จากเอ็นทรี่ที่ร้อนแรงที่สุด (หากใครยังไม่ได้อ่านกรุณากดไปที่นี่ครับ Hot Entry of Sloppythinking Blog) ตั้งแต่ปอนได้มีโอกาสเข้ามาสิงอยู่ในนี้ ทุกๆ ท่านได้แสดงทัศนะที่หลากหลายต่อละครไทย ซึ่งปอนไม่สามารถทิ้งความคิดเห็นเหล่านั้นไปได้เลยครับ มีหลากหลายท่านที่ให้มุมมองใหม่ๆ อย่างที่ปอนไม่ได้คาดคิดมาก่อนครับ แล้วทำให้เห็นว่ามีคนจำนวนไม่น้อยที่ไม่ค่อยจะพึงพอใจความเป็นอยู่ของละครไทยเราเท่าใดนัก ดังนั้น ปอนจะขอเปิดซีรี่ย์ละครไทยเป็นจำนวน 4 เอ็นทรี่ นับตั้งแต่เอ็นทรี่นี้เป็นต้นไปนะครับ ปอนหวังว่า เราจะเข้าใจละครไทยมากขึ้นว่า ทำไมละครของเราจึงเป็นอยู่แบบทุกวันนี้ และเราจะมีแนวทางอย่างไรที่จะพัฒนาละครของไทยเราให้เกิดประโยชน์กับสังคม โดยตัวของพวกเราที่เป็นผู้บริโภคครับ

                   ในเอ็นทรี่นี้ปอนจะพูดถึงความสัมพันธ์ระหว่างผู้ชม (ผู้บริโภค) กับการผลิตละครโทรทัศน์โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากการแสดงความคิดเห็นของคุณฉิม และอีกหลายๆ ท่านที่ช่วยกันส่งความคิดเห็นเข้ามานะครับ

ความสัมพันธ์ระหว่างผู้ชมกับละครโทรทัศน์

                    หากเราอยากรู้ว่าทำไมละครโทรทัศน์ทำไมถึงมีรูปร่างหน้าตาเป็นอย่างในปัจจุบัน สิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เลยนั่นก็คือ การมองดูสังคมว่าในขณะนี้เป็นอย่างไร คำถามที่เราควรจะตั้งเพื่อหาคำตอบสำหรับสังคม คนดู กับละครมีดังนี้ครับ

                   1. สังคมเปลี่ยนละคร หรือละครเปลี่ยนสังคม?

                   2. ละครตอบสนองอะไรต่อความต้องการของสังคมบ้าง?

                   3. คนดูต้องการอะไรจากละคร?

                   4. รสนิยมของคนดูมีผลกับละครหรือไม่

                     ถ้าเราตอบคำถามได้ทั้ง 4 คำถามแล้ว เราคงจะได้เห็นความชัดเจนของความสัมพันธ์มากยิ่งขึ้นครับ ปอนจะค่อยๆ ไล่เรียง (นี่ใช้คำสรยุทธ์มาด้วย) ไปทีละคำถามเลยก็แล้วกันนะครับ

 

สังคมเปลี่ยนละคร หรือละครเปลี่ยนสังคม?

 

                     หากเราดูที่ละครไทย สามารถเป็นไปได้ทั้งคู่ครับ การเปลี่ยนแปลงไม่ได้เกิดขึ้นมาจากภายในสังคมของเราเพียงอย่างเดียวบางครั้งอาจะเกิดมาจากการหลั่งไหลของความนิยมจากสังคมอื่นๆ เข้ามาได้เช่น กระแสญี่ปุ่น กระแสเกาหลี กระแสอเมริกัน ฯลฯ ต่างก็มีผลต่อการทำละครของไทยทั้งสิ้น ไม่เว้นแม้แต่ละครจักรๆ วงศ์ๆ ที่เราคุ้นเคยกันมาตั้งแต่เด็กๆ ที่ก็ต้องเปลี่ยนแปลงเพื่อให้สอดคล้องกับความนิยมของคนในสังคม ดังบทสัมภาษณ์คนทำละครจักรๆ วงศ์ๆ ในเว็บไซต์ผู้จัดการ (คลิกที่นี่เพื่ออ่านบทสัมภาษณ์ครับ) ทำให้เราเห็นว่าอิทธิพลของกระแสวัฒนธรรมภายนอกเริ่มรุกเร้าเข้ามีผลต่อการเปลี่ยนแปลงการทำละครไทยมากเช่นกัน

                      พื้นฐานของสังคมไทยเราเป็นสังคมแห่งความรื่นเริงบันเทิงใจ บางที่ในสังคมของไทยก็มีการอิจฉาริษยา แก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกัน แต่ก็มีขนบธรรมเนียมประเพณีที่สืบทอดต่อๆ กันมา บวกกับความเชื่อในเรื่องพุทธศาสนาทำดีได้ดีทำชั่วได้ชั่ว เราจึงจะเห็นว่าละครโทรทัศน์จึงมีโครงเรื่องที่ซ้ำๆ เดิมๆ เช่น ร้ายก็ต้องร้ายอย่างที่สุด จนในที่สุดก็ได้รับผลกรรมที่ตัวเองก่อขึ้นมา คนดีถึงแม้ว่าจะทุกข์ยากลำบากแสนสาหัสในตอนแรกก็จะมีความสุขสบายได้ในตอนหลัง บางเรื่องถึงแม้จะไม่ได้มีความสุขจากการร่ำรวยเงินทอง แต่ตัวละครที่เด่นๆ ก็มีความสุขใจในชีวิตความเป็นอยู่ตัวร้ายๆ ก็ได้รับผลกรรมไปเช่นเดิม จะเห็นได้ชัดจากละครตอนเย็นของช่อง 7 ในขณะนี้นะครับ คือเรื่อง ผู้พิทักษ์สี่แยก ถึงแม้การสร้างจะห่วย แต่ก็สามารถสอดแทรกวิธีคิดเพื่อที่จะสอนคนดูไว้ได้อย่างแนบเนียน แล้วก็ทันต่อเหตุการณ์ (เพราะถ่ายไปออกอากาศไปตามสไตล์ของดาราวีดิโอ) ปอนมองว่า ละครเรื่องนี้ทำได้ถูกต้อง สอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมายทีเดียวครับ แล้วสอดคล้องกับสภาพสังคมบริโภคนิยม และศีลธรรมตกต่ำอย่างที่เป็นอยู่ในสมัยนี้อีกด้วย

                           เพราะฉะนั้นเราจะเห็นว่า บางครั้งละครก็เปลี่ยนแปลงไปตามสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป และบางครั้งละครก็ต้องทำหน้าที่เปลี่ยนแปลงสังคมให้ก้าวเข้าสู่ความสมดุลในสังคม และกระตุ้นเตือนให้คนในสังคมฉุกคิดให้ได้อีกด้วย เพราะฉะนั้นสังคมกับละครจึงมีความสัมพันธ์ที่แนบแน่นอย่างแยกกันไม่ออกทีเดียวครับ

 

ละครตอบสนองอะไรต่อความต้องการของสังคมบ้าง?

