เอ็นทรี่นี้สืบเนื่องมาจากการที่โดนคลื่นแทคถาโถมกระหน่ำมาจาก 3 ทิศทางด้วยกัน จากคนแรกคือ 
คุณพี่มายา  คุณหมีแพนด้ามาจากญี่ปุ่น  และคุณพี่อ้อมที่น่ารัก ร่วมกันส่งแทคมาให้ปอนแบบไม่ได้นัดหมายในเรื่องเดียวกัน ไม่มีอะไรแตกต่างกันเสมือนว่าปอนเกิดมาเพื่อทำแทคนี้เท่านั้น (ทั้งๆ ที่เฮีย ก. น่าจะเหมาะสมในการทำมากกว่าปอน ) นั่นก็คือแทคทำบุญกับวัดพระบาทน้ำพุ แต่..... ปอนคงไม่เขียนแบบซ้ำๆ กับคุณๆ ทั้งสามที่ส่งต่อมาให้ปอนก็แล้วกันนะครับ ใครอยากอ่านแบบดั้งเดิมก็กรุณาตามไปอ่านได้ที่ลิ้งค์ของแต่ละคนนะครับ  แต่ปอนขอเขียนเรื่องราวนี้จากประสบการณ์ที่พบเจอมา และจากคนที่อยู่รอบๆ ตัวปอนน่าจะเป็นประโยชน์ขึ้นอีกนิดนึงนะครับ


จากประสบการณ์ในการพบเจอกับเพื่อนๆ ในวัยต่างๆ จนกระทั่งปัจจุบันที่ต้องคลุกคลีตีโมง (แต่ไม่ได้เล่นคลุมโปงหรือผีผ้าห่มนะ) กับบรรดาวัยรุ่น และชายหนุ่มวัย ฉะ กัน (ฉกรรจ์) จำนวนมากมาย มากหน้าหลายตา ซึ่งมีทั้งชายฉะชายกันเอง และชายฉะกับเพศตรงข้าม (ขอแบ่งเป็นกลุ่มใหญ่ๆ แค่สองกลุ่มก็พอเนอะ เดี๋ยวไม่งั้นงงกันแย่แน่ๆ เลยถ้าแบ่งกันละเอียดตามสภาพการณ์ที่เป็นอยู่) จากประสบการณ์ต่างๆ เหล่านี้ทำให้ได้เรียนรู้ถึงพฤติกรรมที่สุ่มเสี่ยงเป็นอย่างยิ่งต่อการเป็นเอดส์ของคนในกลุ่มนี้ ปอนว่าบางคนที่มาอ่านก็น่าจะรู้เห็น หรืออาจจะเคยปฏิบัติมาบ้าง (คนอย่างเฮีย ก. ไม่น่าจะพลาดนะ)  พฤติกรรมเสี่ยงๆ ที่จะไปเป็นเอดส์ดังกล่าว ด้วยความสามารถของปอนพอจะแยกออกมาได้เป็นรูปแบบดังนี้ ครับ


                     1. มีเพศสัมพันธ์ (ผสมพันธุ์ ??) ไม่เลือก  ที่บอกว่าไม่เลือกเนี่ยะ คือไม่เลือกแม้กระทั่งเพศ วัย เวลา สถานที่เลยทีเดียวนะครับ เรื่องแบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นมาแค่ในช่วงสองสามปีมานี้เท่านั้น แต่มันก็เกิดขึ้นมานานแล้วแต่ยังไม่มีจำนวนความถี่ที่เพิ่มมากขึ้นให้เห็นอย่างดาษดื่นอย่างทุกวันนี้ เมื่อสมัยสัก 10 ปีที่แล้ว เพื่อนกระเทยสาวของปอนเคยมาเล่าถึงประสบกามให้ฟังเป็นระยะๆ เช่น แค่นั่งกินนมกันอยู่ที่ร้านนมริมถนน (จังหวัดปอนวัยรุ่นนิยมมานั่งกันตามร้านนมริมถนนครับ แต่เดี๋ยวนี้มันกินช้างกัน) บริเวณริมแม่น้ำซึ่งสมัยนั้นยังไม่ได้มีการปรับปรุงภูมิทัศน์ เหมือนในปัจจุบัน นังเพื่อนสาวคนนี้ก็เล่าว่ากินนมกันอยู่มองตากันไป มองตากันมาแล้วก็พยักหน้าลงไปบริเวณป่าหญ้าริมแม่น้ำ แล้วก็มีเพศสัมพันธ์กันทั้งๆ ที่เป็นป่าหญ้ารกชัด ก็ยังทำ  แต่ในปัจจุบันเราจะเห็นได้จากบรรดาคลิปหลุด หรือตามสวนสาธารณะต่างๆ ก็จะเห็นเด็กๆ ม.ต้น เป็นต้นไปมีเพศสัมพันธ์กันอย่างโจ๋งครึ่มแล้ว แถมยังเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ให้เป็นกามทานให้กับคนอื่นๆ ได้ดูอีกด้วย


