"มัน(ส์)ก็แค่เซ็กส์" SEXXXXXX
posted on 10 Jul 2008 15:44 by sloppythinking in Socialเซ็กส์ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการจำแนกเพศนะครับ แต่ที่ปอนจะเขียนในวันนี้ก็คือการมีเพศสัมพันธ์กันระหว่างมนุษย์กับสิ่งมีชีวิตด้วยกัน (ต้องขยายความหมายให้กว้างมากๆ เข้าไว้เพราะในปัจจุบันมันสลับซับซ้อนเหลือเกินและมันไม่ได้ถูกจำกัดไว้เฉพาะมนุษย์กับมนุษย์เท่านั้นด้วย!!!) จริงๆ แล้วธรรมชาติสร้างการเรียนรู้ในเรื่องการมีเพศสัมพันธ์มาก็เพื่อการสืบเผ่าพันธุ์ของสิ่งมีชีวิตบนโลกใบนี้ ซึ่งมันก็เป็นมาอย่างนี้มานานมาก นานจนไม่รู้ว่ามันมาถึงทางแยกตรงไหนนะครับ
เมื่อเพศสัมพันธ์มันไม่ได้มีไว้เพียงแค่การสืบพันธุ์เท่านั้น แต่มันมีไปเพื่อการณ์ต่างๆ มากมาย รวมทั้งความสนุกสนานที่เกิดจากการเสพสังวาสย์ (เมื่อคืนคุณได้เสพเมถุนมาหรือเปล่า
คุ้นๆ มั้ยครับ) จนทุกวันนี้ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมเหล่านี้มีมูลค่ามหาศาลมีคนที่อยู่ในธุรกิจประเภทนี้หลายระดับ และจำนวนมากมายทีเดียว แต่คงหลีกเลี่ยงไม่ได้ว่ากิจกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับเพศสัมพันธ์มีส่วนสร้างปัญหาหลายๆ อย่างให้กับสังคม โดยบางครั้งผู้ที่นิยมชมชอบที่จะมีเพศสัมพันธ์เพื่อประโยชน์อย่างอื่นที่ไม่ใช่เพื่อการขยายเผ่าพันธุ์ของตัวเองมองข้ามไปและละเลยที่จะคิด เพราะคิดว่า "มันก็แค่เซ็กส์" "มันก็แค่เซ็กส์" มีคนเคยบอกความคิดแบบนี้ของเขากับปอนเป็นระยะๆ ครับ มุมมองนี้มันไม่ผิดปกติแต่อย่างใด แต่ถ้าเรามองให้ลึกลงไปแล้ว..... มันอะไรที่มากกว่านั้นครับ....
คำว่า "มันก็แค่เซ็กส์" ทำให้ปอนคิดว่า การมีเพศสัมพันธ์ก็คือการระบายความใคร่ตามสันชาตญาณดิบออกไปเท่านั้นเอง ซึ่งมันเป็นพื้นฐานของสิ่งมีชีวิตทั่วๆ ไปที่ไม่ใช่พืช (สัตว์ทั่วๆ ไป) ซึ่งมันไม่มีคุณค่าอะไรเลยเหมือนๆ ยุคหินที่ถูกใจเกิดความอยากขึ้นมาก็ตีหัวลากเข้าถ้ำอย่างที่เราเห็นๆ กันในการ์ตูนทั่วๆ ไป มันไม่ได้เป็นไปเพื่อตอบสนองความต้องการของธรรมชาติที่ต้องการไปเพื่อแพร่เผ่าพันธุ์ของตัวเอง แต่มันกลับเป็นแค่การระบายความต้องการตามสัญชาตญาณดิบที่ยังไม่ได้ถูกขัดเกลาจากศีลธรรม ขนบธรรมเนียมเท่านั้นเอง
