลืมไปว่ามีน้องเบลล์อยู่ ณ ที่นั้นด้วย"

จากตัวอย่างนะครับ ก่อนอื่นเราต้องแยกให้ออกก่อนว่าการนินทาซึ่งๆ หน้ากับการด่าต่อหน้า การที่กระซิบกระซาบหรือยักคิ้วหลิ่วตาใส่กันไม่ให้เฮีย ก. รู้นั่นคือการนินทาครับ แต่การที่ทุกคนพร้อมใจกันพูดคำว่า "ตอแหล" ใส่ปอนนั้นเรียกว่า ด่าต่อหน้าครับ ในตัวอย่างจะเห็นได้ว่ามีการนินทาซึ่งๆ หน้าสองรูปแบบด้วยกันนะครับ คือการนินทาแบบใช้ภาษา (Verbal Gossip) และการนินทาแบบไม่ใช้ภาษา (Non-Verbal Gossip)

การนินทาแบบใช้ภาษาพูด (Verbal Gossip) ในการนินทาประเภทนี้เป็นการนินทาที่ใช้ภาษาเป็นเครื่องมือในการสื่อสาร มีเทคนิคขั้นพื้นฐานเลยก็คือ การกระซิบเบาๆ แบบไม่ให้ "เป้าหมาย" นั้นรู้ตัว, การพูดภาษาต่างชาติที่มั่นใจว่า "เป้าหมาย" ไม่สามารถฟังรู้เรื่อง, การพูดภาษาเฉพาะกลุ่มเช่น ภาษาลู ภาษาซอ ฯ

การนินทาแบบไม่ใช้ภาษาพูด (Non-Verbal Gossip) วิธีการนี้ถือว่าเป็นเทคนิคการนินทาขั้นพื้นฐานที่คนจะนินทาด้วยวิธีการนี้จะต้องมีความเข้าใจในสัญญลักษณ์ที่จะส่งระหว่างกันอย่างถ่องแท้ มีการสื่อสารโดยใช้สัญญลักษณ์ทางร่างกายหรือตัวอักษรบางครั้งอาจจะไม่ได้รายละเอียดมากมายนักแต่สามารถระบายความรู้สึกต่อคนบางคนได้แค่นั้นเอง เทคนิคประเภทนี้ก็มีตั้งแต่การยักคิ้ว หลิ่วตา, อ่านปาก, ภาษามือ, การแสดงสีหน้า, การแสดงออกทางท่าทาง เป็นต้นครับ

การนินทาไม่ใช้สิ่งที่ดีเท่าใดนักนะครับ แต่บางครั้งเราก็ต้องใช้วิธีการนี้เพื่อผ่อนคลายอารมณ์ไม่พอใจ หรือความกระหายใคร่รู้ตามนิสัยที่เป็นธรรมชาติของคน การนินทาจะไม่มีฤทธิ์ร้ายแรงหากการนินทาดังกล่าวไม่ใช่การใส่ร้ายป้ายสี หรือโฆษณาชวนเชื่อ อาจพูดได้ว่าจรรยาบรรณของการนินทาก็คือต้องพูดในสิ่งที่เป็นความจริงครับ การนินทาถึงจะตั้งอยู่บนหลักธรรมที่แท้จริง

บางครั้งการนินทาก็ไม่ได้พูดถึงสิ่งไม่ดีเสมอไปนะครับ หากคนที่ถูกนินทาเอาสิ่งเหล่านั้นมาคิดแล้วเปรียบเทียบ หรือหาคำตอบว่าทำไมคนอื่นจึงมองและนินทาเราอย่างนั้น เราจะค้นพบสิ่งที่เราขาดและควรปรับปรุงในตัวเราได้มากขึ้นทีเดียวครับ แต่ปัจจุบันคนเราใช้การนินทาไปในทางที่ไม่ดีซะเป็นส่วนใหญ่มักจะไม่ชอบให้ใครมานินทาเพราะคิดว่าก้าวก่ายเรื่องส่วนตัว แต่ปอนอยากจะบอกว่าหากเรายึดติดอยู่กับการคิดว่าโดนนินทาจะเป็นเรื่องเสียหาย จิตของเราก็จะเป็น "ทุกข์" แต่หากเราลองคิดใหม่ว่า "การนินทาทำให้เราได้มองตัวเอง จากมุมมองของคนอื่น" เราก็จะสบายใจแถมได้ประโยชน์จากการนินทาด้วยนะครับ

