ห่างหายไปนานเลยต้องมาอัพเรื่องใหม่เทรนด์ล่าสุดๆ มาให้ทุกท่านอ่านหน่อยครับ..... เนื่องด้วยสัปดาห์ที่ผ่านมาภาระกิจหน้าด้านการทำวิทยานิพนธ์กำลังเข้มข้นเข้าขั้นจะถึงจุดสุดยอดทำให้ปอนขับรถไปกลับกรุงเทพมหานครอมรรัตนโกสินทร์ ฯลฯ บ่อยมากครับ บ่อยมากกว่าขี่รถจักรยานไปซื้อก๋วยเตี๋ยวหน้าปากซอยซะอีกครับ โดยการขับรถไป-กลับออกจากบ้านแต่เช้าตุ๊ดแล้วก็รีบกลับออกจากกทม.ช่วงผีตากผ้าอ้อม ทำให้ได้พบเห็นและรับรู้กฎจราจรที่เค้าเปลี่ยนแปลงใหม่ไม่เหมือนกับที่เราไปอบรมหรือข้อสอบใบขับขี่ที่เราเคยๆ นะครับ มาเป็นข้อๆ กันเลยดีกว่า


               มอเตอร์ไซค์ขี่กลางเข้าไว้เสียภาษีเหมือนกัน ถ้าใครเคยขับรถไปต่างจังหวัดบ่อยๆ โดยเฉพาะถนนตั้งแต่จังหวัดพิษณุโลกถึงกรุงเทพฯ จะเห็นว่าปัจจุบันถนนได้มาตรฐานใหญ่โตโอ่อ่าเป็นยิ่งนัก (ซึ่งในความคิดเห็นของปอนคาดว่าน่าจะเป็นผลงานที่ดีผลงานเดียวในรัฐบาลทักษิณและลิ่วล้อที่ผ่านมา) จากตั้งแต่หน้าม.นเรศวรที่มีถนน 12 เลนส์เป็นช่วงเดียวที่มีและมีมาก่อนรัฐบาลทักษิณนานมากแล้ว พาดผ่านแล้วก็ค่อยๆ ลดเหลือ 8 เลนส์ จนกระทั่งเหลือ 4 เลนส์จนถึงจังหวัดนครสวรรค์ และจากนครสวรรค์ไปถึงกทม.เป็น 8 เลนส์แล้วมีปูนกั้นขอบถนนอย่างเรียบร้อย เราจะเห็นว่าตามหลักการทั่วไปและบางแห่งมีป้ายบอกว่ารถสองล้อ รถที่ใช้ในการเกษตรทุกประเภทให้ใช้ไหล่ทางในการวิ่ง ซึ่งไหล่ทางก็ทำได้มาตรฐานเหมือนเป็นอีกเลนส์นึงเลยทีเดียวครับ
               แต่จากประสบการณ์ที่พบเจอมา กฎจราจรดังกล่าวได้เปลี่ยนไปแล้วครับทุกท่านกรุณารู้และปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดด้วย เพราะเดี๋ยวนี้รถมอเตอร์ไซค์จะต้องมาขี่กลางเลนส์ที่ 1 หรือ 2 บางทียังสามารถขี่มาได้ที่เลนส์ 3 หรือ 4 เลยทีเดียวครับ อาจจะเป็นเพราะว่าสิงห์นักบิดทั้งหลายคิดว่าตัวข้าเองก็ขี่เร็วเหมือนกันนะเฟ้ยย ไอ้รถยนต์ทั้งหลาย แต่คงไม่คิดว่าเนื้อหุ้มเหล็ก เหล็กหุ้มเนื้อมันต่างกันมาก แต่พวกพี่แกก็ชายไทย (ส่วนใหญ่เป็นชาย) ใจเต็มร้อยไม่หวั่นแม้รถยนต์ที่พุ่งด้วยความเร็ว 140 กิโลเมตรต่อชั่วโมงที่ตามหลังมาและวิ่งขวักไขว่อยู่รอบๆ ตัวพวกพี่ๆ พวกรถยนต์สิต้องกลัวพวกพี่เท่านั้นว่าจะกระเด็นกระดอนฝ่ากระจกเข้ามาในรถเราเมื่อไหร่ก็ไม่รู้


