รักกัน..ชอบกัน..ต้องเป็นแฟนกันด้วยหรอ???
posted on 12 Jun 2008 15:56 by sloppythinking in Liveถึงแม้จะช้าไปสักหน่อย แต่ก็แสดงความยินดีกับคุณแชมป์ด้วยนะครับที่ดูแลลูกบ้านตาดำๆ ครบรอบ 4 ปี ขอบคุณมากๆ เลยนะครับ
อ๊ะๆๆๆ ใครที่อ่านเจออย่าเพิ่งคิดจะเตรียมเลี้ยงฉลอง จุดพลุตะไลไฟเพนียงเฉลิมฉลองให้ปอนเพราะคิดว่าปอนมีแฟนหรือกำลังมีความรักแล้วนะครับ ปอนยังโสดและสดเหมือนเดิมอย่างที่เคยเป็นๆ มาครับ ทั้งๆ ที่ไม่อยากเหมือนเดิมสักเท่าไหร่ แต่ก็ต้องทำใจเพราะไม่มีใครเข้ามาให้ทำให้จิตใจชุ่มชื้นเลยครับ ถ้าใครสนใจอีเมล์ปอนอยู่ที่โปรไฟล์นะครับ....อิอิ
ที่มาเขียนเรื่องนี้ก็เพราะว่าปอนสังเกตอย่างอิจฉาริษยาคนอื่นๆ มานานแล้วว่าทำไมเป็นแฟนกันง่ายดายจัง บางทีเจอกันแค่อาทิตย์สองอาทิตย์ก็กลายเป็นแฟนกันไปซะแล้ว แต่ปอนทั้งคุยทั้งเจอทั้งไปไหนมาไหนด้วยกันระยะเวลาก็มีตั้งแต่หลักเดือนไปจนเป็นปีก็ไม่ได้เป็นแฟนกันสักทีจนในที่สุดก็เบื่อห่างหายกันไปเอง (เอ...หรือเพราะหนังหน้าเราหว่า..
) แต่เมื่อเร็วๆ นี้คนใกล้ตัวปอนก็โยนประเด็นใหม่มาให้คิดว่า..คนที่รักกัน ชอบกัน (ในกรณีที่โสดปราศจากพันธะทางใจทั้งคู่นะจ๊ะ) จำเป็นหรือเปล่าที่ต้องมาตกลงคบหาเป็น "แฟน" กัน????ก่อนอื่นคงมาสร้างความเข้าใจคำว่าแฟนกันก่อนดีกว่านะครับ
| แฟน | (ปาก) น. ผู้นิยมชมชอบ เช่น แฟนเพลง แฟนภาพยนตร์ แฟนมวย, |
| ผู้เป็นที่ชอบพอรักใคร่, คู่รัก, สามีหรือภรรยา. |
ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน บอกความหมายไว้ค่อนข้างกว้างขวางชนิดกำหนดนิยามเชิงพฤติกรรมได้ยากทีเดียวนะครับ แต่ก็พอจะจับแกนหลักได้ว่าคนเป็นแฟนกันก็คือ "ผู้เป็นที่ชอบพอรักใคร่" ดังนั้นจะต้องเป็นคนที่เราชอบหรือรักเขา และเขาก็ต้องชอบหรือรักเราด้วย ถ้าเราไปชอบเขาข้างเดียว หรือเขามาชอบเราข้างเดียวจะไม่ถือว่าเป็นแฟนกันนะครับ
(ไม่รวมพวกแฟนเพลง แฟนดารา แฟนนักร้องนะครับ)
(สมมติว่าปอนชอบคุณโอ๊ต คุณโอ๊ตชอบปอนในฐานะเพื่อน ก็เป็นแฟนกันได้แล้วหรอ...กรี๊ดดดด
) แต่ความสัมพันธ์ของมนุษย์คงไม่ใช่อะไรที่ตีความง่ายดายขนาดนั้นใช่หรือเปล่าครับในฐานะที่ปอนไม่เคยมีแฟนเป็นตัวเป็นตนมาก่อน ก็คิดว่าคนจะเป็นแฟนกันคงต้องมีการตกลงปลงใจที่จะเป็นแฟนกันด้วยวาจาหรือการกระทำบางอย่างเพื่อประกาศหรือเพื่อปรับคลื่นให้ตรงกันว่า "เราเป็นแฟนกันนะ" ใช่หรือเปล่าครับ ซึ่งแต่ละคู่ก็คงมีวิธีการที่แตกต่างกันออกไป การมีเพศสัมพันธ์คงไม่ได้เป็นตัวบ่งชี้ของสถานะความเป็นแฟนหรอกนะครับ