                      2.  ความอยากรู้อยากลองในการตักตวงความสุขจากกามารมณ์ เรื่องเหล่านี้ล้วนเป็นเรื่องหัวข้อต้นๆ ที่คนในวัยรุ่นหรือแม้แต่ในวัยโตๆ แล้วพูดถึงกัน เพราะหลายๆ คนเอาศักดิ์ศรี ความเก่งกล้า ความสามารถไปเคลือบไว้กับจำนวนประสบกามที่เคยได้พบได้เจอมา ยิ่งเปลี่ยนคู่นอนบ่อย หลากหลายรูปแบบทั้งแบบหนึ่งต่อหนึ่ง หนึ่งต่อสอง หนึ่งต่อสาม หรือการมีเพศสัมพันธ์ในเวลาและสถานที่เดียวกันตั้งแต่ 1 คู่ขึ้นไป ล้วนได้ถูกโจษขานกันปากต่อปากทำให้ผู้ที่เคยผ่านประสบกามต่างๆ เหล่านี้ดูเป็นคนเก่งกล้าสามารถที่ได้ลองกระทำการต่างๆ ได้หลากหลายรูปแบบมามากมาย เลยเกิดพฤติกรรมการเลียนแบบจากคนในวัยเดียวกัน และจากอีกรุ่นสู่อีกรุ่น ทำให้เกิดค่านิยมความ "อยาก" ที่จะ "ลอง" ในสิ่งที่ได้พบหรือได้ยินมา เพราะคนที่เคยผ่านประกามต่างๆ เหล่านี้ล้วนดูดีมีความแข็งแกร่งสมชายชาตรี หรือสวยพราวเสน่ห์กับเพศตรงข้าม

                        โดยเฉพาะเด็กวัยรุ่นที่ต่างก็มีสิ่งเหล่านี้ติดตัวมาแล้วทั้งสิ้น ต่างก็อยากได้ความยอมรับจากเพื่อนๆ และพี่ๆ และที่สำคัญได้ "ลอง" สิ่งที่แปลกใหม่และตื่นเต้น จึงทำให้ต้องตกอยู่ในวงจรเหล่านี้อย่างถอนตัวไม่ขึ้น เพราะทั้งติดอกติดใจ และรู้สึกถึงความเก๋าที่เพิ่มขึ้นในตัวเอง ซึ่งจะทำให้ได้รับการยอมรับจากคนอื่นๆ อีกด้วย


                         3.  เสพการสื่อสารที่ยั่วยุกามารมณ์ เรื่องนี้ถ้าไม่โทษสื่อมวลชน หรือการสื่อสารเลยก็คงจะไม่สมบูรณ์หรือเป็นบทความที่พิกลพิการเกินไปอย่างที่เราเห็นอยู่ทุกวันนี้ สื่อที่สามารถแพร่กระจายไปยังคนกลุ่มต่างๆ ได้กว้างขวางมีหลากหลายยิ่งขึ้นกว่าในอดีตเป็นอย่างมากการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารที่ยั่วยุกามารมย์ก็สามารถทำได้ง่ายแค่ปลายนิ้วสัมผัส รวมทั้งยังเป็นการเข้าถึงที่ต้นทุนต่ำมากเมื่อเทียบกับสื่ออื่นๆ เช่นหนังสือ หรือวิดีโออย่างเช่นในอดีต สื่อโทรทัศน์ที่เป็นสื่อที่ทรงอิทธิพลที่สุดของประเทศก็ยังมีเนื้อหาประเภทกระตุ้นกามารมณ์ และแสดงถึงการมีกามารมณ์ในรูปแบบต่างๆ อีกด้วย ในบางครั้งอาจจะไม่ได้บ่งบอกชี้ชัดแบบตรงๆ แต่ก็สามารถถ่ายทอดค่านิยมต่างๆ แฝงมาในเนื้อหาเหล่านี้ได้