                ช้าชิดขวาเร็วแซงซ้าย เดี๋ยวนี้รถที่ขับช้าๆ ความเร็วประมาณ 60-80 กิโลเมตรต่อชั่วโมงจะมาขับที่เลนส์ทางด้านขวาคือเลนส์ที่ 3-4 กันเกือบหมดครับ แล้วที่สำคัญบางครั้งขับความเร็วเท่าๆ กันหรือต่างกันนิดหน่อยทำให้เกิดการสับหว่างหรือขวางทางไปตลอดทางโดยที่คนขับก็ไม่ได้รู้สึกอะไรเมื่อเห็นรถที่มีความเร็วสูงกว่าต้องแซงทางด้านซ้ายไปเรื่อยๆ จากสาเหตุของพี่สิงห์นักบิดกับพี่ช้าชิดขวาเหล่านี้ทำให้ถนนเลนส์ 1-2 และไหล่ทางว่างโล่งทีเดียวครับ ใครจะแซงก็ต้องไปใช้ 3 เลนส์ที่ว่านี้แทนครับ ทำให้รถเร็วต้องไปขับทางด้านซ้ายที่ใกล้กับชุมชนมากกว่าทำให้เกิดอันตรายขึ้นมากกว่าเดิมครับ


                มาเปิดไฟสูงให้ถนนสว่างไสวกันเถอะเราจะได้มองถนนชัดๆ อย่างที่บอกครับว่าออกจากบ้านแต่เช้าตุ๊ดเลยทีเดียว แล้วใช้เวลาทำธุระปะปังอยู่ในกทม.ประมาณ 3-4 ชั่วโมง แล้วก็รีบกลับออกมาก่อนฟ้าจะมืด แต่ยังไงก็ต้องมืดก่อนถึงบ้านอยู่ดี เราก็ต้องเปิดไฟหน้ารถเพื่อให้มองเห็นถนนอันกว้างใหญ่ได้อย่างดีใช่ไหมครับ เพราะถนนบ้านเรายังมีไฟถนนเป็นหย่อมๆ ไม่ได้สว่างไสวไปทั่วเหมือนถนนในเมือง ปอนก็เปิดไฟหน้ารถธรรมดาๆ ครับนั่นก็คือไฟต่ำ แต่รถจะมีทั้งไฟต่ำและไฟสูงเอาไว้ทำไมก็รู้ส่วนใหญ่ไฟสูงไว้ใช้กระพริบแต่มันก็สว่างกว่าไฟต่ำทำให้วิสัยทัศน์ในการมองถนนได้ดีกว่า ปอนถูกสอนมาว่าเวลาขับรถตอนกลางคืนให้เปิดไฟต่ำเป็นหลักแต่ถ้าไม่มีรถวิ่งอยู่ด้านหน้ากับวิ่งส่วนมาให้เปิดไฟสูงได้ ซึ่งปอนก็ปฏิบัติแบบนี้มาตลอดครับ
                 แต่...จากการขับรถกระหน่ำขนาดนี้ทำให้ปอนพบว่าความคิดความเชื่อวิธีการปฏิบัติของปอนมันไม่ถูกต้องแล้วครับ เพระปัจจุบันเค้าเปิดไฟสูงกันเป็นหลักเลยครับไม่ว่าจะขับช้าขับเร็วมีใครขับอยู่ด้านหน้าหรือมีรถสวนทางมาก็เปิดไฟสูงตลอดเวลา ถ้าเราทนไฟแทงตาจนตาพร่ามัวไม่ไหวก็ต้องรีบขับรถหนีไปให้พ้นระยะของแสงไฟให้เร็วที่สุดครับ สมัยนี้รถบางคันสามารถปรับระดับไฟได้เพียงแค่กดปุ่มในรถเท่านั้นอาจจะเถียงว่าชั้นไม่ได้เปิดไฟสูงนะ แค่ปรับให้ไฟมันสูงขึ้นจากปกตินิดหน่อยเท่านั้น บางคนอาจจะบอกว่าไม่เห็นเป็นไรเลยถนนตั้งกว้างขนาดเครื่องบินใช้ทำเป็นรันเวย์ได้มันไม่เดือดร้อนใครอยู่แล้วไฟหน้ารถชั้นไม่ได้ไปส่องตาใครหรอก แล้วต้นไม้ริมถนนก็ปลูกต้นไม้ไว้ซะหนาแน่นไม่ไปแทงตารถสวนมาหรอก ถนนบางช่วงเช่นนครสวรรค์ถึงพิษณุโลกเป็นถนนต่างระดับครับคือถนนเก่าจะต่ำกว่าถนนใหม่บางช่วงต่ำกว่าเป็นเมตรเค้าก็ยังคงเปิดไฟสูงกันอย่างเป็นล่ำเป็นสัน กระพริบไฟบอกก็ไม่ยอมปิดไฟสูง ปอนเลยคิดว่าสมัยนี้กฎจราจรคงเปลี่ยนไปซะแล้วมั้งครับ


