ถึงแม้จะช้าไปสักหน่อย แต่ก็แสดงความยินดีกับคุณแชมป์ด้วยนะครับที่ดูแลลูกบ้านตาดำๆ ครบรอบ 4 ปี ขอบคุณมากๆ เลยนะครับ

อ๊ะๆๆๆ ใครที่อ่านเจออย่าเพิ่งคิดจะเตรียมเลี้ยงฉลอง จุดพลุตะไลไฟเพนียงเฉลิมฉลองให้ปอนเพราะคิดว่าปอนมีแฟนหรือกำลังมีความรักแล้วนะครับ ปอนยังโสดและสดเหมือนเดิมอย่างที่เคยเป็นๆ มาครับ ทั้งๆ ที่ไม่อยากเหมือนเดิมสักเท่าไหร่ แต่ก็ต้องทำใจเพราะไม่มีใครเข้ามาให้ทำให้จิตใจชุ่มชื้นเลยครับ ถ้าใครสนใจอีเมล์ปอนอยู่ที่โปรไฟล์นะครับ....อิอิ

ที่มาเขียนเรื่องนี้ก็เพราะว่าปอนสังเกตอย่างอิจฉาริษยาคนอื่นๆ มานานแล้วว่าทำไมเป็นแฟนกันง่ายดายจัง บางทีเจอกันแค่อาทิตย์สองอาทิตย์ก็กลายเป็นแฟนกันไปซะแล้ว แต่ปอนทั้งคุยทั้งเจอทั้งไปไหนมาไหนด้วยกันระยะเวลาก็มีตั้งแต่หลักเดือนไปจนเป็นปีก็ไม่ได้เป็นแฟนกันสักทีจนในที่สุดก็เบื่อห่างหายกันไปเอง (เอ...หรือเพราะหนังหน้าเราหว่า..) แต่เมื่อเร็วๆ นี้คนใกล้ตัวปอนก็โยนประเด็นใหม่มาให้คิดว่า..คนที่รักกัน ชอบกัน (ในกรณีที่โสดปราศจากพันธะทางใจทั้งคู่นะจ๊ะ) จำเป็นหรือเปล่าที่ต้องมาตกลงคบหาเป็น "แฟน" กัน????

ก่อนอื่นคงมาสร้างความเข้าใจคำว่าแฟนกันก่อนดีกว่านะครับ

แฟน (ปาก) น. ผู้นิยมชมชอบ เช่น แฟนเพลง แฟนภาพยนตร์ แฟนมวย,
  ผู้เป็นที่ชอบพอรักใคร่, คู่รัก, สามีหรือภรรยา.


ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน บอกความหมายไว้ค่อนข้างกว้างขวางชนิดกำหนดนิยามเชิงพฤติกรรมได้ยากทีเดียวนะครับ แต่ก็พอจะจับแกนหลักได้ว่าคนเป็นแฟนกันก็คือ "ผู้เป็นที่ชอบพอรักใคร่" ดังนั้นจะต้องเป็นคนที่เราชอบหรือรักเขา และเขาก็ต้องชอบหรือรักเราด้วย ถ้าเราไปชอบเขาข้างเดียว หรือเขามาชอบเราข้างเดียวจะไม่ถือว่าเป็นแฟนกันนะครับ (ไม่รวมพวกแฟนเพลง แฟนดารา แฟนนักร้องนะครับ)

ถ้าจะยึดถือตามความหมายของราชบัณฑิตของสยามประเทศแล้ว เราอาจจะต้องมีแฟนหลายคนทีเดียวเพราะแค่เราชอบเขา เขาชอบเราก็เป็นแฟนกันไปซะแล้ว (สมมติว่าปอนชอบคุณโอ๊ต คุณโอ๊ตชอบปอนในฐานะเพื่อน ก็เป็นแฟนกันได้แล้วหรอ...กรี๊ดดดด) แต่ความสัมพันธ์ของมนุษย์คงไม่ใช่อะไรที่ตีความง่ายดายขนาดนั้นใช่หรือเปล่าครับ