ปอนเองครับ

ปัจฉิมลิขิต : เหตุการณ์ที่ปอนยกตัวอย่างเป็นเรื่องสมมติทั้งสิ้นนะครับ หากพาดพิงถึงใครแล้วไม่พอใจปอนต้องกราบขออภัยทุกท่านด้วย ณ ที่นี้ครับ หรือไม่รู้จะไประบายลงที่ไหน ขอความกรุณาเชิญไประบายได้ที่บล็อกเฮีย ก. ครับ (แต่ปอนไม่รู้ว่าสิ่งที่ยกตัวอย่างจะเกิดขึ้นจริงหรือเปล่านะครับ)

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

มันวิชาการได้ขนาดนี้เลยเหรอครับ ไอ้เรื่องนินทาเนี่ย มีภาษาอังกฤษประกอบสร้างความน่าเชื่อถืออีกต่างหาก

#1 By วัชระ on 2007-09-19 00:01

ไม่ยอมคุณวัชระ ไม่ได้อ่านนิ ขี้โกง

ปอนขำกลิ้งลิงกะหมามากเลย คิดไ้ด้ไงเนี่ย

#2 By ตุ้มเป๊ะ on 2007-09-19 00:03

อ่านจบแล้ว แต่จะบอกนะของจริงพี่ไม่ได้เป็นแบบนี้ บื้อแดกมากๆๆ ของจริง อาจจะบื้อขนาดเดินทะลุไปหาเฮียกับแพนฯที่กำลังทำกิจกรรมก็ได้ เพราะประมาณนี้เคยมีแล้ว ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องโทษที่สายตาสั้น

#3 By ตุ้มเป๊ะ on 2007-09-19 00:07

อ่าน

#4 By วัชระ on 2007-09-19 00:07

ไม่เชื่อ
( คนเก็บกดไม่ได้ใช้อีโมเลยมาเล่นที่บล็อกปอน )
สรุปแล้วเหตุการณ์จริงคุณวัชระไปมืทติ้งปลายเดือนตุลาฯใช่ไม๊

#5 By ตุ้มเป๊ะ on 2007-09-19 00:10

คุณวัชระถ้าอ่านจริงสรุปให้ฟังหน่อยสิ.. (มาดอาจารย์เลยนะเนี่ยะ)

#6 By ปอนปอน on 2007-09-19 00:13

ถึง คุณ ปอนปอน

อ่านไปอมยิ้มไปครับ ได้แต่หวังว่าถึงเวลาจริง ๆ ตัวละครในเรื่องของ คุณ ปอนปอน จะไปมีทติ้งกันครบนะครับ

#7 By Old Mustang on 2007-09-19 00:14

ฮามากค่ะน้องปอน

พี่ก็พึ่งรู้นี่หละค่ะ ว่าการนินทามีหลักมีเกณฑ์ขนาดนี้

พี่ก็ใช้บ่อยเหมือนกันนะคะ นินทาซึ่งๆหน้าเนี่ย พี่นินทาเป็นภาษาไทยไง ฝรั่งฟังไม่ออก กลับไปต้องปรับเปลี่ยนนิสัยนี้โดยด่วน

แล้วปอนพยายามสับหลีกเวลาให้ได้นะคะ จะได้เจอกัน

#8 By Orm & Hai on 2007-09-19 01:02

F89igd]upfdkiobomkg]pvjt8iy[

#9 By 030419 on 2007-09-19 01:29

เฮียก. จะจามมัยเจ้าคะ.............
รู้สึกเกรียมๆ เพราะถูกเผา ... อุอุ
เมื่อวานไม่ค่อยสบายเลยไม่ได้เข้ามาอ่านนะครับ รู้สึกครั่นเนิ้อครั่นตัว คงเพราะถูกนินทารึปล่าว 555

ที่ทำงานผม ก็มีนินทา มันคงห้ามไม่ได้ที่จะห้ามไม่ให้คนนินทา นินทาเพื่อนร่วมงาน นินทาเจ้านาย นินทาลูกน้อง ...
สรุปว่าใครลุกออกไปจากวงสนทนา ....
โดน ทุกราย

พี่มายาทำไมเป็นคนสอดรู้สอดเห็นชอบฟังเรื่องชาวบ้านขนาดน้านนนนนน..สงสัยวันที่ 28 ต้องไปเป็นบุคคลที่ 2ให้ได้แล้วคะ แต่ขออยู่ในประเภทต่อหน้าต่อตาเลยนะคะ ชนิดนินทาแบบกลุ่มใหญ่ไฟแล้บบบบบ....แต่กลัวลูกในกล่องจะนั่งเงียบเหมือนเคยอะดี้....

