เรื่องหมาหมา
posted on 11 Oct 2007 15:00 by sloppythinking in Environmentเรื่องนี้ได้ให้สัญญากับ "คุณสาวเหนือ" ไว้นานมากแล้วครับ กอปรกับช่วงที่ผ่านมามีแต่เรื่องหนักหัวทั้งนั้นเลย วันนี้ปอนเลยมานำเสนอเรื่อง "หมาหมา" ในบ้านของปอนเองครับ... วันนี้จะนำเสนอทั้งหมด 5 ตัวครับ... ทั้ง 5 ตัวนี้มีความเป็นมาที่แปลกประหลาดอย่างไม่เคยเจอะเจอเลยทีเดียวครับ...
หมาทั้ง 5 ตัวนี้ถือว่าเป็นหมาเลือดใหม่ (Young Blood) ของบ้านปอนเลยทีเดียวครับ หมาทั้ง 5 ตัวนี้เกิดมาจากแม่เดียวกันครับ.. ที่จริงหมาครอกนี้มีทั้งหมด 7 ตัวด้วยกันครับ ปอนเลยไม่จนปัญญาในการตั้งชื่อครับ เลยตัดสินใจตั้งชื่อเรียงตามลำดับที่คิดว่ามันน่าจะเกิดก่อนเกิดหลังโดยดูที่ตัวใหญ่ที่สุดให้ชื่อว่า หนึ่ง สอง สาม สี่ ห้า หก และเจ็ด ตามลำดับครับ หมากลุ่มนี้จึงเป็นหมาตระกูลจำนวนครับ (Family of Numeric)
สถานที่กำเนิดของหมาทั้ง 7 ตัวนี้ เกิดขึ้นในถ้ำใต้ดินครับ หรือเรียกอย่างบ้านๆ ก็คือรูนั่นเอง เพราะตอนที่ถมดินด้านหลังบ้านมีดินเหลืออยู่กองหนึ่งไม่สูงมากนัก แม่หมาก็ขุดดินลงไปเป็นโพรงลึกลงไปเรื่อยๆ ตอนแรกก็ขุดไว้เพื่อนอนเล่นครับ แต่พอท้องขึ้นมาวันดีคืนดีก็ไปคลอดลูกทั้ง 7 ในนั้น (ที่รู้ว่ามี 7 ตัวเพราะว่าเอาไฟฉายส่องดูแล้วนับจำนวนครับ) ลองนึกภาพดูนะครับเป็นโพรงดินมีทางเข้าทางเดียวขนาดที่หมาตัวโตตัวหนึ่งจะคลานเข้าไปได้แค่นั้นเองครับ พอเย็นๆ ยุงทั้งฝูงก็กรูกันเข้าไปในรูนั้นครับ หลังจากคลอดได้ 2-3 วัน ปอนกับแม่ก็เล็งเห็นว่าหากปล่อยไว้ต่อไปอาจเกิดโศกนาฏกรรมตายหมู่ทั้ง 7 ชีวิตได้$เป็นแน่แท้
ปฏิบัติการประดุจหนังเรื่อง Mission Impossible ก็เกิดขึ้นครับ การแวงแผนกู้หมาน้อยทั้ง 7 ตัวจึงเริ่มขึ้นตอนหัวค่ำวันหนึ่ง ด้วยการหลอกล่อแม่หมาให้ไปไกลๆ ก่อนครับ ปอนกับแม่วางแผนกันว่าจะต้องขุดดินเพื่อเจาะช่องทางด้านบนโพรงให้ทะลุแล้วค่อยๆ เอามือเอื้อมลงไปค่อยๆ หยิบลูกหมาขึ้นมาทีละตัวทีละตัว การปฏิบัติการครั้งนี้ต้องให้ความพยายามอย่างมากครับ เพราะการขุดดินต้องระวังโพรงถล่มทับลูกหมาตาย... ปอนค่อยๆ ขุดแล้วแม่ก็จะฉายไฟฉายเข้าไปในโพรงเพื่อดูว่าดินถล่มหรือเปล่า หรือว่าขุดใกล้จะทะลุหรือยังพอเพดานโพรงใกล้ทะลุแล้วต้องค่อยๆ ใช้มือเกลี่ยดินออกจนกระทั่งทะลุออกเป็นรูครับ.....
