ความรัก การหลอกลวง และความแค้น
posted on 19 Oct 2007 22:23 by sloppythinking in Liveแหมๆๆๆๆๆ กล่าวหากันจังว่าเราอู้ทั้งคุณมนุษย์เพลงดาวศุกร์สุดหรรษาที่ข้ามห้วยข้ามหนองมาจากบล็อกเกอร์ คุณเฮีย ก. ที่อู้กว่าตั้งเยอะ ทำอย่างกับว่าบล็อกนี้เป็นบล็อกยอดนิยมคนเข้ามหาศาลเหมือนบล็อกพี่ตุ้มเป๊ะ บล็อกคุณโอ๊ต บล็อกคุณวัชระ(ผู้ชายใจดีแห่งสยามแต่มลทินเต็มตัว) อย่างนั้นแหล่ะ..... อะในเมื่อทวงกันนักปอนก็มาอัพตามที่สัญญากันไว้แล้วนะครับ... ถึงแม้จะเบลอๆ จากการตัดเกรดที่ไม่ลงตัวสักทีก็ตาม.....
จากความสอดรู้สอดเห็นเรื่องของชาวบ้านอยู่เป็นนิจทำให้ได้รับรู้เหตุการณ์ที่ปอนไม่คิดว่าจะมีใครเจออย่างนี้ หรือบางคนเท่าที่อ่านในหนังสือคู่สร้างคู่สมมาก็อาจมีมากกว่านี้ แต่สำหรับกรณีนี้มันเกินความคาดหมายของปอนไปมากทีเดียวเชียวครับ เพราะดูจากใบหน้า การวางตัว และวิธีคิดต่างๆ ทำให้เราไม่คาดคิดว่าเขาคนนั้นจะเป็นได้ถึงขนาดนี้.... วันนี้เรามาอ่านนิยายจากชีวิตจริง กันนะครับ...และรบกวนช่วยกันคิดว่าถ้าเป็นตัวท่านผู้อ่านที่เคารพทุกคนจะทำอย่างไรกับเหตุการณ์นี้ (ชื่อคนในเรื่องนี้เป็นนามสมมติทั้งสิ้นครับ)
"คล้าว" ว่าที่ด็อกเตอร์ จากสถาบันริมคลองน้ำเน่าแห่งกองทัพไทยได้พบรักกับ "บัวเผื่อน" ที่กำลังเรียนปริญญาโท สถาบันกลางเมือง ทั้งสองสืบสานความสัมพันธ์กันมาจนบัวเผื่อนได้เรียนจบและได้เข้าทำงานในองค์กรแห่งหนึ่ง แต่ในองค์กรที่บัวเผื่อนเข้ามาทำงาน ในวันหนึ่งในวงสนทนาบัวเผื่อนก็ถามตุ่มเพื่อนร่วมงานของเธอว่า "นี่พี่ตุ่มบัวเผื่อนก็มีเพื่อนชื่อคล้าวอยู่ในกองทัพไทยเหมือนกัน พี่รู้จักไหมคะเพราะว่าพี่เคยทำงานอยู่ในกองทัพไทยเหมือนกันน่าจะรู้จักกัน" ทันใดนั้นเองคำตอบที่หลุดออกมาจากปากของตุ่มก็คือ "อ๋อ..คล้าวน่ะหรอ รู้จักสิเค้าเป็นแฟนพี่เอง" ทันในนั้นระดับน้ำใต้สอกก็เพิ่มระดับขึ้นมาอย่างรวดเร็วจนกระทั่งท่วมปากของบัวเผื่อนในที่สุด
หลังจากนั้นด้วยความเจ็บใจกับเสียใจ บัวเผื่อนก็ขอเลิกกับคล้าวผ่านทางโทรศัพท์ในทันทีหลังจากที่เดินออกมาจากวงสนทนาพร้อมๆ กับน้ำลดระดับลง คำพูดจากคล้าวก็คือ "พี่ไม่ได้เป็นอะไรกับเขาแล้ว พี่เลิกกับเค้าไปตั้งนานแล้ว แต่ส่วนเค้าจะคิดยังไงกับพี่ๆ ไม่รู้ แต่พี่รักหนูคนเดียวจริงๆ นะ พี่ไม่ได้มีใครอื่น" ความสัมพันธ์ระยะไกลของคนทั้งคู่ก็ดำเนินต่อไปเรื่อยๆ พร้อมๆ กับสถานะทางสังคมของคนทั้งคู่ก็เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ คล้าวได้เป็นด็อกเตอร์ประจำอยู่กองทัพไทย ส่วนบัวเผื่อนก็ก้าวหน้าในวิชาชีพของตนเองจนได้เป็นผู้บริหารขององค์กร เวลาของความสัมพันธ์ระยะไกลผ่านไปประมาณ 6 ปี ทั้งคู่จึงได้ตัดสินใจแต่งงานกัน เป็นงานเล็กๆ ที่มีแต่ญาติสนิท มิตรสหายของทั้งสองฝ่ายเท่านั้น ในวันแต่งงานคล้าวมาก่อนงานเริ่มคืนเดียวเท่านั้น เพราะติดไปราชการที่ออสเตรเลียพอลงเครื่องปุ๊บก็ตรงดิ่งมาทันที และก็ได้รู้วันนั้นว่า คล้าวไม่ได้บอกเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างคล้าวกับบัวเผื่อนให้ตุ่มรู้เลย....มาบอกอีกครั้งก็คือชวนตุ่มให้มางานแต่งงานด้วย เรื่องนี้จึงทำให้ตุ่มโกรธบัวเผื่อนชนิดไม่มองหน้ากันเลยแม้แต่น้อยทั้งๆ ที่ทำงานอยู่สำนักงานเดียวกัน และคล้าวก็รู้ตัวดีว่าตัวเองทำให้เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นแต่ก็ไม่ได้คิดจะแก้ไขหรือพูดความจริงกับตุ่มเลยแม้แต่น้อย กลับปล่อยให้ตุ่มคิดว่าบัวเผื่อนชิงคู่รักของตัวเองไปแต่งงาน จนถึงปัจจุบันก็ยังคิดอย่างนี้อยู่
หลังจากแต่งงานบัวเผื่อนก็ท้อง โดยใช้ชีวิตเพียงลำพังผู้เดียวโดยมีโทรศัพท์เคลื่อนที่เท่านั้นเป็นเครื่องมือในการสื่อสารกัน แม้แต่วันคลอดลูกบัวเผื่อนก็ต้องขับรถไปคลอดลูกเอง โดยมีญาติของคล้าวมาอยู่เป็นเพื่อนเท่านั้น พอรุ่งขึ้นคล้าวก็รีบขับรถระยะไกลมาดูหน้าลูก และเซ็นต์ใบรับรองบุตรเสร็จก็ขับรถกลับแทบจะในทันที บัวเผื่อนก็ต้องเลี้ยงลูกตามลำพัง โดยคล้าวจะส่งเงินมาให้เดือนละ 15,000.- บาทถ้วน บางครั้งเอาเงินจำนวนนี้ห่อกระดาษใส่ซองจดหมายส่ง EMS มา บางครั้งก็เอามาให้ด้วยตัวเอง โดยเฉลี่ยแล้วคล้าวจะมาหาบัวเผื่อนเดือนละ 1 ครั้ง ประมาณ 2-3 วัน จนกระทั่งลูกโตขึ้นเข้าโรงเรียนคล้าวก็ยังส่งเงินให้บัวเผื่อนเท่าเดิม ถึงแม้ว่าจะมีการปรึกษาหารือกันถึงการที่จะให้ลูกเรียนหลักสูตรคู่ขนาน (อังกฤษ-ไทย) ในโรงเรียนของรัฐแห่งหนึ่งซึ่งต้องจ่ายเงินมากกว่าปกติมาก แต่คล้าวก็ยังคงยืนยันที่จะให้ 15,000 บาทเท่าเดิม บัวเผื่อนและ "ดาวโรย" ซี้ต่างวัยจึงขนานนามคล้าวว่า "สามีหมื่นห้า"