ในฐานะที่ปอนไม่เคยมีแฟนเป็นตัวเป็นตนมาก่อน ก็คิดว่าคนจะเป็นแฟนกันคงต้องมีการตกลงปลงใจที่จะเป็นแฟนกันด้วยวาจาหรือการกระทำบางอย่างเพื่อประกาศหรือเพื่อปรับคลื่นให้ตรงกันว่า "เราเป็นแฟนกันนะ" ใช่หรือเปล่าครับ ซึ่งแต่ละคู่ก็คงมีวิธีการที่แตกต่างกันออกไป การมีเพศสัมพันธ์คงไม่ได้เป็นตัวบ่งชี้ของสถานะความเป็นแฟนหรอกนะครับ เพราะฉะนั้นน้องๆ หนูที่หลงเข้ามาอ่านต้องเข้าใจไว้นะครับว่าการมีเพศสัมพันธ์มันไม่ใช่เป็นตัวบ่งชี้ว่าเป็นแฟนกันหรอกนะครับ ก่อนที่จะทำอะไรๆ คิดกันให้ดีๆ ก่อนนะครับ

แต่ประเด็นของเราก็คือว่า ถ้าคนที่ชอบกัน และรักกัน ต่างคนก็ต่างรู้กันอยู่เต็มอก จำเป็นมากหรือเปล่าที่จะต้องเป็นแฟนกัน จากที่บรรยายมาซะยืดยาว ปอนคิดว่า "ไม่จำเป็น" เพราะความชอบ กับความรัก มันเป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้นเองภายในใจของคนใดคนหนึ่ง แต่มันดั๊นบังเอิญมาบรรจบพบกับอีกคนหนึ่งที่เราให้ความรู้สึกแบบนี้กับเขาไป แล้วเขาก็มีความรู้สึกแบบเดียวกันกับเราเหมือนกัน แค่นั้นเอง แค่นั้นเองจริงๆ

แต่ถ้าเกิดความ "ไม่พร้อมที่จะมีแฟน" ขึ้นกับคนใดคนหนึ่ง ถึงแม้จะรู้กันอยู่อย่างเต็มอกว่าต่างก็มีความรู้สึกเหมือนๆ กัน "ความเป็นแฟน" ก็จะไม่เกิดขึ้นนะครับ ซึ่งความไม่พร้อมเท่าๆ ที่ประมวลมาได้จากหลายๆ คน และคนใกล้ตัวของปอนก็ได้ประมาณนี้นะครับ

                    1. ยังเข็ดขยาด เจ็บช้ำกับรักครั้งเก่าที่ทำให้เจ็บปวด

                    2. ยังไม่มั่นใจว่าจะทำหน้าที่แฟนได้หรือเปล่า (เสมือนเป็นคนดีเชียว)

                    3. ไม่มีเวลา (อันนี้เป็นเหตุผลจับฉ่ายมากๆ)

                    4. ยังไม่อยากมี (แต่เพื่อนกูรักมึงว่ะ)

                    5. ยังอยากมีแต่เพื่อนมากกว่า

                    6. ฯลฯ

สำหรับปอนมองว่า การมีแฟนมันค่อนข้างเป็นเรื่องที่ยุ่งยากสลับซับซ้อนซ่อนเงื่อนปิดบังซ่อนเร้นอำพรางมากๆ เลยนะครับ เพราะถึงแม้ว่า "เรา" จะชอบกัน แต่ก็ไม่ได้แปลว่าความต้องการในความเป็น "แฟน" ของทั้งสองคนจะเท่ากัน เพราะบางคนมีความต้องการให้แฟนเป็นประหนึ่งโดราเอมอนที่จะเสกสรรทุกอย่างให้เป็นได้ดั่งใจ คว้าดาว คว้าเดือนมาให้เชยชม แต่อีตาคนที่เราชอบ หรือเรารักกลับมองว่าแฟนเป็นคนแก้เหงา กินข้าว ดูหนัง ฟังเพลง เดินห้าง คุยโทรศัพท์แค่นั้นเอง

