ตะแกรงห่างตะแกรงถี่

posted on 21 Jan 2008 01:59 by sloppythinking  in Live

เมื่อวานนี้ได้พบเจอเรื่องที่น่าตื่นเต้นครับ!!!!!!!!

เมื่อเช้าปอนได้ไปคุมสอบวิชาที่ปอนสอนครับก็คือ ความรู้ทั่วไปทางการสื่อสารมวลชน พร้อมๆ กับพี่เจ้าหน้าที่คนหนึ่งแต่ปอนผิดพลาดตรงที่กะเวลาผิดครับทำให้ไปเลทกว่าเวลาเริ่มสอบ 5 นาที ทำให้เริ่มสอบช้ากว่าเวลา 15 นาทีครับ แต่ปอนก็ทบเวลาให้เป็นหมดเวลา 12.15 นะครับ ซึ่งการสอบครั้งนี้ใช้เวลาทั้งสิ้น 3 ชั่วโมงครับ เริ่มสอบไปได้ 30 นาทีมีนิสิตชายสองคนวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาขอสอบครับ เหตุผลที่ได้รับจากเด็กสองคนนั้นก็คือ นาฬิกาไม่ปลุกทำให้ไม่ตื่นครับ (เริ่มสอบตอน 9.00 น. ปอนมาช้าเลยเริ่มสอบ 9.15 น. ไอ้เด็กสองคนมาเวลา 9.45 น.ครับ)

ด้วยความเป็นแม่พระ (เพลิง) ก็เห็นว่าพออนุโลมให้ได้ครับ เพราะระเบียบของมหาวิทยาลัยฯ ให้เข้าช้าได้ไม่เกิน 15 นาที แต่ปอนก็เขียนบนหัวกระดาษข้อสอบว่าเข้าช้า 30 นาที ทั้งสองชุดเพื่อให้อาจารย์อีกท่านนึงพิจารณาในส่วนของท่าน แล้วปอนก็จะพิจารณาในส่วนของปอนว่าควรจะหักคะแนนเท่าไหร่อีกครั้งหนึ่งครับ การสอบดำเนินไปอย่างราบรื่น มีการพยายามลอกกันเป็นระยะแต่ก็โดนปรามโดนขู่ไปบ้าง ทั้งๆ ที่ปอนก้มหน้าอ่านและแก้วิทยานิพนธ์ของตัวเองอยู่ปอนยังจับพฤติกรรมมันได้เลยครับ (ช่างเป็นอาจารย์ที่มีเรดาร์อำมหิตแผ่ซ่านกระจายไปทั่วห้องจริงๆ ครับ)

 

เวลาผ่านไปสองชั่วโมง ก็เกิดเหตุการณ์ที่ทำให้ตกตะลึงขึ้นครับ!!!!

 

 

 

มีนิสิตชายคนหนึ่ง เดินโซซัดโซเซตาแดงก่ำมาเชียวยืนยังไม่ตรงเลยครับ เข้ามาขอสอบปอนถามเหตุผลว่าทำไมมาช้าอย่างนี้เวลาผ่านไปสองชั่วโมงแล้ว คำตอบที่ได้รับก็คือ "นาฬิกาไม่ปลุก" อีกเช่นเดิมครับ แต่มีอาการเพิ่มเข้ามาจากสองคนแรกก็คือมีอาการเมาค้างยังไม่สร่างเลยครับ แต่ปอนยังไงก็ไม่ให้สอบครับ เด็กก็พูดประมาณจะให้ก้มกราบเท้าก็ได้ขอสอบ แต่ปอนก็บอกว่ามันไม่ได้จริงๆ โดยเอาระเบียบของมหาวิทยาลัยฯ มาใช้และความเหมาะสมทั้งทางด้านพฤติกรรม ผลกระทบ และการขัดเกลา ในที่สุดมันก็ยอมเดินออกจากห้องไป แต่ไปโวยวายกับเพื่อนด้านนอก จนเสียงเข้ามาในห้องสอบ ปอนก็โล่งใจไปเปราะหนึ่งที่รอดจากการโดนเด็กต่อยมาได้ 

แต่.... ไม่จบเพียงเท่านั้นครับพอเด็กๆ ทำข้อสอบออกจากห้องหมดปอนกำลังเก็บรวบรวมข้อสอบอยู่ มันก็เดินเข้ามาอีกรอบครับ เข้ามาขอร้องอ้อนวอนถามปอนว่า "อาจารย์จะไม่ไห้ผมสอบจริงๆ หรอ" ปอนก็บอกว่าต้องเป็นอย่างนั้น แล้วก็อธิบายเรื่องบทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบของความเป็นนิสิต และเป็นอาจารย์ให้เด็กคนนั้นฟัง คือ นิสิตมีหน้าที่มาเรียน มาสอบ และต้องทำตัวอยู่ภายใต้กฎเกณฑ์ของมหาวิทยาลัยฯ เพราะฉะนั้นถ้าเราทำตามกฏเกณฑ์ต่างๆ ไม่ได้เราก็ต้องยอมรับผลที่มันจะเกิดขึ้นตามมา ฯลฯ ส่วนปอนเป็นอาจารย์มีหน้าที่สอนให้พวกเราได้ความรู้ตามวัตถุประสงค์ของรายวิชา ถ้าปอนให้คะแนนผิด ตัดเกรดผิดปอนก็ต้องมีบทลงโทษโดนตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัย ถ้าส่งเกรดช้าก็จะต้องโดนหักเงินเดือนเหมือนกัน (แหะๆๆ พูดไปอย่างนั้นแหล่ะ เป็นอาจารย์พิเศษไม่มีเงินเดือน แล้วก็ไม่ได้โดนบังคับทางวินัยด้วย..แค่พูดให้รอดตัวเพราะในอนาคตเราก็ต้องเข้ามาอยู่ในกฏเกณฑ์นี้เหมือนกัน) เพราะฉะนั้นเราต่างคนต่างก็ทำหน้าที่ของเรา เมื่อทำหน้าที่ผิดพลาด บกพร่องก็ต้องยอมรับผลที่ตามมา ซึ่งในกรณีนี้ของนิสิตคนนี้ก็คือ "การขาดสอบ" ทำให้คะแนนสอบปลายภาคไม่มีนั่นเองครับ ในที่สุดปอนก็ถามย้ำว่าเราเข้าใจอาจารย์ใช่ไหม เข้าใจตรงกันหรือเปล่า มันก็พยักหน้าแล้วก็ไหว้เดินจากไปออกนอกห้อง ท่ามกลางความโล่งใจของปอนกับพี่เจ้าหน้าที่อีกคนหนึ่งที่คุมสอบด้วยกัน เกือบโดนเด็กต่อยซะแล้วววววว.....