ความสัมพันธ์ระยะไกลเริ่มมีปัญหาเนื่องจากคล้าวมักจะใช้วิธีการสั่งให้บัวเผื่อนและลูก ดำเนินชีวิตอย่างนั้นอย่างนี้ หรือให้บัวเผื่อนเลี้ยงลูกอย่างนั้นอย่างนี้ โดยที่ตัวเองไม่ได้มามีส่วนในการดูแลลูกเลยนอกจากเงิน 15,000.- ทุกๆ เดือนช้าบ้าง ปกติบ้างแต่ไม่มีเร็ว สองคนแม่ลูกถูกสั่งการระยะไกลแต่ที่สั่งกับการปฏิบัติมันไม่สามารถไปด้วยกันได้บ่อยครับ จึงทำให้ความสัมพันธ์ระยะไกลเริ่มสั่นคลอนเนื่องจากพฤติกรรมของคล้าวมีอาการหึง (ระยะไกลทางโทรศัพท์)โดยไร้เหตุผลหลายครั้ง จนครั้งล่าสุดทั้งคล้าวและบัวเผื่อนไม่โทรคุยกันเลยเป็นระยะเวลาเกือบๆ เดือน ทำให้บัวเผื่อนเริ่มปรึกษากับดาวโรยถึงความสัมพันธ์เช่นนี้ว่าคงจะดำเนินไปในสถานะของสามีภรรยาได้ไม่นานแน่ๆ และทั้งสองหัวก็เริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวและพฤติกรรมของคล้าวว่าจริงๆ แล้วคล้าวคงไม่ได้มีบัวเผื่อนคนเดียวเป็นแน่ ทั้งพฤติกรรมการคุยโทรศัพท์แบบ Hard Core และพฤติกรรมหวาดระแวงภรรยาตัวเองว่าจะไปมีคนอื่น นั่นเป็นสิ่งสะท้อนให้เห็นว่าตัวเองน่าจะมีชนักติดหลังเองมากกว่าจึงคิดว่าคนอื่นจะเป็นเหมือนตัวเอง เมื่อได้ข้อสรุปดังนี้ บัวเผื่อนจึงคิดที่จะเริ่มตัดใจเพื่อเตรียมพร้อมการเปลี่ยนสถานะจากสามีกับภรรยามาเป็นพ่อ , แม่ ของลูกเท่านั้น กอปรกับเริ่มมีคนโทร.เข้ามาที่สำนักงานของบัวเผื่อนบอกว่าดิชั้นเป็นภรรยาของดร.คล้าว ขอสายคุณบัวเผื่อนหน่อย แต่วันนั้นบัวเผื่อนไม่อยู่ก็ทิ้งเบอร์ให้โทร.กลับแต่ก็ไม่สามารถติดต่อเบอร์นั้นได้
จนในที่สุดหลังจากที่บัวเผื่อนกับดาวโรยได้ปรึกษากันจนได้ข้อสรุปว่า เราต้องทำทุกอย่างในปัจจุบันให้ได้ผลประโยชน์ตอบแทนกลับมาให้มากที่สุดเพื่อลูก แต่หลังจากได้ข้อสรุปเพียงสองสามวันเท่านั้น เหตุการณ์ความจริงได้คลี่คลายกระจายทั้งหมด นั่นก็คือ มีผู้หญิงคนหนึ่งโทรมาแนะนำตัวว่า "เดี้ยนชื่อบัวใหญ่ค่ะ เป็นภรรยาของดร.คล้าว คุณบัวเผื่อนคุณรู้ไหมว่าสามีของคุณมีนิสัยเป็นยังไงบ้าง ลองฟังเทปนี้ดูก็แล้วกัน" ในเทปนั้นเป็นเทปบันทึกเสียงของคล้าวที่คุยกับผู้หญิงทั้งหมดสามคนด้วยกัน และบอกว่ารักทุกคนครับ เหตุการณ์ทุกอย่างมาคลี่คลายลงว่า คล้าวมีผู้หญิงอยู่ทั้งหมด 5 คนด้วยกัน โดยบัวใหญ่เป็นเมียหลวงที่คล้าวบอกว่าโดนเธอบังคับจิตใจเป็นอย่างมากไม่สามารถคอนโทรลบัวใหญ่ได้เลย เลยจำเป็นต้องหาทางออกด้วยการมาคบกับบัวเผื่อน และรักบัวเผื่อนมากจนมีลูกด้วยกัน ส่วนคนอื่นไม่มีด้วยเลย
ส่วนคนที่ 3 อยู่ลพบุรีบัวเผื่อนได้ข้อมูลมาจากน้องของคล้าวว่ากำลังตั้งท้องอยู่ คนที่ 4 เป็นข้าราชการอยู่กระทรวงชาวนา เสียงในเทปบอกว่าก็ไม่ได้มีอะไรกันนี่แค่นอนด้วยกันเฉยๆ จะทำไมหล่อนดูแลสามีของหล่อนไม่ดีเองนี่หน่า (บัวใหญ่โทร.ไปหาหล่อนแล้วโดนตอกกลับมาอย่างนี้ในเทป) ส่วนคนที่ 5 ไม่รู้ข้อมูลแต่รู้ว่ามีตัวตนเพราะปรากฏเสียงอยู่ในเทปด้วย....... ส่วนดร.คล้าวก็นั่งอยู่กับบัวใหญ่ด้วยในขณะที่กำลังคุยกับบัวเผื่อนอยู่