ดังนั้น ปอนคิดว่าการปรับจูนนิยามของคำว่าแฟนมีความสำคัญมาก หากปรับจูนกันไม่ลงตัวปัญหาในการคบกันเป็นแฟนจะทำให้มีความทุกข์มากกว่ามีความสุขในการคบกันอีกนะครับ แต่สำหรับปอนคำว่าแฟนมันต้องวางอยู่บนรากฐานของความรู้จักเขา รู้จักเรา แล้วมันก็จะเกิดความเข้าใจกันและกันการคบกันในฐานแฟนก็จะมีความสุขสมอารมณ์หมาย แต่ถ้าหากว่าการคบกันอยู่บนพื้นฐานของการชอบพอกันแล้วค่อยๆ มาเรียนรู้กันทีหลัง มันก็อาจจะทำให้สุขปนทุกข์ๆๆๆ แล้วค่อยสุขก็ได้นะครับ

บางทีหากเรารู้ตัวว่าเรายังไม่พร้อมที่จะเอาคำว่า "แฟน" มานิยามความสัมพันธ์ก็ไม่ควรรีบร้อนนะครับ เพราะบางทีคำว่าแฟนอาจทำให้อึดอัดใจมากกว่าที่จะคบกันเป็นเพื่อน เพื่อนพิเศษ ฯลฯ ก็ได้ ถึงแม้ว่าเราจะมีความรู้สึกที่ดีๆ ให้ต่อกันอย่างเต็มเปี่ยมก็ตาม เพราะถ้าเราให้คุณค่าของความเป็นแฟนคือคนที่เราจะอยู่ร่วมชีวิตด้วยกันในอนาคตความเข้าใจ และความสบายใจในความสัมพันธ์ที่เป็นอยู่มันคือสิ่งที่สำคัญที่สุด การเร่งรัดใช้คำว่า "แฟน" มันอาจไม่ใช่เป็นสิ่งสำคัญสำหรับความสำคัญทั้งสองคนนะครับ แต่ความเข้าใจในความสัมพันธ์เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดนะครับ คำนิยามว่าเป็น "แฟน" กันอาจเป็นเรื่องเล็กน้อยไปเลยก็ได้ถ้าเทียบกับความสุขที่จะได้จากความเข้าใจ


ปอนคงต้องถามความคิดเห็นของคนที่มีคุณแฟนที่เคารพอย่างคุณ KingMoji คุณก้อง Conte I กับพี่หมอเชน แล้วหล่ะครับว่าทำไมถึงตัดสินใจเป็นแฟนกัน ปอนก็อยากรู้เหมือนกัน แล้วคนอื่นๆ มองเรื่องนี้ว่าอย่างไรกันบ้างครับ


แต่ว่าๆๆๆๆ คุณแชมป์มี "แฟน" หรือยังครับ  ปอนยังไม่มีเลย


ปอนเองครับ



ปัจฉิมลิขิต :
                   1. มีคนแก่ร้องเรียนมาว่าอ่านบล็อกปอนเพราะตาลายกับสีตัวอักษร เพราะฉะนั้นจะใช้สีฟ้อนต์ธรรมดาๆ นะครับ บอกกันด้วยนะครับว่าคุณภาพการอ่านดีขึ้นกว่าเมื่อก่อนหรือเปล่า

                   2. หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับมุมมองในเรื่องความรักของปอน เชิญที่เอ็นทรี่ไตรภาค "ความรักแบบปอนปอน" ทางด้านซ้ายมือเลยนะครับ

                   3. รายงานความคืบหน้าวิทยานิพนธ์นิดนึงนะครับ หลังจากที่ไปสอบหัวข้อโดยการนำเสนอโครงร่างวิทยานิพนธ์โดยการเขียนเนื้อหาบทที่ 1-3 ไปแล้ว ผลปรากฏว่าๆๆๆ เป็นการสอบผ่านแบบมีเงื่อนไขครับ เหลือแต่ชื่อหัวข้อนอกนั้นไม่เหลือเลย สอบหัวข้อก็เหลือแต่หัวข้อจริงๆ ต้องทำใหม่หมดเลยครับ ไม่รู้จะจบทันเทอมนี้หรือเปล่า

                    




 
             