จริงๆ แล้วมนุษย์ได้วิวัฒนาการมาเป็นระยะเวลานาน ซึ่งปอนคิดว่ากฎ เกณฑ์ ศีลธรรม จารีตที่เกี่ยวกับเรื่องการมีเพศสัมพันธ์ของมนุษย์ถูกพัฒนาขึ้นมาจากปัญหาต่างๆ (problem base) ที่คนในอดีตได้พบเจอปัญหาที่มีต้นเหตุมาจากการมีเพศสัมพันธ์ในสภาวการณ์ต่างๆ จนกระทั่งหาทางป้องกันจนกลายมาเป็นกฎ เกณฑ์ ศีลธรรม จารีต อย่างที่เป็นอยู่ทุกวันนี้
แต่ในปัจจุบัน คนเราเริ่มย้อนกลับไปอยู่ยุคหิน ยุคดึกดำบรรพ์ที่ยังไม่มีพัฒนาการทางด้านศึลธรรม ทั้งคนที่พูดให้ปอนฟัง แล้วก็ค่านิยมที่กำลังหลั่งไหลประเดประดังเข้ามาสู่คนรุ่นใหม่ในขณะนี้ อาจมีคนเถียงว่า ไอ้ค่านิยมฟันไม่เลือก หรือไปฟันเมื่อต้องการ ตามสถานบริการต่างๆ ก็มีมาตั้งหลายพันปีแล้วนี่หน่ามีอยู่ทั่วทุกหัวระแหงแต่นั้นก็เป็นเครื่องแสดงว่าทุกยุคทุกสมัยมีคนที่ไม่ได้สนใจถึงศีลธรรมจรรยาเหมือนๆ กัน ก็มองเพียงแค่ทำไปเพื่อบำบัดความใคร่ที่เกิดจากสัญชาตญาณดิบเท่านั้นเองโดยไม่คำนึงถึงสิ่งที่ถูกต้อง หรือสิ่งที่ควรกระทำ ปัญหาเรื่องความตกต่ำทางด้านศีลธรรมในการมีเพศสัมพันธ์มันมีความรุนแรงมากขึ้นกว่าเมื่อสมัยก่อนนู้นเป็นอย่างมากก็เพราะว่า มีข่าวคราวหรือเหตุการณ์หลายอย่างที่ทำให้คิดอย่างนี้ครับ
ทั้งพฤติกรรมการเปลี่ยนคู่นอนบ่อยๆ หรือแม้แต่การเพิ่มขึ้นของรสนิยมในการมีเพศสัมพันธ์รูปแบบต่างๆ ทั้งปาร์ตี้สวิงกิ้ง รุมโทรม ถ่ายคลิปโชว์ หรือโชว์สดๆ การชิงรักหักสวาทฆาตรกรรม ฯลฯ ของเด็กๆ วัยรุ่น และวัยทำงาน หรือในบางครั้งวัยแง้มฝาโลงก็เข้ามาผสมโรงด้วย เราจะเห็นได้ทั่วๆ ไปจากสื่ออินเทอร์เนต หรือจำนวนสถานบริการทางเพศและคนที่ผันตัวเองเข้ามาทำงานบริการเพศที่เพิ่มขึ้นทั้งจำนวนและรูปแบบเพื่อรองรับกับ "ความต้องการ" ตอบสนองสัญชาตญาณดิบของคนทั้งนั้น
แต่ปัญหาที่ตามมาจากการมีเพศสัมพันธ์ที่ทำไปเพื่อตอบสนองอารมณ์ใคร่ล้วนก่อสร้างปัญหาสังคมให้ทับถมทวีคูณมากยิ่งๆ ขึ้นทั้งปัญหาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เด็กกำพร้าที่ถูกทิ้ง การทำแท้ง การคลอดแล้วฆ่า การฆาตรกรรม การข่มขืน ฯลฯ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นผลพวงมาจากอารมณ์ใคร่เพียงชั่วครู่ชั่วยามเท่านั้นเองครับ คนที่มองว่าศีลธรรมจรรยา จารีต ของแต่ละสังคมแต่ละศาสนาที่ได้กำหนดห้ามปรามเรื่องเหล่านี้ไว้เป็นเรื่องที่เชยล้าสมัยไม่ควรทำตาม คงไม่ได้คิดถึงปัญหาต่างๆ เหล่านี้ เพราะอย่างที่บอกตั้งแต่ต้นว่าสิ่งเหล่านี้มักเกิดขึ้นมาจากปัญหาที่คนในอดีตได้เผชิญมาก่อน จึงได้ออกเป็นกฎเกณฑ์เพื่อนำไปใช้ปฏิบัติให้สังคมสงบสุขลดปัญหา แต่แนวคิดเหล่านี้ก็ถูกมองเป็นเรื่องเก่าไม่น่าทำตามเพียงเพราะอารมณ์ที่มาจากสัญชาตญาณดิบเท่านั้นเอง
สิ่งเหล่านี้น่าจะทำให้เราเห็นได้ชัดเจนเลยครับว่า ความเจริญทางด้านวัตถุทั้งเทคโนโลยี เงินทอง คุณภาพของที่อยู่อาศัย คุณภาพชีวิตโดยรวมที่ดีขึ้นจากอดีตไม่ได้ทำให้คุณภาพทางด้านจิตใจของมนุษย์ดีขึ้น สภาพความคิดความต้องการของมนุษย์กลับถอยหลังย้อนกลับไปสู่ยุคดึกดำบรรพ์มากยิ่งขึ้นเพียงเพราะไม่สามารถต้านทานความต้องการของตัวเองได้ ถึงแม้จะมีหลักทางศาสนาที่ถูกถ่ายทอดออกมาทางศีลธรรมจรรยา หรือแม้แต่จารีตประเพณีที่แต่ละสังคมกำหนดขึ้นเพื่อลดทอนปัญหาที่จะเกิดขึ้นในสังคมที่ตัวเองอยู่ให้เบาบางลงไป แต่ก็ถูกละเลยจากคนที่คิดว่ามีความเจริญแล้วไปจนแทบหมด
การมีเซ็กส์หรือว่าการมีเพศสัมพันธ์ไม่ใช่สิ่งที่เลวร้าย แต่เราควรจะกำหนดคุณค่าให้มันเหมือนๆ กับที่คนในอดีตพยายามที่จะวางให้การมีเพศสัมพันธ์มีคุณค่าคนเราควรรักษาและหวงแหน เพื่อให้เกิด "การมีเพศสัมพันธ์แบบคุณภาพ" ขึ้นมา
การมีเพศสัมพันธ์เชิงคุณภาพควรต้องคำนึงถึงปัจจัยหลายๆ ด้าน ทั้งโรคติดต่อ ปัญหาที่จะเกิดขึ้นตามมา ศักยภาพในการรับผิดชอบ สถานภาพทางการสมรส ขนบ ธรรมเนียม ประเพณี ฯลฯ และที่สำคัญที่สุดเพศสัมพันธ์ที่มีคุณภาพควรจะต้องตั้งอยู่บนความรู้จัก ความรัก และความไว้วางใจกัน ไม่ใช่ความรักตั้งอยู่บนความใคร่เพราะนั่นจะไม่ได้ทำให้เจอความรักเลยในชีวิต
ข้อคำนึงต่างๆ เหล่านี้ล้วนมีอยู่ในศีลธรรมจรรยาของแต่ละศาสนา และจารีตประเพณีของแต่ละสังคมอยู่แล้ว เพียงแค่เรารู้จักนำมันออกมาใช้และเปลี่ยนแปลงค่านิยมการหาความสนุกจากการเสียวเพียงชั่ววูบแล้วก็จากกันไปโดยเพาะบ่มปัญหาต่างๆ เอาไว้เบื้องหลัง ไปสู่การให้คุณค่ากับการมีเพศสัมพันธ์ว่าเป็นสิ่งที่เราจะมอบให้กับคนที่เข้าใจและรัก