                         4.  ไม่เสพและไม่ยอมรับศีลธรรม วัฒนธรรมที่ดีงาม เพราะดูเป็นเรื่องเชย ล้าสมัย ไม่ทันกิน มัวมานั่งรักนวลสงวนตัว หรือว่ามัวสืบหาคู่ผัวตัวเมียของเป้าหมายอยู่ก็ช้าไม่ทันการณ์อดรับประทานกันพอดี สิ่งเหล่านี้เป็นต้นเหตุของปัญหาทั้งหมด ความต้องการที่รวดเร็วทันใจไปซะทุกๆ อย่างทำให้ขาดการยับยั้งช่างใจ ขาดการคิดวิเคราะห์ให้รอบด้านทำให้เกิดเพศสัมพันธ์บนความผิดพลาดมาตั้งแต่ต้น ปัญหาพื้นๆ ที่ตามมาก็คือการตั้งครรภ์นอกสมรส โรคติดต่อ ฆาตรกรรม ข่มขืน ยาเสพติด ซึ่งสิ่งต่างๆ เหล่านี้ล้วนเกิดจากการที่คนเราละเมิดศีลธรรมตามหลักศาสนา และวัฒนธรรมที่ดีงามที่บรรพบุรุษได้สร้างสมเอาไว้

                           มีกรณีตัวอย่างล่าสุดสดๆ ร้อนๆ จากลูกศิษย์คนหนึ่ง ซึ่งก็ถือว่าเป็นชายฉะกันคนหนึ่ง ลูกศิษย์ปอนก็บอกปอนในการคุยกันครั้งล่าสุด อาจารย์ๆ ผมเลิกกับแฟนแล้วหล่ะ เราก็ถามว่าไปมีแฟนตั้งแต่เมื่อไหร่ ลูกศิษย์ที่น่ารักก็บอกว่าคบกันมาได้เดือนนึงแล้ว คุยกันก่อนที่จะคบกันเป็นแฟน 2 อาทิตย์!!!!!!! ตายแล้วววว..อกอีแป้นแล่นลึกชักศึกเข้าบ้าน (ลืมบอกไปว่าลูกศิษย์ท่านนี้กำลังจะขึ้นปี 2 ครับ) พอถามถึงสาเหตุว่าทำไมถึงเลิกกันไปซะล่ะ ปรากฏว่า ไอ้คนๆ นั้นเป็นคนบอกเลิกเอง ด้วยเหตุผลที่ว่าลูกศิษย์ปอนดีเกินไป (ต๊ายยย ช่างเหมือนมิวสิควิดีโอ) แต่เหตุการณ์ก็มาถึงบางอ้อว่ามันหมายความว่าอย่างไร เพราะไอ้อดีตแฟนเก่าของแฟนมันเนี่ยะโทร.มาเล่าให้ฟังว่า ระหว่างที่ลูกศิษย์ปอนไม่อยู่หอ (มันคบกันมันก็ย้ายไปนอนหอ "แฟน" มันซะแล้ว) ไอ้อดีตแฟนเก่าเนี่ยะก็มาหาแฟนของลูกศิษย์ปอนเป็นประจำ แล้วก็ทำอะไรๆ กัน พร้อมกับทิ้งร่องรอยไว้โดยอ้างกับลูกศิษย์ปอนว่าเป็นรอยน้ำปลาที่หกใส่ที่นอน ด้วยเดชะบุญลูกศิษย์ปอนยังดีที่ยังไม่ได้เผลอตัวไปมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งถึงขั้นนั้นกับไอ้แฟนคนนี้ ไม่เช่นนั้นอาจตกเป็นกลุ่มเสี่ยงคนนึงก็เป็นได้ เหตุการณ์นี้เป็นเหตุการณ์ของเด็กปี 1 อายุเพียง 18-19 ปีเท่านั้นนะครับ ไม่อยากจะนึกเลยจริงๆ ว่า....อนาคตจะเป็นอย่างไร


