เสน่ห์ปลายจวักฯ ตอนที่ 2: แกงเขียวหวานลูกชิ้นปลากราย
posted on 06 Apr 2009 20:51 by sloppythinking in Liveห่างหายไปนานจากการอัพบล็อก เหตุผลที่จะเอามาอธิบายได้อย่างเป็นรูปธรรมที่สุดก็คือ "ขี้เกียจ" ครับ ไม่อยากทำอะไรๆ ทั้งสิ้น คงเป็นความรู้สึกที่เก็บกดมานานหลังจากการเรียนอย่างลุ่มๆ ดอนๆ เลยอยากอยู่เฉยๆ ซะมากกว่า
แต่สิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้ก็คือ การกินครับ ที่จริงทำไว้แล้วคิดว่าจะอัพเรื่องนี้ตั้งแต่เดือนกุมภาแต่ก็ด้วยเหตุผลแบบหน้าด้านๆ ก็เลยมาอัพเอาเดือนนี้แทน
มาเริ่มกันเลยดีกว่า แพล่มมามากแล้ววัตถุดิบกันเลยครับ
- พริกแกงเขียวหวานสัก 2 ขีดก็น่าจะพอครับ เพราะปอนต้องตำวัตถุดิบเพิ่มเข้าไปเพื่อความเข้มข้นอีก
- มะพร้าวเพื่อเอามาคั้นกะทิ ครึ่งกิโล ครับ ต้องคั้นเองซื้อเอาไม่ได้อย่างใจ
- เนื้อปลากรายขูด ครึ่งกิโล ครับ เดี๋ยวเราต้องเอามาตำเอง
- ไข่ไก่ 2 ฟอง เอามาตำกับปลา
- พริกแจว (แถวบ้านเรียกอย่างนี้) หรือพริกขี้หนู, พริกชี้ฟ้าที่บ้านเรียกพริกอ่อน, กระเทียมประมาณ 2 หัว, ผิวมะกรูด
- ถั่วฝักยาว
- ใบโหระพา
เริ่มวิธีการทำก่อนเลยดีกว่าครับ
เตรียมพริกแกง
1. ตำผิวมะกรูดสักประมาณนึง ถ้าชอบกลิ่นเยอะก็ใส่เยอะ แต่ถ้าใส่เยอะมากมันจะขมนะครับปอนใส่ประมาณในภาพ (ครกหินนี่ดีจริงๆ ตำแป๊บเดียวละเอียดแหลก เมื่อก่อนที่บ้านใช้ครกดินเผาครับ แต่แม่ตำไปตำมาแตกหมดก็เลยต้องขุดครกหินมาใช้)

2. ตำพริกแจวหรือพริกขี้หนูครับ แม่ปอนบอกเคล็ดลับว่าจำนวนพริกต้องเป็นเลขคี่ถึงจะอร่อย สาเหตุไม่รู้เหมือนกันครับว่าเพราะอะไร ถ้าชอบเผ็ดมากให้ใส่เยอะ 20 เม็ดขึ้นไป แต่ถ้าพอดีๆ ตั้งแต่ 15 เม็ด ครับ ส่วนปอนไม่ได้นับครับ ใช้วิธีกะๆ เอา ถ้าอยากให้พริกแกงดูดีน่ากินควรใช้พริกสีเขียวอย่างเดียวนะครับ ถ้าใช้แบบปอนมันจะเหมือน เอ่อออ ดูเอาเองละกัน

3. ตำกระเทียมครับ ใส่ให้หมดเลยทั้งสองหัว ไม่ต้องปลอกเปลือกจนหมดก็ได้นะครับ แบบในรูป คนโบราณบอกว่ามันจะหอม (หรือเป็นข้ออ้างที่จะปอกนะ) หลังจากตำกระเทียมจนแหลกดีแล้ว เราก็เอาพริกแกงสำเร็จที่ซื้อมาตำลงไปผสมๆ กันจนเป็นเนื้อเดียวกันครับ แค่นี้ก็เสร็จเรียบร้อยแล้วครับสำหรับพริกแกง

ต่อมาเรามาทำลูกชิ้นปลากรายกัน
1. เอาเกลือพอประมาณใส่ไปที่ครกครับ (ไม่ต้องล้างครกนะครับ) อย่าใส่เยอะล่ะครับเดี๋ยวลูกชิ้นเค็ม ใส่แค่พอไม่ให้ลูกชิ้นเราคาว เอาไข่ไก่ฟองแรกใส่ลงไป ใส่เนื้อปลา แล้วก็ใส่ไข่ลงไปครับ วิธีการนี้จะทำให้เนื้อปลาไม่ติดครกกับสากครับ




2. จากนั้นเราก็ตำครับ ตำแบบตะล่อมจากขอบครกไปเรื่อยๆ อย่าตำเข้าไปตรงกลางนะครับเดี๋ยวดึงสากไม่ขึ้นเอา ตำจนกระทั่งเนื้อปลาฟูแล้วขึ้นเงา เหมือนอย่างในรูปครับ