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ผมอ่านบล็อกปอนด์ทีไร ต้องใช้ Safari ครับ ใช้ Firefox ตัวหนังสือทับกันหมดเลย sad smile

คุณแชมป์มีแฟนแล้วเน่อ อ่านได้ในแถกหัวนม มีกล่าวถึงเอาไว้อยู่นะ หิหิหิ

ว่าแต่ แจกอีเมล์ไปทั่ว ระวังพี่โอ๊ตหึงเอานะ question

#1 By ตุ้ย since 2006 on 2008-06-12 16:32

big smile เห็นด้วยนะคะ
บางทีถ้ารู้สึกดีดีต่อกันก็ไม่เห็นจำเป้นเลยว่า
จะต้องคบกันในฐานแฟนเสมอไป big smile
บางทีถ้าได้อยู่ในสถานะอื่น แต่สบายใจมากกว่า ก็โอเคนะคะ big smile big smile

ส่วนประโยคที่คุณปอนเน้นๆ ตัวใหญ่ๆ นี่เป็นคำถามมาจากใจจริงเลยใช่มั๊ยคะ 55+
ขอให้ลงเอยกันด้วยดีนะคะ
เอาใจช่วยค่ะ confused smile

#2 By !2know ++ on 2008-06-12 16:34

ไม่เป็นไรครับถ้าคุณปอนจะเปลี่ยนเลือกคุณแชมป์ ผมทำใจดั๊ย

หุ หุ หุ (น้ำเสียงขัดกับคำพูดอย่างแรง) open-mounthed smile

#3 By oatato on 2008-06-12 16:57

ไม่เห็นต้องเป็นหนิครับ
^
เห็นมั้ย มาหึงกันถึงที่ question

#5 By ตุ้ย since 2006 on 2008-06-12 17:02

โห มีแจกเมลด้วยนะครับอิอิ


เห็นด้วยบวกประสบการณ์ตรงครับ

บางทีรู้สึกดีก็ไม่ต้องเป็นแฟนกันก็ได้ครับ

แต่พอเป็นแล้วมันอาจจะทำให้ยุ่งยาก


และปวดหัวถ้าต่างฝ่ายต่างไม่เข้าใจกัน

เรื่องแบบนี้มันลึกซึ้งมากๆ

และก็ไม่มีใครผิดใครถูกด้วย


sad smile sad smile

#6 By หูใหญ่ on 2008-06-12 17:11

เราว่า ไม่จำเป็นเลยค่ะ ถ้าเป็นเรื่องของคน2คน
แต่ถ้าด้วยความเหมาะสมทางสังคม
เช่น คนโน้นคนนี้ก็จะถามว่าแล้วคนๆเนี้ยตกลงเค๊าเป็นอะไรกับเรา
ถึงตอนนั้น ถ้าไม่ใช้คำว่าแฟน มันก็อาจจะดูไม่ให้เกียรติกะเค๊าเลย
แต่ว่าก็ว่านะ
เราเคยคุยกะบางคน
ที่เค๊าพูดถึงแฟนแบบ ไม่มีความจริงจัง หรือว่าแคร์อะไรซักนิด
เผลอๆอาจจะแคร์เพื่อนมากกว่าด้วยซ้ำ
บางคนก็แคร์ตัวเอง มากที่สุด
เพราะฉะนั้น บางทีการเป็นแฟนก็อาจไม่ได้หมายถึงประตูสู่ความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนก็ได้
มันขึ้นอยู่กับว่าแต่ละคนคิดยังไง
บางคู่ เค๊าก็เป็นเพื่อนกันมาตลอด
จนลงเอย แต่งงานแล้วก็ยังเป็นเพื่อนกันอยู่อย่างนั้น
คือเอาเป็นว่าเป้นกันไปตลอดชีวิตเลย
แต่รากฐานความสัมพันธ์มันแน่นปึ๊ก ยังไงก็ตัดกันไม่ขาดอ่ะ

#7 By แอบมาคุย (161.200.255.162) on 2008-06-12 17:23

อ่าน blog นี้ พร้อมกับ entry ล่าสุดของคุณมนุษย์กล่องแล้ว
ทำผมสำลักความรักไปเลยทีเดียว