ขั้นตอนต่อมาก็คือต้องนอนราบกับพื้นแล้วเอามือล้วงลงไปในโพรงนั้นจนสุดแขนครับ.... แล้วก็ค่อยๆ หยิบหมาน้อยขึ้นมาวางทีละตัว ทีละตัวจนครบ สิ่งที่ยากลำบากก็คือต้องคอยกันแม่มันไม่ให้เข้ามาในอุโมงแล้วก็ต้องดูว่าออกมาครบหรือยังด้วยครับ..... จนในที่สุดก็ได้หมาน้อยน่ารักออกมาทั้ง 7 ตัว หลายๆ คนถามว่าจำมันได้อย่างไรว่าตัวไหนชื่ออะไรเพราะหน้าตามันก็คล้ายๆ กันหมด... หากเราเลี้ยงเองหมาทุกตัวไม่เหมือนกันนะครับ จะมีสิ่งที่แตกต่างกันอย่างมากทีเดียว......
เมื่อหมาน้อยทั้ง 7 โตขึ้นได้สัก 1 เดือนก็เกิดโรคไวรัสลงลำไส้เฉียบพลันขึ้นครับ ทำให้น้อง 5 ตายไปหนึ่งตัวเพราะเกิดขึ้นเร็วมากเพียงไม่กี่ชั่วโมงก็ทำให้ตายได้ และ 1, 4, 7 ต้องเข้าไปให้น้ำเกลือที่โรงพยาบาลแล้วรอดมาได้ครับ ตอนนั้นหนึ่งก็เริ่มฉายแววของความร้ายกาจโดยการกัดสายน้ำเกลือขาดสะบั้นครับ
จนกระทั่งโตมาอยู่ดีๆ 7 ก็ไม่สบายให้ยากินก็ไม่ค่อยจะกินปลีกวิเวกจนในที่สุด 7 ก็แอบไปตายในป่าข้างบ้านโดยที่ไม่มีใครรู้เลยครับ ทำให้พ่อโศกเศร้าเสียใจมากเพราะ 7 เป็นหมาของพ่อครับ (หมาบ้านปอนจะมีสังกัดเจ้าของทุกตัวครับ) ทำให้ตอนนี้จึงเหลือแค่
น้องหนึ่ง หมาของแม่
น้องสอง หมาของปอน
ที่รับโอนมาจากพี่สาวคนกลางที่ปีนึงมันจะกลับบ้านครั้งนึงทำให้หมาจำไม่ได้ครับ
อีสาม หมาของปอนครับ
หมาสี่ หมาของปอนครับ
และนังหก หมาของใครก็ไม่รู้ครับ
จะเห็นว่าปอนใช้สรรพนามในการเรียกไม่เหมือนกันนะครับ เพราะการเรียกจะขึ้นอยู่กับพฤติกรรมของแต่ละตัว หากตัวไหนที่นิสัยดีก็จะเรียกเพราะหากตัวไหนที่นิสัยไม่ดีก็จะเรียกอย่างที่เห็นครับ....
อย่างหนึ่ง ปอนเรียก "พี่น้องหนึ่ง" ครับเพราะเชื่อว่าเกิดก่อนตัวอื่นๆ แล้วก็ทำตัวเป็นหมาของแม่อย่างเต็มรูปแบบ นั่นก็คือจะเดินตามแม่ตลอดเวลาครับไม่ว่าแม่จะอยู่ที่ไหนก็ตาม หรือขี่รถจักรยานในซอยบ้านก็จะวิ่งตามตลอด หากแม่นั่งถอนหญ้าอยู่กลางแดด พี่น้องหนึ่งก็จะไปนอนเฝ้าแม่อยู่ใต้ร่มไม้ที่ไม่ห่างกันมากนัก
นั่นก็คือแม่อยู่ที่ไหนก็จะต้องไม่คลาดสายตาของน้องหนึ่งอย่างเด็ดขาดครับ แม่ก็จะรักและดูแลเป็นพิเศษไม่มีใครสามารถว่าพี่น้องหนึ่งหรือกระแนะกระแหนได้เลย เพราะแม่จะบอกว่า "ก็มันหมาแม่นี่"