รวมทั้งพร้อมที่จะใช้ชีวิตร่วมกัน และต้องละทิ้งความเชื่อของหลายๆ คนที่เชื่อว่าถุงยางอนามัยบางๆ คือคำตอบในการแก้ไขปัญหาของทุกสิ่งทุกอย่าง สามารถป้องกันทุกอย่างได้ จริงๆ แล้วมันเป็นอย่างนั้นจริงๆ หรือเปล่าคิดว่าทุกคนไม่ว่าผู้ชายหรือผู้หญิง หรือเพศอื่นๆ น่าจะมีคำตอบแบบไม่หลอกตัวเองอยู่ในใจกันอยู่แล้วนะครับ
การมีเพศสัมพันธ์แบบมีคุณภาพไม่ใช่เรื่องที่ยากถ้าหากเรารู้จักหักห้ามจิตใจของตัวเองไม่ให้อำนาจฝ่ายต่ำมาครอบงำจิตใจของเราได้ ก็น่าจะทำให้ลดปัญหาหลายๆ อย่างที่จะเกิดขึ้นในอนาคตไปได้อย่างไม่ยากเย็น โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนในปัจจุบันที่มีสื่อต่างๆ ออกมายั่วยุกามรมณ์อย่างมากมาย ไม่ควรใช้การมีเพศสัมพันธ์เป็นเครื่องประลองความเก่งกาจ ความอยากรู้อยากเห็นที่มี จริงๆ แล้วคำตอบที่สงสัยก็มีให้ดูอย่างมากมายจากสื่อต่างๆ เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมที่ปัจจัยต่างๆ พร้อมจึงค่อยๆ เริ่มต้นกับคนที่เรารักและไว้ใจก็ยังคงไม่สายนะครับ ก่อนจะทำอะไรควรตรึกตรองดูให้ดีๆ ก่อน เพราะมีหลายกรณีที่ตัวเองไม่มีความพร้อม ทางบ้านก็ไม่มีศักยภาพที่จะรับผิดชอบต่อการกระทำของลูกวัยคะนองทำให้ต้องเดือดร้อนกันไปสามบ้านแปดบ้าน
มนุษย์เรามีพัฒนาการมาอย่างยาวนานเพื่อทำให้เผ่าพันธุ์ของตัวเองแตกต่างจากสัตว์ชนิดอื่นๆ มีอารยธรรม มีนวัตกรรมทำให้ชีวิตมนุษย์เหนือกว่าสัตว์ทั้งปวงบนโลกใบนี้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ก็ควรจะทำให้มนุษย์มีความแตกต่างทางด้านเพศสัมพันธ์ที่เหนือกว่าด้วย เพราะหากเรามองว่า "มันก็แค่เซ็กส์" เราก็คงไม่มีอะไรแตกต่างจากเผ่าพันธุ์อื่นๆ เลย
ปอนเองครับ

ปอนอยากไปมีส่วนร่วมด้วยจังเลย
อย่างที่...เฮีย ก....พูดก็ถูกนะครับซึ่งปอนเขียนไปแล้วน่ะได้อ่านบ้างหรือเปล่า ก่อนที่จะคอมเม้นต์เนี่ยะควรอ่านให้แตกก่อนนะครับ
สมัยนี้เห็นใครๆ ก็มองว่า เซกซ์ เป็นแค่กิจกรรมอย่างหนึ่ง ที่เหมือนกับว่า ทำไปก็ไม่เสียหาย เหมือนเล่นเป่ากบ หมากเก็บอะไรพวกนั้นไปเสียแล้ว รู้สึกไม่ดี กับคนที่มองว่า "มันก็แค่เซกซ์" ต้องรอให้คนพวกนี้ติดโรคทางเพศซะก่อน คงจะรู้ตัวกันบ้าง
#1 By General เบ๊ on 2008-07-10 15:55