ความหวังและการแข่งขัน
posted on 01 Oct 2007 20:50 by sloppythinking in Live, Socialไม่รู้ว่าทุกๆ คนที่เข้ามาอ่านความคิดแบบปอนปอนในเอ็นทรี่นี้จะมีความคาดหวังในชีวิตอะไรบ้างนะครับ แต่เมื่อวันอาทิตย์ที่ 23 กันยาฯ ที่ผ่านมาปอนไปเจอคลื่นความคาดหวังลูกใหญ่ที่ถาโถมมาที่จุดเดียวกัน ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ศูนย์รังสิต) คนเป็นหมื่นคนต่างก็มาชุมนุมอยู่ที่เดียวกัน เพื่อหวังตำแหน่งงานในองค์กรรัฐวิสาหกิจแห่งหนึ่งที่มีความมั่นคงมากที่สุด และภาพลักษณ์ดีแห่งหนึ่งในประเทศไทย นั่นก็คือ การไฟฟ้าฝ่ายผลิต (กฟผ.)
ในการเปิดรับสมัครครั้งนี้รับจำนวนทั้งสิ้น 221 อัตรา ตำแหน่งวิศวกรมากที่สุด 80 กว่าอัตรา รองลงมาคือตำแหน่งวิทยากรที่รับวุฒิการศึกษาที่หลากหลาย จำนวน 20 กว่าตำแหน่ง นอกนั้นมีทั้งพนักงานบัญชี ช่าง เจ้าหน้าที่ อื่นๆ อีกตำแหน่งละไม่กี่คนครับ และหนึ่งในวุฒิการศึกษาของตำแหน่งวิทยากรที่มีการกำหนดคุณวุฒิปริญญาตรีสาขาประชาสัมพันธ์หรือโฆษณา ปริญญาโททางด้านสื่อสารมวลชน ตอนแรกปอนก็ไม่ได้สนใจที่จะสมัครครับ แต่ในบ่ายวันหนึ่งแม่โทร.มาบอกว่าให้ลองสมัครดู เพื่อเป็นการเพิ่มทางเลือกให้กับชีวิตตัวเองก็ลองสมัครดู ด้วยวิธีการหน้าด้านมากๆ ครับเรียนก็ยังไม่จบปริญญาโท แต่ใส่วุฒิการศึกษาสูงสุดว่าปริญญาโท แต่กำลังทำวิทยานิพนธ์อยู่ แต่ใช้วุฒิปริญญาตรีในการสมัครเป็นวุฒิหลัก
การแข่งขันเริ่มต้นขึ้น
ปอนต้องขอออกตัวไว้ให้หมั่นไส้สักเล็กน้อยว่าในชีวิตตั้งแต่เกิดมาปอนไม่ค่อยได้เข้าสังเวียนการแข่งขันชิงดีชิงเด่นกับใครสักเท่าไหร่ทั้งทางด้านการเรียนและการทำงานครับ ไม่ได้เก่งกาจอะไรนะครับ แต่โชคมันอาจจะช่วยทำให้ได้งานหรือเข้าเรียนได้ง่ายๆ โดยเฉพาะเรื่องการทำงานปอนไม่เคยต้องต่อสู้ดิ้นรนเลยแม้แต่น้อยมีคนมาบังคับให้ทำงานที่ไม่อยากทำเสมอ (หากอ่านเอ็นทรี่ก่อนๆ จะเข้าใจปอนครับ)
ดังนั้นการสมัครในครั้งนี้จึงทำให้เกิดความตื่นเต้นกับประสบการณ์แปลกใหม่อย่างที่ไม่เคยได้รับมาก่อน เนื่องจากปอนไม่เคยได้ผ่านกระบวนการสมัครงาน สอบ สัมภาษณ์เพื่อเข้าทำงานมาก่อนเลย ได้แต่ผ่านกระบวนการนี้อย่างจริงๆ จังๆ ก็ตอนเข้าเรียนปริญญาโทเป็นครั้งแรก การสมัครในครั้งนี้ให้สมัครผ่านอินเทอร์เนตเท่านั้นครับ หลังจากได้รับโองการจากท่านแม่แล้วปอนก็รีบเข้ามาใครทันที ด้วยระบบคอมพิวเตอร์ที่ยังไม่เสถียรเท่าไรนักทำให้ต้องกรอกและสมัครซ้ำถึงสองครั้งและได้หมายเลขใบสมัครมาเป็นเลข 30080 ครับ ตอนแรกปอนคิดว่าน่าจะเป็นโค้ดของตำแหน่งที่สมัครปอนสมัครเป็นคนที่ 80 เพราะเนื่องจากเพิ่งเปิดรับสมัครมาได้แค่สองสามวันเท่านั้น...... ปอนเลยคิดว่าเราคู่แข่งคงไม่เยอะเท่าไหร่
แต่ความคิดนั้นก็ผิดครับ เมื่อปอนสมัครให้เพื่อนอีกคนหนึ่งในวันถัดมาตำแหน่งพนักงานบัญชีที่รับเพียง 8 ตำแหน่งเท่านั้น เพื่อนปอนได้รับหมายเลขสมัครคือ 302490 ครับ.... เพราะหลังจากที่ปอนสมัครของตัวเองได้ระบบการสมัครของกฟผ.ก็ล่มทันที ทำให้ปอนรู้ว่ามันไม่ใช่โค้ดแล้วครับ แต่มันคือจำนวนคนที่สมัครเข้า "แข่งขัน" แย่งชิงตำแหน่งเพียง 221 ตำแหน่งภายในระยะเวลาเพียงสามสี่วัน ในวันที่ปิดรับสมัครปอนลองเช็คตัวเลขคร่าวๆ จากการกรอกหมายเลขใบสมัครลงไปปรากฏว่ามีผู้สมัครทั้งสิ้น 54,000 กว่าคนครับ ในช่วงนั้นระบบล่มตลอดเวลาเพราะกว่าปอนจะสมัครให้เพื่อนได้ต้องใช้เวลาเป็นวันๆ ครับ และปอนเชื่อว่ามีคนสมัครไม่ได้มีอีกเป็นจำนวนมหาศาลครับ ทั้งๆ ที่กฟผ.มีการปรับปรุงระบบอยู่ตลอดเวลา แต่อาจจะเกิดจากความคาดไม่ถึงว่าจะได้รับกระแสตอบรับอย่างทะลักล้นขนาดนี้
ความคิดกับการแข่งขัน
เมื่อได้รู้ถึงตัวเลขผู้สมัครกับจำนวนอัตราคร่าวๆ ถึงแม้ว่าแรกๆ คิดว่าอาจจะได้ก็ได้เพราะคู่แข่งไม่เยอะ... แต่เมื่อดูตัวเลขแล้วก็คิดว่า การแข่งขันครั้งนี้น่าจะเป็นเพียงประสบการณ์ครั้งสำคัญในชีวิตที่ไม่เคยประสบพบเจอมาก่อนเลย การไปสอบครั้งนี้กับเพื่อนซี้อีกคนหนึ่งจึงเป็นแค่เพียงการหาประสบการณ์ ขำๆ เท่านั้น ได้ก็ถือว่าเกิดอภินิหารเจ็ดยอดมนุษย์สุดหรรษา ถ้าไม่ได้ก็ถือว่าเป็นประสบการณ์ครั้งหนึ่งที่น่าจดจำเอาไว้สอนลูกศิษย์เรื่องการแข่งขันในโลกของความเป็นจริง
ดังนั้น การเตรียมตัวที่จะไปสอบข้อเขียนจึงไม่ได้เกิดขึ้น เพราะการไปสอบในวันที่ 23 ถือว่าเป็นผลพลอยได้จากการที่จะไปพบอาจารย์ที่ปรึกษาในวันจันทร์ที่ 24 พร้อมกับไปดำเนินการเรื่องเอกสารอีกนิดหน่อยที่คณะฯ การแข่งขันในครั้งนี้จึงเป็นการมองคนอื่นแข่งขันกันแบบมีส่วนร่วมมากกว่า
ในวันแข่งขัน
ปอนเดินทางออกจากบ้านตอน 7 โมงเช้าพอดิบพอดี เพราะได้สอบตอนบ่ายโมงตรง การสอบครั้งนี้มีสนามสอบ 5 ที่ด้วยกันคือ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ศูนย์รังสิต) มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โรงเรียนหอวัง โรงเรียนสารวิทยา แบ่งสอบเป็นสองสัปดาห์ครับ ซึ่งสัปดาห์ที่ปอนสอบเป็นรอบสุดท้ายแล้ว ด้วยการที่แม่ขับรถช้าประดุจเต่าคลาน และแวะซื้อของกับกินข้าวเช้าที่ร้านน้องเปิ้ล อินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี ทำให้มาถึงมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ศูนย์รังสิต) เวลา 11.30 น. ตรงเดะเลยครับ
