ก็คนมันจะเป็นเอดส์นี่... จะให้ทำไง
posted on 21 Mar 2008 16:57 by sloppythinking in Socialเอ็นทรี่นี้สืบเนื่องมาจากการที่โดนคลื่นแทคถาโถมกระหน่ำมาจาก 3 ทิศทางด้วยกัน จากคนแรกคือ คุณพี่มายา คุณหมีแพนด้ามาจากญี่ปุ่น และคุณพี่อ้อมที่น่ารัก ร่วมกันส่งแทคมาให้ปอนแบบไม่ได้นัดหมายในเรื่องเดียวกัน ไม่มีอะไรแตกต่างกันเสมือนว่าปอนเกิดมาเพื่อทำแทคนี้เท่านั้น (ทั้งๆ ที่เฮีย ก. น่าจะเหมาะสมในการทำมากกว่าปอน
) นั่นก็คือแทคทำบุญกับวัดพระบาทน้ำพุ แต่..... ปอนคงไม่เขียนแบบซ้ำๆ กับคุณๆ ทั้งสามที่ส่งต่อมาให้ปอนก็แล้วกันนะครับ ใครอยากอ่านแบบดั้งเดิมก็กรุณาตามไปอ่านได้ที่ลิ้งค์ของแต่ละคนนะครับ แต่ปอนขอเขียนเรื่องราวนี้จากประสบการณ์ที่พบเจอมา และจากคนที่อยู่รอบๆ ตัวปอนน่าจะเป็นประโยชน์ขึ้นอีกนิดนึงนะครับ
จากประสบการณ์ในการพบเจอกับเพื่อนๆ ในวัยต่างๆ จนกระทั่งปัจจุบันที่ต้องคลุกคลีตีโมง (แต่ไม่ได้เล่นคลุมโปงหรือผีผ้าห่มนะ) กับบรรดาวัยรุ่น และชายหนุ่มวัย ฉะ กัน (ฉกรรจ์) จำนวนมากมาย มากหน้าหลายตา ซึ่งมีทั้งชายฉะชายกันเอง และชายฉะกับเพศตรงข้าม (ขอแบ่งเป็นกลุ่มใหญ่ๆ แค่สองกลุ่มก็พอเนอะ เดี๋ยวไม่งั้นงงกันแย่แน่ๆ เลยถ้าแบ่งกันละเอียดตามสภาพการณ์ที่เป็นอยู่) จากประสบการณ์ต่างๆ เหล่านี้ทำให้ได้เรียนรู้ถึงพฤติกรรมที่สุ่มเสี่ยงเป็นอย่างยิ่งต่อการเป็นเอดส์ของคนในกลุ่มนี้ ปอนว่าบางคนที่มาอ่านก็น่าจะรู้เห็น หรืออาจจะเคยปฏิบัติมาบ้าง (คนอย่างเฮีย ก. ไม่น่าจะพลาดนะ) พฤติกรรมเสี่ยงๆ ที่จะไปเป็นเอดส์ดังกล่าว ด้วยความสามารถของปอนพอจะแยกออกมาได้เป็นรูปแบบดังนี้ ครับ
1. มีเพศสัมพันธ์ (ผสมพันธุ์ ??) ไม่เลือก ที่บอกว่าไม่เลือกเนี่ยะ คือไม่เลือกแม้กระทั่งเพศ วัย เวลา สถานที่เลยทีเดียวนะครับ เรื่องแบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นมาแค่ในช่วงสองสามปีมานี้เท่านั้น แต่มันก็เกิดขึ้นมานานแล้วแต่ยังไม่มีจำนวนความถี่ที่เพิ่มมากขึ้นให้เห็นอย่างดาษดื่นอย่างทุกวันนี้ เมื่อสมัยสัก 10 ปีที่แล้ว เพื่อนกระเทยสาวของปอนเคยมาเล่าถึงประสบกามให้ฟังเป็นระยะๆ เช่น แค่นั่งกินนมกันอยู่ที่ร้านนมริมถนน (จังหวัดปอนวัยรุ่นนิยมมานั่งกันตามร้านนมริมถนนครับ แต่เดี๋ยวนี้มันกินช้างกัน) บริเวณริมแม่น้ำซึ่งสมัยนั้นยังไม่ได้มีการปรับปรุงภูมิทัศน์ เหมือนในปัจจุบัน นังเพื่อนสาวคนนี้ก็เล่าว่ากินนมกันอยู่มองตากันไป มองตากันมาแล้วก็พยักหน้าลงไปบริเวณป่าหญ้าริมแม่น้ำ แล้วก็มีเพศสัมพันธ์กันทั้งๆ ที่เป็นป่าหญ้ารกชัด ก็ยังทำ แต่ในปัจจุบันเราจะเห็นได้จากบรรดาคลิปหลุด หรือตามสวนสาธารณะต่างๆ ก็จะเห็นเด็กๆ ม.