               ปาดกันสักนิดเพื่อความรวดเร็วในการไปถึงจุดหมาย กฎข้อนี้จะพบเห็นได้ในกทม.เป็นส่วนใหญ่ถ้าในกรณีที่ไฟเขียวไฟแดงให้ตรงไป ให้เลี้ยวซ้าย ให้เลี้ยวขวาไม่เปิดพร้อมกันไปทีเดียว เราจะเห็นว่ามีรถที่รอจะเลี้ยวซ้ายหรือเลี้ยวขวาจอดต่อแถวกันยาวกว่าช่องอื่นในบางแยก เพราะฉะนั้นเพื่อความรวดเร็วเราก็ไปในเลนส์ที่มันว่างๆ แล้วค่อยๆ เปิดไฟเลี้ยวแทรกคันที่เค้ารอคิวกันอยู่ดีกว่าครับ ไปได้รวดเร็วไม่ต้องรอหลายไฟแดง ไม่ต้องเข้าคิวให้เมื่อย รถในช่องที่เรารออยู่เค้าจะไปก็ไปไม่ได้ไม่เป็นไรเพราะถือว่ายังไงอีกแป๊บนึงเค้าก็ต้องติดไฟแดงอยู่แล้ว รอเราเลี้ยวแป๊บเดียวเท่านั้น บางคันมีความสามารถสูงถนน 4-5 เลนส์อย่างแถวๆ หน้าศาลฎีกาสนามหลวงก็สามารถปาดจากเลนส์ขวาสุดมาเข้าช่องซ้ายสุดเพื่อเลี้ยวขึ้นสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้าได้นับถือมากๆ ครับ 


                ปอนหวังว่าพวกเราคงจะจำไปใช้กันนะครับเพราะปัจจุบันกฎจราจรของเราเปลี่ยนไปมาก น่าตำหนิหน่วยงานที่รับผิดชอบมากครับที่เวลาเปลี่ยนกฎจราจรแล้วไม่ประกาศให้ประชาชนรู้ ทำให้เราตามไม่ทันแล้วไม่ได้รับความสะดวกในการใช้รถใช้ถนน แถมคนที่สอนขับรถไม่ว่าจะโรงเรียนสอนขับรถหรือคนที่สอนคนอื่นต่ออีกทีก็ไม่สอนมารยาทการขับรถให้ครบด้วยทำให้เราไม่รู้กฎจราจรใหม่ๆ นี้ หรืออาจจะเป็นเพราะว่าปอนขับรถยนต์เป็นมา 10 ปีพอดีในปีนี้ ขี่รถมอเตอร์ไซค์เป็นมา 19 ปี มันนานเกินไปทำให้ไม่ได้อัพเดทกฎจราจรใหม่ๆ ที่เค้าอบรมกันก่อนสอบใบขับขี่นะ ปอนคงเชยไปซะแล้วสิเพราะตอนปอนสอบใบขับขี่เค้ามีแต่เอกสารให้อ่านแล้วสอบขับรถกับขี่รถวนรอบๆ ขนส่ง แล้วก็หัดถอยรถยนต์เข้าซองตรงซองเฉียงเท่านั้นเอง ปอนคงเชยเกินไปซะแล้วจริงๆ



