กิน ขี้ ปี้ เที่ยว

posted on 26 May 2008 15:16 by sloppythinking  in Social
 

 

"เฮ้ย เป็นไงมั่งวะ"

(คงทักทายเพื่อนทางปลายสาย)

"แม่ง กูลงซัมเมอร์สองวิชาว่ะ"

"แต่กูยอมรับเลยนะเว้ย ว่าแม่งกูทำตัวเหี้ยฉิบหาย"

"แม่งกูหวังว่าได้เกรดแค่หนึ่งจุดห้า ดีบวกสองตัวก็พอแล้วว่ะ"

(ปลายสายคงจะบอกว่าอะไรวะ ทำไมได้แค่นั้น)

"ก็กูแม่งเข้าเรียนก็ไม่เข้า งานกูก็ไม่ส่งสักชิ้น ได้แค่นี้ก็พอแล้วเว้ย"

(ปลายสายคงจะตกใจที่ได้ยิน เลยเปลี่ยนแนวมาถามเรื่องครอบครัว)

"เออ แม่งเมื่อคืนอ่ะ ขนาดเค้าไม่สบายกูก็ยังมีอารมรณ์ไปเที่ยวอีกนะมึง"

"กลับมาตั้งตีสาม กว่าจะได้นอนก็ตีห้า แล้วแม่กูก็มาปลุกตอนเจ็ดโมงเว้ย"

"กูก็ออกไปซื้ออะไรๆ มาให้เค้ากินเสร็จแล้วก็ก็นอนต่อ เพิ่งตื่นเมื่อเที่ยงนี่เองว่ะ"

(ปลายสายคงกลับลำมาพูดเรื่องที่จะไปฝึกงาน)

"เออ กูว่ากูจะไปฝึกที่เชียงใหม่ว่ะ"

"มีเพื่อนที่เคยไปฝึกอ่ะ มันบอกว่าสบายมากเลยเว้ย มันสนิทกับเจ้าของบริษัท"

"มันบอกว่าไม่มีงานก็ไม่ต้องเข้าบริษัทก็ได้ว่ะ งานก็ทำแบบสบายๆ"

"แล้วงานก็ไม่ค่อยมีด้วย"

(ปลายสายคงจะถามว่าอ้าวมันไม่ค่อยมีงานแล้วมันจะได้ความรู้อะไรวะ)

"อ๋อ กูเรียนกูไม่เน้นเอาความรู้ว่ะ กูเรียนเอาแค่พอผ่านๆ ไปได้ก็พอแล้วว่ะ"

"แม่งเนี่ยะเทอมนี้กูว่าจะเปลี่ยนอาจารย์ว่ะ แม่งอาจารย์อรแม่งเขี้ยวให้งานก็เยอะ"

"กูว่าจะเปลี่ยนไปอาจารย์อีกคนนึงว่ะได้ข่าวว่าเค้าใจดีกว่าอีก"

"เออ.. แต่แม่งไปเชียงใหม่กูก็จะไม่มีรถใช้เนี่ยะสิ"

(ปลายสายคงถามว่าอ้าวแล้วมึงทำไมไม่เอารถของมึงไปใช้ล่ะ)

"รถกูจะเอาไปได้ยังไงเล่า สภาพอย่างนั้นจะขับไปถึงเชียงใหม่หรือเปล่าก็ไม่รู้"

"แม่ง แต่ถ้าไปอยู่เชียงใหม่ไม่มีรถใช้มันก็ไม่สะดวกว่ะ"

"เออ..เนี่ยะกูกำลังกินก๋วยเตี๋ยวอยู่ เออๆๆ งั้นแค่นี้ก่อนนะ เอออออ"

 

บทสนทนาข้างบนปอนได้ยินมาเต็มสองรูหูจากการไปนั่งกินก๋วยเตี๋ยวที่ร้านหนึ่ง คนที่พูดเป็นผู้หญิงซึ่งจัดว่าดูดีทีเดียวไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหร่แต่อย่างใด น่าจะกำลังเรียนอยู่ในระดับมหาวิทยาลัยฯ แห่งหนึ่ง (ซึ่งคงไม่ใช่สถาบันที่ปอนเคยสอน) ในขณะที่พูดอยู่ก็นั่งยกขาข้างหนึ่งไว้บนเก้าอี้ แล้วมือก็จับตะเกียบกินก๋วยเตี๋ยวไปด้วย  บทสนทนาเหล่านี้ทำให้ปอนกระอักกระอ่วนใจมากๆ ครับ ว่าเฮ้ยจริงๆ แล้วมันมีชีวิตเผาผลาญทรัพยากรของโลกผลิตก๊าซเรือนกระจกให้โลกอยู่ทุกวันนี้ไปทำไม

 

จากบทสนทนาข้างต้นเราจะเห็นว่า สิ่งที่สนใจมากที่สุดในชีวิตของเด็กผู้หญิงคนนี้ก็คือ ความสะดวกสบาย มีความสุขจากการกิน และการเที่ยว การเรียนเป็นเรื่องที่น่าเบื่อและไม่จำเป็นไม่ได้สลักสำคัญอะไรขนาดนั้น ปอนเชื่อว่าเด็กรุ่นราวคราวเดียวกับผู้หญิงคนนี้มีเป็นจำนวนมาก และพฤติกรรม วิธีคิด ต่างๆ คงไม่แตกต่างกันมาเท่าใดนัก ปอนไม่อยากจะตัดสินคนจากการที่ได้ฟังเพียงเท่านี้ แต่ปอนก็ไม่สามารถหาเหตุผลอื่นๆ มาอธิบายที่มันดีกว่านี้ได้ ถ้าเป็นไปได้ขอให้ท่านผู้มีอุปการคุณทุกๆ ท่านช่วยปอนหาเหตุผลมาอธิบายบทสนทนาด้านบนให้ปอนกระจ่างกว่าที่ปอนคิดสักหน่อยนะครับ จะเป็นพระคุณอย่างสูงทีเดียว  เพราะปอนมองว่ามันเป็นปัญหาของชาติที่จะต้องขาดกำลังคนที่มีศักยภาพ แต่ไม่ได้ใช้ศักยภาพดังกล่าวมาทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติ และปอนก็เห็นคนแบบนี้เพิ่มขึ้นทุกๆ วันแล้วครับ

 

อีกกรณีนึงนะครับซึ่งน่าจะสอดคล้องกัน

 

มีคนรู้จักของปอนได้มาเล่าให้ฟังว่าเมื่อเร็วๆ นี้ ได้ไปงานวันเกิดของคนรู้จักที่บาร์ไฮโซย่านทองหล่อ มีคนไปร่วมงาน ทั้งหมดประมาณ 10 คน ทุกคนต่างเมาปลิ้นทิ่มประตู หัวหกก้นขวิดกันไป (รวมทั้งคนรู้จักของปอนด้วย) โดยเฉพาะเจ้าของงานซึ่งอายุประมาณ 20 ต้นๆ ก็เมามายจนหมดสติไป  ค่าเสียหายทั้งหมดประมาณ 4 หมื่นกว่าบาท คนรู้จักของปอนบอกว่าเจ้าของงานเป็นลูกของคนในแวดวงไฮโซเลยมีศักยภาพที่จะมาละลายเงินลงขวดได้มากมายขนาดนี้ ในระยะเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง และคนมาร่วมงานต่างก็เป็น "คนดี" "มีการศึกษาดีๆ" ทั้งนั้น มีเรียนทันตแพทย์ด้วย ส่วนเจ้าของงานได้ข่าวว่าจบมาจากอังกฤษ

 

