วิพากษ์สื่อแบบบ้านๆ กับปอนปอน
posted on 17 Jul 2009 14:54 by sloppythinking in Communicationแพนด้าโตขึ้น 3 เซ็น น้ำหนักเพิ่มขึ้น 1 เท่าตัว มีแต่ข่าวนี้อีกละอะไรกันนักกันหนา
ช้างยังกลายเป็นแพนด้าได้เลยเนอะ
คนแห่แหนไปดูแพนด้าตัวเป็นๆ อย่างล้นหลาม
แพนด้าคือความสุขของชนชาวไทย
อ๊ะ..น้องนกแข่งชนะ
อุ๊ย... น้องนกร้องคาราโอเกะเพลงของพี่ตูนบอดี้สแลม
น้องนกไปช้อปปิ้งแต่งตัวให้ตุ๊กตา
ย่าของน้องนกปัดกวาดเช็ดถูบ้านไว้เตรียมรอน้องนกกลับมาพร้อมกับเตรียมพระไว้ให้
คนตายจากไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่เพิ่มขึ้นอีก 1 ราย มีผู้ป่วยเสียชีวิตไปแล้วกว่ายี่สิบคน
พบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นหลายร้อยคน
ปอนคิดว่าในช่วงสองสามสัปดาห์ที่ผ่านมาพวกเราคงเจอแต่ข่าววนเวียนแต่เรื่องพวกนี้กันเป็นส่วนใหญ่ บางคนอาจจะชอบข่าวประเภทนี้เพราะสามารถบริโภคได้อย่างสบายใจ ไม่ต้องคิดอะไรมากเหมือนพวกข่าวการเมืองหรือข่าวความขัดแย้งระหว่างเขมรกับไทย ข่าวสู้รบกันในพม่า หรือความตกต่ำทางเศรษฐกิจของประเทศที่กำลังพบเจอกันอยู่ในตอนนี้
แต่ถ้าเรามองในฐานะที่เราเป็นผู้บริโภคสื่อเรากำลังโดนเอาเปรียบอย่างไม่รู้ตัวเลยนะครับ เพราะข่าวพวกนี้จะมีประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิตของเราน้อยมากแล้วเราถูกทำให้กลายไปเป็นสินค้าของบรรดาสื่อมวลชนต่างๆ เพื่อเอาไปเรียกค่าโฆษณาได้อีกต่อหนึ่ง เพราะยิ่งเสนอข่าวพวกนี้คนยิ่งดูเพิ่มมากขึ้นเมื่อคนดูเพิ่มมากขึ้นเรทติ้งก็จะดีทำให้สามารถเรียกค่าโฆษณาเพิ่มขึ้นได้อีก
สิ่งที่ทำให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่าสื่อมวลชนไม่ได้แสดงความรับผิดชอบต่อผู้ดูก็คือการที่ในรายการเรื่องเล่าเสาร์อาทิตย์ สรยุทธ์ สุทัศนจินดา ได้เปิดให้โหวตว่าระหว่างข่าวหมีแพนด้า กับข่าวการเมือง คนดูอยากดูอันไหนมากกว่ากัน ผลปรากฏว่า คนดูกดโหวตว่าอยากดูหมีแพนด้ามากกว่า
สิ่งที่สะท้อนได้จากปรากฏการณ์เหล่านี้ก็คือ... สื่อมวลชนกำลังทำหน้าที่บกพร่องอย่างร้ายแรง การคัดเลือกข่าวที่จะนำเสนอต้องเป็นข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนสูงสุด การวิเคราะห์ไม่ใช่แค่เพียงถามประชาชนว่าต้องการรับรู้ข่าวเรื่องไหน แต่จะต้องคิดว่าประชาชนอย่างเราๆ ยังขาดแคลนข่าวสารในการดำเนินชีวิตด้านไหนอย่างไร แล้วประชาชนกำลังถูกละเมิดสิทธิ หรือเสียผลประโยชน์ในด้านใดบ้าง ซึ่งสื่อมวลชนควรจะต้องนำเสนอข่าวด้านนี้เพื่อให้เป็นข้อมูลแก่ประชาชนในการตัดสินใจในการดำเนินชีวิต หรือเลือกที่จะรักษาผลประโยชน์ของตัวเองได้อย่างไร
แต่สิ่งที่สื่อมวลชนกำลังทำอยู่เป็นเพียงแค่การบอกข่าวสารที่เกิดขึ้น (to inform) ให้แก่ประชาชนเท่านั้น ไม่ได้ทำหน้าที่ในการให้การศึกษาให้ความรู้ (to education) แต่สิ่งที่การนำเสนอข่าวไม่ควรจะมีแต่ก็ทำให้มีคือ "ความบันเทิง" (to entertainment) แต่สิ่งที่เห็นอยู่ก็คือการเอาข่าวมาขายเพื่อเพิ่มจำนวนคนดู และเพิ่มช่องทางการหารายได้ผ่าน SMS
นอกจากสาเหตุทางด้านการตั้งหน้าตั้งตาเพิ่มยอดรายได้แล้ว ปัจจัยหนึ่งที่ทำให้มีแต่ข่าวสารประเภทนี้ก็คือการที่แข่งกันทำข่าวให้รวดเร็วมากกว่าช่องอื่น ทำให้มีโอกาสการคิดวิเคราะห์ได้น้อยและมีความผิดพลาดสูง ในปัจจุบันสกู๊ปข่าวแบบเจาะลึก ข่าวแบบสืบสวนสอบสวนจนกระทั่งทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงมีน้อยมาก เนื่องจากต้องใช้เวลา งบประมาณ และความสามารถของคนทำอย่างสูง ทั้งๆ ที่จริงๆ แล้วข่าวควรจะมีความรอบด้าน รอบคอบ เปิดกว้างให้คนได้คิดตรึกตรอง ในบางรายการประเภทเล่าข่าวยังมีการสอดแทรกความคิดเห็นของผู้ประกาศลงไปในข่าวบางครั้งอาจจะเกิดผลเสียต่อแหล่งข่าวนั้น หรือครอบงำความคิดของผู้บริโภคเลยก็เป็นได้
ในฐานะที่เราเป็นคนบริโภคสื่อปอนคิดว่า การเรียกร้องหรือการสะท้อนให้เห็นว่าเรารู้เท่าทันสื่อมวลชนเหล่านี้ มันจะเป็นทั้งการรักษาผลประโยชน์ของเราและพัฒนาสื่อมวลชนไปด้วยในตัวนะครับ อย่าปล่อยให้สื่อมวลชนมาเอาเราไปหากินได้แต่ฝ่ายเดียว เราควรจะใช้สื่อมวลชนให้เต็มที่เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของเรา เสียงสะท้อนของเราสามารถทำได้ทั้งการส่งจดหมาย อีเมล์ ส่ง SMS ไปติติง เสนอแนะ ในการนำเสนอข่าวในแต่ละช่องได้เลยทันทีนะครับ ถ้าเรารู้เท่าทันสื่อมวลชนและรักษาสิทธิ ปอนคิดว่าสังคมของเราน่าจะเข้มแข็งขึ้นเยอะเลยทีเดียวครับ