                             จริงๆ แล้วพฤติกรรมเสี่ยงที่จะติดเชื้อเอดส์มีมากมายกว่านี้ แต่ที่เป็นต้นเหตุใหญ่ๆ ก็คือปัญหาจากการมีเพศสัมพันธ์ทั้งจากต่างเพศและเพศเดียวกัน และบางครั้งพอไปมีเพศสัมพันธ์จากเพศเดียวกันแล้วยังมามีเพศสัมพันธ์กับคนต่างเพศอีกด้วย... ทำให้ปัญหานี้กลายเป็นปัญหาหลัก จากสถิติที่การติดเชื้อขยายตัวลดลงเมื่อหลายปีก่อน กลับเพิ่มสูงขึ้นในปีที่แล้ว ทำให้เห็นว่าปัจจุบันคนไทยเรายังไม่ได้ลด ละ เลิกพฤติกรรมเสี่ยงๆ เหล่านี้แต่อย่างใด เราคงต้องช่วยกันระมัดระวังทั้งตัวเราและคนในครอบครัวของเราให้มากกว่าที่เป็นอยู่นะครับ และทำความเข้าใจคนที่เป็น ซึ่งจะทำให้ใช้ชีวิตกับเอดส์ได้อย่างเป็นสุข และได้ช่วยเหลือคนที่ติดเชื้อให้มีกำลังใจที่จะสู้ต่อไปและไม่แพร่ขยายเชื้อต่อไปอย่างคนอื่นๆ อีกต่อไปไม่จบสิ้นนะครับ


                             พฤติกรรมเสี่ยงต่างๆ เหล่านี้ล้วนมีผลสืบเนื่องโดยตรงมาจากการเลี้ยงดูอบรมสั่งสอนจากครอบครัว เพราะกระบวนการขัดเกลาจากครอบครัวเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในการสร้างภูมิคุ้มกันไม่ให้เด็กๆ หรือผู้ใหญ่เหล่านี้ตกเป็นกลุ่มเสี่ยงผู้ติดเชื้อเอดส์ บางครั้งหากเราปล่อยให้ร่างกายของเราตกอยู่ภายใต้การควบคุมของอารมณ์โดยปราศจากเหตุผลที่ดีให้กับตัวเราแล้ว ชีวิตเราก็จะตกต่ำแบบไม่มีเหตุผลเช่นกัน ครับ


ร่วมทำบุญกับวัดพระบาทน้ำพุได้ดังต่อไปนี้ครับ

ธนาณัติ สั่งจ่าย ดร.พระอุดมประชาทร​วัดพระบาทน้ำพุ  จ.ลพบุรี  รหัสไปรษณีย์​ 15000

โทรศัพท์  08 - 9742 - 0729 ​ต่อ​ 106 ​โทรสาร​ 0-3642 - 2600

เว็บไซต์  วัดพระบาทน้ำพุ​ / ​มูลนิธิธรรมรักษ์​ http://www.phrabatnampu.com/index.htm

ที่อยู่ ​มูลนิธิธรรมรักษ์​วัดพระบาทน้ำพุ​ ต.เขาสามยอด​ อ.เมือง  จ.ลพบุรี​ 15000 ​

โทรศัพท์​ 036 - 413 - 805 ,089 - 742 - 0730 ,089 -742 - 0731


ปอนเองครับ


ปัจฉิมลิขิต :
ต้องขอโทษทุกๆ ท่านด้วยที่ปอนหายไปนานเลย ตอนนี้ตรวจข้อสอบเสร็จแล้วครับเหลือทำคะแนนอย่างเดียวเลยแว่บมา ถ้าตัดเกรดเสร็จคราวนี้ปอนก็จะหลุดพ้นจากภาระการเป็นอาจารย์ การสอน และการสอบสักทีครับ.... ก็จะกลับไปเป็นนักศึกษาทำวิทยานิพนธ์อย่างเดียวให้สบายใจแล้วครับ....ฮาๆๆๆๆ



 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

โห...ได้ความรู้ดีจริงๆเลยหยุดคิดสักนิดก่อนมีอะไรกันคงจะ ช่วยลดปริมาณผู้ป่วย
ได้มากนะคะ เห็นทางทีวีแล้วสงสารHot! Hot! Hot!

#1 By Duoartists in phuket on 2008-03-21 17:12


แหม่..ดูปอนปอนรอบรู้และเชี่ยวชาญมากเลยทีเดียวเชียว..sad smile
ไอ้กระผมไม่ค่อยประสาก็เลยไม่ค่อยมีความเห็นกับเรื่องแบบนี้ซักเท่าไหร่ แต่จะว่าไปพฤติกรรมแบบนั้นมันก็พอพบเห็นได้ตั้งแต่สมัยที่ผมเริ่มเข้าสู่วัยรุ่นนมเริ่มแตกพานแล้วหละ
แต่เดี๋ยวนี้คนที่มีพฤติกรรมเสี่ยงๆแบบนี้ มีอายุน้อยลงไปเรื่อยๆ ดีไม่ดีขนไอ้นั่นยังไม่ทันขึ้น มันก็เริ่มลองกันแล้ว..

