วิธีการคิดคำนึงว่าจะเลือกใครดี...ในโค้งสุดท้าย
posted on 21 Dec 2007 14:06 by sloppythinking in Communication, Politic
จากเมื่อเอ็นทรี่ที่แล้ว ที่ได้รับผลตอบรับอย่างถล่มทลายแบบไม่เคยคาดคิด (23 คอมเม้นต์มีของตัวเองซะ 3-4 คอมเม้นต์
) มีหลายคนถามว่าอ้าว..ไม่ให้เชื่อภาพลักษณ์แล้วเราจะเอาอะไรตัดสินว่าเราจะเลือกใครดีล่ะอย่างนั้น... เอ็นทรี่นี้มีคำตอบครับ เป็นวิธีการและความคิดเห็นส่วนตัวนะครับ ถ้าเห็นว่าเป็นประโยชน์และสอดคล้องก็เอาไปใช้นะครับ แต่ถ้าเห็นแตกต่างก็สามารถเสนอแนะได้เลยนะครับ
เรามาเริ่มกันเลยดีกว่านะครับ
1. ก่อนอื่นเราควร "กำจัดภาพลักษณ์" ออกไปให้หมดก่อนครับ เช่น อภิสิทธิ์หล่อเก่ง น่าสงสารเพราะเกิดอุบัติเหตุบ่อย หรือสมัคร จมูกเป็นชมพู่ ปากจัดหัวโบราณ ไม่มีความคิดเชิงก้าวหน้า ไม่เข้าใจโลก ได้แต่เข้าใจความต้องการของตัวเอง หรือนายชูชาติ ประชาไทย หัวหน้าพรรคไทเป็นไทย (คนขอปลดหนี้เก่า) เป็นคนที่มีนโยบายดีมีแต่ให้และให้จะมาปลดหนี้ให้เรา
เราต้องกำจัดออกไปให้หมดโดยมองว่าเขาเป็นคนธรรมดาๆ ครับ อย่าเอานโยบายหรือสิ่งที่เค้าพูดมาเคลือบคนเหล่านี้ไว้เหมือนเรากินไอศกรีมฟองดูว์ที่เอาไอติมจุ่มช็อคโกแลตแล้วมากิน
2. เมื่อกำจัดภาพลักษณ์มองดูว่าเค้าเป็นคนธรรมดาๆ แล้ว ก็ต้องมา "ดูความคิด" ว่าความคิดของเขาเป็นขั้นเป็นตอน ชัดเจนขนาดไหน เช่น เวลาพูดถึงนโยบายหนึ่งๆ มีการเรียบเรียงความเป็นมา วิธีการที่จะทำ แล้วมีเป้าหมายเป็นอย่างไร ซึ่งไอ้เป้าหมายนี่แหล่ะที่คนมักเอามาขายกัน เพราะฉะนั้นเราต้องดูสิว่า ความคิดต่างๆ เหล่านี้มันมีความเป็นมาเป็นไป แล้ววิธีการเหล่านั้นจะทำให้ไปถึงเป้าหมายที่เอามาเร่ขายให้เราหรือเปล่า
3. ทีนี้มา "ดูนโยบาย" นโยบายก็คือสิ่งที่ตอนนี้นักการเมืองส่วนใหญ่เอามาขายให้กับประชาชนกันโครมๆ สิ่งที่นักการเมืองในระดับผู้นำพรรคพูดก็มักจะถือเป็นนโยบายทั้งสิ้นครับ นโยบายคืออะไร..หลายๆ คนอาจมองข้ามไปถึงความหมายของมัน จริงๆ แล้วนโยบายก็คือ แนวทางที่จะนำไปปฏิบัติ เพื่อให้บรรลุถึงเป้าหมาย (Goal) ซึ่งเป้าหมายของประเทศไทยเราถูกบรรจุอยู่ในรัฐธรรมนูญทุกฉบับ (ส่วนของนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ) แล้วทั้งสิ้นครับ ข้อแตกต่างก็คือว่า จะมีวิธีการอย่างไรให้ไปถึงเป้าหมายตามรัฐธรรมนูญได้อย่างเป็นรูปธรรมและรวดเร็วที่สุด
ซึ่งแนวทางของแต่ละพรรคที่เสนอมาจำเป็นที่เราเองต้องวิเคราะห์ถึงความเป็นไปได้มากที่สุด บางอย่างพูดได้แต่ทำไม่ได้เห็นๆ เราก็ไม่ควรจะเชื่อ เช่น ปลดหนี้ให้กับทุกคน อย่างบางพรรคก็มีนโยบายแปลกๆ ไม่รู้ว่าจะทำไปทำไมด้วยซ้ำ เช่น หากเป็นรัฐบาลจะเอาทักษิณกลับมา (ก็ไม่รู้ว่าใครไปห้ามไม่ให้กลับก็ไม่รู้) ข้อสำคัญของการวิเคราะห์นโยบายก็คือต้องเป็นประโยชน์ต่อสังคมและตัวเราให้มากที่สุดครับ