                 อีกเรื่องนึงครับที่พบเห็นได้ทั่วไป ปอนต้องขอชื่นชมความมุมานะพยายามของตำรวจทางหลวงมากๆ เลยครับ ที่ทุ่มเททำงานแม้ยามค่ำมืดถนนไม่มีแสงสว่างก็ยังจอดรถไว้ข้างทางมืดๆ แล้วก็ใส่เพียงเสื้อสะท้อนแสงตัวเดียวไปยืนอำนวยความสะดวกให้กับบรรดารถบรรทุกทั้งหลายด้วยการไปยืนโบกอยู่กลางถนนมืดๆ แบบนั้น ปอนเห็นก็อดชื่นชมในความขยันขันแข็งทุ่มเททำงานเสี่ยงอันตรายเพื่อประชาชนชาวรถบรรทุกขนาดนี้ครับ คนขับรถบรรทุกและเจ้าของกิจการลอจิสติกถึงรักตำรวจทางหลวงกันทุกคนเพราะแม้ยามค่ำมืดดึกดื่นก็มาอำนวยความสะดวกโบกรถให้แบบนี้ แต่สำหรับคนใช้ท้องถนนธรรมดาๆ อย่างปอนบางทีก็ตกใจนะครับเพราะถนนมันมืดมากกกก ขับรถมาด้วยความเร็วค่อนข้างสูง (140 กม./ชั่วโมงเองนะ) มาเจออะไรตะคุ่มๆ กลางถนนมันก็ตกใจอาจหักพวงมาลัยเข้าไปชนได้นะครับ ปอนยังไม่อยากเป็นฆาตกรฆ่าตำรวจขณะปฏิบัติหน้าที่อำนวยความสะดวกรถบรรทุกอยู่ ชาติคงขาดบุคลากรตำรวจทางหลวงที่ดีๆ ไปแย่เลยนะครับ ทุ่มเททำงานก็ไม่ว่านะครับแต่ระวังรักษาตัวเองด้วยนะครับคุณตำรวจทางหลวงถ้ารถบรรทุกเค้ามองไม่เห็นขึ้นมาเร่งเครื่องไปทับให้แบนติดถนนแล้วหนีไป... เสียดายคุณตำรวจแย่เลยนะครับ


                   ที่เขียนมาปอนไม่ได้ประชดใครจริงๆ นะครับ ปอนรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ นะ  มีข่าวประกาศนิดนึงครับในที่สุดวิทยานิพนธ์ของปอนก็ถึงเวลาที่จะได้ขึ้นเขียงอีกหนึ่งรอบเพื่อถกเถียงกันถึงประเด็นต่างๆ ที่ค้นพบได้จากการวิจัยแล้ว (ถ้าเสร็จสมบูรณ์จะเอามาเผยแพร่ในนี้อีกครั้งนะครับ) หรือชาวบ้านเค้าเรียกว่าสอบปกป้องวิทยานิพนธ์นั่นเองครับ (แต่ในความจริงปกป้องไม่ได้หรอกครับมีแต่ตายกับตาย ขึ้นอยู่กับว่าจะตายแบบทุรนทุรายหรือตายแบบสงบ) ปอนจะสอบในวันศุกร์ ที่ 16 มกราคม 2552 เวลา 9.00 น.ที่จะถึงนี้ครับ ซึ่งปอนคาดว่าจะไปกทม. ตั้งแต่วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม และจะหน้าด้านอยู่จนถึงวันจันทร์ ที่ 19 มกราคม 2552 นี้ครับ ใครที่จะรับจองเป็นเจ้าภาพสวดปอนก็เชิญลงชื่อจองไว้ได้เลยนะครับจะสวดเป็นอาหารญี่ปุ่นอย่างเคยๆ อาหารไทย อาหารอีสาน หรืออาหารฝรั่งก็ได้ครับ แต่เย็นวันศุกร์ ที่ 16 ปอนขอสงวนไว้ฉลองโดนฆ่ากับรุ่นน้องที่ร้านแถวๆ ท่าพระจันทร์ครับ จองก่อนมีสิทธิ์ก่อนนะครับ





ปอนเองครับ



ปัจฉิมลิขิต : ช่วงที่ผ่านมาอาจไปเยี่ยมเยือนมิตรรักแฟนบล็อกได้ไม่ค่อยจะทั่วถึงต้องขอโทษด้วยนะครับ คาดว่าหลังจากมกราคมไปแล้วสถานการณ์น่าจะเข้าสู่ภาวะว่างงานได้ตามปกติ... ยังคงระลึกถึงทุกๆ คนอยู่นะครับ


Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

sad smile เชื่อว่าไม่ได้ประชดจริงๆ

#1 By tiew@fine on 2008-12-20 01:52

ตอนขับรถเอง โดน/ทำ บ่อยเหมือนกันครับsad smile
ท่าพระจันทร์...ไกล ไม่ไปหรอก question

#3 By ตุ้ย since 2006 on 2008-12-20 13:12

อืม แบบนี้ก็ต้อง 18 ซิเน้อ

#4 By ตุ้มเป๊ะ on 2008-12-20 19:58

แจ่มค่ะ แจ่มๆ Hot!