ต้น เป็นต้นไปมีเพศสัมพันธ์กันอย่างโจ๋งครึ่มแล้ว แถมยังเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ให้เป็นกามทานให้กับคนอื่นๆ ได้ดูอีกด้วย
2. ความอยากรู้อยากลองในการตักตวงความสุขจากกามารมณ์ เรื่องเหล่านี้ล้วนเป็นเรื่องหัวข้อต้นๆ ที่คนในวัยรุ่นหรือแม้แต่ในวัยโตๆ แล้วพูดถึงกัน เพราะหลายๆ คนเอาศักดิ์ศรี ความเก่งกล้า ความสามารถไปเคลือบไว้กับจำนวนประสบกามที่เคยได้พบได้เจอมา ยิ่งเปลี่ยนคู่นอนบ่อย หลากหลายรูปแบบทั้งแบบหนึ่งต่อหนึ่ง หนึ่งต่อสอง หนึ่งต่อสาม หรือการมีเพศสัมพันธ์ในเวลาและสถานที่เดียวกันตั้งแต่ 1 คู่ขึ้นไป ล้วนได้ถูกโจษขานกันปากต่อปากทำให้ผู้ที่เคยผ่านประสบกามต่างๆ เหล่านี้ดูเป็นคนเก่งกล้าสามารถที่ได้ลองกระทำการต่างๆ ได้หลากหลายรูปแบบมามากมาย เลยเกิดพฤติกรรมการเลียนแบบจากคนในวัยเดียวกัน และจากอีกรุ่นสู่อีกรุ่น ทำให้เกิดค่านิยมความ "อยาก" ที่จะ "ลอง" ในสิ่งที่ได้พบหรือได้ยินมา เพราะคนที่เคยผ่านประกามต่างๆ เหล่านี้ล้วนดูดีมีความแข็งแกร่งสมชายชาตรี หรือสวยพราวเสน่ห์กับเพศตรงข้าม
โดยเฉพาะเด็กวัยรุ่นที่ต่างก็มีสิ่งเหล่านี้ติดตัวมาแล้วทั้งสิ้น ต่างก็อยากได้ความยอมรับจากเพื่อนๆ และพี่ๆ และที่สำคัญได้ "ลอง" สิ่งที่แปลกใหม่และตื่นเต้น จึงทำให้ต้องตกอยู่ในวงจรเหล่านี้อย่างถอนตัวไม่ขึ้น เพราะทั้งติดอกติดใจ และรู้สึกถึงความเก๋าที่เพิ่มขึ้นในตัวเอง ซึ่งจะทำให้ได้รับการยอมรับจากคนอื่นๆ อีกด้วย
3. เสพการสื่อสารที่ยั่วยุกามารมณ์ เรื่องนี้ถ้าไม่โทษสื่อมวลชน หรือการสื่อสารเลยก็คงจะไม่สมบูรณ์หรือเป็นบทความที่พิกลพิการเกินไปอย่างที่เราเห็นอยู่ทุกวันนี้ สื่อที่สามารถแพร่กระจายไปยังคนกลุ่มต่างๆ ได้กว้างขวางมีหลากหลายยิ่งขึ้นกว่าในอดีตเป็นอย่างมากการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารที่ยั่วยุกามารมย์ก็สามารถทำได้ง่ายแค่ปลายนิ้วสัมผัส รวมทั้งยังเป็นการเข้าถึงที่ต้นทุนต่ำมากเมื่อเทียบกับสื่ออื่นๆ เช่นหนังสือ หรือวิดีโออย่างเช่นในอดีต สื่อโทรทัศน์ที่เป็นสื่อที่ทรงอิทธิพลที่สุดของประเทศก็ยังมีเนื้อหาประเภทกระตุ้นกามารมณ์ และแสดงถึงการมีกามารมณ์ในรูปแบบต่างๆ อีกด้วย ในบางครั้งอาจจะไม่ได้บ่งบอกชี้ชัดแบบตรงๆ แต่ก็สามารถถ่ายทอดค่านิยมต่างๆ แฝงมาในเนื้อหาเหล่านี้ได้