เพราะฉะนั้นน้องๆ หนูที่หลงเข้ามาอ่านต้องเข้าใจไว้นะครับว่าการมีเพศสัมพันธ์มันไม่ใช่เป็นตัวบ่งชี้ว่าเป็นแฟนกันหรอกนะครับ ก่อนที่จะทำอะไรๆ คิดกันให้ดีๆ ก่อนนะครับแต่ประเด็นของเราก็คือว่า ถ้าคนที่ชอบกัน และรักกัน ต่างคนก็ต่างรู้กันอยู่เต็มอก จำเป็นมากหรือเปล่าที่จะต้องเป็นแฟนกัน จากที่บรรยายมาซะยืดยาว ปอนคิดว่า "ไม่จำเป็น" เพราะความชอบ กับความรัก มันเป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้นเองภายในใจของคนใดคนหนึ่ง แต่มันดั๊นบังเอิญมาบรรจบพบกับอีกคนหนึ่งที่เราให้ความรู้สึกแบบนี้กับเขาไป แล้วเขาก็มีความรู้สึกแบบเดียวกันกับเราเหมือนกัน แค่นั้นเอง แค่นั้นเองจริงๆ
แต่ถ้าเกิดความ "ไม่พร้อมที่จะมีแฟน" ขึ้นกับคนใดคนหนึ่ง ถึงแม้จะรู้กันอยู่อย่างเต็มอกว่าต่างก็มีความรู้สึกเหมือนๆ กัน "ความเป็นแฟน" ก็จะไม่เกิดขึ้นนะครับ ซึ่งความไม่พร้อมเท่าๆ ที่ประมวลมาได้จากหลายๆ คน และคนใกล้ตัวของปอนก็ได้ประมาณนี้นะครับ
1. ยังเข็ดขยาด เจ็บช้ำกับรักครั้งเก่าที่ทำให้เจ็บปวด
2. ยังไม่มั่นใจว่าจะทำหน้าที่แฟนได้หรือเปล่า (เสมือนเป็นคนดีเชียว)
3. ไม่มีเวลา (อันนี้เป็นเหตุผลจับฉ่ายมากๆ)
4. ยังไม่อยากมี (แต่เพื่อนกูรักมึงว่ะ)
5. ยังอยากมีแต่เพื่อนมากกว่า
6. ฯลฯ
สำหรับปอนมองว่า การมีแฟนมันค่อนข้างเป็นเรื่องที่ยุ่งยากสลับซับซ้อนซ่อนเงื่อนปิดบังซ่อนเร้นอำพรางมากๆ เลยนะครับ เพราะถึงแม้ว่า "เรา" จะชอบกัน แต่ก็ไม่ได้แปลว่าความต้องการในความเป็น "แฟน" ของทั้งสองคนจะเท่ากัน เพราะบางคนมีความต้องการให้แฟนเป็นประหนึ่งโดราเอมอนที่จะเสกสรรทุกอย่างให้เป็นได้ดั่งใจ คว้าดาว คว้าเดือนมาให้เชยชม แต่อีตาคนที่เราชอบ หรือเรารักกลับมองว่าแฟนเป็นคนแก้เหงา กินข้าว ดูหนัง ฟังเพลง เดินห้าง คุยโทรศัพท์แค่นั้นเอง