ปอนคิดว่ากรณีนี้ก็ไม่ค่อยต่างจากกรณีข้างบนสักเท่าไหร่พื้นฐานความคิดเหมือนๆ กันเลยทีเดียวครับ แต่กรอบของคำว่า "ไฮโซ" ทำให้กรณีที่ 2 ดูดีขึ้นมานิ๊ดส์นึง แต่ในมุมมองของปอน "ไฮโซ" ก็คือกลุ่มคนที่มีสถานะและศักยภาพทางสังคมค่อนข้างสูง สามารถทำอะไรๆ ได้หลายๆ อย่างเพราะมีพื้นฐานมาจากฐานะทางการเงินและชาติตระกูล แต่ปอนแบ่งไฮโซ ได้ออกเป็น 2 กลุ่ม ก็คือ ไฮโซแท้ ซึ่งมักจะใช้ศักยภาพที่มีของตัวเองไปในทางที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมส่วนรวมมากกว่าที่จะหาผลประโยชน์ให้แก่ตัวเองฝ่ายเดียว พวกนี้เราอาจจะไม่ค่อยได้เห็นในหน้าจอโทรทัศน์เท่าใดนัก  ส่วนอีกกลุ่มนึงก็คือ ไฮโซเทียม  กลุ่มนี้จะมีพื้นฐานทางด้านเศรษฐกิจดี มีตังค์เยอะแต่ใช้เงินที่มีเพื่อซื้อความสุขแบบวูบวาบให้กับตัวเองเท่านั้น โดยอาจเผื่อแผ่ส่วนบุญเหล่านี้ให้คนรอบข้างบ้างเพียงไม่กี่คน


หรืออาจสรุปได้ว่า ไฮโซแท้ก็คือพวกที่มักจะก่อประโยชน์ให้กับสังคมในวงกว้างมากกว่าความสุขแบบวูบวาบของ
ตัวเอง  ส่วนพวกไฮโซเทียมก็มักจะมีเงิน แต่ไม่ค่อยจะมีความคิดเท่าใดนัก


และจากกรณีนี้ทำให้ปอนได้เรียนรู้อีกว่า เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ทุกประเภทเป็นเครื่องมือในการลดชนชั้นทางสังคม
ได้เป็นอย่างดี พอเครื่องดื่มประเภทนี้เข้าปากไม่ว่าจะเป็นกระแช่หรือเหล้าที่หมักและต้มเองราคาไม่กี่ร้อยบาทต่อ 1 โอ่ง กับสุราชั้นดีราคาแพงขวดละหลายพันหรือหลักหมื่นบาท พอเข้าไปในร่างกายก็ทำให้สูญเสียความควบคุมและสติเหมือนๆ กันหมด ไม่ว่าจะคนเก็บขยะ คนงานก่อสร้าง แพทย์ นักธุรกิจ คนรวย คนจน ก็จะมีพฤติกรรมที่ขาดสติควบคุมเหมือนๆ กันทั้งหมด แต่สิ่งที่แตกต่างกัน ก็คืออำนาจการทำลายล้างคนที่รวยมีอำนาจการทำลายล้างทรัพย์สินและชีวิตของตัวเองและผู้อื่นมากกว่า คนที่จนแค่นั้นเอง


เราจะเห็นว่า ความสุขของคนในสมัยนี้ต่างพึ่งพิงอยู่กับสิ่งที่มันวูบวาบแบบสุขอยู่ชั่วขณะหนึ่งเท่านั้น ทั้งกรณีแรกและ
กรณีที่สองต่างก็มีความสุขสนุกสนานอยู่ชั่วขณะหนึ่ง แต่หลังจากนั้นความทุกข์ทั้งหลายก็จะประเดประดังถาโถมเข้ามาแทบจะทันที ทั้งจากอาการเมามายจนอ้วกแตกอ้วกแตน หมดสติ ปวดหัวเพราะเมาค้าง หรือเมาแล้วขับไปชน หรือโดนตำรวจจับ ฯลฯ แต่ในกรณีแรกอาจจะร้ายแรงกว่าตรงที่โง่แล้วยังอยากจะเที่ยวอาจทำให้ชีวิตตกอยู่ในหลุมดำได้เลยทีเดียวถ้าไม่มีสามีรวยไปซะก่อน

 

น่าเสียดายนะครับ  ถ้าทั้งสองกรณีได้ผันศักยภาพที่ตัวเองมีอยู่ไปช่วยเหลือสังคม โดยพยายามผันความสุขของตัวเองให้เป็นความสุขเมื่อเห็นคนในสังคมมีความสุข เงิน 4 หมื่นกว่าบาทและแรงคนอีก 10 กว่าคน ที่ถูกละลายลงขวดและหมดเปลี้ยไปกับอาการเมามายสิ้นสติ สามารถแปลงเป็นความสุขให้กับคนได้เป็นร้อยชีวิตเลยทีเดียว ถ้าหากคิดสักนิด เช่นไปเลี้ยงอาหารกลางวันเด็กที่ยากไร้ หรือตามโรงเรียนศึกษาพิเศษ (เค้าเปลี่ยนชื่อใหม่เป็นโรงเรียนปัญญานุกูล ใช่หรือเปล่าครับ) หรือสถานรับเลี้ยงคนชรา ความสุขจากการอิ่มใจที่ได้ทำความดีเหล่านี้มันจะอยู่ติดตัวเราได้นานกว่าไปเมาปลิ้นอย่างเดิมอย่างแน่นอน


ตอนที่เรียน ป.ตรี ปอนเคยใช้เงินเพียงครั้งละ 2 หมื่นกว่าบาทในการจัดกิจกรรมเพื่อไปเลี้ยงเด็กในโรงเรียนศึกษา
พิเศษ และบ้านพักคนไร้ที่พึ่งเราเพียงไม่กี่คนสามารถสร้างความสุขให้คนได้เป็นร้อยคนและความสุขก็ติดตัวเรามาจนถึงทุกวันนี้


 

หรือวัยรุ่นสมัยนี้จะมีวิถีชีวิตแต่ "กิน ขี้ ปี้ เที่ยว" กันนะครับ



วันนี้มีคำถามครับ

 

  • 1. ช่วยหาเหตุผลที่ดูดีมาอธิบายหรือวิพากษ์วิจารณ์ตามความคิดเห็น ในกรณีศึกษาแรกให้ปอนหน่อยนะครับ เพราะปอนรู้สึกว่าความคิดของปอนมีแต่อคติทั้งนั้นเลย แต่ปอนคิดไม่ได้จริงๆ
  • 2. ช่วยหาเหตุผลที่ดีๆ ว่าทำไมคนต้องใช้เหล้าเป็นเครื่องหาความสนุกทั้งๆ ที่กินไปมันก็มีแต่ผลเสีย ให้ปอนหน่อยนะครับ ห้ามเอาเหตุผลว่า "เพื่อสังคม" มาใช้นะครับ มันกว้างและไม่สามารถจับต้องได้ และมันเป็นเหตุผลที่ปอนได้ยินมาตั้งแต่เด็กเล็กๆ จนถึงตอนโตครับ

 

 

 

 

ปอนเองครับ



 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ตอนแรกอ่านบทสนทนา
นึกว่าปอนคุณกับเพื่อน แต่คิดว่าไม่ใช่
เพราะปอนออกจะเป็นกุลสตรี ขนาดนั้นbig smile

อ่านไป 5 บรรทัด ทนอ่านต่อไปไหว
ต้องข้ามลงมาอ่านข้างล่างแทนsad smile

มันมีทั้งวะทั้งโว้ย..
แน่จริงอย่าโว้ยสิวะ tongue sad smile

ปล. ไม่มีความเห็นเกียวกับ กิน ขี้ ปี้ เที่ยว
เพราะคิดว่าส่วนมากจะเป็น กิน ขี้ ปี้ ก่อนนอน นะ

สาวที่คุยโทรศัพท์เธอเซี้ยวจริงๆค่ะ - -" คำภามข้อ 1 ขอผ่าน

ตอบข้อ 2. เค้าดื่มเพื่อให้ลืมคำถามค่ะ55

#2 By ชาเขียวaddict on 2008-05-26 15:41

1.มันเป็นธรรมดาที่รู้สึกกับตัีวเองว่า มาตรฐานของการใช้ชีวิต ของเราเป็นตัวกำหนดครับ
อคติ ไหม ไม่ใช่ทั้งหมดหรอกครับ
เรารู้สึกได้ว่า คนที่ใช้ ชีวิต ได้คุ้มค่ามากกว่าย่อมดีกว่าใช่ไหมครับ

2. แบบว่า เครื่องดื่ม มันทำให้

"มึน"และ"เมา" ครับ

เมื่อถึงจุดนั้น มักจะเปิดใจคุยอะไรกันง่ายขึ้นครับ
ตกลงการค้า งาน ก็ง่ายขึ้น

หรือถ้าไม่สำเร็จ ก็วางมวย เลย

ง่ายดี... จริงม่ะ

#3 By T o' M @ ZZ u ครับ on 2008-05-26 19:07

อ่านตอนแรกไม่คิดว่าผู้หญิงพูดอ่ะ ปอนดูผิดเปล่า ผู้ฉิงเปล่า

คนที่คิดแบบนี้...มักจะไม่เจอชีวิตที่ดี(มั้ง)ตามที่ว่า ว่านอะไรก็ได้อย่างนั้น...