#2 By :: KinG MoJi :: on 2008-03-21 17:35

ถูกใจ "กามทาน"

น่าจะเอาไปลงพจนานุกรมนะ

#3 By WhiteMapleS on 2008-03-21 17:44

ปัจจุบัน มันก้อเยอะจิงๆ

ฮ่าๆๆ อดคิดไม่ได้ว่า ถ้าพวกเขา รุ้ว่าเปนเอดส์ จะเปนอย่างไร~?

- -b
เขียนโดนมากๆ //ตาลาย

แปะดราก้อนบอล!Hot! Hot!
kkjhfdfdfsfdouble wink

#5 By (124.120.0.155) on 2008-03-21 18:38

ปอนน่ะ เค้าช่ำชอง แต่ไม่เชี่ยวชาญ อิอิ ....ล้อเล่นน่ะครับ
ไม่น่าเชื่อว่ายังจิ้น อิอิ
เคยมีเพื่อนพี่ชายติดโรคนี้จากผู้หญิงกลางคืนด้วยค่ะ
น่าสงสารลูกกับเมีย ดีว่าลูกไม่ติดด้วย แต่เมียติด
แต่ถ้าเขาตายกันไปทั้งคู่แล้วลูกจะไปอยู่กับใคร
เสียดายนะคะ บางคนยังทำอะไรได้อีกเยอะ แต่ก็ต้องหมดโอกาสเพราะเป็นเอดส์

#7 By DreamCatcher on 2008-03-21 18:59

เนื่องจากมนุษย์เจริญขึ้นในทางวัตถุอย่างเด่นชัด
ผลที่ได้คือจะมีอายุยืนยาวขึ้น เนื่องจากคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

เลยมีปัจจัยที่ผลักดันทำให้มนุษย์มีความเจริญทางจิตใจลดลง
โดยมีเป้าหมายเพื่อหลอกล่อให้มนุษย์บางกลุ่มตายเร็วขึ้น

นี่อาจเป็นการรักษาสมดุลของสิ่งมีชีวิตอย่างหนึ่งก็เป็นได้นะครับ

#8 By oatato on 2008-03-21 21:53

ประสบการณ์แจ่มแจ้งมากๆๆbig smile

#9 By ตุ้มเป๊ะ on 2008-03-21 22:03

ใด ใด ในโลกล้วนอนิจจัง!!!

#10 By รีคอนดำ on 2008-03-21 22:08

รักสนุกทุกข์จะตามมา สอนยากสอนเย็นเด็กสมัยนี้
มั่วตามแฟชั่น...สิ่งดีๆไม่ตามเพราะมันยาก สิ่งไม่ดีมันง่ายและสนุก ไม่ต้องฝืนใจ ..เวรกรรมจริงๆเด็กสมัยนี้

#11 By MayaKniGht on 2008-03-22 00:01

สุดยอดเลยคุณพี่ปอนของกระปุก ขอลอกเลียนแบเจ้าคะเพราะยังไม่ได้ทำTAG เลยอิอิ

confused smile
อ่านแล้ว พอเข้าใจ ว่าทำไมโรคนี้มันถึงได้น่ากลัวครับ

ยังดีที่ผมไม่ต้องไปอยู่ในสังคมที่มีวงจรอุบาทว์แบบนั้น
เลยไม่ต้องเอาตัวเข้าไปเสี่ยง เพื่อให้ได้รับการยอมรับ
จากสังคม เหอๆ big smile

#13 By @ri on 2008-03-22 01:40

Hot! Hot! เอาอีกเอาอีก อยากรู้ลึกกว่านี้อีก อิๆ ขอกรณีศึกษาเยอะๆหน่อยนะปอนquestion
มีแล้วรู้จักป้องกันึเปล่าหนอ วัยรุ่นเอ๋ย