ยังไงขอนินทาสักหน่อย..... ป่านนี้ลูกในกล่องเป็นไงบ้างก็ไม่รู้ ทำไมมีแต่เรื่องให้ทุกข์ใจมากมายนัก ขอคุณพระศรีรัตนตรัยโปรดดลให้ลูกในกล่องประสบความสำเร็จสมปรารถนาทุกประการเทอญ...

#12 By MayaKniGht on 2007-09-19 09:30

นี่มันบทความวิชาการนี่... สมกับเป็นอาจารย์มาเขียนบล๊อก

ปล. เดี๋ยวจะโดนไม่ใช่น้อย เอาผมมาพาดพิง ผมไม่เคยนินทาเล้ยยยย... ถ้าไม่จริงขอให้ได้เป็นสจ๊วททีจีเลยเอาสิ

#13 By Conte 01 (203.146.136.88 /unknown) on 2007-09-19 09:31

- 555+ อยู่ที่ทํางานโดนทุกวัน ครับ

- ผมกําลังแอบสงสัยว่า ปอนปอน อาจจะรับนํ้าเลี้ยง
จาก เฮีย ก. เพื่อให้เขียน entry นี้ ครับ เนื่อง จาก ว่า
เฮีย ต้องการ ประกาศ ความสัมพันธ์ กับ คุณหมีพอตเตอร์
แต่ให้ครั้นจะเขียนผ่าน blog ตัวเอง ก็ดูยังไงอยู่ 55+

#14 By riddler on 2007-09-19 09:32

- เรื่องเปิดบล๊อก คงคิดดูอีกทีปีหน้า คงต้องขอ อีเมล์ของหลายๆคนมาสอนวิธีทำ เพราะออกจะโง่
- เรื่องเล่าเยอะล้านเจ็ด นอนอยู่บ้านยังมีเรื่องมาเกี่ยวข้องเลย
- อาจจะนะค่ะ กำลังว่าจะหัดเขียนนิยาย โดยมีTheme เกี่ยวกับธุรกิจ และการตลาด

#15 By สาวเหนือ (203.146.176.242) on 2007-09-19 09:34

^^^
แย่จังข่าวรั่วไหล ..

ตอบโต้ ถ้าเป็นเนื้อคู่คงจะไม่ได้ สงสัยจะต้องเป็นเนื้อคี่ ...


ตอนเด็กเพื่อนคนไหนไม่อยู่ในกลุ่ม,
มักจะเป็นศพ เราใส่กันสุดๆ
ไม่ดี แต่สนุกปากกันเหลือเกิน..

#17 By chubbyhole on 2007-09-19 11:32

ถ้าคนที่มาเม้นท์ในบล๊อคผมเป็นผู้ชาย ส่วนใหญ่น้องปอนจะตามไปเม้นทืถึงบล๊อคคนเหล่านั้นด้วย ตีสนิทใหญ่แบบจี๋จ๋ามากเลย แต่ถ้าเป็นหญิง น้องปอนจะไม่สนใจใยดี เอ๊ะแบบนี้เรียกนินทาแบบซึ่งๆหน้าหรือเปล่าเนี่ย หุหุ

นิสัยคนชอบยุ่งเรื่องชาวบ้านนี่เรื่องจริงนะครับ ไม่รู้ว่าทำไม ขนาดอาม่าผมเดินไม่ได้ ยังรู้เรื่องราวคนข้างบ้านไปหมด ทำไมนะ

มาตอบโต้ครับ ว่าไม่ได้จ้างให้น้องปอนเขียนเอ็นทรี่นี้ครับ แล้วยังไม่ "ได้" กันกับคุณหมีแพนด้าครับ