#5 By Rinna ♥ on 2008-12-20 23:25

ขับรถอยู่ทุกวันก็เจอแบบที่เขียนเนี่ยล่ะ......
เวียนหัวแทน ...อนึ่ง ไม่ได้ขับรถครับ ลดความเสี่ยงตรงนี้ไป แต่ลดคุณภาพชีวิตตัวเองอีกขุั้นหนึ่ง แลกกับฝุ่นควันในรถเมลล์
ชอบข้อเปิดไฟสูงมากเลยครับ confused smile

#8 By Evan Yzac -- The Crow on 2008-12-20 23:45

หวาดเสียวแทน...sad smile

#9 By pizzicato (58.8.137.39) on 2008-12-20 23:54

ช้าชิดขวาเร็วแซงซ้าย


อันนี้เห็นด้วยอย่างแรง ขับช้า ยังมาขับ ขวาอีก จะลีกให้หน่อยก็ไม่ได้ ทำให้ต้องแซงกัน ลำบากคนที่ต้องให้ความเร็วอีก

#10 By MonKeY Star Eii on 2008-12-21 01:07

ประชดsad smile

#11 By O ช้างต้น on 2008-12-21 02:10

คุณ ปอนครับ ขับ เกิน 120 ผิดกฎหมายนะครับ..

ปล. ไอ่พวกเด็กแว้น นี่ ต้องเจอ แตร บอช ลูกละ 5 นิ้ว

ครับ เครื่องมันดังไม่ได้ยิน


ไฟสูงถือว่า รถรุ่นใหม่ มีระบบ กระจก ปรับอสงเองมั้งครับ

ปปล. ขับขี่ ทางไกล อย่าลืม ปรับลมยางให้พอดีนะครับ^^ เพื่อความประหยัด

#12 By T o' M @ ZZ u ครับ on 2008-12-21 02:27

ไม่ชอบรถที่เปิดไฟสูงเลยค่ะ(โดยเฉพาะรถยนต์)

คือเรามองไม่เห็นทางเลย(แสงจ้าแสบตามาก)ทำให้มีครั้งหนึ่งเราขับรถตกหลุมใหญ่+ต่อเนื่อง จนถึงกับจุกกันเลยทีเดียวsad smile
แต่ตอนนี้จะโทษว่าอีกฝั่งเปิดไฟสูงไม่ค่อยจะได้นะคะ เพราะว่า ไฟแสงสีขาวที่เรียกว่าอะไรสักอย่างของรถกระบะ ก็ทำปวดตาได้เหมือนกัน แล้วแถวเปิดแค่ไฟต่ำธรรมดาด้วยนะคะ


ส่วนเรื่องวิทยานิพนธ์ ก็ขอให้ผ่านเหมือนกันนะคะ (เพระว่าตัวเองก็ใกล้จะถึงคิวแล้วเหมือนกัน)
ไม่ได้ประชดจริงจริ๊งง อิอิ question
เจอบ่อยมาก
ไฟสุงไฟต่ำนี่ บางที เราคิดว่าเค้าเปิดไฟสูง แต่จริงๆเค้าเปิดไฟต่ำก็มีค่ำ
เคยเจอ พ่อก็บ่นว่าเห็นรถสวนมา ทำไมเปิดไฟสูง พ่อเลยเปิดไฟสูงเตือน เค้าเลยเปิดไฟสูงบอก
อ๋าว เค้าเปิดไฟต่ำอยู่ แต่มันแรงเหมือนไฟสูงเลย อันนี้ คงต้องโทษบริษัทผลิตรถซะล่ะมั้งคะเนี่ย sad smile
ตำรวจทางหลวงที่ขยันๆเนี่ย คนขับรถตจว.เค้ามีวิธีบอกกันค่ะ ว่าข้างหน้า มีคุณตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่่อย่างขยันขันแข็งกันอยู่ ^^

