อันของสูงแม้ปองต้องจิต.......
posted on 08 Nov 2007 01:33 by sloppythinking in Live
ในลักษณ์นั้นว่าน่าประหลาด
เป็นเชื้อชาตินักรบกลั่นกล้า
เหตุไฉนย่อท้อรอรา
ฤาจะกล้าแต่เพียงวาที
เห็นแก้วแวววับที่จับจิต
ไยไม่คิดอาจเอื้อมให้ถึงที่
เมื่อไม่เอื้อมจะได้อย่างไรมี
อันมณีฤาจะโลดไปถึงมือ
อันของสูงแม้ปองต้องจิต
ถ้าไม่คิดปีนป่ายจะได้ฤา
มิใช่ของตลาดที่อาจซื้อ
ฤาแย่งยื้อถือได้โดยไม่ยอม
ไม่คิดสอยมัวคอยดอกไม้ร่วง
คงชวดดวงบุปผาชาติสะอาดหอม
ดูแต่ภุมรินเที่ยวบินดอม
จึ่งได้ออมอบกลิ่นสุมาลี
บทพระราชนิพนธ์ เรื่องท้าวแสนปม
ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าฯ รัชกาลที่ 6
ที่อัญเชิญบทพระราชนิพนธ์ มาในวันนี้ก็เพราะว่าปอนอยากจะพูดถึงมุมมองในเรื่องของการไขว่คว้า ในชีวิตของคนเราครับ ภูมิหลังส่วนหนึ่งของบทพระราชนิพนธ์ ละครเรื่องท้าวแสนปม ที่ปอนยกมานี้ เป็นจดหมายรักครับ ซึ่งเป็นจดหมายรักที่นางอุษา เขียนตอบให้กับ พระชินเสน ครับ... บทพระราชนิพนธ์นี้ เราสามารถมองได้หลายแง่มุมทีเดียวครับ ไม่ใช่มองเพียงแค่เรื่องความรักได้เพียงด้านเดียวเท่านั้น วันนี้เราจะมาว่ากันเรื่อง การหมายปองของสูงกันดีกว่านะครับ
เรามานิยมคำว่า "ของสูง" ในนี้กันก่อนดีกว่านะครับ สำหรับคำว่าของสูงในที่นี้ปอนมองว่า เป็นสิ่งที่ยากลำบากที่เราจะเทียบเท่า หรือไปถึง ซึ่งมันเป็นผลมาจากความแตกต่างทางชนชั้น ฐานะทางสังคม สติปัญญา ฐานะทางเศรษฐกิจ หน้าที่ ความรับผิดชอบ รูปร่าง หน้าตา ฯลฯ สิ่งเหล่านี้ ถ้าเรา และเป้าหมายมีความแตกต่างกันมากระหว่างตัวเรากับ "เป้าหมาย" เป้าหมายก็จะเป็นของสูงทันที ซึ่งเป้าหมายอาจไม่ได้หมายถึงคน สัตว์ สิ่งของ ที่จับต้องได้เพียงอย่างเดียวนะครับ อาจหมายถึงสิ่งที่ไม่สามารถจับต้องได้เช่น ยศถาบรรดาศักดิ์ ตำแหน่งหน้าที่การงาน ความรู้สึกของคนอื่น ถ้าเรากำหนดเป้าหมายที่แตกต่างจากเรามากๆ เป้าหมายเหล่านั้นก็จะกลายเป็น "ของสูง" ทันทีครับ
เราลองมาดูของสูงในแง่มุมต่างๆ กันดีกว่านะครับ....