รถรามหาศาล คนก็มหาศาลที่มานั่งรอญาติสนิทมิตรสหายที่กำลังสอบภาคเช้าอยู่ และมีคนอีกจำนวนไม่น้อยที่นั่งรอตามสุมทุมพุ่มไม้ ริมถนนเพื่อรอสอบในภาคบ่ายเช่นเดียวกับปอน ผู้คนมาจากทั่วทุกสารทิศในประเทศไทย โดยดูจากทะเบียนรถ และสำเนียงภาษาที่พูดคุยกัน จากใต้ก็มีไม่น้อย จากอีสานก็เยอะพอสมควร พร้อมๆ กับข้อมูลจากแม่ที่ระหว่างนั่งรออยู่หล่อนกลายเป็นหน่วยสืบราชการลับเพื่อสืบเสาะคนรอบๆ ข้างว่าคุยอะไรกันและมาจากไหนกันบ้าง
ข้อสอบก็มีหลายชุดครับแต่หลักๆ คือ Aptitude Test, ภาษาอังกฤษ, Personality Test ก็ทำไปพอขำๆ ครับ ทำทันบ้างไม่ทันบ้าง ถ้าใครทำทันก็ถือเป็นยอดมนุษย์จริงๆ ครับ เพราะในเวลาที่กำหนดไว้ในแต่ละตอน รวมเวลาที่ใช้สอบทั้งหมด 3 ชั่วโมงพอดิบพอดี มีข้อสอบทั้งหมด 300 กว่าข้อครับ ปอนก็ออกจากห้องสอบมาพร้อมกับอาการปวดคอปวดหลัง เพราะต้องนั่งเกร็งฝนข้อสอบอยู่นาน (พี่หมอเชนที่น่ารักรู้อาการดีครับ...ขอขอบพระคุณอย่างสูงมา ณ โอกาสนี้ ที่ให้คำแนะนำ)
ความคาดหวัง
ก่อนที่จะเข้าห้องสอบปอนพบกับความคาดหวังอย่างมหาศาล คนที่มาสอบที่นี่แทบทุกคนต่างก็คาดหวังว่าจะสอบเพื่อเข้าทำงานในองค์กรแห่งนี้ให้ได้ (ยกเว้นอีคนเขียนกับเพื่อนที่เดินเม้าท์กันอย่างเมามันโดยไม่สนใจเตรียมตัวสอบแม้แต่น้อย) หลายคนซื้อชีทแนวข้อสอบที่ขายอยู่หน้าอาคารสอบมานั่งอ่านกันอย่างขมักเขม่น บางคนก็อ่านหนังสือที่เตรียมมา บางคนก็มากันทั้งครอบครัวเพื่อมาให้กำลังใจลูกหลาน บางคนก็มาเป็นคู่รักกันแล้วนั่งคุยกันถึงเรื่องการสอบ ฯลฯ ทุกๆ คนมาด้วยความหวังที่อยากจะเข้าทำงานให้ได้ บางคนดั้นด้นมาสอบจากจังหวัดไกลแสนไกลเพื่อมาเข้าสู่สังเวียนการแข่งขันเพื่ออนาคต
ตอนที่กำลังจะรอขึ้นห้องสอบคนเป็นร้อยๆ คนมาออกันอยู่หน้าบันไดบริเวณโถงของอาคารเรียนรวมสังคมศาสตร์ภายใต้อากาศอันร้อนอบอ้าว ทุกคนมายืนเพื่อรอเวลาที่ตัวเองจะรีบขึ้นไปทำข้อสอบให้เร็วที่สุดอย่างใจจดใจจ่อ พยายามเบียดเสียดกันขึ้นบันไดไปให้ได้เร็วที่สุด ท่ามกลางฝูงชน ก็มีคนอีสองคนยืนเม้าท์ เรื่องปรัชญาชีวิตอยู่ และเม้าท์คนที่รีบขึ้นบันไดว่าจะรีบขึ้นไปทำไมขนาดนั้นเพราะอย่างไรซะก็ได้สอบเหมือนกัน พอคนซามากแล้วอีคนนอกกระแสทั้งสองคนจึงค่อยๆ เดินเยื้องย่างขึ้นบันไดไปห้องสอบ พวกนั้นคงไม่รู้กันว่าเริ่มสอบ 13.30 น. เลยต้องรีบร้อนขนาดนั้น
