หลังจากเฝ้าดูเหตุการณ์ให้ตกตะกอนมาเป็นเวลา 1 สัปดาห์เต็มๆ เหตุการณ์ก็เป็นไปตามที่คาดไว้เดะๆ ว่ารูปการณ์ต้องออกมาเป็นอย่างนี้ครับ เรื่องที่ปอนพูดถึงก็คือเรื่องประเด็นร้อนระหว่างสื่อมวลชนกับนักการเมืองที่วิสัยทัศน์บรรเจิดของไทยเรานั่นเองครับ  หลายๆ ท่านคงจะได้ยินกรณีพิพาทเรื่องเคเบิ้ลทีวีท้องถิ่นกับท่านมท.1 มาบ้างนะครับ


ปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นมันเกี่ยวพันกับหลายๆ ประเด็นครับ เป็นที่น่าตกใจครับว่าท่านมท.1 ที่จบการศึกษาในระดับปริญญาเอกทางด้านกฎหมายมาจะตีความกฎหมายออกมาได้แบบนี้ครับ เรื่องที่น่าสนใจเกี่ยวกับการตีความของท่านมท.1 ก็คือการละเลยกฎหมายรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศไปอย่างสิ้นเชิง เพราะรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันและฉบับก่อนนู้น (ปี 2540) ได้ปกป้องสิทธิเสรีภาพในการคิด การเขียน การพูด ของปัจเจกบุคคล และของสื่อมวลชนไว้อย่างแน่นหนา (ใครที่สนใจกรุณาติดตามอ่านได้ในเอ็นทรี่ ประเด็นทางการสื่อสารระหว่างรัฐธรรมนูญ ปี 40 กับร่างรัฐธรรมนูญ ปี 50 1 2 3)


แต่ก็เป็นเรื่องที่น่าเศร้าครับที่นักการเมืองผู้ใช้อำนาจรัฐกลับไม่ได้เคารพสิทธิอันนี้ของประชาชนและสื่อมวลชนเลยแม้แต่นิดเดียว นักการเมืองเหล่านี้มุ่งที่จะครอบงำ ควบคุมความคิดของคนให้ได้ กรณีที่มท.1 ขู่เคเบิ้ลทีวีท้องถิ่นให้ตัดช่องสัญญาณ ASTV ถ้าไม่ตัดก็จะถูกปิดสถานี เป็นหนึ่งในหลายๆ พฤติกรรมที่สะท้อนภาพถึงการริดรอนสิทธิของประชาชนและสื่อมวลชนลงแบบไม่สนใจใยดีกับสิทธิขั้นพื้นฐานที่เราพึงจะได้รับ ก่อนหน้านี้อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี จักรภพ เพ็ญแข ก็เคยทำในทำนองเดียวกันกับการที่จะแปลงวิทยุชุมชนทั้งประเทศที่มีกว่า 5,000 สถานีให้เป็นเครื่องมือของรัฐบาล โดยอ้างว่าสถานีเหล่านี้ยังคงเป็นสถานีเถื่อนไม่มีกฎหมายรองรับ ทั้งหมดจึงตกอยู่ในสภาพกลืมไม่เข้าคายไม่ออกเพราะถูกเอากฎหมายเก่าๆ ที่ไม่ได้รับการแก้ไขให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญมาข่มขู่ให้ยินยอมทำตามอยู่ร่ำไป


เรื่องนี้ในทางปฏิบัติแล้วการสั่งปิดหรือหรือห้ามเผยแพร่เนื้อหาผ่านสื่อมวลชนไม่ได้ทั้งสิ้น นอกจากจะมีกฎหมายมารองรับ การที่มท.1 ประกาศกร้าวที่จะดำเนินการทางกฎหมายของผู้ที่เผยแพร่ ASTV จึงไม่ถูกต้อง กฎหมายรัฐธรรมนูญถูกสร้างขึ้นมาบนความเชื่อว่าประชาชนทุกคนมีสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานเท่าเทียมกัน โดยเฉพาะสิทธิที่จะสื่อสารที่ทุกคนมีสิทธิคิด เขียน พูด พิมพ์ ออกอากาศ แต่ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายต่างๆ ที่ออกมาเพื่อปกป้องเด็ก และสิทธิส่วนบุคคลที่แต่ละคนก็มีติดตัวมาเช่นกันมีกฎหมายหลายฉบับที่ปกป้องเรื่องเหล่านี่อยู่ รวมทั้งเราคนธรรมดาๆ ก็มีสิทธิที่จะเลือกรับหรือปฏิเสธการสื่อสารที่เผยแพร่มาได้เช่นกัน