ถึงน้องปอน : เจอกันเมื่อไรเจอ "ฟาด" แน่ๆ เอาอะไรฟาดไม่บอก

#18 By มนุษย์กล่อง on 2007-09-19 15:41

...คุณ Old Mustang... หมายถึงว่า คนที่ไปมีตติ้งครบที่ปอนพูดถึง หรือว่าเหตุการณ์ระหว่างเฮีย ก. กับคุณแพนด้านเป็นอย่างนั้นจริงๆ ด้วยครับ

ที่จริงแล้วปอนก็แค่จัดกลุ่มให้มันแค่นั้นเองครับ...พี่อ้อม...เพราะเราไม่เคยมีใครจัด Category เรื่องพวกนี้สักที ส่วนเรื่องไปมีตติ้งปอนจัดการได้อยู่แล้วครับ แต่คนที่จัดโปรแกรมนี่ล่ะครับ

...คุณมหาสมุทร...ปอนพยายามถอดโค๊ตลับของคุณได้ว่า "โคตรเกลียดการนินทาเลยอ่ะครับ" ใช่หรือเปล่าครับ... ปอนใช้เวลานานเลยนะครับเนี่ยะกว่าจะถอดรหัสลับสุดยอดได้.... อย่าเกลียดเลยครับการนินทา ให้ลองคิดอย่างที่ปอนบอกแล้วจะมีความสุขครับ

คงไม่จามหรอกครับ...คุณกระปุกตั้งฉ่าย... เฮียแกหนังหนาขนาดนั้นไม่มีอะไรสามารถเข้าไปทำอะไรแกได้หรอกครับ

มันเป็นสัจจธรรมของ "คน" ครับคุณหมีแพนด้ากิ๊กเฮีย ก. (ในท้องเรื่อง) นี่แหล่ะครับไม่เข้ามาอ่านตอนกลางคืนความจริงถูกเปิดเผยเลย

...คุณพี่มายา...มันเป็นบทบาทสมมติครับ แต่หากพวกเราจะไปร่วมทำจริงๆ ในวันนั้นก็จะดีมากเลยนะครับ

...คุณ Conte I... อ้าวมันเป็นบทความวิชาการหรอกหรอครับเนี่ยะปอนเพิ่งรู้ ตอนแรกมีวัตถุประสงค์เพื่อแฉเฮีย ก.โดยเฉพาะ---หุหุ ปอนไม่เชื่อหรอกว่าคุณ Conte I ไม่เคยนินทา ปอนถึงได้เอามาพาดพิงไง ขอแช่งถ้าคุณ Conte I โกหกว่าไม่เคยนินทาใครเลย ขอให้เป็นสจ๊วตการบินไทยไม่ได้ไปทำอาชีพอื่น ดักดานอยู่แต่การเป็นสจ๊วตนั่นแหล่ะ T1

...คุณ โอ้...ปอนกำลังโดนกล่าวหาว่าจะไปกินน้ำใต้ศอกเฮีย ก. ครับ เฮีย ก.ไม่ได้ให้น้ำอะไรกับปอนเลย มีแต่น้ำโหที่ให้มา แต่ที่ปอนสมมติเหตุการณ์นี้ขึ้นมาก็เพราะปอนเห็นสัญญาณอะไรบางอย่างจากการคอมเม้นต์ของสองคนนี้ในบล็อกของกันและกันครับ

จะรออ่านบล็อกของ...คุณสาวเหนือ...นะครับปอนก็สนใจด้านการตลาดอยู่เหมือนกัน เพราะการสื่อสารก็มีการตลาดเข้ามาเกี่ยวข้องมากเลยทีเดียวครับ

...คุณหมีแพนด้า... ข่าวอะไรรั่วไหลหรอครับ...หรือว่าๆๆๆๆๆๆ ข่าวที่เป็นกิ๊กกับเฮีย ก.จริงๆ

ปอนก็เป็นเหมือนกันครับ แล้วตอนนี้ล่ะครับ...คุณ Chubbyhole... ยังเป็นอย่างนั้นอยู่หรือเปล่า