 

                       ในอดีตสังคมอาจจะมองแค่ว่าละครเป็นเครื่องผ่อนคลายความเครียด ดูเพื่อความสนุกสนานบันเทิงเท่านั้น ผู้สร้างละครส่วนใหญ่จึงยึดเอาความต้องการพื้นฐานเช่นนี้มาเป็นแนวทางหลักในการผลิตละคร แต่ในปัจจุบันสังคมก็ไม่ได้มีความคาดหวังจากละครที่แตกต่างไปจากเดิมมากนัก ยังคงยึดถือความต้องการในด้านความบันเทิงอยู่เช่นเดิม แต่การวิเคราะห์ความต้องการของสังคมของผู้สร้างละครในปัจจุบันจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องคิด 2 ชั้นด้วยกัน เพราะหากยึดคติเดิมๆ ก็จะไม่ได้เป็นการตอบสนองต่อความต้องการของสังคมอย่างแท้จริง

                         ต้องมองถึงความต้องการที่สังคมคาดหวัง ในที่นี้ก็คือความบันเทิง เพียงอย่างเดียว และคนทำละครต้องวิเคราะห์อีกชั้นหนึ่งคือ ตอนนี้สังคมต้องการละครแบบไหนที่จะทำให้สังคมดีขึ้นมา (ซึ่งปอนคิดว่าละครเรื่องผู้พิทักษ์สี่แยกทำได้ดีในระดับหนึ่งครับ) เช่น ตอนนี้สังคมมีปัญหายาเสพติด ละครที่ทำออกมาก็ต้องทำไปเพื่อที่จะลดความต้องการเสพย์ยาเสพติดลงไป หรือชี้ให้เห็นถึงวิธีการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น หรือในขณะที่สังคมกำลังฟุ้งเฟ้อ นิยมกับวัตถุและภาพลักษณ์ที่ลวงตา แปลว่าสังคมกำลังต้องการวิถีทางพอเพียง คนทำละครจึงจำเป็นต้องตีโจทย์ให้ได้ว่าจะสอดแทรกวิธีคิดเรื่องความพอเพียงลงไปในละครอย่างไรให้แนบเนียน กลมกลืนผู้รับไม่ประดักประเดิดจนเกินไปนัก

                          แต่ในปัจจุบัน เราจะเห็นว่าละครที่จะวิเคราะห์ทั้งสองชั้นมีจำนวนน้อยมากๆ เมื่อเทียบกับปริมาณละครที่กำลังออกอากาศฉายอยู่ สิ่งที่เราผิดหวังและทำให้เราไม่ดูละครไทยกันก็น่าจะเป็นเพราะเหตุนี้ด้วยส่วนหนึ่ง ใช่หรือเปล่าครับ

 

คนดูต้องการอะไรจากละคร?

 

                           หลังจากที่เรามองภาพรวมในระดับสังคมมาแล้วว่าสังคมต้องการอะไรจากละครบ้าง คนในระดับปัจเจกบุคคลก็เป็นส่วนหนึ่งของสังคม แต่ปอนก็คงบอกความต้องการของแต่ละคนได้ทั้งหมด อย่างรอบด้าน เพราะฉะนั้นคำถามนี้ต้องถามผู้อ่านทุกท่านแล้วหล่ะครับว่า เราต้องการอะไรจากละครบ้าง? เป็นเรื่องที่น่าแปลกว่า บางคนไม่เคยรู้เลยด้วยซ้ำว่าตัวเองต้องการอะไรจากละคร แต่บางคนก็คาดหวังกับละครอย่างมาก แต่สำหรับตัวปอนเองแค่ได้ดูผู้ชายหล่อๆ ก็สุขใจเป็นยิ่งนักแล้วครับ ล่าสุดต้องดูละครเรื่อง ลิขิตกามเทพ ที่มาแทนกรุงเทพราตรี มีพี่สมาร์ท กฤษฎา กับแอน ทองประสมครับ กรี๊ดดดดด มากๆๆๆๆ

 

รสนิยมของคนดูมีผลกับละครหรือไม่?

 

                            ในที่นี้ปอนจะพูดถึงเรื่องประเภทของความนิยมชมชอบเพียงอย่างเดียวนะครับ ไม่ได้มองถึงฐานะและการศึกษาประกอบ น่าจะทำให้เข้าใจมากกว่าเรื่องการศึกษา และหลีกเลี่ยงการปะทะทางความคิดอีกด้วยนะครับ..แหะแหะ  ปอนจะแบ่งรสนิยมของคนดูละครออกเป็นดังนี้นะครับ

                             นิยมชมชอบโครงเรื่องแบบดั้งเดิม  โครงเรื่องแบบดั้งเดิมในที่นี้ก็คือเรื่องชิงรักหักสวาท ระเบิดภูเขาเผากระท่อม ชั้นเกลียดแก แกก็เกลียดชั้น แต่ในที่สุดเราก็มารักกัน คนที่มีรสนิยมอย่างนี้มีจำนวนมากจนถือได้ว่าเป็นกระแสหลักของสังคมเลยทีเดียวครับ เพราะโครงเรื่องแบบดั้งเดิมนี้ง่ายต่อการบริโภค ไม่สลับซับซ้อนเข้าใจได้ง่าย สามารถเอามาทาบกับชีวิตของตัวเองแล้วคิดได้ว่าตัวเองก็น่าจะเป็นได้อย่างในละครบ้าง ซึ่งละครโครงเรื่องแบบดั้งเดิมนี้มักจะสร้างความหวัง ความฝันให้กับคนกลุ่มนี้ครับ หากละครฉีกแนวไปเป็นแบบอื่นก็จะทำให้บริโภคได้ยาก หรือไม่ดูเลยเป็นต้นครับ

                               นิยมชมชอบละครแบบโครงเรื่องกลางเก่ากลางใหม่  ละครในกลุ่มนี้เรามักจะเห็นในละครซิทคอม เช่น สามหนุ่มสามมุม บางรักซอย 9 เป็นต่อ หรือเรื่องเทวดาสาธุ ซึ่งทำให้ผู้รับสามารถรับได้ง่าย แต่มีชั้นเชิงในการเล่าเรื่องขึ้นมาอีกชั้นนึง พร้อมๆ กับทำให้เป็นเรื่องที่พบเห็นได้กันอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน คนในละครก็เป็นคนธรรมดาๆ ที่มีอยู่ในสังคม ละครประเภทนี้มีโครงเรื่องเป็นเรื่องรักๆ เหมือนกัน แต่เป็นความรักแบบที่เป็นจริง มีความสมจริงสมจังมากกว่า แต่ก็ไม่ได้สร้างความหวัง ความฝันให้กับผู้ชมได้เท่ากับละครประเภทโครงเรื่องแบบดั้งเดิม จึงถือว่าเป็นการฉุดคนดูให้มาดูสังคมที่แท้จริงในมุมมองที่ผ่อนคลายมากขึ้นจากมุขตลกต่างๆ ที่ผู้เขียนบทได้สอดแทรกไว้ อย่างบางเรื่องก็ให้ข้อคิดแบบตรงไปตรงมาอีกด้วย เช่นเรื่องเทวดาสาธุ ให้ข้อคิดในการใช้ชีวิตเชิงพุทธศาสตร์ได้ดีทีเดียวครับ

                                นิยมชมชอบละครโครงเรื่องแบบเหนือธรรมดา ละครประเภทนี้มักจะเห็นได้จากละครดั้งเดิมของเรานะครับ เช่นละครจักรๆ วงศ์ๆ หรือนวนิยายอมตะ ที่ผู้เขียนมีจินตนาการสูงส่ง เช่น ทวิภพ หุบเขากินคน ฯลฯ ที่การดำเนินเรื่องล้วนแล้วแต่ให้ความบันเทิงจากจินตนาการ โดยส่วนใหญ่ละครประเภทนี้มักจะสอดแทรกเรื่องทำดีได้ดีทำชั่วได้ชั่วไว้แทบจะทุกเรื่องเชียวครับ