(รู้สึกว่าตอบไม่ตรงคำถามแหะๆ sad smile เดี๋ยวครูปอนดุ)

#4 By ตุ้มเป๊ะ on 2008-05-26 19:23

เหตุผลที่ดูดีใช่ไหมครับ อ่ะ จัดให้

1.
เป็นคนรักความพอดี (เกรดไม่เน้น)
รู้จักตัวเอง (รู้ว่าตัวเองเหี้ย)
กตัญญู (ตื่นไปซื้อข้าวเช้าให้แม่)
รักชีวิตต่างจังหวัด (เชียงใหม่)
กระตือรือร้น (ป่วยก็ยังออกไปเที่ยวได้)

2.
ใจกว้าง มีมนุษย์สัมพันธ์ (เลี้ยงไม่อั้น)
มีการศึกษา (แต่ไม่ได้เอามาใช้ประโยชน์)
รวยแต่ติดดิน (คงเมากลิ้งจนนอนกลางถนนได้)
เป็นตัวอย่างแก่สังคม (ให้เห็นว่าไม่ควรเอาเยี่ยงอย่าง)

#5 By oatato on 2008-05-26 23:23

กรณีแรก เป็นน้องเป็นนุ่ง ตบคว้ำเลยคะ

กรณีที่สอง เหล้าสามารถทำให้คนมีความสุขได้แค่ชั่ววูบ พอส่างเมา ก็ไม่รู้ว่าใครเป็นใครแล้วคะ
นั่นสิข้อ สอง คืออะไรกัน embarrassed

#7 By iTualek on 2008-05-27 00:27

เหล้าก็คือเหล้า กินแล้วเมาเดินโซเซ.....
รู้จักกิน รู้จักควบคุม มีน้อยมาก...

#8 By รีคอนดำ on 2008-05-27 08:50

big smile อ่านบทสนทนาข้างต้นนึกว่าเป็นเพื่อนคุณปอน sad smile
ถ้าให้ป้าหมูตอบก็คงออกแนวอคติเหมือนกันค่ะ

#9 By ป้าหมู on 2008-05-27 09:05


คิดเหมือนคุณแพนด้า ตอนแรกคิดว่าปอนปอนคุยโทรศัพท์กับเพื่อนครับ..sad smile


กรณีแรกผมว่า เธอเป็นคนดีใช้ได้เลยทีเดียวครับ
1 เวลาคุยกับเพื่อนมันพูดถึงแม่ทุกคำ

2 มันตื่นไปซื้อข้าวให้แม่

3 เป้าหมายชัดเจน ต้องการเกรดต่ำๆ และทำตามนั้นอย่างมุ่งมั่น

4 อยู่อย่างพอเพียง และเพียงพอ ไม่หวังสูง เรียนเอาแค่พอผ่านๆ

5 เป็นตัวของตัวเองสูง ดูได้จากท่านั่ง ท่ากิน คำพูดคำจา มันไม่แคร์แม้ว่าจะมีใคร ด่าแม่มันอยู่ในใจว่าไม่สั่งสอน

กรณีที่สอง อย่าไปเรียกว่าไฮซงไฮโซ มันแค่คนใช้จ่ายไม่รู้จักคิดเท่านั้นเอง.. เพราะจากกรณีที่ 2 ที่ปอนๆกล่าวมา ทำให้ผมเข้าใจอะไรชัดเจนมากขึ้นเกี่ยวกับไฮโซ สรุปได้เป็นข้อๆดังนี้

1 ไฮโซ ไม่ได้สืบทอดทางสายเลือด เพราะจากพฤติกรรมที่ว่ามา มันก็เหมือนแก๊งเด็กเที่ยวธรรมดา แต่กล้า(เอาเงินพ่อแม่ไฮโซ)จ่าย และแตกต่างจากเด็กแว๊นแค่ยานพาหนะ จากมอเตอร์ไซค์มาเป็นรถสปอร์ท น่าจะเรียกว่าเด็กแว๊นอัพเกรด

2 นามสกุลดัง อย่าเพิ่งเหมาว่าเป็นไฮโซ เหตุผลเหมือนข้อ 1

3 ไฮโซ คำนี้ฟังแล้วให้ความรู้สึกว่า มันสูงกว่าคนทั่วไปนิดนึง เป็นผลมาจากบรรพบุรุษคงจะเป็นคนสำคัญ เคยทำความดีให้บ้านเมือง จึงได้รับฐานะทางสังคมตามที่อ้าง ผมคิดเหมือนปอนปอนว่าไฮโซดูได้จากพฤติกรรม แต่ถ้ากรณีที่ปอนปอนว่ามา ดูยังไงก็ไม่ใช่

ปล. ผมรับอุปการะเด็กด้อยโอกาสเดือนละ 450 บาท/คน เงิน 4 หมื่น สามารถอุปการะเด็กด้อยโอกาส 1 คนได้เป็นเวลามากกว่า 7 ปี 7 ปีเลยนะคุณ!!

#10 By :: KinG MoJi :: on 2008-05-27 09:20


ลืม Hot!

#11 By :: KinG MoJi :: on 2008-05-27 09:21

ขอบคุณมากเลยครับ...คุณแพนด้า...ที่รู้ว่าปอนเป็นกุลสตรี ตอนปอนนั่งฟังมันคุยอยู่ก็กระเดือกก๋วยเตี๋ยวไม่ค่อยลงเหมือนกันครับ ได้แต่นึกอยู่ในใจว่าดีนะที่ไม่ใช่ลูกศิษย์กูcry confused smile

ขอบคุณมากเลยนะครับ...คุณติดชาเขียว...ที่ไขข้อข้องใจปอนได้อย่างถ่องแท้เลยครับsad smile confused smile

โอ้วววว....น้องโทมัส...ตอบได้โดนใจพี่จริงๆ โดยเฉพาะข้อ 1 ทำให้พี่เข้าใจได้มากขึ้นเลยครับ ขอบคุณมากๆ ครับconfused smile

มันเป็นผู้หญิงจริงๆ จ๊ะ...พี่ตุ้มเป๊ะ...เสียง รูปร่าง หน้าตาไม่มีเค้าผู้ชายสักนิด ปอนก็อยากรู้บทสรุปชีวิตของเด็กผู้หญิงคนนั้นว่าจะเป็นยังไงนะembarrassed confused smile

เหตุผลโดนใจมากเลยครับ...คุณโอ๊ตเนื้อคู่ของปอนที่ตามหากันจนเจอ ...เป็นเหตุผลที่ปราศจากอคติจริงๆ เลยครับ confused smile question

น้องปุกจ๊ะ...พี่ประเมินแล้วว่า ถึงแม้เป็นน้องเป็นนุ่งถ้าน้องปุกทำอย่างนั้นแล้วมันสวนมาน้องปุกท่าทางจะสู้ไม่ไหวนะจ๊ะsad smile ท่าทางมันเป็นนักตบชั้นแนวหน้าของหมู่บ้านเลยทีเดียว ส่วนข้อสอง นั่นน่ะสิแล้วจะกินกันไปทำไมนะsad smile confused smile