จากเหตุการณ์นี้ครับ

ปอนได้โทร.ไปปรึกษาอาจารย์อีกท่านนึงว่าสิ่งที่ทำลงไปอาจารย์มีความคิดเห็นว่าอย่างไร แต่ก็ได้รับคำตอบมาว่า เราไม่น่าทำอย่างนั้นเพราะไม่ใช่หลักการ win-win เราให้เด็กตกแล้วจะได้อะไร เด็กมันก็จะไม่ได้เรียนรู้ เราน่าจะให้โอกาสมันได้ทำข้อสอบภายใต้ระยะเวลาที่เหลืออยู่ 1 ชั่วโมงที่มี เพราะจะลดแรงเสียดทานจากหลายๆ อย่าง ทั้งการที่เราต้องปวดหัวจากการที่คะแนนมันต่ำแล้วตกทำให้ยังไงก็ต้องกลับมาสอนมันใหม่อีกอยู่ดี หรือว่าการลอบทำลายทรัพย์สิน เช่น ขูดรถ เจาะยาง ฯลฯ แล้วสิ่งที่ค้างคาใจของมันก็จะหายไปไม่อาฆาตพยาบาตเรา ถึงใน 1 ชั่วโมงที่เหลือมันจะทำได้เท่าๆ กับที่ไม่ได้ทำเลยก็ตาม หรือว่าหากเรื่องราวบานปลายไปถึงขนาดโดนฟ้องศาลปกครองเราก็จะต้องเสียเวลาเสียสมองไปขึ้นศาลเพื่ออธิบายกระบวนการและกฏระเบียบต่างๆ อีก การปล่อยให้มันสอบไปจึงน่าจะเป็นทางออกที่เหมาะสมที่สุด ในความคิดของอาจารย์ท่านนั้น

แต่สำหรับปอน ปอนมองว่าการที่เราไม่ให้มันสอบจะทำให้มันได้เรียนรู้มากกว่าการที่ปล่อยให้มันทำข้อสอบครับ ถึงแม้ว่าปอนกับอาจารย์ท่านนั้น (และหลายๆ ท่าน) ก็มองว่าเด็กพวกนี้ไม่คิดอะไรอยู่แล้วเอาอารมณ์ตัดสินทุกสิ่งทุกอย่างเหนือหลักการและเหตุผลทั้งปวง อย่างน้อยมันก็จะได้เรียนรู้คำว่า กฏ ระเบียบ ในการเข้าห้องสอบของมหาวิทยาลัยฯ, ผลเสียจากการที่ไม่ทำหน้าที่ของนิสิตปกติๆ ที่ควรจะทำ, และท้ายที่สุดทำให้มันได้เรียนรู้ว่ากฏ ระเบียบ ข้อบังคับบนโลกนี้มีอยู่จริง และสามารถบังคับใช้ได้จริงๆ และถ้ามันไม่ทำตามผลเสียก็จะเกิดขึ้นกับมัน แต่ถ้าหากเราปล่อยให้มันเข้าสอบมันก็จะเรียนรู้ว่ากฎ ระเบียบ บนโลกนี้สามารถยืดหยุ่นหรือปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการและพฤติกรรมของมันทั้งหมด มันจะทำอย่างไรก็ได้ยังไงเค้าก็ต้องยอมมันอยู่แล้ว ดังเช่นที่ผ่านๆ มา ซึ่งหากปล่อยไปมันอาจจะไม่สามารถคิดได้เลยจนกว่าชีวิตของมันจะถึงทางตันในชีวิตของมัน

แต่ก็เป็นไปได้มากครับที่นิสิตของปอนอาจจะไม่ได้เรียนรู้อะไรจากกรณีนี้เลยก็เป็นได้ เพราะอย่างที่บอกว่ามันอาจไม่ได้เก็บไปคิดวิเคราะห์หรือคิดเพื่อจะปรับตัวอะไรเลยก็ได้ ก็แค่รู้สึกผิดหวังห่อเหี่ยว โมโหฉุนเฉียว แล้วตะโกนหน้าห้องสอบว่า "ระเบียบ เฮี้ยอะไรวะ เอามาอ้างบ้าบอแม่งงงง" (อันนี้เท่าที่เล็ดลอดเข้ามาให้ได้ยินในห้องนะครับ) แล้วพฤติกรรมก็กลับไปเป็นเหมือนเดิมไม่ได้แตกต่างจากเดิม เพราะไม่มีตัวชี้วัดใดๆ ได้ว่าเด็กจะเรียนรู้วิธีการไหนได้มากกว่ากัน