ของสูงในแง่มุมของ "ความรัก"
ปัจจุบันความรักได้ขยายขอบเขตไปกว้างกว่า ชายจริงหญิงแท้ ที่สืบทอดกันมาตั้งแต่บรรพกาล ไปสู่การที่คนเราสามารถรักเพศเดียวกันได้อย่างเปิดเผย และอิสระเสรี แต่บางคนก็ไม่สามารถทำได้ ทำได้เพียงหลบๆ ซ่อนๆ แอบตามสุมทุมพุ่มไม้บ้าง ตามห้องหอคอนโด และบางคนที่เราสนิทสนมคุ้นเคยในบล็อกเอ็กซ์ทีนเป็นอย่างดีก็แอบซ่อนอยู่ใน "กล่อง" ทำให้เรื่องราวของความรักมีความลึกลับซับซ้อน ซ่อนงำ ดำมืดมากกว่าในอดีต
ของสูงด้านความรักที่มีความคลาสสิคตลอดกาลในสังคมไทยก็คือ ไอ้ขวัญ กับอีเรียม หรือว่าจะเป็น ไอ้คล้าว กับทองกวาว สังเกตได้จากช่อง 7 สีทีวีเพื่อคุณเอามาฉายบ่อยมาก หรือจะเป็นพจมาน (ไม่ใช่กับทักษิณนะ) กับคุณชายกลาง ซึ่งกรณีของแง่มุมความรักแบบนี้มักจะมีความแตกต่างทางฐานะเศรษฐกิจและฐานะทางสังคมเข้ามาเกี่ยวข้องแทบจะเป็นเนื้อเดียวกับความรัก ทั้งฝ่ายหญิงมีฐานะร่ำรวย มีชาติตระกูลสูงส่ง กว่า (ในท้องเรื่องฝ่ายหญิงมักจะเป็นลูกสาวกำนันหรือเถ้าแก่โรงสี) หรือว่าฝ่ายชายมีเชื้อมีวงศ์ ฝ่ายหญิงบ้านนอกคอกนา แล้วต้องฝ่าฟันกับแม่ผัว พี่ผัว ปู่ย่า ตายายผัวจนกว่าจะได้ครองคู่อย่างสุขสม
แต่ในชีวิตจริงๆ มนุษย์เดินดินกินข้าวแกง หรือบางคนก็กินฟูจิ กินโออิชิ กินโรงแรมหรู หรือบางคนก็กินหินกินทราย เหตุการณ์ต่างๆ เหล่านี้มักจะเกิดจากฐานะทางเศรษฐกิจเป็นสำคัญ เช่นฝ่ายชายไม่มีปัญญาหาเงินไปขอฝ่ายหญิง เลยทำให้ฝ่ายหญิงกลายเป็นของสูง เลยต้องสอยลงมากินก่อนซะเลย (ใช้อะไรสอยคงไม่ต้องบอกนะครับ) หรือบางคนแอบ แอ๊บ แอบ อยู่นั่นแหล่ะไม่ได้เปิดเผยความในใจ เพราะคิดว่าตัวเองไม่คู่ควร ก็ได้แต่เฝ้ามองอยู่ห่างๆ (อันนี้คนเขียนเป็นบ่อย และเป็นอยู่ครับ) จนกระทั่งมีคนที่ต่ำกว่าเรามันเอาตระกร้อมาสอยลงไปซะอย่างนั้น หรือบางคนก็ไขว่คว้าซะจนเป้าหมายลอยหายไปก็มี เพราะกลัวว่าถ้าโดนคว้าไปชีวิตจะถูกดิ่งลงเหวเนื่องจากวิธีการไขว่คว้าดุดันและน่ากลัวยิ่งนักซึ่งมักจะพบเห็นได้จากคนที่ไม่ค่อยรู้จักตัวเอง
อาการคลั่งไคล้ดารานักร้อง ก็อยู่ในขอบข่ายนี้เช่นกัน เราจะเห็นว่าเด็กวัยรุ่นไปตามกรี๊ดดดด ดารา ญี่ปุ่น เกาหลี หรือแม้แต่ของไทยเองกันอย่างบ้าคลั่ง โดยที่ถ้าไปถามดูจริงๆ เค้าอาจจะไม่รู้เลยว่าตูมากรี๊ดดดทำไมรู้เพียงอย่างเดียวว่าแค่ "ชอบ" พี่คนนั้น พี่คนนี้เท่านั้นเอง โดยที่รู้ทั้งรู้ว่าคนเหล่านั้นเป็นของสูงสำหรับตัวเอง แต่ถ้าเปลี่ยนจากคนเดินดินไปเป็นนักเทนนิสระดับ (ท้ายๆ) โลก กับนางงามจักรวาล ก็คงจะทัดเทียมกันดีมั้งครับ
ของสูงในแง่มุมของ "การทำงาน"