เป็นที่น่าแปลกใจครับที่คนที่จบระดับปริญญาเอกไม่เข้าใจสิทธิต่างๆ ที่กฎหมายให้การรับรอง รวมทั้งเสรีภาพของสื่อมวลชนที่กฎหมายรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศให้การปกป้องไว้ หลังจากที่สร้างกระแสลือลั่นสวนทางประชาธิปไตยมาได้พักนึง
มท.1ก็คงคิดได้กลับลำทันทีพร้อมกับเริ่มโยนกันไปโยนกันมาตามประสานักการเมืองไทย ที่สามารถทำให้เรื่องผิดเป็นเรื่องถูกได้ และทุกอย่างสามารถเป็นโมฆะไปได้โดยหน้าตาเฉย 


และจากเรื่องนี้ทำให้เห็นถึงภาวะผู้นำครับ พอมีกระแสต้านมากๆ ก็สละเรือรีบให้ลูกน้องรับหน้าแทน อย่างในกรณีนี้เนื่องจากมีความเสี่ยงอย่างสูงที่จะผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญในการแทรกแทรงสื่อมวลชนและละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชน ท่านรัฐมนตรีก็ผลักภาระไปให้ผู้ว่าราชการจังหวัดออกหน้ารับแทน โดยไม่ยอมทำเอกสารเป็นลายลักษณ์อักษรทั้งๆ ที่เรื่องการกวดขันนี้ถือว่าเป็นนโยบายพิเศษที่ตามปกติแล้วควรจะมีการทำหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อสั่งให้ผู้ใต้การบังคับบัญชาถือเป็นแนวทางปฏิบัติ  แต่ในครั้งนี้เป็นการสั่งด้วยวาจาโดยผ่านทางการประชุมและสื่อมวลชน คนที่ดำเนินการในเรื่องนี้มีความเสี่ยงสูงมากที่จะโดนดำเนินคดีตามกฎหมายที่ปกป้องอยู่


ถึงแม้ว่า การเผยแพร่ภาพและเสียงดังกล่าวจะมีคำหยาบคายหรือคิดว่าละเมิดผู้อื่น แต่สิ่งเหล่านั้นขึ้นอยู่กับการเลือกรับของประชาชน เพราะประชาชนมีสิทธิที่จะเลือกที่จะดูหรือไม่ดู และการละเมิดเป็นสิ่งที่ต้องไปพิสูจน์ในชั้นศาลถึงความถูกต้อง เราๆ ในฐานะเป็นประชาชนควรจะต้องมีการคิด วิเคราะห์ ตรึกตรง ถึงข้อมูลข่าวสารที่ได้รับมาอย่างรู้เท่าทันสื่อและเนื้อหาโดยการฟังข้อมูลจากหลายๆ แหล่งเพื่อที่จะเชื่อหรือไม่เชื่อสิ่งที่ได้รับรู้มา  เหมือนๆ กับที่ฟังนักการเมืองพูดตอนหาเสียง เหมือนๆ กับที่ฟังนโยบายประกาศนโยบาย เหมือนๆ กับที่ฟังนักการเมืองอธิบายเหตุผล เราก็ต้องใช้ความคิด วิเคราะห์ ตรึกตรง รวมถึงบางครั้งเราก็ต้องวิพากษ์ วิจารณ์ ทั้งสื่อมวลชนและนักการเมืองด้วยเช่นกัน ไม่เช่นนั้นบรรยากาศประชาธิปไตยของไทยเราที่โหยหากันนักหนาก็จะไม่มีทางเกิดขึ้นเป็นอันขาด


ไม่อย่างนั้นประชาธิปไตย กฎหมาย เสรีภาพของประชาชน คงถูกนักการเมืองทำให้เป็นเรื่องโอละพ่อกันไปหมด





ปอนเองครับ




Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet


จะว่าไปวิธีการใช้ และปฏิบัติตามกฎหมายของทั้ง 2 ฝ่าย มีความแตกต่างกันที่พอจะชี้ให้เห็นได้ชัดๆคือ..