2. จากนั้นเราก็ต้มน้ำให้เดือดครับ ในน้ำต้มใส่เกลือลงไปหน่อยนึงครับเพื่อลดความคาวของปลา เอาช้อนจุ่มในน้ำเดือดแล้วมาตักปลาที่ตำแล้วให้เป็นก้อนพอประมาณ ไม่ต้องใหญ่มากนะครับ เดี๋ยวมันก็พองขึ้นอีก โยนใส่ไปในหม้อน้ำเดือดๆ เลยครับ ปล่อยไว้เดี๋ยวมันพองลอยฟ่องขึ้นมาเองครับ



3. พอเราตักจนเนื้อปลาเสร็จแล้ว ก็ยกหม้อลูกชิ้นลงแล้วพักไว้ครับ ไม่ต้องตกใจนะครับเพราะเดี๋ยวมันจะยุบลงหน่อยนึง แต่เราก็จะได้ลูกชิ้นปลากรายที่เหนียวนุ่มอร่อยปราศจากสารบอแร้กซ์
ขั้นตอนการทำแกงแล้วครับ
1. คั้นกะทิแยกหัวแยกหางให้เรียบร้อยนะครับ หัวกะทิคั้นให้ข้นๆ น้ำเยอะๆ หน่อยก็ได้นะครับเพราะเราต้องแบ่งออกเป็นสองส่วนคือ เอาผัดพริกแกง กับราดหน้าตอนเสร็จ ส่วนหางกะทิให้กะเอาปริมาณพอคั้นเสร็จแล้วให้ได้เต็มครกพอดีครับ
เราเอาหัวกะทิตั้งไฟให้แตกมันนะครับ แล้วเอาพริกแกงลงไปผัดให้มีน้ำมันขึ้น



2. ตักลูกชิ้นปลาจากหม้อมาคลุกเคล้า แล้วใส่น้ำปลาน้ำตาลลงไปประมาณนึงครับ



3. หลังจากคนๆ ผัดๆ กันเรียบร้อยแล้วก็ใส่ถั่วฝักยาวกับพริกชี้ฟ้า (พริกอ่อน) ลงไปเคล้าคลึงให้ทั่วครับ ที่จริงเมื่อถั่วสุกเราก็สามารถเสิร์ฟเป็นแกงเขียวหวานลูกชิ้นปลากรายผัดแห้งได้แล้ว แต่บ้านปอนคนแก่เยอะชอบกินถั่วเละๆ เลยต้องทำเป็นแกงครับ

4. ใส่หางกะทิลงไปทั้งหมดเลยครับ แล้วก็เปิดไฟอ่อน รอจนเดือดสักพัก ชิมรสชาติให้มีหวานนำเผ็ดเค็มนิดหน่อย เอาให้กลมกล่อมตามที่คนกินชอบครับ


5. เมื่อปรุงรสเสร็จแล้วให้เอาหัวกะทิที่แบ่งไว้มาราดลงไปครับ แล้วรอให้เดือดอีกรอบนึง ใส่ใบโหระพาลงไปคลุกเคล้า ก็เสร็จเรียบร้อยแล้วครับ

จากปริมาณที่ปอนพูดมานี้จะทำได้ปริมาณเยอะมากเลยนะครับ บ้านปอนอยู่กัน 3 คนสามารถกินได้ 3 มื้อ มื้อละจานใหญ่ๆ เลยทีเดียวครับ ถ้าใครอยู่คนเดียวก็ลดปริมาณส่วนผสมเอาตามความสะดวกนะครับ กะประมาณเอาให้เหมาะสม เพราะปอนไม่เคยตวงส่วนผสมสักที 

สงกรานต์นี้ปอนไม่ได้ไปไหน อาจมีสูตรไอศกรีมอีก 2 รสชาติมานำเสนอนะครับถ้าทำแล้วประสบความสำเร็จ ปอนตั้งใจว่าจะทำไอศกรีมสหมะม่วง แล้วก็ไอศกรีมมัลเบอร์รี่ หรือไอศกรีมสตอร์เบอร์ราดซอสตอร์เบอรี่ครับ ว่างงานจิตว่างก็ต้องทำอาหารตามคอนเซ็ปต์ของเอ็นทรี่นี้ว่า "เสน่ห์ปลายจวัก ผัวรักผัวหลง ไม่มีผัว ทำแจกคนอื่นๆ กินก็ได้ (วะ)"
ปอนเองครับ

นี่ถ้าหน้าตาไม่ดี คงทำออกมาน่าทานขนาดนี้ไม่ได้นะเนี่ย ฮา
เสน่ห์ปลายจวักสุดยอดเลยปอนปอน
#1 By ไอ้แป้น : i-phan on 2009-04-06 20:59