จริงๆผมก็ไม่รู้เหมือนกันแฮะ ว่าทำไมคนเราถึงคิดมีแฟน
ก็คงมีหลายๆเหตุผลแหละครับ ต้องการคนเข้าใจเรา
ต้องการคนดูแล ต้องการคู่คิด ต้องการเพื่อนแก้เหงา

แต่บางคน ชอบกัน อาจเป็นเพื่อนรักกันไปก็ได้ฮะ

#8 By @ri on 2008-06-12 18:26

#9 By มนุษย์กล่อง on 2008-06-12 18:41

#10 By มนุษย์กล่อง on 2008-06-12 18:41


เดี๋ยวๆ เดี๋ยวกลับมาอ่าน.. อย่าเพิ่งด่วนมีแฟนไปซะก่อนล่ะ .. sad smile

#11 By :: KinG MoJi :: on 2008-06-12 19:23

อ้าว โดนกะเขาด้วยแฮะเรา สำหรับพี่แล้วพี่คบกันไปสักระยะนึง ทั้งเราทั้งเขารู้แล้วละว่า เราเป็นแฟนกันแต่ไม่มีการเอื้อนเอ่ยเป็นวาจาออกมา
กระทั่งไม่คิดถึงหรือเห็นความสำคัญว่าจะต้องบอกออกไป

ตอนนั้นจำได้ว่าให้เขาเป็นคนพูดเองเมื่อเขาพร้อม ส่วนพี่บอกกับเขาไปตั้งนานแล้วว่า "สิ่งที่ทำให้ปัจจุบันนี้เต็มที่แล้วนะ ต่อให้เปลี่ยนเป็นเรียกว่าแฟนก็ไม่สามารถทำอะไรให้ได้มากกว่านี้แล้ว"

จนมาวันนึง เธอก็พูดครับว่า "เราเป็นแฟนกันนะ" เธอพูดหลังจากที่เรารู้สึกว่าเป็นแฟนกันมาได้ประมาณสี่เดือนได้
surprised smile

#12 By Piglet & Pooh on 2008-06-12 19:52

big smile เห็นด้วย แต่ว่าอ่านเม้นท์แล้วฮาอ่ะ.... 555++++open-mounthed smile

#13 By ตุ้มเป๊ะ on 2008-06-12 21:09

เข้าบล็อกนี้ทีไร
ต้องเปลี่ยนไปเข้าโดยใช้ IE ทุกทีเลยsad smile big smile
ปอนต้องเปิดใจให้กว้างกว่านี้ล่ะ
แล้วลองคบใครจริงๆจังๆซักคนนึง

แต่รู้สึกว่า entry นี้จะลดกระหน่ำซัมเมอร์เซลล์จริงๆน่ะbig smile
คำว่าแฟน มันน่าจะเป็นคนพิเศษที่เราตัดสินใจที่จะให้เขาเป็นคนสำคัญในอนาคตไม่ใช่รึ..
หากไม่มั่นใจ หรือยังไม่ตัดสินใจให้เป็นคนสำคัญก็ไม่ควรประกาศว่าเป็นแฟน น่าจะเป็นเพื่อนสนิทมากกว่า ดีที่สุด
โดยเฉพาะผู้หญิงต้องระวังข้อนี้จงหนัก.....โบราณไปนิด แต่จะไม่โดนคนซุบซิบบนินทา...เป็นขี้ปากชาวบ้าน..