- ฝ่ายการเมืองภาคประชาชนที่เค้าดูแคลนว่าเป็น "การเมืองข้างถนน" มักจะดูข้อกฎหมายว่า สิทธิขั้นพื้นฐานตามรัฐธรรมนูญ ให้สิทธิ์เราทำอะไรได้บ้าง และปฏิบัติไปตามนั้น

- ฝ่ายผู้มีอำนาจล้นฟ้า มักจะดูข้อกฎหมายว่า กฎหมายมีช่องโหว่ตรงไหนบ้างที่(กรู)จะเอาผิดกับพวกมันได้..งัดออกมาให้หมด..

เรื่องจบด็อกเตอร์ทางด้านกฎหมายที่ท่านมักจะเอามาอ้าง ท้าดีเบทกับคนนั้นคนนี้เรื่องข้อกฎหมายนั้นเราอย่าไปพูดถึงเลย..มันไม่มีประโยชน์ถ้าท่านท่องจำเก่ง แต่ไม่เข้าใจเจตนารมณ์แห่งกฎหมาย ที่น่าสนใจกว่าคือที่มาแห่งคำว่าด็อกเตอร์นั้น.. ถ้าเป็นอย่างที่เค้าว่าจริงๆ..คือ ภาษาอังกฤษท่านไม่กระดิก พอจะสื่อสารได้อย่างมากก็ Yes, No, OK และ COCACOLA ด็อกเตอร์ที่ได้มานั้นก็น่ากังขายิ่ง..

ผมเห็นเพื่อนพันธมิตรชูป้ายชื่นชมท่านก็อยากจะแนะนำเพื่อนพันธมิตรว่า ขอให้เขียนชื่นชมท่านเป็นภาษาไทยได้มั๊ยครับ..ก้าบ ก้าบ ก้าบ

#1 By :: KinG MoJi :: on 2008-06-18 19:53

ไม่อยากให้ตัดสัญญาณ แต่ถ้าพูดกลางๆ ก็คือ
ควรเซ็นเซอร์คำพูดก่อนถ่ายทอด ไม่ควรถ่ายทอดสด
เพราะฟังวิทยุ 97.75 FM มีคำหยาบหลุดออกมาบ่อย
ซึ่งเป็นคำที่แรงมากๆ ไม่อยากให้เยาวชน นำไปเป็นแบบอย่าง แม้แต่สนทนาประสาใครบางคน ก็พูดคำไม่เหมาะ ไม่ควรออกอากาศ เด็กๆ คงสับสนว่า คำไหนสุภาพ คำไหนไม่ควรพูด เพราะดูเหมือนคนพูดจะบอกว่า พจนานุกรม บอกว่า ไม่ใช่คำหยาบ

สรุปว่า พอกันทุกฝ่าย เฮ้อ

#2 By จั่นเจา on 2008-06-18 20:40

ลุ แก่ อํานาจ

#3 By riddler on 2008-06-18 21:32

น่าแปลกนะครับ ไอ้พวกนักเสรีภาพทั้ืงหลายที่เป้นลิ่วล้อนายกคนก่อนโน้น พอเรื่อง PTV ไม่ให้เปิด กลับด่ารัฐบาลว่าปิดกั้น
แต่พอ ASTV จะถูกปิดกั้น กลับนิ่งเฉย บอกสมควรแล้ว

ได้เห็นสองบรรทัดฐานของอุดมการณ์ของคนในสังคมนี้ตริงๆครับ

ไม่แปลกใจที่ ท่านอานันท์ ปัญยารชุนทร์ ถึงไม่อยากเข้าข้างใคร
ไม่แปลกใจที่ ในหลวงทรงไปประทับที่ พระราชวังไกลกังวล
ผมก็เบื่อเหมือนกันครับ