อันนี้พบเห็นได้บ่อยมากๆ ครับ ทุกๆ ท่านที่อ่านมาปอนเอาเฮีย ก. เป็นประกันได้เลยว่าจะต้องมีกรณีอย่างนี้ในที่ทำงานของคุณๆ เป็นแน่แท้ พวกที่ด้อยความสามารถแต่อยากจะนั่งเสลี่ยง คนพวกนี้มักจะไม่ค่อยรู้ตัวเองสักเท่าไหร่ว่าด้อยความสามารถ แต่อยากจะไปในตำแหน่งที่สูงๆ เงินเดือนเยอะๆ เลยต้องใช้วิธีการปีนป่ายต่างๆ นานา ทั้งฟ้องนาย ฆ่าน้อง ขายเพื่อน ประจบสอพรอต่างๆ นานา
แต่อย่างเราๆ ที่มีความสามารถเปี่ยมล้นคงไม่ใช่ปัญหาใช่ไหมครับ... ถ้าเรารู้จักตัวเองว่ามีความสามารถขนาดไหน แล้วต้องการอะไรกันแน่.. แค่เราแสดงความสามารถให้ถูกกาลเทศะแค่นั้นเราก็จะสามารถไขว่คว้าของสูงที่เราหมายปองได้ง่ายๆ แต่ต้องใช้เวลา ซึ่งอาจจะเป็น 5 ปี 10 ปี เราก็ต้องไขว่คว้ามาให้ได้.... แต่เคล็ดลับก็คือ ตำแหน่งนั้นจะต้องมีความเป็นไปได้ เมื่อมองตามศักยภาพของเราแล้วเท่านั้นนะครับ
ไม่ใช่ว่าชั้นอยากเป็นเจ้าของบริษัทฯ ก็เลยเป็นเมียเก็บท่านประธานซะเลย แต่ถ้ามีแผนสูงชั้นเชิงกว่านั้นเราก็ควรต้องจับลูกท่านประธานมาทำสามีหรือภรรยาซะ แต่ทั้งนี้เราต้องวิเคราะห์รสนิยมของลูกท่านประธานให้ถูกด้วยนะครับว่านิยมแบบไหน ถ้าเค้าแมนทั้งแท่งแล้วจะไปจับเค้าทำเมีย แทนที่เราจะได้ของสูง อาจะได้ของต่ำ พร้อมๆ กับกระอักเลือดมาแทนก็ได้ครับ
ของสูงในแง่มุมของ "การศึกษา"
หลายๆ คนน่าเห็นใจครับ ที่ความแตกต่างทางเศรษฐกิจทำให้ "การศึกษา" เป็นของสูงของคนบางกลุ่มที่มีฐานะทางเศรษฐกิจไม่สูงมากนัก ทั้งๆ ที่การศึกษาควรจะไม่ใช่ของสูงที่ประชาชนจะไขว่คว้า เราจะเห็นว่าเด็กๆ ที่เรียนๆ อยู่ในสถาบันการศึกษาส่วนใหญ่มักจะมีความพร้อมทางเศรษฐกิจแต่ไม่มีความพร้อมทางด้านสติปัญญา และวุฒิภาวะในการเรียนสักเท่าไหร่
ในทางกลับกัน เด็กที่มีความพร้อมทางด้านสติปัญญาและวุฒิภาวะกลับไม่ได้มีโอกาสทำการไขว่คว้าการศึกษาสักเท่าไหร่ เพราะบางคนได้ทุนการศึกษา แต่ที่บ้านไม่มีจะกินต้องทำมาหาเลี้ยงคนทั้งครอบครัว หรือบางคนเรียนเก่ง แต่ไม่มีกำลังทรัพย์ที่จะทำงานที่ได้รับมอบหมายให้ดีได้เพราะขาดกำลังทรัพย์ หรือบางคนเมื่อมีเงินก็หลงระเริงไปกับแสงสีเสียง วัตถุที่หามาได้ด้วยเงินกู้เพื่อการศึกษา ทำให้สิ่งตั้งใจไขว่คว้าไขว้เขวไป
บางคนไม่มีคุณสมบัติทางด้านวุฒิภาวะพอที่จะเรียนได้ในระดับสูง แต่ก็ยังได้เรียนเพราะมีกำลังทางด้านสติปัญญาและกำลังทางด้านเศรษฐกิจ เลยทำให้คนเหล่านั้นจบออกมาทำให้ประเทศชาติสั่นคลอนแทนที่จะนำมาพัฒนาประเทศกลับนำมาใช้ทำลายประเทศ ทั้งๆ มีคนให้โอกาสแต่ก็ไม่ได้รับโอกาสนั้นไว้ด้วยความสำนึก