เรียนทุกๆ ท่านโปรดทำความเข้าใจนะครับ สิ่งที่...เฮีย ก....พูดไม่เป็นความจริงครับ ที่เฮีย ก.โวยวายว่าปอนตามไปคอมเม้นต์ในบล็อกของผู้ชายทุกคนที่เข้ามาเม้นต์ในบล็อกของเฮีย ก.นั้นไม่เป็นความจริงแต่อย่างใดครับ ขออธิบายดังนี้ครับ หากเฮีย ก. หมายถึงคุณ Old Mustang ที่ปอนเข้าไปก็เพราะเรื่องมีตติ้งเป็นหลักครับ บางทีถ้ามีเรื่องที่เป็นประเด็นที่สนใจหรือปอนสามารถแสดงความคิดเห็นได้ก็จะมีการพูดคุยผ่านทางบล็อกเท่านั้นครับ ถ้าเป็นคุณพี่เจ้าชายน้อยปอนก็ตามเข้าไปครับบางเรื่องอาจจะอยู่ในความสนใจปอนก็แสดงความคิดเห็นบ้าง ส่วนคนอื่นๆ ก็จะเข้ามาคอมเม้นต์ในบล็อกปอนก่อนแล้วปอนก็ตามไปอ่านและคอมเม้นต์ตามที่สติปัญญาของปอนมี ใช่ไหมครับ...

แต่มีข้อสังเกตครับ จริงๆ แล้วปอนก็ได้เข้าไปในบล็อกของผู้หญิงตั้งหลายคน เช่นคุณมายาก็เข้าไปประจ๊ำประจำ คุณน้องมิน พี่ตุ้มเป๊ะ พี่อ้อม ฯลฯ แต่เฮีย ก. ไม่เคยสังเกตเห็นว่าปอนเข้าไปทั้งๆ ที่ปอนเข้าไปคอมเม้นต์ก่อนเฮีย ก.ด้วยซ้ำไป ปอนเลยสังเกตว่า เฮีย ก. นั่นแหล่ะครับเข้าแต่บล็อกของผู้ชายแล้วก็สอดส่ายสายตาไปเห็นชื่อปอนเลยเกิดอาการขึ้นมา แต่ของผู้หญิงเฮีย ก. คงจะเข้าไปแบบผ่านๆ หรือบางครั้งแทบจะไม่เข้าเลยด้วยซ้ำจึงไม่เห็นชื่อปอนครับ... ทุกๆ ท่านคิดว่าอย่างไรครับ

ถึง เฮีย ก. ที่รักครับ...มันเป็นนิสัยของคนจริงๆ ครับเรื่องการนินทาเนี่ยะ... ปอนก็ไม่ได้บอกนี่ครับว่าเฮียกับคุณหมีแพนด้าเป็นอย่างนั้นจริงๆ สักหน่อยอย่างนี้แสดงว่ากินปูนร้อนท้องล่ะสิ... ถ้าเจอกันจะเอาหมูยอฟาดปอนหรอครับไหนบอกว่าไม่มีมีแต่ "หอยดอง" ไง เก็บหมูยอไว้ป่านนั้นไม่เน่าไปหมดหรอครับ

#19 By ปอนปอน on 2007-09-19 16:35

ขอแถลงข่าวผ่าน Blog นี้นะครับ
ผมกับคุณ เฮีย ก. เราเป็นเพื่อนกันครับ จริงๆ อุอุ
เห็นด้วยกับคุณวัชระมากว่ามาเขียนออกมาได้วิชาการขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย

นี่ยังดีนะที่ตัวพี่เองไม่ได้เป็นคนโดนนินทา เปนแค่ตัวประกอบช่วยเมาท์เฉยๆ อิๆ แรกอ่านเข้าใจอยู่ พอเจอสองจุดหนึ่งจุดหนึ่ง...ชักเง็ง นี่เราเรียนมาถึงสรรพนามบุรุษที่สามนี่มันน้อยเกินไปสำหรับสมัยนี้แล้วเหรอนี่ย
แต่ละคน แถลงการณ์ กันน่าดู

#22 By riddler (125.26.0.52) on 2007-09-19 21:46

ฝากไว้ก่อนเถอะ โอฬาร

#23 By มนุษย์กล่อง on 2007-09-20 00:29

ชอบครับชอบ ...
จริง ๆ ก็รู้นะว่า การนินทาต่อหน้าและลับหลังเป็นยังไง
แต่คุณปอนใช้เหตุการณ์อุปมาได้สมจริง จริง ๆ เห็นภาพเลย