#16 By MayaKniGht on 2008-06-12 22:12

บล็อกนี้ไม่มีปัญญาสนับสนุนไฟร์ฟ้อกซ์ครับ...คุณตุ้ย...ปอนทำได้แค่นี้จริงๆsad smile นี่ขนาดคุณโอ๊ต ช่วยแล้วนะครับ ขอบคุณมากๆ เลยครับที่เปลี่ยนเพื่อทำให้อ่านบล็อกไร้สาระของปอนได้confused smile คุณโอ๊ตกับปอนเข้าใจกันดีครับ surprised smile

ขอบคุณมากครับ...คุณ i2know...แต่..ปอนจะลงเอยกับใครหรอครับ question (หรือว่าคนที่ปอนถามนะ..อิอิ)

เราเข้าใจกันนะครับ...คุณโอ๊ต...ใครจะนอกใจคุณโอ๊ตได้ เนอะdouble wink confused smile

ปอนก็ว่าอย่างนั้นนะครับ...คุณพอกลอน...บางทีความเข้าใจดีกว่าคำว่าแฟนเป็นไหนๆ แต่ถ้าอยากจะให้ชัดเจนค่อยตกลงกันดีกว่านะครับconfused smile

ว้าๆๆ...คุณ hooyai...มีซะแล้ว ปอนว่าบางทีกรอบของคำว่าแฟนจะทำให้อึดอัดใจกันได้ง่ายกว่านะครับ ต้องตกลงกันเข้าใจกันมากก่อนถึงจะไม่เกิดปัญหานะครับdouble wink confused smile

ใช่แล้วหล่ะครับ...คุณแอบมาคุย...(แต่ทำไมต้องแอบมาคุยด้วยครับ มาแบบเปิดเผยก็ได้) มันขึ้นอยู่กับข้อตกลงของคนสองคนจริงๆdouble wink

เฮีย ก. ต้องลอกเลียนแบบปอนแน่ๆ เลยครับ...คุณ @ri...คิดอะไรเองไม่ค่อยเป็นหรอกครับตาคนนั้นน่ะ เรื่องอย่างนี้ปอนว่าเป็นเหตุผลเฉพาะตัวของคนสองคนจริงๆ ด้วยหล่ะ แต่อย่างน้อยจะคบกันจะรักกัน ควรหาเหตุผลอธิบายได้หน่อยก็ดีนะครับ เพราะบางทีถ้าใช้ความรู้สึกเพียวๆ อาจทำให้เราหลงทางกันไปก็ได้เนอะ (ปอนพูดอย่างกับเคยมีsad smile )

อะไรหรอครับ...เฮีย ก....ขอบคุณนะครับที่อุตส่าห์มารายงานตัวว่ายังมีชีวิตอยู่ รับทราบครับมาทีนี่เบิ้ลสองเลยนะครับ ไม่ได้อ่านเลยล่ะสิท่า

โรแมนติกจังเลยครับ...คุณPiglet & Pooh...อยากมีแบบนี้มั่งจังเลย ขอให้มีความสุขมากๆ นะครับconfused smile

ฮาตรงไหนหรอครับ...พี่ตุ้มเป๊ะ...เห็นคนชอบพอกันหึงหวงกันนี่ฮาหรอครับ question

บล็อกนี้ไม่มีปัญญาสับสนุนไฟร์ฟ้อกซ์เลยครับ...คุณแพนด้า...ขออภัยในความไม่สะดวกด้วยนะครับ ยังไงก็รักน้อยๆ แต่รักนานๆ พยายามช่วยๆ อ่านกันหน่อยนะครับsurprised smile double wink confused smile

#17 By ปอนปอน on 2008-06-12 22:26

ปอนยังเปิดกว้างไม่พออีกหรอครับ...คุณแพนด้า...ทั้งคุณโอ๊ต คุณแชมป์ และอื่นๆ อีกตั้งหลายคน แต่ไม่มีใครมาคบปอนเลยครับ

ถูกต้องที่สุดเลยครับ...คุณพี่มายา...คนสมัยนี้ไม่คิดก่อนประกาศ หรือไม่เข้าใจความหมายให้ลึกซึ้งเลยมีแฟนกันเต็มไปหมเลยครับangry smile confused smile

#18 By ปอนปอน on 2008-06-12 22:31

อิอิอิbig smile
เปิดประเด็นกันอีกแล้ว...5555

#20 By รีคอนดำ on 2008-06-12 22:45

ช่วงนี้ ไม่กล้าเรียกใครว่า แฟน ครับ

สงสัย เข้าข่าย ข้อ 1 sad smile

#21 By riddler on 2008-06-13 06:58

ปอนยังไม่มีแฟนแบบปัจจุบันทันด่วนขนาดนั้นหรอกครับ...คุณ KingMoji...แต่ถ้ามีได้ก็ดีเหมือนกันนะ อิอิ.. ถ้าอ่านเสร็จอย่าลืมบอกนะครับว่าทำไมถึงมีแฟน...อิอิ (ขอโทษนะครับตาลายเลยไม่ได้ตอบตอนล็อตแรก)