ดังนั้น ปอนคิดว่าการปรับจูนนิยามของคำว่าแฟนมีความสำคัญมาก หากปรับจูนกันไม่ลงตัวปัญหาในการคบกันเป็นแฟนจะทำให้มีความทุกข์มากกว่ามีความสุขในการคบกันอีกนะครับ แต่สำหรับปอนคำว่าแฟนมันต้องวางอยู่บนรากฐานของความรู้จักเขา รู้จักเรา แล้วมันก็จะเกิดความเข้าใจกันและกันการคบกันในฐานแฟนก็จะมีความสุขสมอารมณ์หมาย แต่ถ้าหากว่าการคบกันอยู่บนพื้นฐานของการชอบพอกันแล้วค่อยๆ มาเรียนรู้กันทีหลัง มันก็อาจจะทำให้สุขปนทุกข์ๆๆๆ แล้วค่อยสุขก็ได้นะครับ
บางทีหากเรารู้ตัวว่าเรายังไม่พร้อมที่จะเอาคำว่า "แฟน" มานิยามความสัมพันธ์ก็ไม่ควรรีบร้อนนะครับ เพราะบางทีคำว่าแฟนอาจทำให้อึดอัดใจมากกว่าที่จะคบกันเป็นเพื่อน เพื่อนพิเศษ ฯลฯ ก็ได้ ถึงแม้ว่าเราจะมีความรู้สึกที่ดีๆ ให้ต่อกันอย่างเต็มเปี่ยมก็ตาม เพราะถ้าเราให้คุณค่าของความเป็นแฟนคือคนที่เราจะอยู่ร่วมชีวิตด้วยกันในอนาคตความเข้าใจ และความสบายใจในความสัมพันธ์ที่เป็นอยู่มันคือสิ่งที่สำคัญที่สุด การเร่งรัดใช้คำว่า "แฟน" มันอาจไม่ใช่เป็นสิ่งสำคัญสำหรับความสำคัญทั้งสองคนนะครับ แต่ความเข้าใจในความสัมพันธ์เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดนะครับ คำนิยามว่าเป็น "แฟน" กันอาจเป็นเรื่องเล็กน้อยไปเลยก็ได้ถ้าเทียบกับความสุขที่จะได้จากความเข้าใจ
ปอนคงต้องถามความคิดเห็นของคนที่มีคุณแฟนที่เคารพอย่างคุณ KingMoji คุณก้อง Conte I กับพี่หมอเชน แล้วหล่ะครับว่าทำไมถึงตัดสินใจเป็นแฟนกัน ปอนก็อยากรู้เหมือนกัน
แล้วคนอื่นๆ มองเรื่องนี้ว่าอย่างไรกันบ้างครับ
แต่ว่าๆๆๆๆ คุณแชมป์มี "แฟน" หรือยังครับ ปอนยังไม่มีเลย

ปอนเองครับ
ปัจฉิมลิขิต :
2. หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับมุมมองในเรื่องความรักของปอน เชิญที่เอ็นทรี่ไตรภาค "ความรักแบบปอนปอน" ทางด้านซ้ายมือเลยนะครับ
3. รายงานความคืบหน้าวิทยานิพนธ์นิดนึงนะครับ หลังจากที่ไปสอบหัวข้อโดยการนำเสนอโครงร่างวิทยานิพนธ์โดยการเขียนเนื้อหาบทที่ 1-3 ไปแล้ว ผลปรากฏว่าๆๆๆ เป็นการสอบผ่านแบบมีเงื่อนไขครับ เหลือแต่ชื่อหัวข้อนอกนั้นไม่เหลือเลย สอบหัวข้อก็เหลือแต่หัวข้อจริงๆ ต้องทำใหม่หมดเลยครับ ไม่รู้จะจบทันเทอมนี้หรือเปล่า

เห็นด้วยนะคะ

ช่วยแล้วนะครับ ขอบคุณมากๆ เลยครับที่เปลี่ยนเพื่อทำให้อ่านบล็อกไร้สาระของปอนได้
คุณแชมป์มีแฟนแล้วเน่อ อ่านได้ในแถกหัวนม มีกล่าวถึงเอาไว้อยู่นะ หิหิหิ
ว่าแต่ แจกอีเมล์ไปทั่ว ระวังพี่โอ๊ตหึงเอานะ
#1 By ตุ้ย since 2006 on 2008-06-12 16:32