จริงๆ แล้วถ้าเราลองหันกลับมาดูตัวเรา มักจะมี "ของสูง" อยู่ในใจเยอะแยะทีเดียวครับมากกว่าที่ปอนยกตัวอย่างมาข้างต้นอีก บางสิ่งเราก็คิดว่าน่าจะไปสอยลงมาได้ บางสิ่งก็ดูไกลเหลือเกินจนเรายากที่จะเอาสิ่งเหล่านั้นมาครอบครอง เมื่อเป็นเช่นนั้นแล้วเราควรจะต้อง "ตรวจสอบตัวเอง" เพื่อให้แน่ใจว่าเรามีความสามารถที่จะครอบครองของสูงเหล่านี้หรือเปล่า เพียงแค่ "ตรวจสอบแบบไม่หลอกตัวเอง" เท่านั้นเองครับ เราก็จะสามารถดำเนินชีวิตได้อย่างมีความสุขทีเดียว เพราะจะทำให้เราได้รู้ว่าเป้าหมายที่แท้จริงของชีวิตเราคืออะไร แล้วเราก็จะสามารถพุ่งตรงไปที่สิ่งที่เราต้องการไขว่คว้าได้อย่างแม่นยำ
แต่สิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ก็คือ ปัจจัยแทรกซ้อนที่มีเข้ามาทั้งทางด้านครอบครัว บุพการี ความรู้สึกของคนรอบข้าง ภาระค่าใช้จ่าย ฯลฯ สิ่งเหล่านี้เราไม่สามารถจะควบคุมได้ แต่เราสามารถทำความเข้าใจคนเหล่านั้นได้ หรือเราสามารถบริหารจัดการกับค่าใช้จ่ายต่างๆ ให้ลดลงได้หรือไม่ แต่ถ้าหากเรายังไม่สามารถทำให้พวกเขาเข้าใจได้หรือเราไม่สามารถบริหารจัดการปัจจัยต่างๆ ได้อย่างลงตัว เราก็จำเป็นอย่างยิ่งที่จำต้องยอมรับสภาพความเป็นอยู่เพื่อรอจังหวะและโอกาสที่จะได้ทำตามที่เราฝัน ซึ่งอาจจะใช้เวลานานมากสักหน่อยที่เราจะไขว่คว้าได้แต่มันก็แลกกับความกตัญญูหรือความสบายใจที่คนรอบข้างเห็นเรามีความมั่นคงในชีวิตนะครับ ปอนท่องอยู่ในใจเสมอตั้งแต่ตอนยังเป็นวัยรุ่นอยู่ว่า
"บางครั้งสิ่งที่เราเป็นอยู่ก็ไม่ใช่สิ่งที่เราอยากจะเป็น
เพราะความสามารถกับความอยากมันไม่ได้คู่ขนานกันไปเสมอ"
และสุดท้ายจริงๆ อยากจะเตือนทุกๆ ท่านว่า "ความอยาก" ก็คือกิเลสนั่นเอง อยากมากทุกข์มากอยากน้อยทุกข์น้อยนะครับ
ปอนเอง
ปัจฉิมลิขิต 1 : ปอนเป็นกำลังใจให้นะครับคุณมนุษย์เพลงดาวศุกร์สุดหรรษา ปอนคิดว่าเราตกอยู่ในสภาพเดียวกันครับ ปอนเชื่อว่าสักวันหนึ่งเราจะทำอย่างที่เราต้องการได้ครับ
ปัจฉิมลิขิต 2 : สำหรับคุณที่โพสต์คอมเม้นต์เมื่อเอ็นทรี่ที่แล้ว แล้วใช้ชื่อว่า "ลูกศิษย์" IP Address 125.25.48.250 น่ะครับ แน่จริงเปิดเผยตัวออกมาสิครับ ถ้าอยากจะทำตามที่พิมพ์จริงๆ เป็นคนต้องรักษาคำพูดที่พิมพ์ออกมานะครับถ้าไม่ทำตามคำที่พิมพ์ออกมาปอนก็ไม่รู้ว่าเป็นคนหรือเปล่า ส่งอีเมล์ไปตามอีเมล์ในโปรไฟล์ก็ได้บอกเบอร์โทร.มาเลยกล้าๆ หน่อยครับ ปอนไม่ได้สูงส่งอะไรนักหนา แน่จริงส่งมา

เป็นสิ่งทปราถนา ก๊าบบบ
แต่ๆๆๆๆ อีกสี่ปีเนี่ยะ..จะยกขันหมากมาสู่ขอปอนหรอครับ
พาลนึกถึงอีกบทหนึ่งขึ้นมาเฉยๆ
คุณปอนเคยได้ยินโคลงบทนี้ไหมครับ...
หะหายกระต่ายเต้น ชมจันทร์
มันบ่แลตัวมัน ต่ำต้อย
นกยูงหากกระสันต์ ถึงเมฆ
มันบ่เจียมตัวน้อย ต่ำต้อย เดียรัจฉาน
เปรยลอยๆครับ ไม่มีประเด็นอื่นใด
#1 By จิปาถะ on 2007-11-08 02:08