                                 นิยมชมชอบละครโครงเรื่องสลับซับซ้อนซ่อนเงื่อน ละครในประเทศไทยไม่ค่อยจะมีละครประเภทนี้สักเท่าไหร่ เพราะเป็นละครที่ถือว่าบริโภคยากไม่สอดคล้องกับความนิยมส่วนใหญ่ของประเทศ ละครประเภทสืบสวนสอบสวนจึงทำให้เกิดขึ้นได้ยากมาก หรือโครงเรื่องที่มีความสลับซับซ้อน ก็มักจะไม่ค่อยได้เห็น เท่าที่เห็นตอนนี้ก็เพิ่งจะจบไป เรื่องกรุงเทพราตรี ปอนว่าซับซ้อนที่สุดที่คนที่นิยมดูละครจะรับได้แล้วหล่ะครับ

                                  นิยมชมชอบละครจากต่างประเทศ  ฮั่นแน๊ๆๆๆ เห็นว่าในนี้ส่วนใหญ่มักจะเป็นอย่างนั้นกันนะครับ ซึ่งปัจจุบันสถานีโทรทัศน์ก็หันมาตอบรับกับความนิยมชมชอบประเภทนี้อย่างมากทีเดียวเชียวครับ จะเห็นทั้งละครเกาหลี ละครจีน ละครฝรั่งมีให้เลือกกันเยอะแยะเชียว...

                       ด้วยเหตุนี้เองครับ.... สิ่งที่เราตั้งคำถามมาตลอดว่าทำไมละครบ้านเราเป็นอย่างที่เห็นอยู่ทุกๆ วันนี้ ส่วนหนึ่งก็เพราะมาจากปริมาณของรสนิยมนี่เองครับ เพราะมีอุปสงค์ (Demand) ก็ต้องมีอุปทาน (Supply) เพราะผู้จัด คนเขียนบท ไม่สามารถฉีกแนวออกไปจากความต้องการของคนในสังคมได้ครับ เพราะหากฉีกแนวไปผลกระทบต่างๆ จะตามมา ในเอ็นทรี่ต่อๆ ไปก็จะทำให้เราเข้าใจมากยิ่งขึ้นจนครบทั้งกระบวนการที่ทำให้ละครของเราเป็นแบบนี้ครับ

 

ปอนเอง

 

ป้จฉิมลิขิต : ต้องขอขอบพระคุณทุกท่านมากๆ ครับที่แสดงความคิดเห็นกันอย่างกว้างขวางเมื่อเอ็นทรี่ที่แล้ว ทำให้ปอนมีแนวคิดที่จะเขียนเรื่องละครเพิ่มมากขึ้น เอ็นทรี่นี้ขออย่างเอ็นทรี่ที่แล้วนะครับ ขอให้ทุกท่านได้แสดงความคิดเห็นอย่างเต็มที่เลยนะครับ              

                            

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

อ๊ะๆ มาแปะไว้ก่อน ขี้เกียจอ่าน
และอาจจะไม่ได้อ่าน หุหุ
ให้ดาวด้วยนะ Hot!

#1 By มนุษย์กล่อง on 2007-11-20 15:15

เงิน คือ ปัจจัยหลักที่เป็นตัวชี้ว่าละครจะเป็นยังไง
ผู้ชม คือ ผู้บริโภคเท่านั้น เป้าหมายของการบริโภคก็แตกต่างกัน
อย่างเราตอนนี้ชอบ ร่ายริษยา เพราะร้ายได้ใจจริง
อันนี้ก็ดูเพื่อสะใจส่วนตัว อินในตัวละคร sad smile
แต่บางเรื่องมันก็โบร๊าณโบราณเกินไป ดูไม่ได้
หรือบางเรื่องมันน้ำเน่าจนเกินไป ดูไม่ได้เหมือนกัน
เราว่ารสนิยมมีผลต่อการดูละครนะ อย่างบางเรื่องที่เราว่ามันเน่าเน่า
แต่แม่ค้า หรือ แม่บ้านบางกลุ่มก็ช๊อบชอบ, จริงไหม
อยากให้เรตติ้ง ทำอะไรที่ถูกใจกลุ่มนี้สิ ดังชัวร์!!

#2 By uibweb on 2007-11-20 15:16

แวะมาบอกว่าอ่านจบแล้ว
แต่ยังขี้เกียจพิมพ์แสดงความคิดเห็น

ปล. คุณปอนเข้าใจอะไรผิดไปหรือเปล่าครับ เรียกสมาร์ท กฤษฎา ว่าพี่ แต่เรียกแอน ทองประสมด้วยชื่อเฉยๆ ไม่มีคำนำหน้า question

#3 By จิปาถะ on 2007-11-20 15:19

ปล. อีกที เปิดไปเช็ครายชื่อละครตามช่องต่างๆ รู้สึกว่าตอนนี้ละครไทยมี trend ในการตั้งชื่อที่ฟังแปลกๆนะครับ
-ร่ายริษยา
-แรมพิสวาส
-ทาสรักทรนง
-เปลือกเสน่หา
sad smile sad smile sad smile sad smile

#4 By จิปาถะ on 2007-11-20 15:26

บีชอบดู นัดกับนัด แล้วก็บ้านนี้มีรัก

แล้วก็เคยติดเรื่อง รักแปดพันเก้าด้วย

ไม่รู้สิ ละครไทยถึงจะน้ำเน่หรือบั่นมอนสังคมแค่ไหน คนไทยก็ติดอยู่ดีsad smile
Hot! ดูละครเพราะต้องการคลายเครียดค่ะ ไม่ต้องคิดมาก เพราะฉะนั้นบางทีบางเรื่องน้ำเน๊าน้ำเน่า บ่นไปแต่ก็ยังดูไป อิๆ

#6 By blind bookworm on 2007-11-20 16:47

หวัดดีค่ะ เมื่อตอนที่แล้วไปอ่านอยู่เหมือนกัน เห็นอัพใหม่เลยตามเข้ามาอ่านอีก อย่างที่บอกไว้ในเอ็นทรี่ที่แล้วค่ะว่า ไม่ได้ดูละครมานานมากแล้ว หันไปดูสารคดีแทน

แต่เข้าใจว่าละครสมัยนี้ทำมาเพื่อตอบสนองความต้องการของคนดูเป็นหลักและตามกระแสนิยมซะส่วนมาก
เพราะมันมีเรื่องของธุรกิจเข้ามาเยอะโดยไม่ได้คิดถึงผลประโยชน์ของคนดูเท่าไหร่

ลองสังเกตูดูว่าเมื่อไหร่ที่มีละครดี ๆ (หมายถึงละครที่ให้แง่คิดหรือละครแบบสร้างสรรค์) หรือหนังดี ๆ ซักเรื่องก็จะไม่มีสปอนเซอร์หรือว่าหนังไม่ทำเงิน เพราะว่าเดี๋ยวนี้ส่วนหนึ่งคนอาจจจะไม่ได้มองว่าการดูหนังหรือละครควรจะให้ประโยชน์ได้

อาจจะมองแค่ความบันเทิงใจหรือความสะใจ โดยบางทีผู้จัดละครหรือว่าคนทำยังไม่ได้รู้และเข้าใจจริง ๆ กับบทและเรื่องที่ทำขึ้นด้วยซ้ำ

อีกอย่างละครไทยๆไม่ค่อยเนียน ห่วงสวย ห่วงหล่อ ห่วงโป๊เยอะ เลือกตัวนักแสดงบางทีก็ไม่เหมาะ คิดแต่ว่าช่วงนี้ใครดัง สามารถดึงดูดคนได้บ้าง บางทีไม่เหมาะกับบทที่ได้ด้วยซ้ำ ดูยังไงก็ไม่เป็นธรรมชาตินะคะ