ท้าดีเบทแต่แรกก็หมดแเรื่องแล้ว

รัฐบาลนี้บอกตรงๆว่า "หน้าตัวเมียมากครับ"
เรื่องของการเมืองแก้มิหาย sad smile

#5 By iTualek on 2008-06-19 01:52

เพิ่งเข้ามาในหมู่บ้าน
ขอเป็นเพื่อนบ้านด้วยคนนะคะ

ประเดิมเรื่องด้วยการเมืองระอุๆเลยนะคะ
ยืนดูอยบู่ห่างๆ
ว่าจะเปนไปทางไหนต่อ

#6 By Nokontherock on 2008-06-19 09:49

ไม่เห็นด้วยกับการเซ็นเซอร์...ที่ภาพยนตร์ยังประท้วงกันจะเป็นจะตาย..

ทำไมไม่จัดเรทล่ะ

ASTV เรท.."ฉ"

ปล.จริงๆข่าวการเมืองสมัยนี้มันก็ต้องพิจารณาอยู่แล้วล่ะนะ....sad smile
ผมว่ามันก็แรงเกินไปทังคู่นะ สื่อมวลชนยังไปล่วงละเมิดสิทธิขององค์กรเลย - -

#8 By on 2008-06-19 15:10

นักการเมืองคืออะไร แพนด้าไม่รู้จักsad smile Hot!
เกิดอะไรขึ้นหว่า ไม่ได้ตามข่าวเลยไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าไร sad smile
น่าสนใจจังเว็บนี้ดิทุเรศhttp://www.dekyim.org

#11 By dekyim_toomtam (124.157.153.212) on 2008-06-19 15:57

ถ้าจะให้ผมพูด มันก็พอกันทั้งสองฝ่ายเเหละครับ

"จะเอาเเต่สิทธิ เเต่ดันไม่รู้จักหน้าที่"

#12 By Red on 2008-06-19 17:07

ตอนนี้ใครทำอะไรก็ต้องดูดีๆ เพราะผลประโยชน์ทับซ้อนมันเยอะ

ประชาชนต้องใช้วิจารณญานในการรับสารเป็นอย่างสูง..

เหนื่อยเหมือนกันแฮะเรา sad smile
sad smileแง้ๆ
มึนนนนน

#14 By cool fire on 2008-06-19 19:23

ผมออกจะแปลกใจมากกว่าว่าทำไมจนบัดนี้ Astv จึงยังออกอากาศได้

ในเมื่อสิ่งที่ออกอากาศอยู่นั้นมันเต็มได้ด้วยการละเมิดผู้อื่นเต็มไปหมด ทำไมไม่มีใครคิดจะฟ้องร้องจัดการบ้าง?

หรือว่า สื่อสามารถเสนออะไรก็ได้ตามใจตัวเอง ไม่ว่ามันจะเป็นเรื่องที่ไม่มีมูลความจริงเลย แล้วอ้างว่าเป็นเสรีภาพของสื่อที่คนดูต้องเลือกรับเอาเอง?

#15 By yymnoy (58.64.64.53) on 2008-06-20 02:10

ไม่มีอะไรดีซักทาง ทั้งคู่อ่ะเเหล่ะ
ปล.เกลียดASTV ฮ่าๆ
ประเทศไทย ประเทศของเรา confused smile

#17 By mnop on 2008-06-20 13:10

พวกที่บอกว่า ASTV บิดเบื่อน ผมไม่เห็นมันจะออกมาแฉเป็นข้อๆแม้แต่คน้ดียว เห็นดีแต่ใช้ Opinion ทั้งดุ้น

ถ้าจะบิดเบือน สื่อที่ถูกรัฐคุมนั่นแหละจะน่าเป็นห่วงเสียยิ่งกว่า question
Hot! Hot! Hot!