ใช่สิเนอะ...น้อง little dog...ข้อ 2 มันคืออะไรนะembarrassed sad smile

ฮาๆๆๆ..เจอตัวผู้สันทัดกรณีแล้ว...คุณพี่ริคอนดำ...ชี้แจงแถลงไขมาเลยครับ ว่ากินทำไมน่ะ..เห็นว่าเป็นกิจวัตรประจำวันเลยทีเดียวนี่หน่าquestion

ปอนดีใจมากเลยครับ...ป้าหมู...ว่าอย่าให้มันมามีส่วนเกี่ยวข้องกับชีวิตปอนเล้ยยยย ปอนคาดว่ามันเป็นเด็กต่างสถาบันกับที่ปอนเคยสอนหล่ะครับ ถ้าปอนสอนมันมีหวังให้ F ชัวร์ๆ ไม่กรุณามันขนาดให้ Dบวกแน่นอน เฮ้อออ...หรือเราสองคนอคติกับวิถีชีวิตของเด็กสมัยใหม่เกินไปนะครับsad smile confused smile

โอ้ววว เหตุผลโดนใจอีกแล้วครับ...คุณ king moji...แต่ดีนะที่นังคนนี้ไม่มีสายสัมพันธ์อะไรกับปอนเลย ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงๆ วันนั้นคงไม่ได้กินก๋วยเตี๋ยวน่ะครับ มีหวังนั่งด่าหรือไม่ก็ตบกันหน้าเยินไปข้างนึงแน่ๆ เลย ได้แต่นั่งฟังไปกลืนลำบากไปหมดไป 2 ชามอิอิ ปอนว่าคนเดี๋ยวนี้ละเลยแก่นกันมากเกิน เรียกคน หรือมองคนจากเปลือกที่ห่อหุ้มอยู่โดยไม่ได้คำนึงถึงพฤติกรรม การกระทำ ความคิดที่มันเป็นสิ่งที่สะท้อนออกมาจากภายในจิต เลยทำให้สังคมมันพิกลพิการอยู่อย่างนี้น่ะครับเนอะdouble wink confused smile

#12 By ปอนปอน on 2008-05-27 10:42

ไฮโซจริงที่ว่า ออกการกุศลเป็นว่าเล่น ส่วนไฮโซเทียม ได้เงินก็ใช้ ได้เงินก็ใช้ ผลาญตังพ่อแม่ให้เจ๊งเล่น อยู่ได้ไม่นานหรอกครับ
เพราะความจนมีสองประเภทคือ

จนเพราะความคิด กับ จนเพราะฟ้าส่งมาเกิด

ซึ่งเด็กพวกนี้มักเป็นอย่างแรกมากกว่า
สำหรับกรณีแรก...
ตอนอ่านคิดว่าคนสนทนาที่น้องปอนได้ยิน..เป็น "ผู้ชาย" ซะอีกนะคะ
ไหงเป็นผู้หญิงไปได้...โอ..การใช้คำพูดคำจา..
อึ้งไปตลอดการอ่านค่ะ...แถมพี่ยังอ่านต่อจนจบซะอีก sad smile น้องแพนด้ายังไม่กล้าอ่านเลย...อิอิ open-mounthed smile

สรุปว่า...กรณีแรกพี่ก็คงคิดไม่ต่างกับน้องปอนค่ะ ตอบได้แบบนี้จริง ๆ confused smile

----------------
กรณีที่ 2
เพราะเหล้าทำให้มึนเมามั้งค่ะ จิตหลอน
หลอกตัวเองได้ทุกอย่าง ทำให้ตัวเองมีความสุขแบบหลอก ๆ หลอกตัวเอง หลอกคนอื่น
นั่นเพราะ คนเราชอบหลอกตัวเอง (มั้ง) ค่ะ...double wink

ดื่มแล้ว..ลืมเศร้า
ดื่มแล้ว..ลืมเหงา
ดื่มแล้ว..ลืมทุกข์
ดื่มแล้ว..ทำให้มีเพื่อนมาก (เพื่อนกินทั้งนั้น)
ดื่มแล้ว..มี ญ มาก (แต่ ญ นั้นก็หวังเพื่อเงินอ่ะ..รึป่าวหนอ)
ดื่ม ดื่ม ดื่ม จนคิดว่าตัวเองมีความสุข...
แต่ดันดื่ม..แล้วลืมห่วงสุขภาพตัวเองจ๊ะ...sad smile

เงินใช้แล้วก็หมดไป...ไม่ว่ารวยเท่าไหร่...
ถ้าใช้แบบมือเติบ ไม่มีประโยชน์ สักวันก็หมด (เสียดายเงิน 4 หมื่นอ่ะ)แถมไม่ได้รับความอิ่มเอมใจกลับมาอีกต่างหากค่ะ...

ทุกอย่างอยู่ที่สภาพแวดล้อม การเลี้ยงดู และการเอาใจใส่นะคะพี่ว่า..double wink พ่อแม่รังแกฉันอ่ะ...
^
^
โอ...ขออภัยนะคะ...พิมพ์ไปพิมพ์มาไหงยาวจังเลย..แห่ะ ๆ sad smile
และต้องขออภัยด้วยค่ะที่พาดพิงถึงคำว่า "พ่อแม่" ซะอีก...แห่ะ ๆ .. เป็นคำเปรียบเปรยเนอะ...คุ้น ๆ เหมือนเคยอ่านเรื่องนี้มา...double wink
-- อ่านแล้วก็นึกย้อนไปถึงตัวเองว่าครั้งหนึ่งเคยมีความคิดคล้ายๆ แบบนี้

-- คือคิดแค่ว่า.. เด่วเลิกเรียนจะเที่ยวมันทุกคืนเลย

-- ทำตัวเนียนๆ ให้กลมกลืนไปกับเพื่อนที่ไม่ค่อยสนิทกันแต่มันมีเงิน

-- ตอนนั้นคิดแค่ว่า.. มันมีตรูก็มีได้ว่ะ เรื่องแค่นี้เอง..

-- แต่พอโตขึ้น.. ต้องเรียนมากขึ้น (เพราะถ้าไม่เรียนจะไม่จบ โดนแม่ตบแน่ๆ)

-- ก็ทำให้คิดได้ว่า.. ไอ้เพื่อนกลุ่มนั่นมันรวยจริง มีเงินจริง

-- แต่มันไมได้เรียนเก่งไปกว่าเราเลย.. และการออกไปเที่ยวแบบนั้นทุกคืน

-- เสี่ยงต่อการเสียตัวก่อนวัยอันควรแน่ๆ

-- คิดได้เช่นเลยเลิกดีกว่า.. แต่ก็คงมีกลุ่มเด็กวัยรุ่นบางกลุ่ม

-- อย่างที่พี่ปอนยกตัวอย่างมา.. ยังคงมีอีกมากมายในสังคมค่ะ

-- อาจเป็นเพราะพื้นฐานทางครอบครัว.. และการเลี้ยงดูค่ะ

-- แต่เชื่อว่าพอโตขึ้นมาได้อีกสักหน่อย.. เค้าจะคิดได้เองค่ะ

#16 By Evil-minded Angel on 2008-05-28 10:32

เมื่อหลายวันก่อนน้องคนสนิทของพี่ก็หนีไปทานเหล้ากับเพื่อนเหมือนกันค่ะ ไปทั้ง ๆ ที่เพิ่งจะหายดีจากป่วย กินทั้ง ๆ ที่ไม่ควรจะกิน เพราะว่าร่างกายเขามีโรคประจำตัว แต่ก็เข้าใจว่านาน ๆ ที เพราะพี่เองก็คิดว่าเจ้าตัวเขาเองเขาน่าจะรู้ว่าลิมิตแค่ไหน ถึงแม้เราอาจจะแอบเป็นห่วง คงเป็นห่วงได้พอประมาณ ก็ต้องยอมรับว่านี้เป็นสังคมของเขา เขาต้องมีสังคม มีคนอื่นที่นอกเหนือจากเรา เพราะถึงอย่างไร ชีวิตเขาก็คงยังเป็นของเขา เราคงเข้าไปเกี่ยวไม่ได้ทั้งหมดหรอกค่ะ และที่สำคัญไม่มีใครอยากให้ใครเข้าไปควบคุมชีวิตของใคร ทุกคนคงมีจุดและมีมุมส่วนตัวของตัวเอง ที่ไม่อยากให้ใครเข้ามายุ่งเกี่ยวbig smile big smile เราก็ต้องพยายามเปิดใจที่จะยอมรับและเข้าใจโลกของเขาค่ะ