ปอนเคยพูดเสมอๆ ว่าปอนไม่ได้อยากที่จะมาทำอาชีพนี้เลยแม้แต่น้อย แต่ถ้าปอนได้รับผิดชอบอะไรแล้วปอนก็จะทำอย่างเต็มที่เท่าที่ความสามารถจะเอื้ออำนวยให้ทำได้ถึงแม้ว่าในจิตใจจะไม่อยากทำก็ตามครับ ความเป็นอาจารย์ที่ปอนต้องรับผิดชอบถึงแม้ว่าจะไม่เต็มที่เพราะเป็นอาจารย์พิเศษ แต่ปอนก็คิดไว้ว่าจะทำอย่างไรก็ตามที่เราต้องพยายามกระตุ้นให้เด็กได้รู้จักการอยู่ภายใต้กฏระเบียบของสังคม คิดเป็น และยอมรับความคิดเห็นที่หลากหลายให้ได้ อันนี้คือความตั้งใจของปอนในการที่จะทำอาชีพนี้ครับ อย่างในกรณีข้างบนปอนเลือกใช้ตะแกรงถี่ในการคัดกรองเด็กตั้งแต่แรกด้วยวิธีการไม่ให้สอบ เพื่อที่จะสั่งสอนเหมือนใช้ยาแรงที่สุดไปก่อนส่วนจะคิดได้หรือไม่ได้ก็ตามแต่ชะตากรรมจะกำหนดครับ เพราะหากใช้ตระแกรงห่างกับเด็กสมัยนี้และมีพฤติกรรมอย่างนี้แล้วมันมีความเป็นไปได้สูงที่จะไม่เกิดการเรียนรู้ใดๆ เลย

ปอนมองว่าวิธีการใช้ตะแกรงห่างในการร่อนเด็กจะเกิดผลเสียต่อเด็กและเรามากกว่า เพราะหากปล่อยผ่านไปไม่มีคุณภาพ เราคนที่ปล่อยผ่านไปก็ถือว่าไม่มีคุณภาพด้วยเช่นกัน เพราะการวัดคนๆ หนึ่งไม่ใช่วัดความสามารถทางวิชาการเท่านั้น แต่ต้องวัดที่ความคิด และพฤติกรรมอีกด้วย ดังนั้น การที่เราเป็นอาจารย์เราต้องใช้ตะแกรงที่เหมาะสมกับเด็ก เด็กบางคนใช้ตะแกรงห่างได้เพราะดูแล้วมีศักยภาพในการพัฒนา แต่บางคนต้องใช้ตะแกรงถี่เพื่อให้ละเอียดมากที่สุดด้วยตะแกรง เพราะเด็กเหล่านี้จะไม่มีทางพัฒนาด้วยตนเองได้หากไม่ได้พบ หรือไม่ได้สัมผัสกับเหตุการณ์ที่รุนแรง

เด็กที่โตมาในยุคไร้ไม้เรียวและการปราศจากการซ้ำชั้น เด็กๆ เหล่านี้ถูกปล่อยผ่านมาด้วยตะแกรงห่างเพราะคนร่อนไม่ต้องการจะไปปะทะกับเด็กเหล่านี้ให้เปลืองสมองและเสียอารมณ์ ทำให้เด็กเหล่านี้รู้สึกว่าทุกๆ อย่างไม่เป็นอุปสรรค ทุกอย่างสามารถปรับเปลี่ยนเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับตัวเองได้เสมอ ความคิดของเด็กเหล่านี้จึงมีแต่ตัวเองเท่านั้นโดยไม่ได้คิดถึงเหตุปัจจัยแวดล้อมต่างๆ เท่าใดนัก เมื่อมาถึงในระดับมหาวิทยาลัยฯ พฤติกรรมเหล่านี้ก็ฝังแน่นติดตรึงอยู่ในตัวของเด็กเหล่านี้มาอยู่แล้ว การที่จะปรับพฤติกรรมของเด็กเหล่านี้ให้ได้ ปอนมองเห็นแค่ว่าควรใช้ยาแรงและตะแกรงถี่เท่านั้น เด็กเหล่านี้จึงจะได้ประโยชน์สูงสุดจากการเรียนในมหาวิทยาลัยฯ การให้โอกาสก็เป็นสิ่งที่ดี แต่จะดีที่สุดก็ต่อเมื่อให้โอกาสกับคนที่ต้องการโอกาสจริงๆ

 

แล้วทุกๆ ท่านคิดว่าอย่างไรกันบ้างครับ

 

ปอนเอง

 

ปัจฉิมลิขิต : อิอิ..ปอนบ่นอีกละ

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ผมเห็นด้วยกับการกระทำคุณปอนร้อยเปอร์เซ็นต์เลยครับ
กฏก็คือกฎ
ถึงบางกรณีกฏจะมีไว้แหก
แต่ในบางกรณีถ้าไม่ปฏิบัติตามกฏแล้วจะมีกฏไว้ทำไม
ในฐานะครู คุณปอนทำถูกแล้วล่ะครับ
และในฐานะผู้ใหญ่ก็ทำถูกแล้วเช่นกัน
บทเรียนบางอย่างก็ต้องให้เจ้าตัวสัมผัสเองถึงจะรู้ซึ้ง
แม้จะซึ้งถึงขั้นกลับบ้านไปดื่มเหล้าต่ออีกรอบก็เถอะsad smile

#1 By จิปาถะ on 2008-01-21 02:10

ถ้าเด็กคนนี้ทำได้ เด็กคนอื่นก็จะทำบ้างครับ

การยอมมันก็มีขอบเขตของมันนะครับ

เหตุการณ์นี้ผมเข้าข้างอาจารย์ 200%

#2 By azlaz on 2008-01-21 02:48

โดยสังคมส่วนรวมมักมีเรื่องและเหตุการณ์ให้เราได้พบปัญหาและแก้ปัญหาอยู่เสมอ...
ผิดถูกอยู่ที่ใจ ใครจะรู้ว่าแก้ผิดหรือแก้ถูก....ใครเป็นผู้ตัดสิน แม้แต่ศาลเองบางครั้งยังพลาด กิ้งกือพันกว่าขาบางครั้งยังเดินตกท่อเลย....