จริง ๆ ไม่ค่อยสันทัดนะคะแต่อยากแค่แสดงความคิดเห็นบ้างว่าที่บางทีไม่เลือกดูเพราะอะไร แต่จริง ๆ เข้าใจนะคะว่าบางทีเพื่อความบันเทิง แต่ว่าบางทีมันหาสาระไม่ได้ไม่ว่า ยังจะเพิ่มปัญหาบางอย่างลงไปอีก

เพราะต้องบอกว่าเดี๋ยวนี้เด็กรุ่นใหม่พยายามหรือนิยมที่จะลอกเลียนแบบในทางที่ไม่ถูกซักเท่าไหร่ big smile big smile

ตกลงเป็นอาจารย์ + นักเขียนบทหรือเปล่าคะ อิอิอิ

#7 By สาวโรงงาน on 2007-11-20 16:48

ตามความเห็นของผมนะครับปอน
ละครเป็นสิ่งบำบัดอารมณ์ของคนเราครับ
เรามักจะเห็นอะไรในละครนิ่งที่เป็นไปไม่ค่อยได้
หรือตอบสนองคนเราในด้านต่างๆ
ทั้งการที่นางเอกรันทดและได้พบเจอกับพระเอกที่สูงศักดิ์
มันทำให้เรามีความหวังมากขึ้นครับ และส่วนใหญ่มันมักจะจบ
แบบ Happy Ending เหมือนว่าชีวิตเราอาจจะลำบาก
แต่สุดท้ายเราก็จะได้พบเจอกับสิ่งดีๆเหมือนในละคร
เน่ามั๊ยครับ แต่นั่นแหละชีวิตคนเรา
มองบางมุม ละครไทยก็ตอบสนองคนไทยเราได้ดีทีเดียวนะครับ
อย่าลืมว่าเราไม่ใช่คนกลุ่มเดียวที่ดูละคร
คนเป็นล้านที่ดูเรื่องเดียวกับเรา เราไม่ชอบ แต่คนเป็นล้านอื่นชอบ
เมื่อก่อนตอนเด็กนะผมติเรื่อง”ผยอง” มากๆเลย
อยากเป็นเหินฟ้าสุดๆ แต่พอมาตอนนี้เรากลับเฉยๆ
เพราะว่าการรับรุ้ของเรามันเปลี่ยนไปมาก
อย่างผมตอนนี้ติดละครฝรั่งอย่างเหนียวแน่น
นั่นเพราะมุมมองมันเปลี่ยนไปมั๊งครับ
ละครเหมือนยาครับ ยาบำบัดอารมณ์อย่างที่ผมว่า
แต่ละคนมันใช้ยาได้ต่างกัน
แรมพิสสวาท อาจใช้ได้กับบางคน
นารีสโมสร ใช้ได้กับบางคน
เปลือกเสน่หา ก็ใช้ได้กับอีกคน
แต่บางคนยาไทยใช้ไม่ได้ผล ต้องพึ่งยาฝรั่งแทน

เวลาเราดูละครเรามักจะลืมเรื่องส่วนตัวไปเลย
ว่าไหมครับปอน....ละครมีไว้ให้ดู
question

#8 By มนุษย์เพลง (203.144.240.229) on 2007-11-20 16:51

ดิฉันมาเชียร์คุณนายน้องค่ะ ไม่มีอะไรมากHot! sad smile

#9 By มายเดียร์ on 2007-11-20 17:07

ชอบดูน้องใหม่ร้ายบริุสุทธิ์, บ้านนี้มีรัก แล้วก็เป็นต่อ ซิทคอมหมดเลย open-mounthed smile

#10 By เจนเนสซ่า on 2007-11-20 17:11

Hot! โหวตให้ครับ
ตัวผมนั้นไม่ได้ In หรือคาดหวังอะไรจากละครมากเท่าไหร่นะครับ โดยเฉพาะช่วงหลังๆ มานี้ ก็แค่ดูเพื่อผ่อนคลาย (บ้างนิดหน่อย) เท่านั้น อย่างปิดๆ ไปเจอก็อาจจะดูผ่านๆ บ้างนิดหน่อย ไม่ได้ติดตามอะไร

แต่จะว่าไปการที่ Theme ละครออกมาเป็นแบบนี้ (ตบตี, แย่งผัมชาวบ้าน ฯลฯ) ก็ใช่ว่าจะได้รับอิทธิพลมาจากอุปสงค์ของผู้บริโภค 100% นะครับ ส่วนหนึ่งมาจากผู้ผลิตที่ไม่พยายามสร้างสรรค์หรือคิดทำอะไรใหม่ๆ ด้วยล่ะ จะบอกว่า "คนไทยชอบละครแนวตบตีกัน" ไม่ได้หรอก เพราะทุกๆ วันนี้ละครเกาหลี (ที่มี Theme สร้างสรรค์กว่า) ก็มามีบทบาทสำคัญในบ้านเราไม่น้อยเหมือนกัน จริงมั๊ยครับbig smile

#11 By CHAN on 2007-11-20 17:12

กว่าจะอ่านจบ entry ตาหลุดออกากเบ้า
ต้องก้อบปี้ลง Notepad ก่อนครับ

ส่วนมากผมจะดูละครไปด้วย และก็จะทำกิจกรรมอื่นๆไปด้วย
ไม่ค่อยได้ตั้งใจดูเท่าไหร่ เช่นดูละครไปด้วย เล่นเกมส์ไปด้วย
กินข้าวไปด้วย วาดรูปไปด้วย ... เปิดทีวีให้เปลืองไฟเล่นๆ
แต่ถ้าเป็นหนังแผ่นก็จะตั้งใจดูกว่าดูละคร

และจะชอบละครที่พระเอกนางเอกเก่งๆ
ไม่ชอบละครที่พระเอกนางเอกดีเกินไป(แถวบ้านเรียกว่าโง่)
ใครพูดอะไรก็เชื่อ ยอมเสียสละทุกอย่าง ... จะเซงสุดๆ

กรุงเทพราตรีผมก็ชอบนะ ถึงแม้จะออกแนวผัวๆเมียๆ แต่ก็สนุกดี
กรุงเทพราตรีพระเอกนางเอกก็เก่ง

อีกเหตุผลนึงที่เป็นแรงจูงใจให้คนดูละครก็คือ
วงเมาส์ประจำที่ทำงานทั้งหญิงและชาย
ถ้าเราไม่ได้ดุ เราก็จะคุยกับเขาไม่รู้เรื่อง
ก็ต้องกลับไปดู ... ถือว่าดูละครเพื่อเข้าสังคมได้รึปล่าวครับ

เมื่อคืนกรุงเทพราตรีจบเน่าสุดๆ
แต่ก็ดู อุอุ
Hot!

ส่วนใหญ่ไม่ค่อยดูละคร ครับ

แต่ชอบดู พวก ซิทคอม พอสมควร เช่น

บ้านนี้มีรัก
เป็นต่อ ...