ส่วนน้องสอง เป็นหมาที่น่ารักเรียบร้อยไม่ค่อยจะก่อสร้างศัตรูกับใคร สันนิษฐานว่าพ่อของน้องสองคงจะเป็นหมาโกลเด้นท์รีทรีฟเวอร์ของบ้านตรงข้าม ดูได้จากขนและกะโหลก มือ เท้า หู และขนจะละม้ายโกลเด้นท์แต่รูปแบบสีเหมือนแม่ของน้องสองครับเพราะเป็นขนสีดำและมีสี่ตาเหมือนกัน น้องสองใจดีครับชอบเล่นกับหมาน้อยของบ้านอื่นไม่กัดและไม่ทำร้ายหมาเด็กๆ (ไม่เหมือนเฮีย ก. ชอบจิกกัดปอน
)
ส่วนอีนังสาม เป็นหมาที่มีนิสัยแปลกประหลาดละม้ายคล้ายคลึงพวกมิเนเจอร์ครับ เพราะมันชอบเห่าปากเปราะ แถมยังชอบกระโดดสูงๆ เพื่อจะเลียปากของเราครับเป็นลูกคู่และลูกไล่ของนังหกครับ ชอบรวมหัวกันกลั่นแกล้งหมาตัวอื่น จนบางครั้งนังหกก็ใช้นังสามเป็นที่ระบายอารมณ์ครับ
หมาสี่ เป็นหมาของปอนตั้งแต่เริ่มต้นครับ หมาสี่กับหมาห้าเหมือนกันประดุจฝาแฝดกัน แต่หมาห้าเป็นตัวเมีย ส่วนหมาสี่เป็นตัวผู้ครับชอบอ้อนปอนตั้งแต่เด็กๆ ชอบนอนตัก แต่ตอนนี้ไม่ให้มันนอนแล้วหล่ะครับ... หมาสี่ตอนแรกก็ตัวอ้วนท้วนสมบูรณ์ดีแต่อยู่ไปอยู่มาก็ผอมลงเรื่อยๆ ทั้งๆ ที่กินเท่าเดิม พาไปหาหมอตรวจเลือดผลปรากฏว่า หมอบอกว่าหมาสี่เป็นโรคเกี่ยวกับภูมิคุ้มกัน เม็ดเลือดขาวมีมากกว่าเม็ดเลือดแดงอะไรทำนองนี้แหล่ะครับ... หมออธิบายให้เข้าใจง่ายๆ ว่าคล้ายๆ กับโรคเอดส์
นังหก ทำตัวอันธพาลกับหมาตัวเมียตัวอื่นๆ ครับชอบกัดและชอบวิ่งมารับหน้า แต่ใครๆ ก็ไม่รัก ยังไม่สามารถระบุได้ว่าพ่อของนังหกเป็นใครเพราะว่าไม่เคยเห็นเลย แล้วในครอกนี้ก็ไม่มีใครเหมือนมันครับ
น้องเจ็ด ที่ตายไปแล้วเหมือนน้องหนึ่งทั้งสีและขนครับ แต่ตัวเล็กกว่า เจ็ดไม่ค่อยแข็งแรงมาตั้งแต่เกิดแล้ว แต่ฉลาดมาก ตอนแรกคิดว่าจะอยู่ไม่ถึงโตด้วยซ้ำอยู่มาได้จนโตแต่ก็เลือกทางเดินของตัวเองที่จะไม่รับการรักษาและหนีไปตายโดยลำพังครับ
จบเรื่องหมาหมาของปอนไว้แค่นี้ก่อนนะครับ...นึกมุขออกแล้วจะเอามาเขียนใหม่สำหรับตัวอื่นๆ ยังมีอีกนะครับ
ปอนเอง
ปัจฉิมลิขิต 1 : ผลการรับชมเป็นอย่างไรกรุณาบอกด้วยนะครับ ถ้าตัวหนังสือไม่เข้าที่ปอนคงต้องเปลี่ยนธีมเป็นเวอร์ชั่นใหม่ของเอ็กซ์ทีนซะแล้วมังครับ
แต่เครื่องของปอนยังปกตินะครับ...ปอนใช้ IE 7 น่ะครับ แต่ไปดูใน firefox มันแย่มากเลยน่ะครับ
ปัจฉิมลิขิต 2 : ในคราวหน้าจะมาด้วยเรื่องแท็กซ์นายกรัฐมนตรี ที่ได้รับมาจากคุณโอ้ แล้วต่อด้วยเรื่อง ความรัก การหลอกลวง และความแค้นนะครับ

#1 By วัชระ on 2007-10-11 16:23