#15 By T o' M @ ZZ u ครับ on 2008-03-22 09:01

sad smile ขนาดมีตัวอย่างให้เห็นยังไม่กลัวกันเลย

#16 By ป้าหมู on 2008-03-22 10:44

ใช่แล้วหล่ะครับ...คุณ ศิลปินคู่รักแห่งภูเก็ตนคร...ขอบคุณมากนะครับที่ยังพอจะเห็นว่าที่ปอนเขียนมีประโยชน์..แหะๆ ตอนแรกปอนก็กลัวจะเขียนไปเขียนมาเป็นกามทานเหมือนกัน...อิอิ... ขอบคุณครับที่เข้ามาแวะเยี่ยมเยียนกัน มาบ่อยๆ นะครับ confused smile

ปอนได้ข่าวว่าประถมปลายๆ ก็เริ่มกันแล้วนะครับ...คุณ King Mojisad smile...ไม่รู้มันจะรีบไปไหนกัน คงกลัวอยู่บนโลกนี้นานขึ้น ที่น่าตกใจก็คือว่า ถึงแม่คนจะเข้าถึงถุงยางได้ง่ายกว่าสมัยก่อนแล้ว แต่ค่านิยมการใช้ถุงยางกลับลดลงครับ... นี่คือสิ่งที่อันตรายมากๆ เลยเนอะ... แต่ๆๆๆ หน้าตาคุณ king moji ขัดแย้งกับที่บอกนะครับว่าไม่ค่อยสันทัดเรื่องพวกนี้เท่าไหร่น่ะ...อิอิ question ปอนน่ะเชี่ยวชาญแต่ทฤษฎีครับปฏิบัติยังไม่เคย

คำนี้อยู่ดีๆ ก็วูบขึ้นมาครับ...คุณ whitMapleS...อิอิ.. คิดว่ามันน่าจะทำให้เห็นภาพมากที่สุดแล้วน่ะครับdouble wink

พอรู้แล้วไม่สติแตกจนซึมเศร้าก็ประชดประชันสังคมด้วยการทำตัวเหลวแหลกแจกเชื้อหล่ะครับ...คุณ Yumi-Yume...แต่บางคนก็ใช้ชีวิตอย่างมีสติมากยิ่งขึ้น ระมัดระวังตัว แล้วก็ทำตัวให้เป็นประโยชน์ต่อสังคมก็มีไม่น้อยนะครับ ขึ้นอยู่กับว่าเค้าจะ "คิดได้" หรือเปล่าเท่านั้นเองdouble wink

คุณแพนด้า...ทำไมเอาความลับปอนมาเปิดเผยอย่างนี้เนี่ยะ..กรี๊ดดดดดด เค้าก็รู้กันหมดเลยน่ะสิว่าปอนแน่นแต่ทฤษฏีcry

นี่เป็นตัวอย่างหนึ่งของความไม่รับผิดชอบของผู้ชายที่คิดแต่ว่าตัวเองเป็นผู้นำตลอดเวลาหล่ะครับ...คุณสาวสาธารณะ(สุข)...เค้าเป็นผู้นำทุกอย่างจริงๆ รวมทั้งความเสื่อมโทรม และการล่มสลายของครอบครัวด้วยครับ...เห็นแก่ตัวจริงๆ ขอบคุณมากๆ นะครับที่เข้ามาแวะเวียนเยี่ยมเยียนกันconfused smile

ปอนก็ว่าเหมือน...คุณโอ๊ต...นะครับที่ธรรมชาติจำเป็นต้องปรับสมดุล แล้วจะกำจัดได้ดีที่สุดก็คือต้องกระตุ้นให้เกิดการบริโภคสิ่งมีพิษจะได้ตายเร็วๆ นะครับ แต่อย่างบางคนไม่รู้เรื่องรู้ราวไม่มีพฤติกรรมเสี่ยงก็ติด มันโหดร้ายเกินไปนะครับ

แหมๆๆ ก็เค้าเล่ากันมานี่...พี่ตุ้มเป๊ะ...ปอนก็ต้องเก็บไว้เป็นความรู้ จะได้รู้เท่าทันไว้double wink

ปลงได้อย่างนั้นก็ดีนะครับ...คุณ blackrecon...แต่กว่าจะอนิจจังได้เนี่ยะ..ทำให้คนอื่นเดือดร้อน ลำบากมากเลย.. โดยเฉพาะไอ้พวกที่ชอบมีพฤติกรรมเสี่ยงทั้งหลายแหล่..น่าจับมันมาประหารตั้งแต่หลังเสร็จกามกิจเลยทีเดียว