แต่ถ้าอย่างแนวเรื่อง กรุงเทพโลกีย์ นี่ ขอ ผ่านครับ

#13 By riddler on 2007-11-20 17:35

เห็นข้างบนคุยกันเรื่องซิทคอท
รู้ไหมครับว่าซิทคอมช่องเก้าที่คุณๆชอบดูกันนั้น มีเรตติ้งแค่ 1-3% เท่านั้นsad smile
ปล. ผมก็ชอบดูซิทคอมครับbig smile

#14 By จิปาถะ on 2007-11-20 17:59

ไม่ดูละครอยู่แล้วเลยไม่รู้จะออกความเห็นยังไง ขอให้ฮอทเป็นกำลังใจละกันครับ Hot! big smile
แต่ถ้าไม่หยุด ทุกอย่างก็จะเน่าต่อไปนะคะ = =;; เอาเรื่องเงินมาใช้อ้างตลอดไปก็ไม่ไหวนะคะ พวกเราน่าจะทำอะไรด้วยใจบ้างก็คงจะดีค่ะ

#16 By songsage on 2007-11-20 18:34

big smile ยาวมากๆ อ่านแบบครึ่งๆ กลางๆ ชอบดูแบบซิทคอมเหมือนเม้นท์ทั้งหลาย สนุกดี แล้วจะกลับมาไล่เรียงอ่านอีกรอบ มีอีกตั้ง 3 ตอนรออยู่ต้องมีอะไรเด็ดๆแน่เลย confused smile

#17 By ตุ้มเป๊ะ on 2007-11-20 18:42

เมื่อคืนดูกรุงเทพราตรี ตัวละครของจินตราจะฆ่าตัวละครของนันทิดา
ด้วยการถือไม้มาทุบ
ฝ่ายหลังก็นั่งให้ทุบ กระทั่งมีคนมาช่วยก็ยังไม่รีบถือโอกาสถอยฉากออกมา
คนมาช่วยก็ไม่รีบมาแย่งไม้ออกจากมือ
ยืนอยู่เฉยๆ รอให้ตัวละครของนันทิดาโดนทุบอีกหลายปึ้กก่อนจะวิ่งเข้ามาชาร์จ
อิๆๆ นี่หละละครไทยsad smile

#18 By Ripley on 2007-11-20 20:13

คนดูชอบดูละครแบบไหน ผู้สร้างมักสร้างตามใจตลาด
ตามใจสปอนเซอร์ สังคมตีกรอบให้บทละคร ละครสร้างตามสังคม เดี๋ยวนี้ชอบมีละครย้อนยุคกันจัง

#19 By จั่นเจา on 2007-11-20 20:46

...เฮีย ก.ครับ...อย่างนี้ไม่จริงใจนะครับเนี่ยะ ยังไม่ได้อ่านแต่ให้ดาวน่ะ ชาวบ้านเค้าเรียกว่าฮั้วนะครับ

ใช่แล้วครับ...คุณ uibweb...จริงๆ แล้วรสนิยมเป็นส่วนหนึ่งที่เป็นผลทำให้ละครออกมาเป็นยังไง ส่วนเงินก็เป็นอีกส่วนหนึ่งครับdouble wink

...คุณจิ...นี่ช่างสังเกตจริงๆ นะครับเนี่ยะsurprised smile มันคือความแตกต่างระหว่างความนิยมชมชอบในแต่ละเพศครับ ปอนถึงเรียกว่า "คุณจิ" แทนที่จะเรียกว่า "จิ" เฉยๆ นั่นแหล่ะครับเหมือนกันเลย แต่คุณจิครับ เรื่องแรมพิศวาสเนี่ยะจบไปตั้งนานมากแล้วนะครับ ตั้งแต่สมัยปอนยังอยู่กทม.อยู่เลยsad smile

เหมือนกันเลยครับ...คุณบี...แต่เรื่องรักแปดพันเก้าเนี่ยะ ปอนกรี๊ดดดด สุดครับdouble wink confused smile

นี่แหล่ะครับ...คุณปอม...เพราะเราเป็นคนไทยถึงชอบอย่างนี้แหล่ะครับ..อิอิdouble wink confused smile

ปอนไม่ได้เป็นนักเขียนบทครับ...คุณสาวโรงงาน...อิอิ จริงๆ แล้วก็เป็นอย่างที่คุณสาวโรงงานบอกแหล่ะครับ เพราะมันมีปัจจัยในเอ็นทรี่ที่ปอนจะเขียนถึงต่อๆ ไปเข้ามาแทรกครับ โปรดติดตามตอนต่อไปนะครับdouble wink

...คุณมนุษย์เพลงดาวศุกร์สุดหรรษา "ของ" ปอน...ใช่แล้วหล่ะครับ ที่คุณมนุษย์เพลงพูดมามันคือทฤษฎีหนึ่งทางด้านการสื่อสารเลยนะครับ เดี๋ยวปอนจะพูดถึงในเอ็นทรี่ถัดๆ ไปนะครับdouble wink แต่ตอนปอนดูเรื่องผยอง ทำไมปอนอยากเป็นสวยล่ะครับ embarrassed อิอิ..question

กราบแนบตักตู้มๆๆ ของ...คุณนายพี่ครับ...ขอบพระคุณมากครับที่มาให้กำลังใจน้องสาวคนนี้ครับตลอดครับ เดี๋ยวพรุ่งนี้ปอนจะไปปิดประเด็นร้อนของคุณนายพี่นะครับconfused smile

กรี๊ดดดด...คุณเจนเนสซ่า...ผู้โด่งดังมาเยี่ยม ปอนก็ดูครับแต่ยกเว้นเป็นต่อ เพราะเกลียดชาคริตเลยเลิกดูน่ะครับ ทั้งๆ ที่เพื่อนตัวเองก็เล่นด้วยแท้sad smile confused smile

...คุณชาญ...ใช่ครับ มันมีปัจจัยอื่นๆ อีกครับ เดี๋ยวปอนจะเล่าให้ฟังในเอ็นทรี่ต่อๆ ไปนะครับconfused smile ส่วนเรื่องเกาหลีเค้ามีพัฒนาการให้เป็นอุตสาหกรรมเต็มรูปแบบ พล็อตเรื่องเลยออกมาดี เพื่อให้ขายได้ในวงกว้างน่ะครับdouble wink confused smile

big smile big smile big smile

#20 By ปอนปอน on 2007-11-20 21:43

...คุณแพนด้า...ก็เหมือนๆ ปอนครับ (เพราะเราอยู่บ้านเดียวกัน) เมื่อก่อนปอนจะตั้งใจดูครับ แต่เดี๋ยวนี้ เล่นอินเทอร์เน็ตไป หรือไม่ก็อ่านหนังสือ แล้วก็เปิดโทรทัศน์ดูด้วย... ที่ดูเพราะจะต้องดูครับ ต้องเอาไปใช้ในงาน เหตุผลรองก็คือชอบผู้ชายที่เล่นละครครับ (อย่าหึงเค้านะ)question

แหม...คุณโอ้...ดูเป็นต่อดูวิธีการสับรางหญิงล่ะสิครับ..อิอิquestion

...คุณจิ ที่รัก (อีกรอบ)...ก็นั่นแหล่ะครับ สะท้อนว่าไม่ตรงกับรสนิยมของผู้บริโภคส่วนใหญ่ครับ ดูอย่างเรื่องแรมพิศวาสสิครับ เรตติ้งขึ้นเป็นสิบ เลยหล่ะครับdouble wink คนที่ดูซิทคอม เป็นชนส่วนน้อยในสังคมครับquestion

ก็...พี่หมอเชน...อ่ะมัวแต่อ่านกำลังภายในอยู่นั่นแหล่ะ..ไม่ดูโทรทัศน์ช่วยน้องช่วยนุ่ง หรือมัวแต่ไปรักษาคุณแป้น กับคุณแพนด้าอยู่ครับquestion