4. ไม่เสพและไม่ยอมรับศีลธรรม วัฒนธรรมที่ดีงาม เพราะดูเป็นเรื่องเชย ล้าสมัย ไม่ทันกิน มัวมานั่งรักนวลสงวนตัว หรือว่ามัวสืบหาคู่ผัวตัวเมียของเป้าหมายอยู่ก็ช้าไม่ทันการณ์อดรับประทานกันพอดี สิ่งเหล่านี้เป็นต้นเหตุของปัญหาทั้งหมด ความต้องการที่รวดเร็วทันใจไปซะทุกๆ อย่างทำให้ขาดการยับยั้งช่างใจ ขาดการคิดวิเคราะห์ให้รอบด้านทำให้เกิดเพศสัมพันธ์บนความผิดพลาดมาตั้งแต่ต้น ปัญหาพื้นๆ ที่ตามมาก็คือการตั้งครรภ์นอกสมรส โรคติดต่อ ฆาตรกรรม ข่มขืน ยาเสพติด ซึ่งสิ่งต่างๆ เหล่านี้ล้วนเกิดจากการที่คนเราละเมิดศีลธรรมตามหลักศาสนา และวัฒนธรรมที่ดีงามที่บรรพบุรุษได้สร้างสมเอาไว้
มีกรณีตัวอย่างล่าสุดสดๆ ร้อนๆ จากลูกศิษย์คนหนึ่ง ซึ่งก็ถือว่าเป็นชายฉะกันคนหนึ่ง ลูกศิษย์ปอนก็บอกปอนในการคุยกันครั้งล่าสุด อาจารย์ๆ ผมเลิกกับแฟนแล้วหล่ะ เราก็ถามว่าไปมีแฟนตั้งแต่เมื่อไหร่ ลูกศิษย์ที่น่ารักก็บอกว่าคบกันมาได้เดือนนึงแล้ว คุยกันก่อนที่จะคบกันเป็นแฟน 2 อาทิตย์!!!!!!! ตายแล้วววว..อกอีแป้นแล่นลึกชักศึกเข้าบ้าน (ลืมบอกไปว่าลูกศิษย์ท่านนี้กำลังจะขึ้นปี 2 ครับ) พอถามถึงสาเหตุว่าทำไมถึงเลิกกันไปซะล่ะ ปรากฏว่า ไอ้คนๆ นั้นเป็นคนบอกเลิกเอง ด้วยเหตุผลที่ว่าลูกศิษย์ปอนดีเกินไป (ต๊ายยย ช่างเหมือนมิวสิควิดีโอ) แต่เหตุการณ์ก็มาถึงบางอ้อว่ามันหมายความว่าอย่างไร เพราะไอ้อดีตแฟนเก่าของแฟนมันเนี่ยะโทร.มาเล่าให้ฟังว่า ระหว่างที่ลูกศิษย์ปอนไม่อยู่หอ (มันคบกันมันก็ย้ายไปนอนหอ "แฟน" มันซะแล้ว) ไอ้อดีตแฟนเก่าเนี่ยะก็มาหาแฟนของลูกศิษย์ปอนเป็นประจำ แล้วก็ทำอะไรๆ กัน พร้อมกับทิ้งร่องรอยไว้โดยอ้างกับลูกศิษย์ปอนว่าเป็นรอยน้ำปลาที่หกใส่ที่นอน ด้วยเดชะบุญลูกศิษย์ปอนยังดีที่ยังไม่ได้เผลอตัวไปมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งถึงขั้นนั้นกับไอ้แฟนคนนี้ ไม่เช่นนั้นอาจตกเป็นกลุ่มเสี่ยงคนนึงก็เป็นได้ เหตุการณ์นี้เป็นเหตุการณ์ของเด็กปี 1 อายุเพียง 18-19 ปีเท่านั้นนะครับ ไม่อยากจะนึกเลยจริงๆ ว่า....อนาคตจะเป็นอย่างไร