พ่อแม่ไม่มีเวลาดูแลและสั่งสอนน่ะครับ...คุณพี่มายา...เลยทำให้เด็กสมัยนี้ทำอะไรตามใจตัวเอง บนพื้นฐานของการเลี้ยงดูแบบรักลูก รักลูกมากเหลือเกิน เลยไม่อบรมสั่งสอน และดูแลให้ดี ปอนเห็นมาหลายครอบครัวแล้วangry smile

ตายแล้ววว...น้องปุก...พูดอะไรน่ะsurprised smile question

โชคดีมากๆ เลยครับ...คุณ ari...เพราะบางครั้งในสังคมที่การศึกษาสูงๆ ก็ไม่ได้ต่างจากสังคมของหนุ่มสาวโรงงานเลย เผลอๆ อาจเลวร้ายกว่าด้วยซ้ำ การศึกษาดี สถาบันการศึกษาดีก็ไม่ได้ช่วยให้ลดพฤติกรรมเหล่านี้ลงไปได้เลย.. ปอนว่ามันเป็นเพราะครอบครัวจริงๆ ที่จะเป็นเกราะป้องกันคนเราได้นะครับ..double wink confused smile

พี่หมอเชน...ต้องทดลองดูเองครับ จะได้เป็นประสบการณ์ตรงๆ เลยนะ ปอนพร้อม..อิอิ question

ปอนว่าส่วนใหญ่รู้ว่าจะป้องกันอย่างไร แต่มันไม่ป้องกันกันนี่สิครับ...คุณ tomazzu...ไม่รู้มันไว้วางใจอะไรกันขนาดนั้น จะว่าไม่มีตังค์ซื้อถุงยางก็ไม่น่าใช่..ไม่รู้มันคิดอะไรของมันกันsad smile

ขนาดมันติดเอดส์แล้ว มันยังไม่กลัวกันเลยครับ...ป้าหมู...ที่จริงกล้าๆ อย่างนี้ต้องจับไปสู้กับโจรใต้ซะให้เข็ดเนอะdouble wink

#17 By ปอนปอน on 2008-03-22 11:39

ค่านิยมมันเปลี่ยนครับ
ไม่ว่าเพศไหนยังไง ก็ต้องระวังตัว sad smile

#18 By cg on 2008-03-22 19:23

มาแก้ข่าว เรื่องที่เผลอพูดไป ใน #6 ไม่ใช่เรื่องจริงเจ้าข้าเอ้ยbig smile
Hot!
ถึงขึ้นบนฮ็อตโพสแล้ว ก็ยังอดให้อีกไม่ได้
ไปละ ไม่เม้นท์เพราะสมบูรณ์ในตัวของมันอยู่แล้วครับ
big smile

#20 By -Press F5- on 2008-03-22 23:35

-- ดีจังเลยค่ะ เขียนแบบนี้

-- ได้สอน ได้ประโยชน์ มีสาระ

-- แบบฉบับคุณครูปอนของแท้ big smile

#21 By Evil-minded Angel on 2008-03-23 16:08


Hot! Hot! Hot!

#22 By มนุษย์กล่อง on 2008-03-23 16:31

ผมเคยไปพระบาทน้ำพุทีนึงนะครับ (ทัศนศึกษาของโรงเรียนพาไป) ที่นั่นมีผู้ป่วยนอนกันเป็นแถวๆ แล้วใต้เตียงแต่ละคนจะมีโลงวางไว้ ประมาณว่าพอตายปุ๊บก็ใส่โลงเผากันเลย ... เป็นอะไรที่ดูน่าเวทนานะครับangry smile

#23 By CHAN on 2008-03-23 16:38

อนุดมทนาบุญค๊าบ
สวัสดีค่ะ

เพศขับเคลื่อนโลก และขับเคลื่อนโรคไปพร้อมๆ กัน
อนุโมทนากับธรรมทานครั้งนี้ค่ะ

ปล.สำหรับดิฉันก็บริจาคทานที่เคาน์เตอร์วัดพระบาทน้ำพุที่ตลาดนัดจตุจักรเสมอเวลาไปเดินเล่นค่ะ อยากสนับสนุนท่านสมภาร และช่วยเหลือผู้ป่วยให้ได้รับการดูแลในวาระสุดท้ายของชีวิต