#3 By รีคอนดำ on 2008-01-21 07:10

เห็นด้วยนะ กฎก็ระบุชัดอยู่แล้ว แม้ว่าบางครั้งกฎก็มีไว้ให้แหกก็ตามเถอะsad smile
เห็นใจปอนค่ะ surprised smile

#5 By ตุ้มเป๊ะ on 2008-01-21 08:21

ดูจากพฤติกรรมของเด็กคนนั้น ป้าคิดว่าอาจารย์ปอนทำถูกต้องแล้วค่ะ
ถ้าเกิดว่าเด็กคนนั้นมีเหตุผลอื่นที่ทำให้ต้องมาช้าก็คงเป็นอีกเรื่องหนึ่ง
sad smile เด็กวัยรุ่นทุกวันนี้น่ากลัวจริงๆค่ะ

#6 By ป้าหมู on 2008-01-21 09:21


ผมคิดว่าน่าจะอนุญาตให้สอบไปก่อนนะครับ
แล้วค่อยให้อาจารย์ท่านอื่นๆในคณะ(เหมือนสภา อจ.)ตัดสินว่ายังไงอีกที
เพราะลำพัง อจ. พิเศษ ตัวเล็กๆ และบอบบาง(จริงป่ะ) อย่างคุณปอน
คงไม่าสามารถรับปัญหานี้ได้ ถ้าเกิดถ้าเกิดปัญหาตามมา (ไม่ว่าจะปัญหาอะไรก็ตาม)
เช่นเกิดการฟ้อง หรือถูกขูดสีรถ ปล่อยยาง เป็นต้น

จะได้ตอบคำถามเด็กได้ว่า ที่เป็นอย่างนี้เพราะกรรมการตัดสิน (ไม่ใช่คุณปอนเป็นคนตัดสิน)
ไม่ใช่ยืมตะแกรงคนอื่นมาร่อยน่ะ แต่เราใช้ตะแกรงส่วนกลางที่แข็งแรงกว่า
สนับสนุนความคิดของปอนจ้ะ พี่มีความรู้สึกว่า สังคมเดี๋ยวนี้มีความยืดหยุ่นสูงมาก โดยเฉพาะเรื่องระเบียบวินัย ยืดหยุ่นกันจนไม่รู้ว่าสิ่งใดคือสิ่งที่ควรปฏิบัติ หรือไม่ควร

พี่ไปดูงานศิลป์แผ่นดินตามที่ปอนแนะนำ แล้วก็มีฝรั่งที่มากับคนไทยอีกหนึ่งคนมาต่อแถวอยู่ข้างหลัง อาจจะเป็นเพราะเค้าตัวสูงมาก จึงเห็นอะไรๆได้ชัดเจนกว่า เพราะพี่ได้ยินเค้าเปรยๆ แกมถามเพื่อนคนไทยที่มาด้วยว่า ทำไมคนไทยชอบแทรกแถว พี่ได้ยินคำถามแล้วรู้สึกอายจัง อายแทนประเทศไทย แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ง่ะ แล้วคำตอบที่ได้จากคนไทยคนนั้นคือ ก็นี่แหละ ประเทศไทย sad smile

#8 By Orm & Hai on 2008-01-21 10:18

ขอบคุณมากครับ...คุณจิ...ที่เห็นใจปอน ปอนไม่รู้ว่ามันจะคิดอะไร..แต่ที่รู้ๆ มันน่าจะจำปอนได้ครับ และปอนหวังว่าในอนาคตมันจะขอบคุณปอนที่ปอนทำอย่างนั้นกับมัน ถึงแม้ว่าจะเลยไปเป็นสิบๆ ปีก็ตามครับ big smile

ขอบคุณมากครับ...คุณ azlaz...ใช่ครับทุกอย่างมันมีขอบเขต ถ้าเรายอมโดยปราศจากขอบเขตทุกอย่างก็ต้องโอนอ่อนโดยที่ไม่ได้มีประโยชน์ในทางการบังคับเลยbig smile

ปอนก็พยายามทำตะแกรงร่อนให้มันเหมาะสมโดยมีความยืดหยุ่นโดยมีกฎเกณฑ์ และมารยาททางสังคมเห็นหลักหล่ะครับ...คุณ blackrecon...เพราะเกณฑ์ทุกอย่างไม่แน่ไม่นอนเราต้องคิดสองด้านเสมอครับ การทำของปอนครั้งนี้อาจสูญเปล่าก็ได้sad smile big smile

ปอนก็ไม่ชอบกฎระเบียบหยุมหยิมนะครับ...พี่หมอเชน...แต่บางทีกฎมันก็ต้องยืดหยุ่นได้บ้างหากไม่เกิดความเสียหายหรือไอ้คนที่มันมาขอให้แหกกฏมันมีเหตุผลที่จะเป็นจริงๆ ก็น่าจะแหกอ่ะครับ แต่อันนี้ปอนว่ามันเกินจะรับจริงๆsad smile confused smile

เอะ...พี่ตุ้มเป๊ะ...มาแหวกอกตู้มๆ ของปอนดูตอนไหนเนี่ยะquestion

ใช่แล้วครับ...ป้าหมู...มีน่ากลัวมากกว่านี้อีกครับป้าหมู หนังหน้าอย่างปอนมันยังมีลวนลามด้วยวาจาเลยครับsad smile

ปอน "รับ" ไหวครับ...คุณแพนด้า ...เพราะเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตสักเท่าไหร่ครับ แต่ถ้ามันจะเกิดเหตุการณ์ต่างๆ ตามมาปอนก็ยินดีครับเรื่องแค่นี้ปอนทนแรงปะทะได้อยู่แล้ว ปอนก็อยากจะดูหนังหน้าของผู้ปกครองเด็กพวกนี้เหมือนกันครับ เราไม่ต้องกระจายความเสี่ยงไปให้ใครหรอกครับ เพราะปอนไม่มีอะไรจะเสียในวิชาชีพนี้อยู่แล้ว ไล่ปอนออกหรือไม่ให้ปอนสอนก็ดีครับ จะได้มาทำอะไรที่ตัวเองอยากทำdouble wink big smile