ในวันถัดมา คล้าวหยอดเหรียญที่ตู้สาธารณะโทร.มาหาบัวเผื่อนและชี้แจงว่าตัวเองถูกกระทำเลยทำให้ผลเป็นอย่างนี้ พร้อมกับเตือนบัวเผื่อนว่าต่อแต่นี้ไปให้เตรียมตัวตั้งรับกับโทรศัพท์ปริศนาให้ดีน่าจะมีมาเป็นระยะๆ โดยไม่ได้ขอโทษบัวเผื่อนแต่อย่างใด บัวเผื่อนไม่มีอะไรจะพูดนอกจากน้ำตาไหลพรากตลอดเวลาเท่านั้น และพูดกับดาวโรยว่าตัวเองผิดเอง โง่เอง พอรุ่งขึ้นบัวเผื่อนจึงไปเปลี่ยนนามสกุลของลูกให้เป็นนามสกุลของตัวเอง (ทั้งคู่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกันจึงง่ายดายสะดวกสบายยิ่งนัก...แต่มีอยู่ช่วงระยะเวลาหนึ่งที่คล้าวชวนบัวเผื่อนไปจดทะเบียนบ่อยครั้ง แต่บัวเผื่อนไม่ยอมไป) เมื่อเวลาผ่านไปหนึ่งอาทิตย์น้ำตาเหือดหายไปหมด จิตใจเข้มแข็งขึ้นก็ได้คุยกับคล้าวว่า พอกันแค่นี้เถอะอย่าต่อเวรต่อกรรมกันอีกเลย จริงๆ แล้วเหตุการณ์นี้มันไม่ได้เป็นเวรกรรมของพี่หรอก แต่มันเป็นความใคร่ของพี่แต่มันเป็นเวรกรรมของหนู หนูก็ขอหยุดเวรกรรมไว้แค่นี้.... ล่าสุดมีคนโทร.เข้าไปที่สำนักงานของบัวเผื่อนอีก และบัวเผื่อนได้บอกกับคล้าวและได้ย้ำชัดว่าอย่ามายุ่งกับหนูอีกเลย แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาก็คือ ก็บอกแล้วไงว่าต้องมีมาแสดงว่าไม่ได้เตรียมตัวตั้งรับล่ะสิ................
ความรักของบัวเผื่อนที่มีให้คล้าวตลอด 10 ปี
การหลอกลวงที่มีตลอด 10 ปี
พันธนาการของคำว่า "รัก" ที่ออกมาจากปากของคล้าว
ผลประโยชน์ที่ควรจะได้รับ
ผลตอบแทนที่เราควรจะตอบแทนให้คล้าว อย่างสาสม
ทุกๆ ท่านคิดว่าควรจะทำอย่างไรต่อไปสำหรับเหตุการณ์ และเรื่องราวอย่างนี้ครับ
ปอนเองครับ
ปัจฉิมลิขิต : ใจร้อนจริงๆ พี่พีหัวใส... บทจะมาก็เร่งเราเย้วๆๆๆ แต่บทจะไม่มาก็ไม่มาเลยนะครับ เสร็จแล้วครับ..บอกด้วยว่าควรจะทำอย่างไร นะครับ
ฟังเรื่องพวกนี้ทีไรเซ็งเป็ดทุกที
ตัดอกตัดใจ ตัดทิ้งไปเลยค่ะผู้ชายพรรณนี้
)
บางทีก็มีกรณีผู้หญิงรู้ทั้งรู้แต่ก็ยอมนะครับ..ปอนว่าตอนนี้สังคมเรามันแปลกๆ ยังไงชอบกลเนอะ
ส่วนเรื่องการเริ่มชีวิตใหม่ก็คงไม่ต้องมีอะไรมากเพราะว่าธรรมดาก็เหมือนหย่ากันอยู่แล้วน่ะครับ
(หักคะแนนไปแล้วครับคุณแพนด้า..ช้าไปแล้ว ตัดเกรดอาจได้ D นะครับเนี่ยะ)

***ไม่ยกโทษให้ครับ..จนกว่าคุณแพนด้าจะงัดกล่องจนเปิด
#1 By -Press F5- on 2007-10-19 23:20