...คุณแพนด้า...มีเลศนัยนะเนี่ยะembarrassed surprised smile

...คุณพี่ริคอนดำ...เปิดประเด็นอะไรหรอครับsurprised smile อิอิ ก็แค่อยากรู้เฉยๆsurprised smile question

...คุณโอ้...เข็ดจริงๆ หรอครับ หรือว่าเยอะจนเลือกไม่ถูกกันน้าdouble wink question

#22 By ปอนปอน on 2008-06-13 10:53

หุหุ open-mounthed smile แบบนี้เค้าเรียกว่าหึงหวงเหรอ ไม่ยักรู้ 555+++ confused smile confused smile confused smile

#23 By ตุ้มเป๊ะ on 2008-06-13 12:34

นั่นอ่าสิมีแฟนดีตรงไหน แต่ผมก็ยังมีเลย -*-

แล้วรักกันทำไมต้องเรียกว่าแฟนด้วยอ่ะ

ว่าแต่พี่ปอนแอบแจกเมลแบบนี้ ผมจะแอดไปคุยได้มั้นหน๊อ sad smile

หลายๆ เม้นมีการหึงหวงกันเล็กน้อยถึงปานกลาง confused smile

#24 By iTualek on 2008-06-13 13:34


แหม่..ให้เกลียด..เอ้ย..ให้เกียรติกันเกินไปละครับ..

การเป็นแฟนนี่เป็นอะไรที่สลับซับซ้อนซ่อนเงี่ยน.เอ้ย..ซ่อนเงื่อนจริงๆอย่างที่ปอนปอนว่าครับ.. สมัยผมเป็นเด็กแค่ได้จับมือก็ถือว่าเป็นแฟนแล้ว (คิดไปคนเดียว)sad smile

แต่พอโตขึ้นหน่อยเพื่อนผมบางคนไม่มีแฟนเลยครับ.. คือรู้จักกัน จากนันพัฒนาเป็นเพื่อน แล้วข้ามขั้นไปเป็นเมียเลย.. แล้วช่วงไหนที่เป็นแฟนกันผมก็ยังงงๆ

จะว่าไปแล้ว การมีแฟนก็เหมือนเราสมัครเข้าทำงานที่จะมีช่วง Probation หรือช่วงทดลองงานอ่ะครับ ถ้าผ่านถึงจะได้บรรจุเป็นพนักงานประจำ แต่อย่าคิดลึกไปเป็นเรื่องอย่างว่านะครับ คือช่วงนี้น่าจะเป็นช่วงศึกษาดูใจ ว่าใช่หรือเปล่า.. ถ้าใช่ก็จะได้รับการ upgrade เป็นคุณเมียที่เคารพนับถือและเทิดทูนอย่างสูง..อิอิ

#25 By :: KinG MoJi :: on 2008-06-13 20:53

น่าจะเปิดให้ใหวตนะคะว่าเหตุผลข้อไหนที่ประชาชนชาว Exteen ให้เป็นข้ออ้างในการอยู่เป็นโสดที่สุดbig smile

#26 By ป้าหมู on 2008-06-14 10:14

แฟนๆ ๆ อยู่คนละแดนก็เป็นแฟนพูกพันธ์

พันธะหัวใจ นี่ก็น่ากลัวนะครับ...