เมื่อวานไปฟิตเน็ตมา พอเดินออกจากห้องมีคนถามผมว่า "พี่เป็นแฟนกับ....หรือป่าว?" ....ป่าว
"มีคนบอกว่าพี่กับ...อยู่ด้วยกันแล้ว!!!" ...?????
เรียนถามคุณปอนว่าแบบนี้เรียกนินทาหรือป่าว? เพราะนินทาน่าจะหมายถึงเรื่องที่เกิดขึ้นจริง+เสริม+แต่งเล็กน้อย
แต่ที่เกิดกับผมมันมั่วมากอ่ะ

#24 By CHAI on 2007-09-20 00:33

ตามสบายครับ...คุณแพนด้า... แถลงไปเถอะครับความจริงมันก็คือความจริงหนีไปไม่พ้นหรอกครับ...หุหุ

จริงๆ แล้วปอนจะเขียนให้เป็นถึงจุด Mass หรือระดับมวลชนแหล่ะครับแต่กลัวจะงงกันเสียก่อนแล้วจะไม่สนุกน่ะครับ...พี่หมอเชน... ที่จริงมันก็ไม่ได้วิชากงวิชาการอะไรหรอกครับ ปอนก็ทำฟอร์มเขียนไม่อย่างนั้นแหล่ะ ปอนไม่ใช่นักวิชาการนะแค่เป็นอาจารย์พิเศษสอนเด็กป.ตรีเท่านั้นเองครับ

ก็กินปูนกันเข้าไปเยอะน่ะครับ...คุณโอ้...นี่ขนาดว่าปอนสมมตินะ

ถ้าเอาใจมาฝากปอนคงรับฝากไว้ไม่ได้นะครับ...เฮีย ก....ที่รัก เพราะหัวใจของเฮียคงจะเหี่ยวจนเอามาใช้อะไรไม่ได้แล้วหล่ะ อย่าลืมสิครับเราเป็นพี่น้องกันพี่ทำอะไรไว้น้องก็ต้องรู้และเข้าใจอย่างสุดซึ้งครับ

วิเคราะห์จากเหตุการณ์ที่...คุณชัย...เล่ามานั้นปอนฟันธงได้เลยครับว่ามันไม่ใช่การนินทา แต่มันเป็นการคอนเฟิร์มข้อมูลที่เขานินทากันมาเท่านั้นเอง ถือว่าน้องคนนั้นมีจรรยาบรรณพอสมควรนะครับที่มาถามก่อนที่จะนินทาไปสู่คนที่จุดอินฟินิตี้ อย่างที่บอกครับหากเราจะนินทาแบบมีจรรยาบรรณเราต้องนินทาแต่ความจริงเท่านั้น แต่หากจะให้มีสีสันก็ต้องใส่ความคิดเห็นแบบเผ็ดๆ มันๆ ลงไปห้ามบิดเบือนข้อมูล หรือใส่สีตีไข่เด็ดขาดไม่งั้นจะเป็นการนินทาที่ขัดจรรยาบรรณ และมันจะไม่ใช่การนินทาครับมันจะกลายเป็นโฆษณาชวนเชื่อเพื่อทำลายล้างคู่ต่อสู้ครับ วัตถุประสงค์ของการนินทาแค่พูดถึงบวกกับแนบความคิดเห็นเอามันเท่านั้นเองครับ

#25 By ปอนปอน on 2007-09-20 00:53

นี่ขนาด2คนนี้ยังไม่เคยเจอกัน ยังขนาดนี้ ถ้าเจอกันซึ่งหน้า จะเลือดสาด หรือน้ำหมากกระจายหนอ

#26 By สาวเหนือ (203.146.176.242) on 2007-09-20 08:45

^^ คุณสาวเหนือ

คงต้องพกปืนและกระสุนให้ทั้ง 2 คน เยอะๆ จะได้ยิงกันให้พรุน (ยิงมุขให้กระจาย)
ปล. กัดผมไม่ปล่อยเลยนะคุณปอน อุอุ
อ่านยังไม่จบ เข้ามาแปะโป้งไว้ก่อน อิอิ