หลังจากทำข้อสอบเสร็จ สิ่งที่สังเกตเห็นได้อย่างชัดเจนก็คือความคาดหวังในแต่ละคนลดลงไปอย่างมาก หลายคนเดินคอตกหมดแรง หลายคนคุยกับเพื่อนของตัวเองว่าทำไม่ทัน เสียดายจัง จะทำอย่างไรดี หลายคนเลิกคาดหวังเมื่อทำข้อสอบเสร็จ หลายคนหน้าตาเศร้าสลดเมื่อออกจากห้องสอบ แต่ก็มีอีคนนอกกระแสสองคนเช่นเดิมที่ยังคงตั้งหน้าตั้งตาเม้าท์กันอย่างหน้าชื่นตาบานไม่รู้สึกสะทกสะท้านต่อข้อสอบที่เพิ่งผ่านมาแต่อย่างใด
ในการแข่งขันย่อมมีความหวังของผู้เข้าร่วมลงแข่งแฝงอยู่ด้วยเสมอ การแข่งขันครั้งนี้ก็เช่นกัน ทุกๆ คนมาโดยแบกความหวังมากันอย่างเต็มเปี่ยม บางคนเดินทางมาไกลแสนไกล ความหวังที่แต่ละคนมี ไม่ได้มีแค่การจะได้งานทำเท่านั้น แต่กับบางคนมันคืออนาคต มันคือชีวิตที่จะมีอยู่ต่อไป มันคือความมั่นคง มันคือความสุขของครอบครัว มันคือความเป็นอยู่ที่ดี ความหวังในครั้งนี้มีความยิ่งใหญ่มาก เพราะลักษณะขององค์กรที่มีความมั่นคงสูงและสวัสดิการดี ปอนเชื่อว่าการไปสอบ การไปสัมภาษณ์กับบริษัทธรรมดาๆ ก็คงจะไม่ได้มีความหวังที่ยิ่งใหญ่กันอย่างนี้ทุกคน คนที่ไปด้วยความหวังย่อมทุ่มเทอย่างเต็มที่ เพราะงานนี้คือชีวิต
หากพลาดพลั้งพ่ายแพ้ ความผิดหวังก็จะประเดประดังถาโถมเข้ามาทวีคูณจากที่คาดหวังไว้ แต่หากไม่หวังเสียเลยชีวิตก็จะขาดแรงขับเคลื่อน (กรุณาดูคนเขียนเป็นตัวอย่าง) ทำให้ชีวิตของเราอาจไม่ได้พบความสุขที่เราต้องการ แต่ถ้าหากเรารู้ถึงความต้องการที่แท้จริง บางครั้งการแข่งขันอาจไม่จำเป็น แต่ความหวังที่ต้องการจะมีชีวิตอย่างเป็นสุขตามแนวทางของตัวเองยังมีความสำคัญอย่างยิ่งในการมีชีวิตเป็นมนุษย์อยู่ต่อไป ท่านผู้มีอุปการะคุณคิดว่าอย่างไรกันบ้างครับ
ปอนเอง
ปัจฉิมลิขิต : ปอนรู้นะครับว่าพี่พียังคงวนเวียนอยู่แถวๆ นี้ เพราะปอนรู้สึกได้จากรังสีที่สะท้อนออกมาจากศีรษะของพี่พี กรุณาแสดงตัวด้วย อาจจะแปลงร่างมาแล้วส่งโค้ดลับ หรือออนเอ็มก็ได้นะครับ เพราะใกล้ถึงเวลาที่เรานัดกันไว้แล้ว
...อิอิ ถ้าจะให้ทะลุถึงหัวใจต้องเป็นดาบประจำกายที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิดครับ...หุหุ

ลองเปลี่ยนใจจากเฮีย ก. มาเป็นปอนดูไหมครับ
#1 By Windlate on 2007-10-01 21:37