...คุณ songsage...ถ้าอยากให้เปลี่ยนแปลง พวกเราต้องแสดงออกอะไรสักอย่างครับ แต่ปอนว่าก็คงจะต้านทานความนิยมโครงเรื่องแบบเดิมๆ ไม่ได้แน่นอนครับsad smile confused smile

ก็...พี่ตุ้มเป๊ะ...ทำตัวเป็นสาวใจร้อนไปได้ ค่อยๆ อ่านสิครับ โทรทัศน์น่ะได้ดูมั่งหรือเปล่า หรือว่ามัวแต่แต่งบล็อกquestion

มันจะไม่ได้การกระชากอารมณ์ครับ...คุณ Ripley...ถ้าทำอะไรรวดเร็วก็จะจบเร็ว แล้วมันก็จะไม่ได้อารมณ์ร่วมกับนันทิดาครับdouble wink

แหมๆๆๆ...เฮียจั่นเจา...มาเฉลยตอนจบของซีรี่ย์นี้ของปอนจนเกือบหมดได้นะครับdouble wink confused smile

#21 By ปอนปอน on 2007-11-20 22:04

พี่ไม่ได้ดูละครมานานมาก 10 ปีแน่ะ เพิ่งจะกลับมาดูนี่แหละจ้ะ แล้วก็พบว่า ละครไทยไม่มีความเปลี่ยนแปลงเลยเนอะ sad smile พี่นั่งดูละครหลังข่าวมา 2-3 สัปดาห์ ทำไมหน้าตานางเอก นางร้าย เหมือนๆกันไปหมดเลย การแต่งตัว เสื้อผ้า ผมเผ้า จำหน้าดาราไม่ได้สักคน คิดไปคิดมา เลิกดูดีกว่า กลับมานั่งดูซีรีย์หนังฝรั่งย้อนหลัง สนุกกว่าเยอะเลยจ้า big smile

#22 By Orm & Hai on 2007-11-20 22:25

ถ้าถามว่าปุกอยากได้อะไรจากละคร ปุกอยากให้ละครที่ให้เด็กหรือเกี่ยวกับครอบครัวได้แสดงออกมาว่าพื้นฐานครอบครัวเป็นสิ่งสำคัญ ปุกมองว่าเดี๋ยวนี้สิ่งเหล่านี้มันหายไปนะคะ จากความเป็นจริงของสังคมอะ
big smile big smile
-- แบบนี้เราต้องพยายามลองเปลี่ยนรสนิยมของเราไปเรื่อยๆ ดีไหมคะ

-- เพื่อที่จะได้ละครแนวใหม่ที่แปลกแหวกแนวมากยิ่งขึ้น

-- นึกแล้วก็คงจะฮาน่าดูนะคะ แต่อย่างว่าเค้าทำงานแลกเงิน

-- และก็แลกกับความพึงพอใจของลูกค้าด้วย big smile

#24 By Evil-minded Angel on 2007-11-21 01:13

อ่านจบแล้วแหละ

ยังไม่อยากออกความเห็นเพราะต้องดูเอ็นทรี่ต่อๆไปก่อน โดยส่วนตัว ผมคิดว่าคนเขียนบทไม่เก่ง ฉีกแนวหนังออกมาไม่ได้

ผมเคยเปิดเจอละครเรื่องนึง ให้นางเอกแต่งตัวแบบ kate beckinsel จากเรื่อง underworld เห็นแล้วทุเรศมากๆ เลียนแบบคอนเซ็ปท์กันด้านๆ

ผู้ใหญ่ในวงการก็มีส่วน บางทีบทดีๆ มีเยอะแต่เจอเบรก ผู้ใหญ่ต้องการยึดฐานคนดูเดิมไว้ก่อน เอาเงินไว้ก่อน เพรามันเกี่ยวโยงไปถึง แผนการโฆษณา ซึ่งเป็นรายได้หลัก

แต่สาเหตุที่ละครไทยไม่เปลี่ยนแปลงเลย คงเพราะไม่มีใครกล้าทำอะไร ยกตัวอย่างหนังแนวสืบสวนคดีอาชญากรรม CSI พอทำออกมาปุ๊บ มีรายการแบบเดียวกันตามมาเป็นสิบ ใครจะรู้ว่าหนังที่ฉีกแนววออกมาแบบนี้จะดังได้

มันต้องมีผู้เริ่มอ่ะครับ ไม่งั้นเราก็จะเห็นนางเอกโง่ๆ ชีวิตบัดซบ ตัวอิจฉาขี้วีน กร๊ดๆ ตบๆ หน้าตลาดต่อไป

#25 By มนุษย์กล่อง on 2007-11-21 10:57

ผู้จัดส่วนใหญ่มักจะคิดว่าผู้ชมละครชอบละครที่แรงๆ ฝ่ายหนึ่งร้ายมาอีกฝ่ายก็ต้องร้ายตอบ ตาต่อตาฟันต่อฟัน ดูแล้วสะใจดีอะไรประมาณนั้น ละครเรื่องไหนก็ตามที่เน้นคุณธรรม สอนให้ทำความดีคนดูก็ชักจะเกิดอาการหมั่นไส้ ผมอยากรู้จริงๆเรื่องการจัดเรตติ้งเรื่องไหนดัง ไม่ดัง เขามีหลักเกณฑ์ยังไง ใครเป็นกลุ่มผู้ตอบแบบสอบถามเหล่านั้นบ้าง ตั้งแต่เกิดมาผมยังไม่เคยได้เห็นแบบสอบถามดังกล่าวเลย คุณปอนช่วยตอบหน่อยนะครับ น่าจะถามถูกคนแล้ว
ตอนเย็นทุกวันผมไม่ดูละครหลังข่าว (ดูบ้างผ่านๆ)เพราะแสนจะรำคาญกับพฤติกรรมของตัวละครที่ร้ายเกินมนุษย์มนาเกินคนจริงๆในสังคมเขาจะทำกัน เห็นแล้วสมเพช ก็เลยเลี่ยงดูข่าว ดูรายการที่ประเทืองปัญญาน่าจะดีกว่า หรือไม่ก็ปิดทีวีซะเลย ถ้าทีวีไม่ได้ดูเพื่อความผ่อนคลาย อ่านหนังสือ ฟังเพลงเบาๆ สบายใจกว่ากันเยอะครับ
ละครที่ผมโปรดน้อยที่สุดคือของคุณหนูบอย ที่ทุกเรื่องถ่ายทอดแต่ความรุนแรง สงสัยในชีวิตจริงเก็บกดเหลือทนจนต้องมาระบายในละคร เอ๊ะ ซีเรียสเกินไปป่าวเนี่ยsad smile

#27 By anu_zz on 2007-11-21 13:23

เป็นคนดูละครแบบผ่านมาผ่านไป ไม่เจาะจงเท่าไหร่ เลือกดูเพราะplot เรื่องน่าสนใจ นักแสดงเป็นที่ชื่นชอบ แต่จะเกลียดที่สุดคือการไป copy มา เช่นละครช่องนี้ไปลอกช่องนั้น หรือไปลอกต่างประเทศ และก็plot น้ำเน่าๆ เหมือนสมัยเก่าสมัยก่อนก็จะไม่ดูแล้ว กรี๊ดกร๊าด ตบกันอยู่ได้ ตบแบบไม่มีเหตุผล ก็รับไม่ได้อีก ส่วนใหญ่เลือกดูละครเพราะคลายเครียด แต่ถ้าเรื่องไหนมันเครียดมากก็ไม่ดูอีกเหมือนกัน แต่ก็เห็นนะว่าบางคนดูเพราะสะใจ แล้วก็อิน big smile