เดี๋ยวมาอ่านให้จบ

#29 By นกจร on 2007-09-20 15:26

ขอให้เจอกันสักตั้งเถอะ มันหยดติ่งๆ เพราะคุณปอนจะเป็นฝ่ายพ่นน้ำหมากคนเดียว อีกคนนั่งอมยิ้มหน้าระรื่นชื่นใจหนุ่มๆเช่นเคยละไม่ว่า..จริงป่าวจ๊ะ..ซ้อมรับมือหรือยัง

#30 By MayaKniGht on 2007-09-20 16:48

พอเจอหน้ากันคงโผเข้ากอดกันน่ะครับ...คุณสาวเหนือ... หลังจากนั้นเฮีย ก.คงกระโดดงับหูปอนจมเขี้ยวแน่ๆ เลย

...คุณแพนด้า...ทำไมโหดร้ายจังเห็นคนรักเป็นอะไรไปได้ลงคอหรอครับ... หุหุ..ปอนหรือเฮีย ก.ครับที่ไม่ปล่อยคุณแพนด้าน่ะ

...คุณนกจร...จังอ่านไม่จบหรอครับเงียบหายไปเลย.. ที่จริงจะเชิญคุณนกจรมาอยู่ในเหตุการณ์ด้วย แต่ไม่รู้จะเขียนฉากเปิดตัวคุณนกจรยังไง

ก็ดีครับ...คุณพี่มายา...จะได้ไม่มีใครคอยขัดคอ แต่เฮีย ก.คงจะน่าสงสารมากเลยนั่งหงอยกลายเป็น...หัวเน่าไปน่ะสิครับ

#31 By ปอนปอน on 2007-09-20 21:48

การนินทาเนี่ยเป็นสิ่งที่ทุกคนเป็นแต่กำเนิด ยิ่งนินทายิ่งมันส์ว่างั้นเถอะ แต่ไอ้นินทาซึ่งๆ หน้าเนี่ย เค้าเรียกว่า ด่า ม้าง

#32 By จั่นเจา on 2007-09-21 14:45

คุณปอนรู้ได้ไงครับว่า ผมชอบกินชาเขียว แบบกล่อง
เพราะมันกินพอดีอิ่ม ถ้าแบบขวดจะเยอะไป กินแล้วเหลือ
แต่จะอยู่ใน ขวด รึว่าใน กล่อง ก็ชอบทั้งนั้นแหละครับ
เพราะมันอร่อย และก็สดชื่นๆ...
ชอบรสน้ำผึ้งผสมมะนาว เปรี้ยวๆหวานๆ อร่อยดีครับ

ปล กลัว เฮีย ก. จะไม่แค่กัดหู แต่จะเอามีดแทงคุณปอนน่ะสิครับ
ถ้านินทาต่อหน้าแล้ว"เป้าหมาย"ไม่รู้ตัวเป็นการนินทาครับ...คุณจั่นเจา... แต่ถ้าเป้าหมายรู้ตัวถือว่าเป็นด่าครับ

ก็เห็น...คุณแพนด้า...ชอบอะไรที่เป็นกล่องๆ หรืออยู่ในกล่องน่ะครับก็เลยคิดว่าน่าจะชอบชาเขียวแบบกล่อง แต่ปอนชอบชาเขียวแบบ Original นะครับ กินผสมรสชาติอื่นแล้วปอนคลื่นไส้น่ะครับ เมื่อตอนที่ยังเรียนอยู่ก่อนเข้าห้องเรียนซื้อกินทุกวันเลยครับ แต่ปอนกินแบบขวดนะครับ แบบกล่องกินไม่ไหวเดี๋ยวท้อง...

#34 By ปอนปอน on 2007-09-21 18:15

นินทาตัวเองมีบ้างป่ะงับ
...หนูอู๋... การนินทาตัวเอง เขาเรียกว่า "ประจานตัวเอง" หรือไม่ก็ "เอาตัวเองไปขาย" จ๊ะ.. ใช้คำว่านินทาตัวเองไม่นะจ๊ะ

#36 By ปอนปอน on 2007-09-21 22:13

ผัดเห็ดหอมสดกลิ่นเหมือนเห็ดหอมแห้งแต่ไม่แรงกว่า..อร่อยกันคนละแบบ
วันหลังทดลองทานดูนะคะ แล้วจะติดใจ

อย่าไปถือสาพี่เขา..พี่เขาล้อเล่นด้วยรักมากกว่าจ้า...

#37 By MayaKniGht on 2007-09-22 08:04