ปอนเอง
ปัจฉิมลิขิต... - ห่างหายไปนานจนล่วงเลยวันหวยออกสงสัยแฟนคลับหายไปหมดแล้วมั้งเนี่ยะ
- ต้องขอโทษด้วยนะครับเพราะต้องยุ่งๆ เกี่ยวกับเรื่อง "งาน" เลยทำให้ไม่ค่อยจะมีเวลาเขียนเท่าไหร่
ทั้งๆ ที่มีเรื่องที่จะเขียนอยู่เต็มหัวเลยครับ ตอนนี้ก็กำลังคุมสอบกลางภาคเด็กๆ อยู่

- คราวหน้ามาว่ากันด้วยเรื่อง "ความรับผิดชอบ" กันดีกว่าครับ...

ไม่เคยชอบบริโภคข่าวจำพวกนี้เลย

มาสเตอร์แชมป์
แต่อยากรู็ไหมครับว่าทำไม น้องเคอิโงะ ที่เป็นกระแสก่อนหน้าแพนด้า ถึง ดังขึ้น ถ้าอยากรุ้ให้ถามมาทาง ems ละกันครับ
ส่วนแพนด้า ผมว่ามาจาก "ไทยรัฐ" ครับ ที่เป็นเจ้าแรกที่ชงเรื่องแพนด้า แล้วขายดี จนเจ้าอื่นเลียนแบบ
ไม่เห็นอยากรุ็เลยว่า มัน น้ำหนักเท่าไหร่ ลืมตาแล้วยัง แสดงอารมณ์แล้วยัง
มันคงคิดว่า "อย่ายุ่งกะกู"
#1 By กรรมกรไซเบอร์ on 2009-07-17 14:59