เสรีภาพประชาชน..กฎหมาย..นักการเมือง...โอละพ่อ
posted on 18 Jun 2008 15:58 by sloppythinking in Communication, Politic, Socialหลังจากเฝ้าดูเหตุการณ์ให้ตกตะกอนมาเป็นเวลา 1 สัปดาห์เต็มๆ เหตุการณ์ก็เป็นไปตามที่คาดไว้เดะๆ ว่ารูปการณ์ต้องออกมาเป็นอย่างนี้ครับ เรื่องที่ปอนพูดถึงก็คือเรื่องประเด็นร้อนระหว่างสื่อมวลชนกับนักการเมืองที่วิสัยทัศน์บรรเจิดของไทยเรานั่นเองครับ หลายๆ ท่านคงจะได้ยินกรณีพิพาทเรื่องเคเบิ้ลทีวีท้องถิ่นกับท่านมท.1 มาบ้างนะครับ
เป็นที่น่าแปลกใจครับที่คนที่จบระดับปริญญาเอกไม่เข้าใจสิทธิต่างๆ ที่กฎหมายให้การรับรอง รวมทั้งเสรีภาพของสื่อมวลชนที่กฎหมายรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศให้การปกป้องไว้ หลังจากที่สร้างกระแสลือลั่นสวนทางประชาธิปไตยมาได้พักนึง มท.1ก็คงคิดได้กลับลำทันทีพร้อมกับเริ่มโยนกันไปโยนกันมาตามประสานักการเมืองไทย ที่สามารถทำให้เรื่องผิดเป็นเรื่องถูกได้ และทุกอย่างสามารถเป็นโมฆะไปได้โดยหน้าตาเฉย
และจากเรื่องนี้ทำให้เห็นถึงภาวะผู้นำครับ พอมีกระแสต้านมากๆ ก็สละเรือรีบให้ลูกน้องรับหน้าแทน อย่างในกรณีนี้เนื่องจากมีความเสี่ยงอย่างสูงที่จะผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญในการแทรกแทรงสื่อมวลชนและละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชน ท่านรัฐมนตรีก็ผลักภาระไปให้ผู้ว่าราชการจังหวัดออกหน้ารับแทน โดยไม่ยอมทำเอกสารเป็นลายลักษณ์อักษรทั้งๆ ที่เรื่องการกวดขันนี้ถือว่าเป็นนโยบายพิเศษที่ตามปกติแล้วควรจะมีการทำหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อสั่งให้ผู้ใต้การบังคับบัญชาถือเป็นแนวทางปฏิบัติ แต่ในครั้งนี้เป็นการสั่งด้วยวาจาโดยผ่านทางการประชุมและสื่อมวลชน คนที่ดำเนินการในเรื่องนี้มีความเสี่ยงสูงมากที่จะโดนดำเนินคดีตามกฎหมายที่ปกป้องอยู่
ถึงแม้ว่า การเผยแพร่ภาพและเสียงดังกล่าวจะมีคำหยาบคายหรือคิดว่าละเมิดผู้อื่น แต่สิ่งเหล่านั้นขึ้นอยู่กับการเลือกรับของประชาชน เพราะประชาชนมีสิทธิที่จะเลือกที่จะดูหรือไม่ดู และการละเมิดเป็นสิ่งที่ต้องไปพิสูจน์ในชั้นศาลถึงความถูกต้อง เราๆ ในฐานะเป็นประชาชนควรจะต้องมีการคิด วิเคราะห์ ตรึกตรง ถึงข้อมูลข่าวสารที่ได้รับมาอย่างรู้เท่าทันสื่อและเนื้อหาโดยการฟังข้อมูลจากหลายๆ แหล่งเพื่อที่จะเชื่อหรือไม่เชื่อสิ่งที่ได้รับรู้มา เหมือนๆ กับที่ฟังนักการเมืองพูดตอนหาเสียง เหมือนๆ กับที่ฟังนโยบายประกาศนโยบาย เหมือนๆ กับที่ฟังนักการเมืองอธิบายเหตุผล เราก็ต้องใช้ความคิด วิเคราะห์ ตรึกตรง รวมถึงบางครั้งเราก็ต้องวิพากษ์ วิจารณ์ ทั้งสื่อมวลชนและนักการเมืองด้วยเช่นกัน ไม่เช่นนั้นบรรยากาศประชาธิปไตยของไทยเราที่โหยหากันนักหนาก็จะไม่มีทางเกิดขึ้นเป็นอันขาด
ไม่อย่างนั้นประชาธิปไตย กฎหมาย เสรีภาพของประชาชน คงถูกนักการเมืองทำให้เป็นเรื่องโอละพ่อกันไปหมด
ปอนเองครับ

จะว่าไปวิธีการใช้ และปฏิบัติตามกฎหมายของทั้ง 2 ฝ่าย มีความแตกต่างกันที่พอจะชี้ให้เห็นได้ชัดๆคือ..
- ฝ่ายการเมืองภาคประชาชนที่เค้าดูแคลนว่าเป็น "การเมืองข้างถนน" มักจะดูข้อกฎหมายว่า สิทธิขั้นพื้นฐานตามรัฐธรรมนูญ ให้สิทธิ์เราทำอะไรได้บ้าง และปฏิบัติไปตามนั้น
- ฝ่ายผู้มีอำนาจล้นฟ้า มักจะดูข้อกฎหมายว่า กฎหมายมีช่องโหว่ตรงไหนบ้างที่(กรู)จะเอาผิดกับพวกมันได้..งัดออกมาให้หมด..
เรื่องจบด็อกเตอร์ทางด้านกฎหมายที่ท่านมักจะเอามาอ้าง ท้าดีเบทกับคนนั้นคนนี้เรื่องข้อกฎหมายนั้นเราอย่าไปพูดถึงเลย..มันไม่มีประโยชน์ถ้าท่านท่องจำเก่ง แต่ไม่เข้าใจเจตนารมณ์แห่งกฎหมาย ที่น่าสนใจกว่าคือที่มาแห่งคำว่าด็อกเตอร์นั้น.. ถ้าเป็นอย่างที่เค้าว่าจริงๆ..คือ ภาษาอังกฤษท่านไม่กระดิก พอจะสื่อสารได้อย่างมากก็ Yes, No, OK และ COCACOLA ด็อกเตอร์ที่ได้มานั้นก็น่ากังขายิ่ง..
ผมเห็นเพื่อนพันธมิตรชูป้ายชื่นชมท่านก็อยากจะแนะนำเพื่อนพันธมิตรว่า ขอให้เขียนชื่นชมท่านเป็นภาษาไทยได้มั๊ยครับ..ก้าบ ก้าบ ก้าบ
#1 By :: KinG MoJi :: on 2008-06-18 19:53