ก็นะคะ ใครมันจะอยากให้คนอื่นเอาเรื่องไม่ดีของตัวเองและพวกพร้องร่วมผลประโยชน์มาประจานในที่แจ้ง

แต่ไม่มี ASTV ประชาชนก็มีทางเลือกไปร่วมฟังที่งานอีเว้นท์ road show ของพันธมิตรได้อยู่ค่ะ อย่างสัปดาห์นี้ ก็ไปกันแน่นขนัดจนรถติดวินาศสันตะโรโจโจ้ซัง

ไม่อยากจะโทษใครนะคะที่มันวุ่นวายแบบนี้ ถ้าไม่โทษทุศีลกินชะมัด คนๆ เดียวที่ทำให้สังคมแตกแยก

#19 By Authorized by Contessa I on 2008-06-20 14:47

อะไรหนอ..
ที่เป็นมูลเหตุ ของเรื่องมั่วๆ พวกนี้

เฮ้อ แค่เบื่ออะค่ะ

#20 By Peaw-weaw on 2008-06-21 00:36

พูดอย่างกับ ASTV ทำถูกต้องดีแล้วทุกอย่าง งั้นแหละครับ

ไอ้ที่มันบิดเบือนก็อธิบายเป็นฉากๆได้หลายเรื่อง ปิดหูปิดตาตลอดแหละ
พอมาพูดโดยไม่อธิบายก็หาว่าไม่มีข้อมูลมาอธิบาย
คนอื่นที่อื่นอธิบายกันจนเบื่อแล้ว

มันก็เหมือนกันนั่นแหละ พอรัฐบาลที่แล้วก็ร้องโวยวาย ให้ปิด PTV
ก็แค่ว่ามันอยู่ฝั่งใคร

เพราะเป็นสื่อที่ตัวเองพอใจ ถึงได้พูดว่า "สื่อทำตามสิทธิ และรัฐหาช่องว่างมาเอาผิด"
อยากพูดเหมือนกันว่า "รัฐมีสิทธิที่จะบังคับใช้กฏหมายกับการกระทำที่ผิด และ ASTV ต่างหาก ที่มันหาช่องว่างที่จะบอกว่ามันไม่ผิด"

ประกาศว่าจะตั้งรัฐอิสระขึ้นในพื้นที่ประเทศอื่น มีความต้องการแบ่งแยกดินแดน ปลุกระดมให้คนสร้างความวุ่นวายในสังคม ชักชวนคนให้ทำผิดกฏหมายอย่างการไม่เสียภาษี ปิดเส้นทางจราจร ละเมิดสิทธิในการใช้พื้นที่สาธารณะของคนอื่น และ ฯลฯ

โคตรจะสงบเรียบร้อย ใช้สิทธิอย่างถูกต้องตามกฏหมายเลยครับ
เออครับ ม็อบนี้เป็นสื่อมวลชน ทำถูกต้องทุกอย่างในการตรวจสอบรัฐบาล ตราบใดที่รัฐธรรมนูญรองรับสิทธิการพูด เขียน แสดงออก
จะแสดงออกเหี้_ๆที่ไหนยังไงก็ได้ไม่ผิดใช่มั้ย?
ทีงี้ก็ไปด่าว่าสมัครก็ทำ ครับ คนที่เกลียด มันก็เลวทุกอย่าง ไอ้คนที่ชอบ ขี้ก็ยังหอม

ใช้สิทธิของตัวเองอย่างเต็มที่กับละเมิดสิทธิของคนอื่น เส้นแบ่งมันอยู่ที่ไหนครับ? สื่อมวลชน???
ปริญญาเอกของ มท1 ได้ข่าวจากในรุ่นเดียวกันว่าได้มาโดยไม่เข้าเรียนเลย และวิทยานิพนธ์ผ่านไปได้โดยการย้ายรองอธิการบดีที่ไม่ยอมให้ผ่านจ้า เรื่องราวจึงเป็นฉะนี้แล..
ปิด ASTV เท่ากับปิดกั้นสื่อที่มีคนอยากรู้..อยากติดตาม..เมื่อเขาไม่มีข่าวให้ชมที่บ้าน..เขาก็จะเข้ามาฟังถึงที่แล้วจะรู้ว่า ม็อบยักษ์มีจริงก็จะสายเกินแก้ Hot!

#22 By MayaKniGht on 2008-06-21 08:41

รัฐบาลไหนตัดสินใจเลือกขยะ มาเป็นรัฐมนตรีหรือมาร่วมงาน ย่อมบริหารประเทศได้ไม่ราบลื่นแน่นอ..บ้านเมืองถึงวุ่นวายไม่จบสิ้น

#23 By MayaKniGht on 2008-06-21 08:45

เห็นด้วยกับ rep 12 ครับ..