ปอนว่าทุกวันนี้ทุกคนต่างผลักภาระของตัวเองให้พ้นออกจากตัวน่ะครับ...พี่อ้อม...โดยเฉพาะเรื่องการอบรมบ่มนิสัย การขัดเกลาทางสังคม ซึ่งมันก็คือการใช้กฏ ระเบียบ ทุกคนไม่อยากจะทำสักเท่าไหร่ครับ ทุกอย่างก็เลยดูโอนอ่อนผ่อนตาม ปล่อยไปตามยถากรรมทั้งนั้นเลยครับพี่อ้อม

แต่งานศิลป์แผ่นดินเป็นยังไงบ้างครับ ดีหรือเปล่าปอนได้ดูแต่ในโทรทัศน์ขนลุกขนพองมากๆๆๆๆ อยากไปดูแต่ไม่ได้ไป confused smile

#9 By ปอนปอน on 2008-01-21 11:26

พี่ปอนยังปราณีนะคะ ที่คณปุกอะ สายเกินครึ่งชม.ก็ไม่ให้เค้าสอบแล้วไม่ว่ากรณีใดก็ตาม ที่สำคัญ ปลายภาคถ้าไม่เข้าสอบตามวัน เวลาที่กำหนดไม่ว่าจะสาเหตุใดๆก็ตาม ก็จะอาจจะให้ปรับตก หรือไม่ก็ให้ถอนวิชานั้นไปเลยคะ

ปล.ตอนนี้หายดีแล้วคะ แต่.........หน้าเป็นลายตุ๊กแกเลย
ขนาดสอบ มันยังเมา sad smile sad smile

ทําถูกแล้วล่ะครับ big smile

#11 By riddler on 2008-01-21 12:15

ถ้านกจรเป็นครู ก็คงไม่ให้เข้าห้องสอบเหมือนกันค่ะ เพราะกฎระเบียบมีไว้ปฏิบัติตาม มาสาย 2 ชั่วโมงมันก็เกินไป นาฬิกาไม่ปลุกไม่ใช่เหตุผล หรือถ้าจะเอามาเป็นเหตุทำให้มาสายได้มันก็อ่อนมาก

อย่าใช้ตะแกรงห่างกับเด็ก เพราะมันจะทำให้ไอ้พวกที่รอดรูห่างออกมานั้น จำแนกยาก ว่า คนไหน ได้คุณภาพ คนไหนเกรดไม่ถึง

big smile

#12 By นกจร on 2008-01-21 13:37

กฎก็คือกฎนะ ทำถูกแล้วครับ แต่ถ้าเด้กจะต่อย โดยส่วนตัวแล้วเปลี่ยนเป็นมาอย่างอื่นจะได้ไหม ว่าแต่เด็กหน้าเป็นไงอ่ะ อิอิอิ

แต่อาจารย์คนนั้น มานก้อยางงายอยู่นะ.... sad smile

ปล. ไม่เคยไปสอบไม่มัน แต่เคยทำเก๋โดยไม่ไปสอบเพราะคิดว่าทำไม่ได้ แต่อาจารย์เก๋กว่าเห็นไม่มาก็เลยเลื่อนสอบให้

#13 By conte01 (203.146.136.87) on 2008-01-21 14:17

เห็นด้วยครับ อย่างมากมาย
ผมไม่ใช่คนที่เชื่อ/ต้านกฎทุกอย่างนะ
มันขึ้นอยู่กับว่าผมเห็นว่ามันจะเป็นประโยชน์ทั้งเพื่อส่วนตัว หรือส่วนรวมมากกว่ากันที่จะทำตามหรือแข็งข้อกับกฏนั้นๆ
คงมีคนไม่น้อยหรอกที่ได้สัมผัสกฏงี่เง่าๆ
ที่สำคัญ ที่นี่ประเทศไทยนะครับ
แต่ในกรณีนี้ผมเห็นด้วยที่จะลงโทษนักศึกษาคนนั้น
แม้จะต้องหวั่นใจบ้างว่า มันจะอาฆาตกรูมั้ย แต่ผมว่าถ้ามันจะทำให้คนๆหนึ่งดีขึ้นได้ ผมว่ามันก็ดีbig smile

#14 By cool fire on 2008-01-21 15:27

บิ๋มคงทำเหมือนพี่ปอนแหละ

ถ้าอนุโลมให้หนึ่งครั้ง
ก็จะมีครั้งที่สอง.. สาม และสี่ ตามมาเรื่อยๆ

เฮ้ย อาจารย์คนนี้สบายๆ เข้าสายก็ให้สอบ ไปขอสอบทีหลังก็ได้

อะไรอย่างนี้.. มันมีจริงๆ
บิ๋มนึกภาพออกเลยแหละพี่
..เคยเจอมาแล้วเหมือนกัน เป็นรุ่นพี่ที่ชมรม
สอบสี่โมงเย็น แต่ตั้งวงตั้งกะบ่ายสอง สี่โมงก็แอ๋แล้ว

แล้วก็ไปสอบแบบเมาๆ คะแนนไม่ดีก็อ้างว่าเป็นนักกีฬา ต้องไปแข่งกีฬา คะแนนเลยไม่ดี ขอความเห็นใจ ขอ A ได้ไหม

อะไรประมาณนี้..

แล้วอาจารย์ใจดีก็ปล่อยให้ผ่านไป....