ของผมนี่ ไม่พูดจนเขาทนไม่ได้ (ฮา)

เลย บอกกันให้รู้ในหมู่เพื่อนเงียบๆ

ปล. Blog พี่ ผมอ่านใน G reader แล้วค่อยมา เมนท์คืนทีหลังครับ

ปปล. ขอเป็นกำลังใจให้กับการทำ Thesis นะครับ

#27 By T o' M @ ZZ u ครับ on 2008-06-14 14:48

แป้นอ่านด้วย ie ไม่มีปัญหาสวยงามแบ่งวรรคได้ลงตัวค่ะ คำที่เน้นก็เห็นชัดมาแต่ไกล หึหึ confused smile

ไม่มีแฟน มีแต่เพื่อนที่รู้ใจ ทั้งชายและหญิง ทุกวันนี้ก็มีความสุขดีนะ ไม่ผูกมัด แต่..ผูกพันทางใจ big smile

#28 By ไอ้แป้น : i-phan on 2008-06-17 00:23


อ่านด้วย ie เลยไม่มีปัญหาเรื่องฟ้อนต์ค่ะ.. ^__^

แน้...แอบมีโปรโมตผ่านโปรไฟล์ซะด้วย...ร้ายจริง ๆ เลยค่ะน้องปอน open-mounthed smile

เค้าว่าคบกันแบบเพื่อน มักยืนยาวกว่าคำว่า แฟน เนอะ
เพราะคำว่าแฟน มักจะอะไร ๆ ก็ต้องเป็นของชั้น..
มีข้อจำกัดในการคบกันมากมาย จนบางครั้งทำให้อึดอัดในใจ...

เป็นเพื่อนกันไว้ คบกันได้เรื่อย ๆ สบายใจกว่า..
เค้าว่างั้นนะคะ... confused smile

...พี่ตุ้มเป๊ะ...เคยสัมผัสอาการหึงหวงด้วยหรอครับ... ไม่แปลกที่จะไม่รู้จักอาการหึงหวงนะ..อิอิquestion

ถ้าเป็นผู้ชายพี่ยินดีเลยจ๊ะ...น้อง little dog...เมล์มาคุยได้เลย..อิอิconfused smile

โอ้ววว ผู้เชี่ยวชาญอย่าง...คุณ king moji...มาให้ความเห็นแล้ว แต่ๆๆ บ่งบอกถึงวัตถุประสงค์ในการคบกันผ่านทางคำตอบแบบชัดเจนเลยนะครับquestion confused smile

ฮาๆๆ...ป้าหมู...จะโหวตข้อไหนครับ.. ปอนว่าคงต้องเลือกมากกว่า 1 ข้อแน่ๆ เลย แต่ตัวเลือกจะต้องมีข้อนึงที่ให้เหตุผลว่า "ไม่มีใครเอา" นะครับเพราะข้อนี้ปอนคงต้องเลือกแน่ๆ เลย confused smile

ขอบคุณมากๆ เลยจ๊ะ...น้องโทมัส...ที่ให้กำลังใจพี่ คนบางคนก็อยากได้คำพูดที่มันชัดเจนมากกว่าต้องนั่งตีความเอาเองนะจ๊ะ เพราะบางทีถ้าทำอะไรคลุมเครือๆ ก็จะทำตัวไม่ถูกทำตัวลำบาก ถ้าเรามั่นใจก็ตกลงเป็นแฟนกันพี่ว่าก็ดีนะconfused smile

เหมือนปอนเลยครับ...คุณแป้น...มีแต่เพื่อนสาวทั้งนั้นเลย เพื่อนผู้ชายก็มีอยู่บ้างแต่ก็ไม่เคยคิดจะเอามันมาทำแฟนแต่อย่างใด.. เพราะรู้ธาตุแท้กันไปหมดซะแล้วsad smile confused smile

ขอบคุณมากเลยครับ...พี่นักเดินทางตัวจิ๋ว...ที่แจ้งผลการรับชมconfused smile ปอนว่าถ้าเป็นแฟนกันแล้วเข้าใจกันบางทีก็มีข้อจำกัดน้อยกว่าเพื่อนอีกนะครับ แต่ถ้าวางคำว่าแฟนไว้สวยหรู ปอนว่าคงจะอึดอัดใจกันตายเลย.. แต่คบกันเป็นเพื่อนบางทีก็เลิกคบกันง่ายนะครับถ้าเพื่อนมันหนีไปมีแฟน confused smile

#30 By ปอนปอน on 2008-06-18 19:36