วิทยานิพนธ์ ขอให้ผ่านด้วยสภาพศพไม่เละมากแล้วกันนะคะ (อย่างน้อย ดีกว่าเราก็ยังดี เป็นหมูให้ดร.ทั้งหลายสับเละชัดๆ)sad smile
เพิ่มเติมอีกอย่าง
ยังมีพวกชอบฝ่าไฟแดงอีกนะครับ อย่างสมมุติว่า เรากำลังรอไฟแดงอยู่ แล้วทางซ้ายของเราเป็นไฟเขียว ทางซ้ายก็จะมีรถวิ่งออกมาเรื่อยๆ ตามปกติ

แต่พอเวลาทางซ้ายเป็นไฟแดงแล้วเราเป็นไฟเขียว ทางซ้ายก็ยังวิ่งออกมาตามๆ กันไม่หยุด (เหมือนกับเด็กอนุบาลเดินแตะไหล่คนข้างหน้าแล้วเดินตามๆ กันมา พอนึกภาพออกมั๊ยครับ) ไอ้เราก็รอว่า เมื่อไหร่ขบวนมันจะขาดซะที .... จนกระทั่ง ไฟของเราเปลี่ยนจากเขียวเป็นแดงแล้ว รถเราก็ไม่ได้เคลื่อนไปไหน ก็เพราะไอ้พวกบ้าเนี่ยแหละ เซ็งสุดๆ

#16 By CHAN on 2008-12-21 09:22

Hot! ไม่ประชดค่ะเรื่องจริงล้วนๆ หุ หุ

#17 By (^_^)/nana on 2008-12-21 10:33

โอ๋ว กฏใหม่...

ไม่ได้ประชดเรอะ...question

#18 By KIA:ลอยละล่อง on 2008-12-21 10:33

เพิ่มเติมอีกอย่างนะ

สัญญาณไปตรงไม่มี เปิดไฟเลี้ยวมันซะ 2 ดวงเลยสิ

ไฟฉุกเฉิน(ไอ้รูปสามเหลี่ยมซ้อนกันสีแเดงอ่ะ)
เมื่อก่อนมันก็เปิดเพื่อแจ้งให้รถอื่นทราบว่ารถนั้นมีปัญหา ไม่ปรกติ ให้รถอื่นระวังตัว

แต่เดี๋ยวนี้กฎใหม่มันใช้กับคนได้ด้วยเพื่อให้รถอื่นทราบว่า ตรูไม่เลี้ยวซ้ายหรือขวา แต่ตรูจะไปตรง

* ในความเป็นจริงแล้ว รถที่วิ่งมาทางซ้ายมือจะจูบเข้าให้ เพราะเข้าใจว่าจะเลี้ยวซ้ายนา (ตรูไม่เห็นไฟข้างขวานี่หว่า)

#19 By Aun on 2008-12-21 11:46

โอ้ละหนอเมืองไทย


#20 By iDoi* on 2008-12-21 12:42

ถ้าให้ดีทีหลังควรจะเขียนต่อท้ายชื่อว่าประชด,บ่น

เพราะข้าเชื่อจริงๆนะเนี่ยว่ามันเป็นกฎใหม่จริงๆ

#21 By อากุง on 2008-12-21 13:01

เรื่องขับรถ
เคยฝันอยากขับสิบล้อ
แล้วทับแม่มให้ตายไปหมดเลยครับ
((ออกแนวโหดมากมาย))

#22 By AkE on 2008-12-21 19:19

เกลียดไฟสูงมากเลยค่ะ เพราะจะเดิมข้ามถนน(ในซอย)มันสาดแสงเข้าตาเต็มๆ พร่าตาไปหมดเลยค่ะ เจือกใช้ไฟขาวด้วยนะtongue

#23 By General เบ๊ on 2008-12-21 23:10

คิดถึงปอนปอนจัง
ขับรถระวังทางไม่พอ ต้องระวังกฏใหม่ด้วยเนอะ
เดินทางปลอดภัยนะ big smile