#15 By Luna~ on 2008-01-21 17:49

อ่านแล้วนึกถึงสมัยที่ผมเรียนครับ
ท่องสัพท์ไม่ได้ "ตี"
ทำการบ้านผิดเยอะ "ตี"
ลายมือเขียนไม่สวยก็ "ตี"
สมัยนี้ เด็กมีอำนาจมากๆ รวมทั้งสมาคมผู้ปกครองด้วยครับ จนคุณครูหงอ ไม่กล้าสั่งสอนหนักๆ

เด็กบางคนที่บ้านมีปัญหา เราอาจต้องใช้ตะแกรงห่าง + sth special เข้าไปเสริมครับ

เห็นใจอาจารย์ทุกท่าน

#16 By มนุษย์กล่อง on 2008-01-21 18:45

อ่านแล้ว เห็นด้วย(ผมก็คงทำแบบเดียวกัน) แต่เครียดครับ !

#17 By ลุงอ้วน (124.121.111.92) on 2008-01-21 20:22

ดีแล้วค่ะ จะได้รู้สำนึกซะบ้าง
ถ้าเราปล่อยๆไป เค้าจะเคยตัวได้tongue

#18 By Darkside Emotion on 2008-01-21 21:49

ระบบการเรียนที่เปลี่ยนจากเด็กตกไม่ต้องซ้ำชั้นมันทำให้เด็กขาดความรับผิดชอบ ซึ่งมันมีผลเสียหายมานานและปานปลายไปถึงการทำงานด้วย ใครละทำให้ระบบการเรียนดีดีเสียไป สส.ที่เราเลือกไปไม่ใช่รึ น่าจับมาเข้าเครื่องประหารจริงๆ

เห็นด้วยกับน้องปอน กฏคือกฏ

#19 By MayaKniGht on 2008-01-21 23:15

ถ้าเข้าสายผมก็คงทำแบบนั้นน่ะเนอะ ช่วงนี้เจอแต่บล็อกคนแก่บ่นเด็กเนาะ อิอิ
แต่ก็อย่างว่า จะยอมมันก็ต้องมีขอบเขตเนอะ สายนิดสายหน่อยก็อนุโลมเอา แต่นี่เล่นสายซะเยอะเลย cry

#20 By bellbell on 2008-01-21 23:16

โหดจังครับ แต่ก็นะ เป็นครูบาอาจารย์ก็ต้องมีระเบียบเป็นอาวุธ
ถ้าเป็นผมก็คงทำแบบเดียวกับคุณปอนแหละครับ
แต่ในขณะเดียวกัน ก็จะเสนอที่ประชุมเกี่ยวกับระเบียบการเข้าห้องสอบใหม่
คือเราตั้งระเบียบ แต่สามารถยืดหยุ่นได้บางกรณีที่จำเป็นจริง ๆ ไงครับ เราก็จะได้ไม่ถูกเรียกว่า "ไม่รักษาระเบียบ นะครับ

#21 By Ch@i on 2008-01-22 01:08

ที่จริงกฏนี้มันก็เป็นกฏสากลเนอะ...น้องปุก...น่าแปลกนะว่าทำไมลูกศิษย์พี่มันไม่รู้หว่าsad smile แต่..น้องปุกไม่น่าเล้ยยยยquestion

เฮ้อ ปอนก็ไม่รู้จะว่ายังไงเหมือนกันครับ...คุณโอ้...เด็กสมัยนี้sad smile

ปอนไม่รู้ว่าจะมีแรงใช้ตะแกรงถี่ๆ อย่างนี้ได้นานขนาดไหนนะครับ...คุณนกจร...เพราะปอนไม่แน่ใจว่าอนาคตจะทำไหวหรือเปล่า

เปลี่ยนเป็นอย่างอื่นคงไม่ไหวอ่ะครับ...คุณ Conte I...หน้าตาดูไร้อนาคตเชียวหล่ะครับ ส่วนอาจารย์อีกท่านนึงคงเห็นเพราะแกเจอมาเยอะแล้วแกก็เลยเบื่อน่ะครับsad smile ปอนก็ไม่รู้ว่าจะทนทำอย่างนี้ไปได้นานเท่าไหร่เหมือนกันครับsad smile

ปอนก็เป็นคนหนึ่งครับที่สัมผัสกับกฏระเบียบที่งี่เง่า...คุณ NUT ไฟเย็น...แต่ปอนก็เชื่อในกฏที่มีหลักเหตุและผลนะครับ ซึ่งปอนคิดว่ากฏทุกกฏมีความยืดหยุ่นได้ แต่ต้องไม่สูงเกินไปจนหย่อน ไม่อย่างนั้นเราจะควบคุมอะไรไม่ได้เลยน่ะครับconfused smileแต่กรณีนี้ปอนให้ไม่ได้จริงๆ เนอะ double wink

ลูกศิษย์พี่ก็มีประเภทที่...บิ๋ม...พูดมาเยอะแยะเลย พี่ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมมนถึงคิดว่าอะไรจะง่ายดายขนาดนั้นไปซะทุกอย่างangry smile

...เฮีย ก....ครับ เฮียช่างเป็นอาจารย์ที่น่ากลัวมากๆ ครับ หวังจะเคลมเด็กเลยหรอเนี่ยะ.. ถ้าปล่อยให้เป็นขนาดนั้นเฮียจะต้องตกเป็น "เบี้ยล่าง" ของมันนะครับ อยากล่ะสิ..คริคริquestion

...ลุงอ้วน...มีลูกป่ะครับ ถ้ามีอย่าให้ลูกมาทำแบบนี้น้า ปอนเหนื่อยมากครับ

ปอนก็ไม่รู้จะทำอย่างนี้ไปได้อีกสักกี่น้ำครับ...Chocolate Emotion ...ถ้าปอนเบื่อปอนคงลาออกแหงๆๆๆangry smile

คือระบบการศึกษาของเราไปลอกเค้ามาทั้งดุ้นน่ะครับ...คุณพี่มายา...เห็นว่าของเค้าดี ของเค้าใช้ได้กับเด็กของเค้า หรือว่าคำนึงถึงการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุมากกว่าอย่างเรื่องการยกเลิกการตี แต่มันใช้ไม่ได้กับสภาพสังคมแล้วก็เด็กของเรา ก็ไม่เคยรู้สึกครับคนพวกนี้เรียนไปก็เสียดายโอกาสกับงบประมาณที่เสียไปครับ...เฮ้ออออangry smile