แต่อ่านที่คุณปอนเขียนแล้วในหัวข้อแรก อนาคตของชาติเป็นแบบนี้ไปได้ ไม่ใช่ปัญหาสำคัญที่ออกไปดื่มหรือไม่ เพราะถ้าเขาสามารถหาเงินได้เอง และดูแลรับผิดชอบตัวเองได้ก็คงโอเค แต่ที่สำคัญกำลังคิดแทนพ่อแม่ว่าแค่ความรับผิดชอบในการเรียนหนังสือยังไม่สามารถทำได้ แล้วในอนาคตจะรับผิดชอบชีวิตใครได้ แบบนี้คงแย่นะคะ

#17 By สาวโรงงาน on 2008-05-28 12:43

ตอบในทัศนะของคนกินเหล้าเหมือนกัน(แต่ไม่เหมือนกัน)
ความคิดพี่ปอนไม่ได้มีอคติอะไรหรอกค่ะ
เป็นความคิดของคนมีการศึกษาทั่วๆ ไป
(บิ๋มถูกเพื่อนว่าบ่อยๆ ก่ะquestion แต่ว่าๆๆ เค้ากินเหล้า แต่ไม่ได้เที่ยวกลางคืนนนน้า แก้ตัวนิดนุงงง)



อย่างกรณีศึกษาแรก
เชื่อเลยว่าไม่ได้เพิ่งจะเป็นกันในยุคนี้
แต่มีมานมนานแล้ว (รุ่นพี่เมื่อสิบปีที่แล้วก็เป็นเงี้ย)
แค่สมัยนี้สังคมเปิดกว้างขึ้นก็เท่านั้นเอง
ทั้งผู้หญิง ทั้งผู้ชาย เดี๋ยวนี้แยกความสัมมะเลเทเมาไม่ได้แล้วค่ะ เหมือนกันหมด เป็นความเท่าเทียมกันในสิทธิเสรีภาพ 5555

หาผู้หญิงพูดจาเพราะๆ ยากยิ่งกว่าหาน้ำในทะเลทรายซาฮาร่าอีก อะไรๆ ก็มึงๆ กูๆ ไม่น่ารักเอาซะเล๊ยยยย

ส่วนกรณีที่สอง.. หาเหตุผลไม่ได้
แต่สำหรับส่วนตัว.. ติดวงสนทนามากกว่าเหล้า
บ่อยครั้งที่นั่งในวงแล้วไม่ได้กิน แต่รู้สึกว่าฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ ทำให้การสนทนาเป็นไปอย่างสนุกสนาน
แต่.. ก็อยู่ในระดับหนึ่งเท่านั้น

ปล. เหตุผลที่กินเหล้า เพราะไม่อยากถูกคนอื่นมอม
ฉะนั้นเลยต้องมอมคนอื่นก่อน 5555question
ปล. อีกที เหล้าไม่ใช่ทางแก้ปัญหา ยิ่งกินยิ่งฟุ้งซ่าน
ตายห่ะ มาเยอะแล้ว(อุ๊ยย หยาบคายยยยยยยยย)sad smile

#18 By Luna~ on 2008-05-28 13:22

ท่าทางเราจะเป็นคนหัวเก่า conservative นะคะ

โลกปัจจุบันเป็นกลียุคค่อนไปทางยุคมิกสัญญีแล้วค่ะ คนจะมักง่าย เห็นผิดเป็นชอบ เห็นกงจักรเป็นดอกบัว รวมทั้ง เห็นรับเป็นรุก เห็นตุ๊ดเป็นทอม ทำดีได้ดีมีที่ไหน ทำชั่วได้ดีมีถมไป....

มันเป็นการพัฒนาลงเหวค่ะ จะยังไงก็ต้องเกิด พระพุทธเจ้าท่านตรัสไว้ การที่เด็กสมัยนี้คิดและทำเช่นนี้ มัเป็นในโครงสร้างใหญ่ ทั่วแคว้นแดนโลกก็เป็นกันทั้งนั้น ไม่เว้นแม้แต่เมืองไทยเมืองพุทธ(ซึ่งมีตุ๊ดอยู่มากมาย) เราทำอะไรไม่ได้หรอกค่ะ นอกจาก วิจารณ์ ด่า ปราม เพราะมันก็มิได้นำพาให้เด็กมันละอายเท่าไหร่

ผู้มีบุญ กอรปด้วยสติ และสัมมาทิฐิ ก็ทำหน้าที่ตัวเองไปเถอะค่ะ คิดเป็นห่วงสังคมได้ แต่ถ้าคอดมากตัวเองก็เป็นทุกข์ ไม่ดีนะคะ เบียดเบียนตัวเอง

ดิฉันก็มีความเห็นด้วยประการฉะนี้

#19 By conte01 (203.146.136.87) on 2008-05-28 16:33

เรื่องสุรานี่ มันเป็นกิเลสของคนที่มักจะติดสุข บวกกับความมักง่ายของมนุษย์ ก็จะหาความสุขแบบด่วนขอไปที

เหล้านี่แหละค่ะ ให้ความสุขได้ในบัดดล เพราะฤทธิ์มันทำให้ปลดปล่อยความหนักอึ้งในใจ มีอิสระเสรี อะไรๆ ก็เป็นไปได้หมด

แต่... เหล้ามันเหมือนเจ้าหนี้นอกระบบนะคะ จ่ายง่าย แต่เก็บดอกโหด ดอกที่มันเก็บไป ก็คือ สติ ค่ะ สะติสะตังหายเรียบเวลาเหล้าเข้าปาก ทำลายตับตัวเอง และสร้างความเดือดร้อนแก่ชาวบ้านอีกต่างหากค่ะ เวลาเมาแล้ววิวาทชกต่อย ข่มขืน ขับรถชนคนตายก็มีมากมาย

ทีนี้ ถ้าหากเลิกไม่ได้ ก็กินมันพอประมาณ แบบที่เขาว่า กินเหล้าแต่อย่าให้เหล้ากิน กินพอกรึ่มๆ มันก็ช่วยให้หลับสบาย คลายเครียดได้ดี

แต่...ถ้าแดกแบบยัดทะนาน กรอกปาก หายใจเป็นกลิ่นละมุด ขาดสติ ก็เรียกว่าไม่รักตัวเอง และคนรอบข้างค่ะ สมควรให้เหล้ากินกบาลนะคะ

พวกนักดื่มนี่ เป็นชายก็อย่าเอาทำผัว เป็นหญิงก็อย่าเอาทำเมียนะคะ รังแต่จะนำความฉิบหายมาสู่ครัวเรือน

#20 By conte01 (203.146.136.87) on 2008-05-28 17:10

เดี๋ยวนี้คนเราเน้นสะสมทรัพย์สมบัติในรูปที่มันจับต้องได้มากกว่าสะสมทรัพย์ในรูปความคิดและสติปัญญานะครับ...คุณ shuu...เพราะมันดูแล้วจับต้องได้เห็นปริมาณชัดเจน แต่ลืมที่จะคิดถึงเรื่องการสะสมปัญญาให้เป็นสุข เลยทำให้ฉาบฉวยล้างผลาญไปล้างผลาญมาอย่างทุกวันนี้เนอะdouble wink