ทุกคน ขอสิทธิ แต่ หน้าที่ละ??...

ปล.งวดนี้ อ่านBlog พี่ง่ายมากก ^^

#24 By T o' M @ ZZ u ครับ on 2008-06-21 14:14

กรี๊ด อัพตั้งแต่เมื่อไร


เรื่องใกล้ตัวทั้งนั้น มีผลกระทบโดยตรงกับเราทั้งนั้น
แต่ไม่ค่อยมีคนศึกษาหาข้อมูลจริงๆสักเท่าไร

#25 By มนุษย์กล่อง on 2008-06-21 15:14

จิว่ามันเป็นเรื่องของการตะเบ็ง เพราะมท1 เองก็ออกจะอีโก้สูงทางกฎหมายมาก ขนาดชอบเอามาอวดว่าตัวเองจบเอกนิติมาไม่เว้นแต่ล่ะวัน แต่เรื่องของเรื่องคือ ใครจะอยากให้มีสื่อที่คอยหั่นเก้าอี้และตำแหน่งอันน่าภิรมย์ของเขาล่ะ

ส่วนสื่อ astv จิไม่เคยดูเพระที่บ้านไม่มี จิก็คิดเหมือนคุณปอนแหละ ถ้าหากเราไม่เปิดช่องนั้นไปดู แล้วเราจะรู้ว่าสื่อนั้นเสนออะไรได้ยังไง
ที่เหลิมรู้ว่าสื่อพูดคำหยาบก็แสดงว่า เฉลิมดู astv น่ะสิ
ถ้าไม่อยากให้คนอื่นดู แล้วตัวเองดูทำไม 55+sad smile

ขอโทษฮ่ะ...ที่ไม่ได้มาที่นี่นานมาก
ฝนตกบ่อยๆระวังสุขภาพน้าquestion

#26 By a-su JI (210.213.18.26) on 2008-06-22 13:14

....เป็นประชาชนมีสิทธิ์มีสมอง
....อย่าไปเชื่อทั้งไอ้พวกม็อบ....และไอ้รัฐมนตรีถ่อย
....ต้องอ่านต้องดูต้องฟัง....ต้องคิด
....ไอ้พวกที่บอกว่า "คนไม่ชอบม็อบเป็นพวกทักษิณ!"...."คนไม่ชอบทักษิณเป็นพวกม็อบ!"
....มึงเอาอะไรมาเหมาไม่ทราบ....ตีนเหอะ!
'block cool!'

#27 By BOB_SPOKESMAN OF BROKU on 2008-06-24 19:14

เอนทรีพี่พูดถึงน้องปอนปอนด้วยเหรอจ๊ะ
อิอิ ถ้าให้เดาต้องเป็นดอกไม้ภาพแรกแน่ ๆ เลย...

เหมือนกัน.. big smile
ประชาชน มีสิทธิขั้นพื้นฐาน ที่จะรับรู้ข่าวสาร ตามข้อเท็จจริง ที่เป็นไปด้วยความเป็นธรรม ปราศจากอคติและการปิดกั้น

#29 By tiew@fine on 2008-06-26 21:55

confused smile ถึงบางอ้อ แล้วจ้าน้องปอน...
ขอบคุณน๊าที่เข้าไปเฉลยกัน...สรุปว่าพี่ทายผิดเนอะ... อิอิ double wink


ส่ง TAG ไปทีไรไม่เคยทำเล้ย

รับ TAG ด้วยครับผม


big smile
http://kengkadeng.exteen.com/20080627/tag
ดุเดือดๆ...
แวะมาเยี่ยมครับ
ว่าแต่โดนอุ้มไปยังละเนี่ยเจ้าของบลอก big smile

#32 By วัชระ on 2008-06-28 01:25

ติดตามผลงานรัฐบาลทีไร...ทำให้อ่อนล้า..แต่ล้านานไม่ได้เดี๋ยวจะเหลิงอำนาจ..ต้องทนสู้ต่อไปเพื่อความหวังอาจจะมีดีสักครั้ง...

#33 By MayaKniGht on 2008-06-30 17:28