เอะ...คุณ bell...ว่าใครแก่หรอครับ เดี๋ยวเถอะนะ

คือระเบียบมหาวิทยาลัยมันก็มีระบุไว้อยู่แล้วหล่ะครับว่าจะอนุโลมอะไรได้บ้าง แต่กรณีนี้ปอนว่ามันไม่มีคุณค่าที่จะเอาเข้าประชุมนะครับ...คุณชัย...เพราะเหตุผลของมันคือเมาค้างนาฬิกาไม่ปลุกเนี่ยะนะ มันเกินรับได้จริงๆ นะครับ ขนาดปอนเป็นรับแท้ๆ question

#22 By ปอนปอน on 2008-01-22 12:13

งี้แหล่ะน้า ไม่มีความรับผิดชอบ
surprised smile
มักจะแหกกฎกันเสมอ

ไมม่มีที่ไหนยอมกันหรอกค่ะ

กฎมีไว้ให้ปฏิบัติตามไม่ได้มีไว้ให้แหกopen-mounthed smile

#23 By *~kirmkan~* on 2008-01-23 11:14

สนับสนุน กฏก็คือกฏคร้บ
บ้านเราก็ยืดหยุ่นเกินไปแบบนี้ทุกที่แหละ ระเบียบวินัยหย่อนยาน
สังคมไทยเป้นสังคมแบบหยวนๆครับ ไม่ใช่แบบชาวพุธ นิดหน่อยน่า ใครๆก็ตามกัน ลองดู 12 คำพูดที่ทำร้ายสังคมไทยในบล็อกผมได้ครับ angry smile

พี่ก็ว่าน้องทำถูกแล้วจ้า...
ใช้ตะแกรงถี่ร่อนเด็ก ก็จะได้เด็กที่มีคุณภาพ
ที่ละเอียดขึ้น...

เมื่อก่อนพี่ก็เคยเป็นอาจารย์พิเศษเหมือนกันค่ะ
แต่สอนเด็กอาชีวะจ๊ะ...confused smile
เคยให้เด็กตก.. เพราะเด็กเกเรจริง ๆ
แต่ก็ให้โอกาสเค้ามาทำงานส่ง หรือให้มาสอบทีหลัง
มีการว่ากล่าวตักเตือน คาดโทษ...ก็ว่ากันไป

บางที..ถ้าเราไม่ให้เด็กได้เรียนรู้ถึงการรักษาก็กฎระเบียบบ้าง
เด็กก็อาจจะออกนอกกรอบไป โดยคิดว่าสิ่งที่เค้าทำอยู่
นั่นคือสิ่งที่ถูกต้องแล้ว
แล้วสิ่งที่เค้ารับรู้ ก็จะมีผลในทางร้ายกับเด็กต่อไป
เมื่อเค้าได้ออกไปเผชิญกับสังคมข้างนอก
ที่มีทั้งกฎระเบียบแบบแผนในแต่ละองค์กรสารพัด

อีกอย่างถ้าเราปล่อยไป...
แล้วเด็กก็จะคิดว่าไม่มาสอบ หรือ เข้าห้องสอบสาย
หรือเมามาสอบ... อาจารย์ก็ให้สอบเฟ้ย...
คราวหลังก็จะทำตัวอย่างนี้อีก...

พี่ว่าเปรียบเหมือนนักโทษ.. ที่ถ้าทำผิดโดยไม่โดนกฎหมายลงโทษเลย..
ป่านนี้อาชญากรก็จะเต็มบ้านเต็มเมืองเนอะ..
(ต้องมีการเชือดไก่ให้ลิงดูบ้าง..ว่ามั๊ย คนอื่นจะไม่ได้เอาอย่าง) confused smile

เมื่ออาจารย์เข้มงวดบ้าง เด็กจะได้เรียนรู้ถึงการเข้าห้องสาย
ว่าผลที่ได้ก็คือจะไม่ได้สอบนั่นเอง...

เป็นเหตุผลที่สมเหตุสมผลทางตรรกกะอ่ะนะ

พี่ว่า..ถ้าเป็นพี่ก็คงไม่ให้สอบอ่ะ...ปล่อยให้เด็กด่าเราไปก่อน...
แล้วค่อยเรียกมาถามเหตุผล หรือคาดโทษกันหลังไมค์
อีกที 555+ confused smile

เป็นอาจารย์บางทีก็ต้องทำตัวเป็นทั้งไม้แข็งและไม้อ่อน เป็นทั้งน้ำเย็นและน้ำร้อนบ้าง

ให้ทั้งคำปลอบโยน และให้ทั้งคำด่า..เอ๊ย...คำเตือน
อบรมสั่งสอนประมาณนั้นเนอะ..ว่ามั๊ยจ๊ะ..

และ

บางที..ตัวเราเองก็ต้องทำตัวเป็นอาจารย์ที่มีรังสีอำมหิต
แผ่กระจายไปทั่วห้องเหมือนกันเนอะ...