ฮาๆๆ ...พี่นักเดินทางตัวจิ๋ว...แพนด้าเค้าขี้เกียจอ่านน่ะครับquestion เฮ้ออออ ถึงกินแล้วจะเป็นอย่างนี้รู้ทั้งรู้ก็ยังมีคนไทยกินจนติดอันดับโลกเลยนะครับเนี่ยะangry smile

พี่ก็หวังว่ามันจะคิดได้อย่างที่...น้องอุ้ย...คิดนะจ๊ะ พี่เห็นเดี๋ยวนี้กว่ามันจะคิดได้ ก็ต่อเมื่อมันไม่มีพ่อแม่ให้เกาะแล้วน่ะสิsad smile angry smile confused smile

ปอนก็คิดกับคนรู้จักของปอนอย่าง...พี่สาวโรงงาน...แหล่ะครับ เราก็เป็นคนอื่นในชีวิตของพวกเค้า เราจะไปคาดหวังหรือกำหนดกะเกณฑ์อะไรจากพวกเค้าคงไม่ได้ ก็ได้แต่ภาวนาว่าพวกเค้ากินแล้วจะรู้ขีดจำกัด หรือความเหมาะสมของตัวเองว่าควรหรือไม่ควร หวังแค่นั้นจริงๆ big smile confused smile

ฮาๆๆ...คุณน้อง Luna ไอ้บิ๋ม...แหม..ออกตัวจนตัวโก่งเชียวนะ พี่ก็ยังคิดอยู่ว่าเรากินอาหารญี่ปุ่นเป็นด้วยหรอ นึกว่ากินเหล้าเป็นอย่างเดียวquestion อ๋อ..สาเหตุที่นั่งดวดเหล้ากันมันเป็นอย่างนี้นี่เองงงงง พี่เข้าใจแล้ววว confused smile double wink

อุ......เหม่ๆๆ ตอบโดนใจอีคำหล้าเหลือเกิ๊นนนนน...คุณ Conte I...ทุกวันนี้ปอนก็นั่งถามตัวเองนะครับว่าเราตกยุคไปไกล หรือเปล่านะ ทำไมเรามองอะไรๆ แบบไม่ค่อยเข้าใจ ถึงแม้พยายามจะหาเหตุผลต่างๆ มาอธิบายสิ่งที่เห็น สิ่งที่รับรู้แต่มันก็ไม่สามารถสนับสนุนซึ่งกันและกันได้เลย.. จนปอนก็มานั่งงงบ่อยๆ แล้วก็ต้องมานั่งทำใจว่าเออมันก็เป็นอย่างนี้เอง ก็พอจะเบาใจไปได้ครับ...

เออ.. แล้วถ้าคนที่มีแนวโน้มจะขี้เหล้าเราควรจะเอามาทำผัวหรือเปล่าครับembarrassed sad smile confused smile

#21 By ปอนปอน on 2008-05-28 18:21

Hot!
1. คงไม่ใช่อคติหรอกครับ
ที่แน่ๆ คือ เรากับเค้ายืนอยู่คนละมุมกัน ผมก็ไม่อยากเข้าใจเหมือนกันว่าเค้าคิดยังไงของเค้า
- เค้าจะรู้มั้ยว่า ประชากรโลกตอนนี้มีกว่า 6000 ล้านคน และหลายล้านคนอดอยาก
- เค้ารู้มั้ยว่าเอดส์รักษาไม่หาย และไม่มีทาง (ยากมากๆ) ที่จะป้องกันได้ด้วยวัคซีน (ให้มันรู้ไปว่าถุงยางจะรั่วไม่เป็น!!!! เอากะมันสิ)
- มะเร็งปากมดลูกเกิดจากการได้รับเชื้อไวรัส (Human Papilomavirus; HPV) สามารถป้องกันได้ โดยการฉีดวัคซีน แต่วัคซีนจะได้ผลถ้าคนนั้นยังไม่เคยมีเพศสัมพันธ์
- การมีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุยังน้อยเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งปากมดลูก
- ท้องแล้วไม่มีพ่อน่าอาย แต่ทำแท้งเป็นบาป ?
- พ่อแม่ที่คิดว่าหาเงินได้คล่องน่ะ ถ้าเค้ารู้ว่าลูกเป็นแบบนี้แล้วจะเสียใจ?
- มีคนตั้งหลายคนที่คุณภาพ (การทำงาน, การเรียน, หรือระดับไอคิวที่ดีกว่าเค้า แต่ขาดโอกาสการทำงานที่ดี เพราะไม่มีเส้น และรูปร่างหน้าตาที่ดีเท่าเค้า)
- การที่เกิดมาแล้วพร้อมด้วยรูปกาย ชาติที่แล้วต้องทำบุญมาเยอะ ถ้าทำตัวแบบนี้ ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะออกมาเป็นยังไง?
ฯลฯ
สรุปแล้ว ... เกิดจากความเขลา และขาดสติครับ

2. คงได้แค่ชั่วครั้งชั่วคราวครับ
เพราะถ้าเมาแล้วสมอง (ที่ใช้ได้ ---- > สติ) จะลดลง จนไม่ต้องคิดอะไร
คงคิดได้แค่นั้นครับ
ส่วนผลเสียมากมายที่ตามมานั้นคงไม่ต้องพูดถึง

มีหลายครอบครัวที่สูญเสียสมาชิกไป เพราะคนอื่นกินเหล้า!

ขอโทษนะครับ ถ้าบางถ้อยคำรุนแรงไปหน่อย (ขอโปรดช่วย sensor หน่อยนะครับ ^__________^ )
ไม่รู้เหมือนsad smile

#22 By apple666 (Nopphasul) on 2008-05-28 18:28

ผม comment โหดร้ายไปหรือเปล่าเนี่ย???
delete หรือ hide ก็ได้นะครับ
อายเค้า... รู้หมดเลยว่าหัว(โบฯ) (อย่าง)รุนแรงsad smile

#23 By apple666 (Nopphasul) on 2008-05-28 18:35

ฮาๆๆๆ...คุณ nopphasul...ตอนนี้บล็อกปอนเหมือนบล็อกรวมคนหัวโบราณไปซะแล้ววว ไม่เป็นไรครับ.. พวกเรามีความคิดคล้ายๆ กัน สงสัยเด็กๆ หลงเข้ามาอ่านคงรับไม่ได้แหงๆ มองกันหลายๆ อย่างเพิ่มเติมข้อมูลกันให้มากขึ้น หลายๆ มุมมองอย่างนี้ดีแล้วครับ... บล็อกปอนดูมีคุณค่าขึ้นมาอีกเป็นกองเลย ขอบคุณมากๆ เลยครับconfused smile confused smile confused smile

#24 By ปอนปอน on 2008-05-28 18:48

เวลาเห็นผู้หญิงสูบบุหรี่อยู่หน้าตึกที่ทำงาน จะไม่ค่อยชอบ
แต่ก็เป็นสิทธิ์ของเขา ยังงัยผู้หญิงก็งดงามเสมอ

วัยรุ่นก็ห่วงเที่ยว สนใจแต่ความสะดวกสบาย
พออายุมากขึ้น ก็ได้คิด

#25 By จั่นเจา on 2008-05-28 22:01

นั่นไงล่ะคะ....