#28 By KimBerrY (58.97.5.121) on 2007-11-21 14:32

แวะมาตอบ เฮียอยู่หลังกล้องตลอด
ถ่ายทีไรก็ไม่ติดตัวเองซ๊ากที ยังงงเหมียนกัน

#29 By จั่นเจา on 2007-11-21 15:13

เพื่อนผมไปอยู่ต่างดาวมา ไม่เคยเห็นอั้ม
กลับมาจากต่างดาว คนอื่น (รวมถึงผม) ก็พูดกันว่าอั้ม “เซ็ก” และ “ซี่”
ซึ่งมันไม่เห็นด้วยแม้แต่น้อย
ผ่านไปประมาณครึ่งปี หลังถูกเป่าหูเช้าเย็นๆ ทั้งจากเพื่อนและจากสื่อว่าอั้ม “เซ็ก” และ “ซี่”
เพื่อนผมมันถึงกับเผลอครางออกมาเองว่า…กูเสร็จอั้มแล้ว
big smile

พูดถึงละครส่วนใหญ่ ที่เป็นประเด็น (ละครที่เรียกว่าน้ำเน่านั่นแหละ)
ผมเชื่อในเรื่องอุปสงค์อุปทาน แต่ก็เชื่อเช่นกันว่านั่นเป็นเพียงข้ออ้างของผู้ผลิต
เพื่อที่จะไม่ต้องคิดต้องทำอะไรใหม่ๆ เพราะ “คนอยากดูอย่างนี้”
เท่านั้นเอง
Hot!

#30 By วัชระ on 2007-11-21 15:28

เป็นเอนทรี่ที่แล้วฮ็อตจริงๆ
ในความคิดส่วนตัว คิดว่าละครไทยมีความหลากหลายทางชีวภาพมาก อยากดูอะไรตลกๆ บ้าบ้าบอบอ ดูละครช่วงหกโมง - 1 ทุ่ม ในขณะที่ละครหลังข่าวมีทั้งแบบร้านตลาด หรือแบบซับซ้อนซ่อนปม

แต่ที่สุดแล้ว ละครในชีวิตจริงนี่สนุกสุดๆ ทุกวันนี้เป็นทั้งนักแสดงและคนดู sad smile

#31 By conte (203.146.136.88) on 2007-11-21 16:35

Hot!
แทบไม่อยากพูดอะไรแล้วครับ
ถึงแม้ว่าบางอย่างดูเหมือนจะสอน
แต่การสอนผมว่ามันอยู่ลึกไป จนการกระทำบางอย่างของตัวละคร
เช่น การแต่งการ คำพูด ลักษณะการคิด ความคิด
มันแทรกซึมเข้ามาในจิตใจ(หรือสมอง?/จิตสำนึก?)บางส่วนของผู้ชม
โดยเฉพาะที่ยังมีวุฒิภาวะไม่เพียงพอ
-ใช่ว่าจัดเรตรายการแล้วจะมีผู้ใหญ่มานั่งวิจารณ์กับเยาวชนเสมอไป เพราะผมเห็นว่าตั้งแต่จัดเรตรายการแล้ว อะไรที่ไม่เคยเห็นในหนัง/ละคร/รายการมาก่อน ก็ได้เห็น
sad smile

#32 By apple666 (Nopphasul) on 2007-11-21 19:11

Hot! แวะมาแอดและมาให้ฮ็อตจ๊ะ
...พี่อ้อม...ต้องดูนานๆ ครับ แล้วจะสนุก ดูบ่อยๆ แล้วจะชินแล้วมีความสามารถในการทำนายตอนจบของละครได้ด้วยครับdouble wink big smile

...น้องกระปุกตั้งฉ่าย...ความคิดนางงามเหมือนใบหน้ามากเลยจ๊ะ แต่ตอนนี้ก็มีเหมือนกันนะจ๊ะ แต่ต้องหาดูดีแหล่ะละครประเภทนั้นน่ะsad smile double wink

ใช่แล้วหล่ะครับ...คุณอุ้ย...เราเปลี่ยนรสนิยมของเราคนเดียวไม่ได้ครับ ต้องเปลี่ยนคนส่วนใหญ่ให้ได้ครับ โดยใช้วิธีการให้การศึกษาน่ะครับ แต่ก็คงจะยากมากและใช้เวลาหลายปีทีเดียวครับsad smile confused smile

...เฮีย ก.ครับ...ปอนสันนิษฐานว่าละครเรื่องนั้นต้องเป็นเรื่อง "หุบเขากินคน" ช่อง 3 แน่ๆ เลยครับ ส่วนที่เฮียต้องการหาผู้นำความเปลี่ยนแปลง (change agent)ในละครไทยก็มีนะครับ แต่จากสถิติเจ๊งไม่เป็นท่าก็หลายรายแล้วหล่ะครับdouble wink ขอบคุณนะครับที่อุตส่าห์ให้เกียรติอ่านจนจบ คงเพราะว่าปอนไม่ใช่ผู้ชาย และเฮียก็ไม่ได้หมายปองเลยขี้เกียจอ่าน แต่นึกขึ้นมาได้ว่าปอนเป็นน้องนี่หว่า เลยกลับมาอ่านใช่ไหมครับ

...คุณ Adsense Blog วิธีสร้างรายได้จาก Blog ของคุณ !!! ... ปอนทำบล็อกเอามันส์น่ะครับ ไม่ได้ต้องการหารายได้ ธรรมดาโดยปกติทุกวันนี้ก็มีเงินพอกินพอใช้ มีบ้านหลังเบ้อเริ่มเช็ดถูไม่ไหวให้ซุกหัวนอน มีรถยนต์ให้ขับกันแดดกันฝน มีงานที่คนอื่นบอกว่าดีทำอยู่ครับ เพราะฉะนั้นปอนไม่มาหวังเศษเงินเล็กๆ น้อยๆ จากการทำบล็อกหรอกครับ สิ่งที่ปอนเขียนมีค่ามากกว่าเศษเงินเหล่านั้นครับdouble wink

...คุณ nooddies...ปอนคงบอกได้เท่าที่ปอนรู้นะครับ สำหรับเรื่องเรตติ้งเท่าที่ปอนรู้ไม่ได้สำรวจจากแบบสอบถามครับ แต่เค้ามีเครื่องส่งข้อมูลติดอยู่ในโทรทัศน์ที่ออกจำหน่าย โดยที่คนซื้อไม่สามารถรู้ได้เลยว่าไอ้เครื่องนี้อยู่ในโทรทัศน์ของตัวเองหรือเปล่าน่ะครับ ซึ่งการจัดเรตติ้งนี่มีบริษัทจัดทำครับ ปอนจำชื่อไม่ได้ ส่วนกันจัดเรตติ้งเค้าก็เรียงจาก 1 ไปเรื่อยๆ ครับ ปอนไม่แน่ใจว่าเป็นตัวเลขเปอร์เซ็นต์ หรือเป็นหน่วยวัดเฉพาะ โดยปกติแล้วละครเรื่องไหนได้เรตติ้ง 6 ขึ้นไปก็ถือว่าดีมากแล้วครับ แต่ละครเรื่องแรมพิศวาส เมื่อตอนต้นปีสามารถ ทำได้ 10 กว่าๆ ทีเดียวครับdouble wink confused smile ไม่แรงเกินไปหรอกครับ เมื่อเอ็นทรี่ที่แล้วเค้ายำกันเละกว่านี้เยอะเลยครับsad smile