ปล. เขียนยาวหน่อยน๊า พอดีอ่านแล้ววิญญาณคุณครูเข้าสิงอ่ะจ๊ะ 55+ double wink

^
นักเดินทางตัวจิ๋ว คงนึกว่าเป็นบล็อกตัวเองม้าง
เธอเมนต์ซะยาวเชียว

เรื่องสอบเนี่ย
เคยมั้ย ฝันว่าไปสอบไม่ทัน แล้วสะดุ้งตื่น
สมัยเรียนเป็นบ่อยมาก คงกังวลอยู่ใต้จิตสำนึกนั่นเอง
กฎ มนุษย์ร่างขึ้นมา เพื่อให้คนปฏิบัติตาม
บางคนก็ชอบแหกกฎ
ผู้คุ้มกฎก็ต้องดูแลให้เหมาะสม
ตึงไปก็ขาด หย่อนไปก็เละ
จิงมะ อาจาน

#26 By จั่นเจา on 2008-01-24 12:17

"โหด"และ"โหดมาก"
แต่ก็"ดี และดีมาก" ที่จะต้องทำให้เรียนรู้ถึงกฏระเบียบและกฏเกณฑืของสังคม
ขนาดเป็นแค่นักเรียนนักศึกษายังเหลวไหลได้ขนาดนี้
อนาคตการทำงานไม่ต้องพูดถึง
ยิ่งถ้าไปทำอาชีพที่ต้องมีผลต่อคนรอบข้างยิ่งแย่ไปใหญ่
สนับสนุนครับ แต่ว่า...โหดจังว่ะsad smile

#27 By -Press F5- on 2008-01-24 14:19

^

เอิ๊ก ๆ confused smile

มีคนแซว ๆ ๆ

55+ ต้องขออภัยที่เม้นต์ซะยาวเชียวนะคะ
ตอนเขียนดูเหมือนไม่ยาว แต่พอกดคอมเม้นต์ปุ๊บ
ไหงข้อความย้าว ๆ ก็ไม่รู้จ๊ะ

ขออภัยจริง ๆ คราวหลังไม่เม้นต์ยาวแล้วจ้า sad smile
งึมงัมๆๆๆ
อ่านแล้วตอบไม่ถูกอ่ะครับ
งงๆก๊กๆ
แล้วเจอกัน

#29 By มนุษย์เพลง (203.144.240.229) on 2008-01-25 13:38

ผมว่าเรื่องกฏหลายเรื่อง เข้มงวดอย่างนี้หละครับ ดีที่สุด

พี่ชมรมคนหนึ่งเคยใส่"กี่เพ้า"ไปสอบ เธอได้ Top ศิลปศาสตร์เอกภาษาฝรั่งเศสครับ

#30 By on 2008-01-25 21:39

แหกได้ไม่ว่าครับ...คุณ kimkarn...แต่ต้องมีเหตุผลที่เพียงพอครับ ไม่อย่างนั้นมันก็จะทำให้คนเราปราศจากเหตุผล เพราะกฎมันเกิดมามันก็มีเหตุผลในตัวของมัน มีเจตนารมณ์ของมันครับdouble wink

เดี๋ยวปอนไปอ่านครับ... คุณ shuu...คือมันเป็นพื้นฐานความคิดของคนเราเลยหล่ะครับ..บางเรื่องก็พอหยวนได้ แต่บางเรื่องไม่ไหวจริงๆ นะครับangry smile sad smile

ขอบคุณมากๆ เลยครับ...พี่นักเดินทางตัวจิ๋ว...คอมเม้นต์ยาวๆ ได้เลยครับ เพราะปอนอยากได้ความคิดประสบการณ์ที่หลากหลายกว่านี้อยู่แล้วครับconfused smile ปอนก็เรียนในระดับปวช.มาครับ เท่าที่ถามอาจารย์เก่าๆ ดูเค้าบอกว่าเด็กเดี๋ยวนี้ระดับอาชีวศึกษาแย่มากครับ sad smile ขาดกฏ ระเบียบ วินัย แล้วก็ไม่ตั้งใจเรียน เรียกผู้ปกครองมาก็มาไปอย่างนั้นไม่สนใจลูกตัวเองเลย...เฮ้อออ..เลี้ยงลูกสมัยนี้ลำบากมากนะครับsad smile confused smile

ปอนก็จะกลายเป็นจานแล้วหล่ะครับ...เฮียจั่นเจาเพราะเด็กมันหมุนเราติ้วๆๆๆ เลยครับ เฮ้อ..เด็กสมัยนี้ครับเฮีย ถ้าเฮียมีลูกเฮียต้องดุๆ นะครับเด็กจะได้เรียบร้อยconfused smile แล้วปอนก็คิดว่าโอนอ่อนเท่าที่สมควรแล้วนะครับ.. ถ้าทำความต้องการของเด็กสมัยนี้จะกลายเป็นละเลยไปครับ..เฮ้อออ เหนื่อยจัง

ปอนออกจะใจดีนะครับsurprised smile...พี่พี...แหมๆๆ ตัวเองเคยเป็นล่ะสิครับ ถึงว่าปอนโหดน่ะ ดีนะที่พี่พีไม่มีลูกเพราะเด็กสมัยนี้เลี้ยงลำบากมากครับอย่ามีเลย เชื่อปอน หันมาบริโภคกระเทยดีกว่า แค่นี้ปอนก็หวังว่าให้มันได้เรียนรู้แล้วหล่ะครับ..ไม่รู้ว่ามันจะรู้ว่ายังไงsad smile

อะไรเนี่ยะ...คุณมนุษย์เพลงดาวศุกร์สุดหรรษา...พอความรักมาบังตาหน่อยเดียว แปลไทยเป็นไทยไม่ออกเลยหรอครับ ดีนะเนี่ยะที่ปอนไม่มีความรักน่ะครับ ไม่งั้นคงสอนเด็กๆ ไม่รู้เรื่องquestion

เรื่องเครื่องแต่กายปอนก็ไม่ค่อยเข้มงวดเท่าไหร่ครับ...คุณหมอโรคจิต...เอาแค่มันมีชีวิตมาสอบได้แล้วก็ไม่ใส่กางเกงยีนส์ขาดเสื้อเหลืองรุ่งริ่ง หรือเสื้อยืดกางเกงยีนส์มาก็พอครับ ปอนเชื่อในสมองและความรับผิดชอบของคนมากกว่า แต่ก็อย่างที่เล่าให้ฟังแหล่ะครับ เฮ้ออออsad smile confused smile

#31 By ปอนปอน on 2008-01-25 22:48