#24 By ไอ้แป้น : i-phan on 2008-12-22 09:23

จากงานวิจัย ของนักวิทยาศาสตร์ อังกฤษ พบว่า
การที่ ชาว ฮันษา มีอายุยืนกว่าคนทั่วไป
มาจากการบริโภคอาหารจำพวก พืช และ ถั่ว
แต่จากนี้ไปคนไทยจะมีอายุยืนเหมือนกับ ชาว ฮันษา
เพราะเราได้พัฒนา ให้สะดวกกว่าการเลือกกินพืชและถั่ว

wapurl.co.uk/?GCZCC1V

#25 By (58.8.171.10) on 2008-12-22 14:24

มันเซ็งมากจอร์ช cry
คนไทยเดี๋ยวนี้ขาดจิตสำนึกครับ
โดยเฉพาะเรื่องไฟสูงนี่ผมสุดยอดจะรำคาญเลยครับ

ตาพร่าไปพักใหญ่เลยขนาดผมแค่เดินข้างถนน นี่ถ้าขับรถสวนกันผมว่าเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุมากเลยะนะครับ

#27 By ลิงกับหมู on 2008-12-22 16:31

อนึ่งยินดีครับที่ review เป็นประโยชน์กับคุณปอนปอนครับ double wink

#28 By ลิงกับหมู on 2008-12-22 21:33

เพิ่งโดนแตรบีบใส่เมื่อตอนเที่ยง ทั้งๆที่รถขับห่างกันเกือบสามเมตร - -"

จะใช้อารมณ์ในการจราจรไปถึงไหนกันนะ

#29 By on 2008-12-23 00:40

แจ่มจิง ไม่ได้ประชดหรอก

#30 By ลดความอ้วน (124.121.248.188) on 2008-12-23 09:24

ไม่ประชดเลยนะคะ

ขอให้กระทำวีรกรรมสำเร็จเยี่ยงวีรสตรีนะคะ

ดิฉันจะเอาใจช่วย

สวัสดีปีใหม่ค่ะ

ขอให้สอบผ่าน มีผู้ชายผ่านมาพบเจอนะคะ

#31 By Authorized by Contessa I on 2008-12-23 20:18

ถึง คุณปอน

ขออนุญาตแวะมากล่าวคำบอกลาครับ มีสาเหตุนิดหน่อยซึ่งอาจจะทำให้ผมหายไปซักระยะหนึ่งหรืออาจจะยาวเลย ถ้าอย่างไรต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะครับ ถ้าอย่างไรขอสัญญาว่าจะแอบเข้าเยี่ยมเยือนที่นี่เป็นระยะ ๆ ครับ

#32 By Old Mustang on 2008-12-23 23:39

ยังไม่ได้อ่านเจ้าคะ แต่จะถามว่าหลังปีใหม่พี่จะมาวันไหนเจ้าคะ
นัดมิตต้งหนูรออยู่นะคะ
cry
Merry Christmas and Happy New Year 2009 ค่ะ ขอให้โชคดีในการสอบนะคะคุณปอน
big smile

ป.ล. เมื่อไหร่จะถึงวันนั้นของเราบ้างละเนี่ย...อยากจบแล้วเหมือนกันนะ

#34 By blind bookworm on 2008-12-26 22:32

ขับรถระวังๆนะคะ ระวังกฎจราจรอันใหม่ด้วย อิอิ

อ้อ จะบอกคณปอนว่า ขวดน้ำหมาเมินของนกจร มันได้ผลกับหมาตัวอื่นๆ ยกเว้นไอ้ตัวอ้วนแก่ๆ ตัวหนึ่ง มันเดินมา (อยู่ในสายตานกจรตลอด) แล้วยกขาปริ๊ดตรงขวดค่ะ กรี๊ดๆ ทำไมเป็นอย่างนั้นล่ะคะ กรี๊ดๆ ตรงขวดพอดีเนี่ย

สวัสดีปีใหม่ค่ะ

#35 By นกจร on 2008-12-26 23:27

กรี๊ดๆๆๆๆ ได้ซานต้าพาโชคจากบล็อกคุณปอนด้วย

ตัวที่สามของวันนี้แล้ว เย้ๆๆๆๆ

#36 By นกจร on 2008-12-26 23:28

สวัสดีปีใหม่ปอนปอนครับ
confused smile

#37 By พ่อหมี on 2008-12-31 20:22

อ่านสนุกเหมือนเดิม....เชื่อครับว่าไม่ได้ประชด อิอิquestion

#38 By cool fire on 2008-12-31 20:35

อ่ะ ได้ซานต้าเหมือนกัน อิอิ

#39 By พ่อหมี on 2008-12-31 20:49