มีเข้ามาแล้วสิ อันนี้เราก็เอามาหักลบดูข้อดีข้อเสียดูนะคะ
ถ้าเมาแต่ หุ่นดี หน้าเริ่ด เป้าก็เริ่ด ก็พอจะให้อภัย

แต่ถ้าขั้นนักดื่ม เมาหัวราน้ำดิฉันขอให้ตรองดูนะคะ

#26 By conte01 (203.146.136.87) on 2008-05-29 15:25

คนแบบกรณีที่ 1 มีเยอะมาก ชอบสะดวกสะบาย ขี้เกียจทุกเรื่อง เพราะการเลี้ยงดูแบบผิดๆ

#27 By MayaKniGht on 2008-05-30 09:30

สวัสดีค่ะ ผ่านมาเน้อ แต่ขออนุญาตตอบคำถามค่ะ
1.(เหตุผลที่ดูดีใช่มั๊ย) คำอธิบายก็คือ สังคมทำให้เค้าเป็นแบบนั้นค่ะ ทุกวันนี้เราไม่ได้มีตัวอย่าแบบเห็นได้ชัด จับต้องได้ รวมถึงไม่ได้มีการสอนทางด้านจิตสำนึกที่พอจะให้คนคิดได้เองมากพอเลยทำให้เค้าเป็นแบบนั้น ทำทุกอย่างฉาบฉวย ไม่ได้คิดต่อว่าอนาคตเราเป็นยังไง เราต้องการอะไร แต่มีชีวิตเพียงเพื่อผ่านไปวันๆ เค้าถึงต้องการที่จะเสพความสะดวกสบายให้ได้มากที่สุด
ปัจจุบันดูแค่หน้าตาอย่างเดียวก้อไม่รู้ถึงสันดาน(ขออภัยถ้าหยาบเกินไป เพราะใช้คำว่านิสัยคงไม่เห็นภาพ) ต้องให้อ้าปากและพูดออกมาก่อนแล้วเราจะรู้ได้ว่้าเค้าเป็นพวกที่ "คิดเป็น" หรือ "คิดไม่เป็น"

ส่วนคำถามข้อ 2. ขอผ่านนะคะ ขอตอบแค่ว่า คำว่าเพื่อสังคมเป้นแค่ข้ออ้างเท่านั้น หากมีปัญญาพอที่จะไตรตรอง

#28 By Ojisama on 2008-05-31 00:37

ปอนต้องเปิดใจให้กว้างครับ

#29 By มนุษย์กล่อง on 2008-06-02 00:43

...เฮียจั่นเจาครับ...ผู้หญิงทำตัวอย่างนั้นยังสวยอยู่อีกหรอครับ ปอนไม่เคยทำตัวอย่างนั้นเลยนะครับ เป็นแม่บ้านแม่เรือนด้วยนะครับ confused smile

มันก็ไม่เชิงว่ามีเข้ามาหรอกนะครับ...คุณ Conte I...แค่ถามเผื่อๆ ไว้ ถ้าเจอแล้วเป็นคนอย่างนั้นจริงๆ ก็จะได้ตัดสินใจได้ครับว่าจะเสียเวลากับ "มัน" ต่อ หรือว่าจะ "ทน" ศึกษามันไปสักระยะนึงครับ เตรียมการไว้ก่อนครับdouble wink confused smile

มันมีสาเหตุมาจากหลายๆ อย่างเลยครับ...คุณพี่มายา...คนประเภทนี้ไม่ได้มีจำนวนมากหรอกครับ แต่มันเป็นกันเกือบทุกคนเลยครับsad smile ลูกศิษย์ปอนประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์เป็นแบบนี้ทั้งนั้นเลย

ขอบคุณมากเลยครับ...คุณ Ojisama...ที่แวะมาเยี่ยมเยียนกันนะครับ พร้อมๆ กับคำตอบที่โดนใจปอนดีจริงๆ เลยครับconfused smile

ถ้าปอนไม่ใจกว้างปอนไม่มานั่งเขียนกระทู้ถามหาเหตุผลให้คนอื่นช่วยๆ กันมองประเด็นเหล่านี้หรอกครับ...เฮีย ก.tongue...เพราะปอนพยายามจะทำความเข้าใจไงครับว่าไอ้ที่กินๆ กันไปเนี่ยะ กินกันไปทำไมเพราะไม่มีใครที่บอกเหตุผลในทางที่ดีเหมาะแก่สติปัญญาชนให้ปอนได้เลย เอ๊ะ...พูดอย่างนี้เฮียก็เป็นหนึ่งในคนแบบที่ปอนเขียนมาหรอครับ ถึงร้อนตัวอย่างนี้น่ะ

#30 By ปอนปอน on 2008-06-02 01:31

เหอะ ๆบางคนกินเหล้าเก่ง แต่ก็ไม่กินบ่อยนะ

แต่ น้อยคนนักที่จะเป็นแบบนั้น

#31 By หูใหญ่ on 2008-06-02 14:33

Hot! ให้ก่อนเลย

กรณีแรก :เค้ายังไม่ถึงวิกฤติของชีวิต อับอาย เจ็บปวด สูญเสีย เสียดาย เพราะคิดว่าทุกอย่างมันได้มาง่าย ๆ เมื่อเค้าหาตัวตนของตัวเองเจอ..มันก็สายไปเสียแล้ว ถ้าหาไม่เจอ..เฮ้อ!คนรอบข้างก็ถอนหายใจไม่เว้นแต่ะละวัน

กรณีที่สอง : เมื่อก่อนกินเหล้า สูบบุหรี่ เพื่อนยอมรับ เออ..เราเก่ง มันเท่ว่ะ กินไปแล้ว..สนุกได้เอาอีกด้านออกมาโดยไม่อาย(เป็นคนไม่ค่อยกล้าแสดงออก)หน้าด้านขึ้นเยอะ เฉียดตาย!สุภาษิตที่ว่า..ไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตา sad smile

ทุกวันนี้..ดีใจที่เลิกได้ double wink ส่วนคนอื่น ๆ ก็ตัวใครตัวมัน จุดเปลี่ยนชีวิตไม่เหมือนกัน big smile

#32 By i-phan on 2008-06-04 11:58

กรี๊ดดด อู้

#33 By มนุษย์กล่อง on 2008-06-04 22:13

ผมเองเบื่อการเที่ยวมานานแล้ว พอโตขึ้นหาเงิน มันก็ไม่อยากเสียเงินเลย เพราะกว่าจะหามาได้ หรือเพราะความรู้สึกอยากรวยๆๆ ไม่อยากเสียเงินโดยเปล่าประโยชน์นะ
แต่ว่าบทสนทนานี้ ช่างเป็นข้อคิดครบสูตรเลย ผมขอให้ Hot!
ข้อหนึ่ง.. สงสารเค้าเถอะนะคะ ชีวิตเค้าคงไม่เจริญไปไกลได้เท่าไหร่ถ้ามีทัศนคติแบบนี้

ข้อสอง.. เป็นข้อแก้ตัวเพื่อใช้ทำเรื่องที่ตัวก็รู้ว่าไม่ควรทำ... ก็เค้าเมาอ่ะ sad smile

#36 By ongki on 2008-06-10 21:59

ทั้งสองข้อจะแบ่งปันกับคุณปอนแบบเหมารวมกันเป็นข้อเดียวเลยนะครับ

ถ้าจะอิงละครเสียเล็กน้อยในฐานะคนที่เรียนด้านนี้อยู่ ก็จะบอกว่าจากบทสนทนา หรือ ไดอาลอก ที่คุณปอนเขียนขึ้นมานั้น มีสีสันน่าสนใจมากทีเดียว แต่เชื่อหรือไม่ครับว่าเราไม่สามารถจะเชื่อคำพูดทุกคำของเขาได้ ในลักษณะ FACE VALUE หรือ เชื่อโต้งๆ

เพราะคุณปอนไม่ทราบว่าเขากำลังคุยอยู่กับใคร การ Eavesdropping ของคุณปอนก็อาจจะทำให้คุณไม่เห็นบริบททั้งหมด ของการพูดคุยครั้งนี้

การที่ผู้หญิงสมัยนี้ใช้ กู มึง เว้ย โว้ย ก็ไม่ได้เป็นอะไรมากกว่าการเปลี่ยนแปลง และการปรับตัวของผู้หญิงวัยรุ่นสมัยนี้ ถ้าคุณปอนไม่นำบรรทัดฐานของตนเองไปจับ หรือตัดสินเลยก็จะเข้าใจครับ เพราะคำว่า กู มึง เว้ย เหล่านี้เป็นเพียงคำสร้อย (Accessories) ที่มีเอาไว้ เพื่อบอกว่าคนที่เขาพูดอยู่ด้วยนั้น เขารู้สึกสนิทสนมเป็นพิเศษ หรือเรียกว่าเพื่อนซี้นั่นเอง เขาสงวนคำเหล่านี้ไว้ให้เพื่อนกลุ่มนี้เท่านั้น ถ้าเป็นเพื่อนที่ไม่สนิทก็จะไม่ใช้คำเหล่านี้ด้วยนะ ผมเชื่อว่าในยามปกติ เธอคนนี้ก็ใช้คำว่า คะ ขา ค่ะ กับอาจารย์ พ่อแม่ หรือคนที่เธอไม่สนิท