4. ทีนี้เราต้องมาดูอันสุดท้ายครับ.. เหมือนเราวิเคราะห์พระรามครับ หัวหน้าพรรคการเมืองที่ประกาศขายฝันอยู่ในขณะนี้ก็เป็นคนธรรมดาๆ คนนึงครับ เพราะฉะนั้นจะสำเร็จได้ก็ต้องมีทีมงานช่วยเหลือประดุจทหารลิงที่คอยช่วยเหลือพระราม เพราะฉนั้นเราต้องมา "ดูทีมงาน" ครับ ดูสิครับว่าทีมงานแต่ละคนมีผลงานน่าชื่นชมขนาดไหน มีผลงานตามนโยบายได้สำเร็จ รวดเร็ว ไม่โกง หรือว่าโกงสะบั้นตั้งแต่ทรายเม็ดแรกยันขี้ฝุ่นเกาะกระจก
เราต้องดูทีมงานในเรื่องเก๋าทั้งบู้และบุ๋นครับ ก็คือทีมงานที่พูดได้แล้วทำด้วย ไม่ใช่พูดๆ แต่ไม่ทำ คอยแต่ชี้นิ้วสั่งหรือว่ามัวแต่ทำงานแบบฉาบฉวยพอให้เสร็จไปเอาหน้า แต่ไม่เอาหลังอย่างนั้นแหล่ะ ซึ่งทีมงานดังกล่าวก็มีหลากหลายครับ เราเลือกคนที่มีประวัติโกงกินน้อยที่สุดก็แล้วกันนะครับ เพราะว่าคนที่ใสบริสุทธิ์ผุดผ่องในประเทศไทยหาได้ยากเต็มที ถึงมีเค้าก็ไม่ลงมาเกลือกกลั้วกับเรื่องการเมือง
ถ้าเราวิเคราะห์สิ่งต่างๆ เหล่านี้จนตกผลึกแล้วก็จะทำให้เราสามารถตัดสินใจได้นะครับ ภาพลักษณ์เป็นสิ่งที่สร้างขึ้นได้ แต่เราก็มีสิทธิเลือกที่จะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ได้ เพราะฉะนั้นการเชื่อภาพลักษณ์ของนักการเมืองเป็นสิ่งที่ฉาบฉวยเกินกว่าจะตัดสินใจครับ เราจึงจำเป็นต้องอาศัยข้อมูลต่างๆ ข้างบนมาเป็นเครื่องประกอบในการตัดสินใจครับ นอกจากนั้นเราต้องรู้เท่าทันเกมส์การเมืองเพื่อที่เราจะได้วางหมากได้ถูกต้องถึงแม้ว่าเราจะมีเพียงแค่หนึ่งสิทธิ์หนึ่งเสียง แต่ถ้าหากเราวางหมากตัวที่ถูกต้องไปแล้ว อย่างน้อยถ้าเกิดอะไรขึ้นเราก็จะไม่เสียใจที่เราได้เลือกคนที่ถูกไป ถึงแม้ว่าคนที่เราเลือกจะไม่ได้มีบทบาทในการบริหารประเทศก็ตามนะครับ
คิดให้ดีก่อนกากบาทนะครับ.... ประเทศเราอยู่ในมือและปากของเราทุกคนครับ
ปอนเองครับ
นี่เป็นตัวอย่างหนึ่งของนโยบายที่...ครับ

ที่แน่ ๆ ผมเลือกได้พรรคหนึ่งแล้วครับ...
...อ่านไม่ละเอียดนี่หน่าครับ
ปอนก็บอกไว้แล้วน่าตีหางจริงๆ เลยครับ มามะเอาหางเล็กๆ สั้นๆ ป้อมๆ มาให้ปอนตีซะดีๆ
รัฐธรรมนูญถือว่าเป็นเป้าหมายของประเทศครับ ส่วนความเป็นเป้าของใครนั้นเค้าอนุโลมให้ว่าถ้าผ่านรัฐสภามาแล้วถือว่าเป็นเป้าหมายของประชาชนทั้งประเทศครับ แล้วที่เค้าให้ทำประชามติเนี่ยะ..ก็แปลว่ายอมรับเป้าหมาย "ร่วมกัน" ครับ
#1 By ก๋อง *~*$treet English *~* on 2007-12-21 14:58