สุดท้ายนี้ ขออวยพระให้มีความสำเร็จในกิจการงานเศิกทั้งปวงเห่นะคะ วันนี้ลาไปก่อน

ปัจฉิมสวัสดีค่ะ

#25 By conte01 (203.146.136.87) on 2008-03-24 15:28

ค่านิยมทั้งเปลี่ยนทั้งหลายหลาย ทุกรูปแบบเลยครับ...คุณ cg...มันสับสนอลหม่านกันไปหมดเลย..โรคก็เลยเกิดขึ้นเยอะแยะเชียวangry smile ขอบคุณนะครับที่มาเยี่ยมเยียนกันconfused smile

ขอบคุณครับ...คุณแพนด้า...ที่มาแก้ข่าวให้ ทางที่ดีช่วยแก้ผ้าอีกหน่อยก็ดีมากเลยนะครับquestion แต่เรื่องที่จริงก็มีอยู่นะครับคือเรื่องที่ยังจิ้นน่ะครับsurprised smile

พี่พี...ผลักภาระให้ผู้บริโภคนี่หน่า มันไม่เห็นเกี่ยวอะไรกับการขึ้นฮอตโพสต์เลย ขี้เกียจเม้นต์ก็บอกมาเถอะนะ ที่จริงพี่พีน่าจะมีประสบการณ์มาแชร์กันเยอะแยะเลยนะปอนว่าquestion เล่าแบ่งปันน้องนุ่งมั่งเลยยย แล้วไม่ค่อยมาหาปอนเลยนะ ไปหาแต่คนอื่นน้องสาวสุดสวยของตัวเองก็ไม่มาหานะtongue

ปอนไม่ได้สอนหรอกครับ...คุณอุ้ย...แชร์แนวคิดให้กันฟังมากกว่าเนอะ...มีอะไรจะให้ปรับปรุงแก้ไข หรือแบ่งปันกันบอกได้เลยนะครับคุณอุ้ยconfused smile

อะไรกันครับ...เฮีย ก....แค่นี้เองหรอ ปอนคาดหวังมากเลยนะครับว่าเฮียจะมามอบ "กามทาน" ให้น่ะ อย่ามามักง่ายสิ้นคิดแบบนี้สิครับ ทีคนอื่นโดยเฉพาะผู้ชายเนี่ยะคอมเม้นต์ย้าวยาววววววววว เชียวทีของปอนเนี่ยะไม่พูดอะไรสักคำ จำไว้เลยนะ

ปอนก็ไปมาแล้วครับ...คุณชาญ...ไปตั้ง 3 ครั้งแน่ะ ไปตอนเรียนปวช.น่ะครับ แต่ปอนไม่กล้าเดินเข้าไปดูในโรงพยาบาลเลยนะครับปอนทำใจไม่ได้

ขอบคุณครับ...คุณอู๋...ที่เข้ามาทักทายร่วมบุญกุศลด้วยกันนะครับconfused smile double wink

รู้สึกว่า...คุณ Conte I...ก็ห่างหายจากการอัพบล็อกไปชั่วกัปป์หนึ่งแล้วนะครับ เรื่องการจัดสรรเวลาก็ยังไม่ได้เขียนให้ปอนอ่านเลยนะครับ หรือว่าเพราะไปขับเคลื่อนโลกอยู่ก็เลยไม่ว่างอัพบล็อกครับquestion ปอนขออนุโมทนาบุญด้วยคนนะครับ ขอบคุณมากๆ นะครับที่ยังคิดถึงกันอยู่ปอนรออ่านอยู่นะครับdouble wink confused smile

#26 By ปอนปอน on 2008-03-24 21:39

เขียนได้โดนใจดี
และเข้ามานั่งรับบุญจ้าbig smile big smile

#27 By kirmkan (202.129.59.146) on 2008-03-25 16:30

เฮียใช้กฏแม่เหล็ก ก็เลยไม่เข้าข่ายเสี่ยง
ขั้วต่างกันดูดกันไง ขั้วเดียวกันผลักกันน่ะ
Safty First

#28 By จั่นเจา on 2008-03-26 19:07

ปิดเทอมแล้วหน่า...ยังไม่ว่างอัพบลอกอีกหรือคะ

#29 By MayaKniGht on 2008-04-03 23:04

มากทม.เมื่อไรคะ...........ทัวร์ลงพุงจะเริ่มอีกรอบบบแล้วนะคะconfused smile

free counters