จริงๆ แล้วพฤติกรรมเสี่ยงที่จะติดเชื้อเอดส์มีมากมายกว่านี้ แต่ที่เป็นต้นเหตุใหญ่ๆ ก็คือปัญหาจากการมีเพศสัมพันธ์ทั้งจากต่างเพศและเพศเดียวกัน และบางครั้งพอไปมีเพศสัมพันธ์จากเพศเดียวกันแล้วยังมามีเพศสัมพันธ์กับคนต่างเพศอีกด้วย... ทำให้ปัญหานี้กลายเป็นปัญหาหลัก จากสถิติที่การติดเชื้อขยายตัวลดลงเมื่อหลายปีก่อน กลับเพิ่มสูงขึ้นในปีที่แล้ว ทำให้เห็นว่าปัจจุบันคนไทยเรายังไม่ได้ลด ละ เลิกพฤติกรรมเสี่ยงๆ เหล่านี้แต่อย่างใด เราคงต้องช่วยกันระมัดระวังทั้งตัวเราและคนในครอบครัวของเราให้มากกว่าที่เป็นอยู่นะครับ และทำความเข้าใจคนที่เป็น ซึ่งจะทำให้ใช้ชีวิตกับเอดส์ได้อย่างเป็นสุข และได้ช่วยเหลือคนที่ติดเชื้อให้มีกำลังใจที่จะสู้ต่อไปและไม่แพร่ขยายเชื้อต่อไปอย่างคนอื่นๆ อีกต่อไปไม่จบสิ้นนะครับ
พฤติกรรมเสี่ยงต่างๆ เหล่านี้ล้วนมีผลสืบเนื่องโดยตรงมาจากการเลี้ยงดูอบรมสั่งสอนจากครอบครัว เพราะกระบวนการขัดเกลาจากครอบครัวเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในการสร้างภูมิคุ้มกันไม่ให้เด็กๆ หรือผู้ใหญ่เหล่านี้ตกเป็นกลุ่มเสี่ยงผู้ติดเชื้อเอดส์ บางครั้งหากเราปล่อยให้ร่างกายของเราตกอยู่ภายใต้การควบคุมของอารมณ์โดยปราศจากเหตุผลที่ดีให้กับตัวเราแล้ว ชีวิตเราก็จะตกต่ำแบบไม่มีเหตุผลเช่นกัน ครับ
ร่วมทำบุญกับวัดพระบาทน้ำพุได้ดังต่อไปนี้ครับ
ธนาณัติ สั่งจ่าย ดร.พระอุดมประชาทรวัดพระบาทน้ำพุ จ.ลพบุรี รหัสไปรษณีย์ 15000
โทรศัพท์ 08 - 9742 - 0729 ต่อ 106 โทรสาร 0-3642 - 2600
เว็บไซต์ วัดพระบาทน้ำพุ / มูลนิธิธรรมรักษ์ http://www.phrabatnampu.com/index.htm
ที่อยู่ มูลนิธิธรรมรักษ์วัดพระบาทน้ำพุ ต.เขาสามยอด อ.เมือง จ.ลพบุรี 15000
โทรศัพท์ 036 - 413 - 805 ,089 - 742 - 0730 ,089 -742 - 0731
ปอนเองครับ
ปัจฉิมลิขิต : ต้องขอโทษทุกๆ ท่านด้วยที่ปอนหายไปนานเลย ตอนนี้ตรวจข้อสอบเสร็จแล้วครับเหลือทำคะแนนอย่างเดียวเลยแว่บมา ถ้าตัดเกรดเสร็จคราวนี้ปอนก็จะหลุดพ้นจากภาระการเป็นอาจารย์ การสอน และการสอบสักทีครับ.... ก็จะกลับไปเป็นนักศึกษาทำวิทยานิพนธ์อย่างเดียวให้สบายใจแล้วครับ....ฮาๆๆๆๆ

...ต้องทดลองดูเองครับ จะได้เป็นประสบการณ์ตรงๆ เลยนะ ปอนพร้อม..อิอิ
ได้มากนะคะ เห็นทางทีวีแล้วสงสาร
#1 By Duoartists in phuket on 2008-03-21 17:12