...คุณ kimberry...เป็นคนเลือกดูละครมากจริงๆ เลยครับ มันแทบจะเป็นรูปแบบที่ตายตัวไปแล้วหล่ะครับ ถ้าอ่านเอ็นทรี่ต่อๆ ไปอาจจะเข้าใจและเห็นใจละครไทยมากขึ้นนะครับdouble wink

...เฮียจั่นเจา ครับ...ปอนว่าถ้าเฮียเข้าไปอยู่หน้ากล้องแล้วถ่ายไม่ติดเฮียเนี่ยะ เฮียจะน่ากลัวมากเลยนะครับเฮียcry แต่ถ้าอยู่หลังกล้องจนลืมเข้าหน้ากล้องก็ค่อยยังชั่วหน่อยquestion ถ้ายังไงโชว์รูปหล่อๆ ของตัวเองบ้างนะครับ...อยากเห็น..อิอิ

...คุณวัชระ...ในกรณีนี้รวมถึงนังน้องพีคด้วยหรือเปล่าครับ ที่คุณวัชระก็ตกอยู่ในวงจรแบบเพื่อนที่มาจากต่างดาวคนนั้นน่ะ

...คุณ Conte I...จริงๆ ด้วยครับ มันหลายหลายทางชีวภาพ แล้วก็หลากหลายทางคติชนมากเลยครับ.. แต่ละครชีวิตจริงส่วนใหญ่มีแต่พล็อตเรื่องโศกเศร้า เคล้าน้ำตาครับ

นี่แหล่ะครับที่เป็นปัญหาใหญ่โตมโหฬารทีเดียวครับ...คุณ nopphasul...บทสรุปของคำสอนมันไปอยู่ตอนท้ายของเรื่อง จนคนดูซึมซับไอ้ความไม่ดีต่างๆ ไว้จนเต็มที่ซะแล้ว มันเลยไม่ได้เชื่อมโยงคำสอนของละครกับพฤติกรรมนักแสดงในนั้นได้อย่างเต็มที่ครับ เป็นโจทย์ที่ละครต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วนครับdouble wink confused smile

ขอบคุณมากๆๆๆ เลยครับ...คุณบี...ที่ให้เกียรติปอนconfused smile

#34 By ปอนปอน on 2007-11-21 22:43

อิๆ
"กรุงเทพราตรี" ป้าก็ดูผ่านๆหรอก
เนื่องจากคนที่เล่นเป็นน้องชายของเจนนี่หน่ะ แฟนเค้าเป็นลูกค้าที่บ.ป้าเอง เคยเจอตัวจริง 2ครั้ง
โอ้โห...เด็กอารัยเนี้ยะยิ้มน่ารักมาก ดูดีกว่าในทีวีเยอะเลย niceมากๆ แอบเคลิ้มนิดหน่อยอ่ะ.555

#35 By รายละเอียดที่หายไป... (58.9.120.187) on 2007-11-22 00:24

ชอบดูละครครับแต่ไม่ค่อยได้ดู ไม่รู้เอาเวลาไปทำอะไรอยู่
ส่วนมากจะดูหนังแผ่นมากกว่า
แต่ถ้าอยากผ่อนคลายจริง ๆ จะดูละครไทย เพราะไม่ต้องคิดอะไรเลย ดูเอาขำ
เท่าที่อ่านเอนทรี่นี้ ก็จริงอย่างที่คุณปอนเขียนอะครับ เห็นด้วย ๆ
ไม่ได้ดูกรุงเพพราครีตอนจบอ่ะครับ ลืมไป... แต่ไม่ได้ดูก็เดาออก ประกอบกับฟังพี่ที่ทำงานด้วยquestion

#36 By CHAI on 2007-11-22 23:13

กรี๊ดดดดด...ป้าเอียด...เคยเจอตั้นด้วยกรี๊ดดดดด... น่ารักใช่ป่ะครับ.. แต่พี่ชายก็เวิร์คมากเลยนะครับ แต่ตั้นมีแฟนแล้วหรอครับผู้หญิงหรือผู้ชายอ่ะครับป้าsurprised smile confused smile

ใช่ครับ...คุณชัย...เอาเวลาไปทำอะไรอยู่ หรือมัวแต่คิดถึงปอนครับquestion ตอนจบของกรุงเทพราคีปอนก็ดูมั่งเขียนบล็อกมั่งแหล่ะครับ เพราะตอนจบเราก็เดากันได้เนอะdouble wink รูปที่คุณชัยไปยืนโด่อยู่น่ะครับ ปอนยืนยันว่าเป็นบริเวณเดียวกับที่พระเอก (พี่โฬม) กับนางเอก เดินผ่านนับสิบๆ รอบครับ ปอนเลยจำได้แม่นยำมากเลยครับ ถ้าคิดถึงเค้าก็โทร.มาหาเค้าก็ได้นะเค้าว่างตลอดแหล่ะquestion double wink

เรียนมิตรรักแฟนบล็อกเปียกเปียก ปอนจะหายหัวไปสักสองวันนะครับ จะเข้าพระนครไปตามหาฝันอีกครั้งหนึ่ง แล้วจะกลับมาอัพเอ็นทรี่ใหม่ครับ..double wink confused smile

#37 By ปอนปอน on 2007-11-23 00:14

ป้าเจอทั้งคู่แหละ
แต่ตัวจริง ป้าชอบคนน้องมากกว่า
ส่วนเรื่องแฟนนะเหรอ
ว้าๆๆ...
เพื่อความเป็นส่วนตัวของลูกค้า
ป้าก็เลยไม่สามารถบอกได้อ่ะ.555question

#38 By รายละเอียดที่หายไป... (58.9.127.249) on 2007-11-23 20:29

แหม กว่าจะอ่านจบ มาตั้งสามรอบ อิอิ

นกจรชอบละครเป็นโครงเรื่องซับซ้อนค่ะ ประเภทที่ว่าถ้าไปเล่าให้คนที่ไม่ได้ดูเรื่องนั้นด้วย งงทั้งคนฟังและคนเล่า คนนี้รักกับคนนั้น แต่ได้กับคนโน้น คนนู่นรักกับคนโน้น แต่ต้องมาอยู่กับคนนั้น คนนี้มีลูกกับคนนั้น แล้วก็มามีลูกกับคนโน้น คนนู่นกับคนนั้นก็มีลูกด้วยกันอีกคนหนึ่ง แล้วลูกของคนนั้นก็ ฉอดๆๆๆๆ งงไหมล่ะคะ อิอิsad smile

แต่ก็เห็นด้วยกะคุณปอนนะคะว่า ละครไทยเราไม่ค่อยมีเรื่องซับซ้อน มีแต่เรื่องที่ตีโจทย์แตก บอกตอนจบได้เลย

แล้วละครแนวเหนือจริงก็ชอบค่ะ อย่าง สร้อยแสงจันทร์ ก็ชอบ แต่ทำไม่ค่อยเนียนเท่าไหร่ จะเหมือนก็แต่คุณชาย ชาตโยดม เล่นตอนเป็นครึ่งคนครึ่งนกเหมื๊อนเหมือน ตอนทำท่าจิ๊กจั๊กๆ เหมือนไก่ที่บ้านเลย

แต่เรื่องอื่นๆ ถึงเน่าก็ดูค่ะ ดูแบบไม่ต้องคิดอะไรมาก ดูดาราสวยๆ หล่อๆ ก็พอล่ะมั๊งbig smile

#39 By นกจร on 2007-11-26 19:42

แวะมาคอนเฟิร์มเฮียชอบสาวๆ
ผู้หญิงงดงามที่สุดในโลกแล้วล่ะ

#40 By จั่นเจา on 2007-11-26 20:53