ส่วนที่ว่าเพราะเหตุใดเธอจึงต้องพูดโทรศัพท์ด้วย เสียงอันดังให้คุณปอน และคนอื่นๆในร้านได้ยิน แน่นอนว่าเธอทำอย่างนั้นโดยตั้งใจ เพราะมันเป็นการแสดง (Performance) อย่างหนึ่ง เธอกำลังจะ "อวด" ตัวตนของเธอ เพราะการกินก๋วยเตี๋ยวคนเดียวมันอาจจะเหงา หรืออย่างไร หรือถ้าไปหลายคนก็อาจจะพูดเพื่อแสดง ให้คนที่ไปด้วยได้รับรู้เรื่องการสนทนานี้ด้วย (จะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม) แต่ไม่ว่าจะอย่างไร คนที่ต้องอวด ก็เพราะภายในเขามีความไม่มั่นคง Insecure อยู่เยอะ

เข้าเรื่องสำคัญกันเลย เพราะเหตุใดคนเหล่านี้เขาจึงต้องทำตัวสำมะเลเทเมา ? ไม่คิดถึงประโยชน์ส่วนรวม ไม่มีจิตอาสา?

ไม่ใช่ว่าคนเหล่านี้เขาไม่ดีหรอกครับ แต่อธิบายได้สองอย่างนะ

1. เขายังขาด! คนที่ขาด และไม่รักตัวเอง ก็จะยังไม่สามารถที่จะแบ่งปัน หรือรักคนอื่นได้ เปรียบเสมือนแก้วน้ำที่ก้นรั่ว ไม่ว่าจะรับอะไรมาเท่าใด ก็ไม่เต็มได้ เพราะลึกๆเขายังไม่ได้เรียนรู้ที่จะสร้างสันติสุขในใจ

2. คนทุกคนมีด้านมืด (Shadow) ยิ่งเรามีด้านสว่างมากเพียงใด ด้านมืดของเราก็จะมีมากเท่านั้น (The lighter the light, the darker the shadow.) ไฮโซที่ผลาญเงินวันเดียว 40,000 บาท ก็เป็นเพราะเขากำลังแสดงด้านมืดของเขาออกมา เพราะในชีวิตของเขาเหล่านี้ไม่มีโอกาส ได้แสดงด้านมืดเหล่านี้ออกมาเลย ชีวิตที่อยู่ในกรอบในเกณฑ์ อยู่ในสิ่งที่ลิขิตเอาไว้ให้หมดแล้ว ไม่มีโอกาสให้วิญญานอิสระออกมารับรู้ตัวตนที่แท้ เขาจึงต้องใช้เหล้า ใช้เงิน และนี่ก็คือการบูชาด้านมืดของเขา ถ้าไม่ทำอย่างนี้ เขาก็จะพบว่าอะไรบางอย่างขาดหายไปจากชีวิต ผมก็มีด้านมืด คุณปอนก็มีด้านมืด คนดีๆมีศีลธรรมในประเทศนี้ก็มีด้านมืด ศิลปินผู้สร้างสรรค์สุดๆเช่น แวนโกะ ก็มีด้านมืด ลองมองหาดูดีๆ ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ว่ามีหรือไม่มีด้านมืด แต่เมื่อมีแล้วเรารับรู้มันได้หรือไม่ ถ้ารับรู้ได้เราก็บูชา หรือให้เกียรติ Shadow ของเราได้ โดยไม่ใช้เหล้า ไม่ใช่สิ่งที่ทำร้ายตัวเอง เรื่องนี้ถ้าจะเปิดต่อจะยาวเกินไป เอาไว้จะเขียนลงใน Blog ของผมครับ


#37 By ตัวร้าย on 2008-06-11 09:01

อ่านตอนแรกไม่คิดว่าเป็นผู้หญิงพูด นึกว่าไอ้เด็กหนุ่มห่ามๆ ที่ไหน สรุปว่าเป็นคุณน้องผู้หญิง แต่ก็อย่างว่า เด็กผู้หญิงหลายคนมักพูดสไตล์นี้ พูดไปสบถไป ทั้ง ห่ เหี้ย แม่ง หลุดออกมาจนกลายเป็นของธรรมดาแล้วเวลาพูด

กับคำถามข้อที่ 1 ในกรณีศึกษาแรก น้องเขาอาจจะหัวไม่ดีก็ได้นะคะ แต่หน้าตาดี ก็เลยคิดเอาว่า เรียนพอแค่ผ่านๆ ดีกว่า เพราะยังไงก็มีหน้าตาดี หรืออาจจะมีดีที่อื่น (หุ่นดี รูปร่างดี) ยังไงก็มีทางไต่เต้าหางานที่เลี้ยงตัวเองได้

ส่วนคำถามข้อที่ 2 ไม่ขอตอบดีกว่าค่ะ ไม่สันทัดกรณี เพราะเพื่อนๆ ป่าใหญ่ที่อยู่ป่า เย็นมาก็ตั้งวงทั้งนั้น ด้วยเหตุผลที่ว่า อยู่ป่าไม่มีอะไรทำ แหะๆ

#38 By นกจร on 2008-06-29 16:11

เห็นชอบอาหารญี่ปุ่น ไปกินฟู๊จิ๊มันแพง
ยำสาหร่ายถ้วยละ 120 ได้จึ๋งเดียว
แนะนำที่ซื้อถูกกว่า
ดีกว่า ถูกกว่าฟู๊จิ๊ อร่อยกว่าโอ๋อิ๊ชิ๊

จำหน่ายแพ็ค 100 กรัม (ได้3 ถ้วยในฟูจิ) ราคาเพียง 55 บาท

ผมจำหน่ายยำสาหร่ายเย็น แพ็ค 1 กิโล ราคาแพ็คละเพียง 470 บาท
ส่งฟรีภายในกรุงเทพฯ ส่งถึงบ้าน อร่อยแอทโฮม

จำหน่ายยำสาหร่ายเย็น จำหน่ายยำสาหร่ายญี่ปุ่น ยำสาหร่ายเย็น ยำสาหร่ายญี่ปุ่น ขายยำสาหร่ายเย็น ขายยำสาหร่ายญี่ปุ่น จำหน่ายสาหร่ายเย็น จำหน่ายสาหร่ายญี่ปุ่น สาหร่ายเย็น สาหร่ายญี่ปุ่น ขายสาหร่ายเย็น ขายสาหร่ายญี่ปุ่น

ปริมาณ 1 กิโลนี่ได้เกิน 20 ถ้วยที่ขายในฟูจิเลยนะครับ

สนใจติดต่อ sumpaiyo@hotmail.com
หรือโทร 081-933-4556

http://www.aroyathome.com

ขายส่งอาหารญี่ปุ่น จำหน่ายอาหารญี่ปุ่น

#39 By เห็นชอบอาหารญี่ปุ่น ไปกินฟู๊จิ๊มันแพง ยำสาหร่ายถ้วยละ 120 ได้จึ๋งเดียว แนะนำที่ซื้อถูกกว่า ดีกว่า ถูกกว่าฟู๊จิ๊ อร่อยกว่าโอ๋อิ๊ชิ๊ จำหน่ายแพ็ค 100 กรัม (ได้3 ถ้วยในฟูจิ) ราคาเพียง 55 บาท ผมจำหน่ายยำสาหร่ายเย็น แพ็ค 1 กิโล ราคาแพ็คละเพียง 470 บาท ส่ง (124.122.247.95) on 2009-01-10 21:07

sad smile

#40 By ทำบุญวันเกิด (222.123.211.217) on 2009-09-14 03:50

free counters