จากการแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงการทำงานของรัฐบาลที่ไม่สามารถควบคุมโรคนี้ไม่ให้แพร่กระจายได้ ทำให้มีคนตายมากมาย มีคนติดเชื้อเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็วปรู๊ดปร๊าดมากกว่าประเทศอื่นๆ ที่แพร่ระบาดพร้อมๆ กับเราเช่น จีนกับญี่ปุ่น ทุกๆ คนก็รุมไปที่รัฐบาล หน่วยงานรัฐ แพทย์ ฯลฯ


แต่



ปอนประหลาดใจมาก


ที่


ทุกคนไม่โทษตัวเองและคนข้างเคียง
!!!



เพราะจริงๆ แล้วการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสมันไม่สามารถลอยเท้งเต้งในอากาศแล้วไปติดใครๆ ได้เหมือนฝุ่นละออง แต่มันต้องมีพาหะที่พาหะนั้นก็ต้องย่อมรู้ตัวดีอยู่ว่าไม่สบาย แต่ก็ไม่ได้ทำอะไรๆ เพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อเหล่านั้นไปติดคนอื่นและคนรอบข้างก็ไม่ได้ระวังตัวให้ตัวเองแข็งแรงและปราศจากไวรัส เรื่องนี้เห็นได้ชัดจากลูกศิษย์ปอนคนหนึ่งครับยืดอกว่าเป็นผู้ติดเชื้อไข้หวัดนี้เหมือนกัน แต่ก็มาเรียนหนังสือโชคดีหน่อยที่ใส่หน้ากากอนามัยแต่มันก็ยังไม่ดีถึงที่สุดเพราะเวลาพูดหรือคุยกับเพื่อนเจ้าลูกศิษย์ตัวดีก็จะดึงหน้ากากอนามัยลงทุกครั้ง

เหตุการณ์นี้มันก็เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งที่ปอนสังเกตได้ว่าในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาคนไทยเรามีลักษณะการพึ่งพาผู้อื่นสูงมากขึ้น สาเหตุที่ปอนคิดว่าน่าจะใช่ก็คือนโยบายด้านประชานิยมของรัฐบาลทุกๆ ชุดที่ผ่านมา ที่พยายามโอบอุ้มและลดภาระของประชาชนให้มากที่สุดจนบางครั้งอาจเรียกว่าประเคนให้ ทำให้เมื่อมีอะไรขึ้นมาก็จะเรียกร้องจากรัฐบาลไม่มีที่สิ้นสุดโดยไม่คิดที่จะพึ่งตัวเองก่อน

(เพิ่มเติม) เหตุการณ์ไข้หวัดนี้มีกลุ่มๆ หนึ่งที่สมควรโดนประณามมากก็คือบรรดาโรงเรียนกวดวิชาที่โดนสั่งปิดก็ได้แต่โทษคนอื่นๆ ปฏิเสธความรับผิดชอบพร้อมทั้งยังเห็นแก่ตัวอีกด้วยครับ ทั้งๆ ที่เมื่อตัวเองก็เป็น "ส่วนหนึ่ง" ของพาหะก็ยังได้แต่ผลักภาระไปให้คนอื่น ซึ่งที่จริงแล้วควรจะต้องร่วมด้วยช่วยกันในการป้องกันไม่ใช่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว นี่เป็นหนึ่งในหลายๆ สาเหตุที่ทำให้ไข้หวัดแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็วจนควบคุมไม่ได้ครับ

ในหลายครั้งความผิดพลาดมาจากตัวเองที่ไม่มีการพัฒนาหรือเปิดรับเทคโนโลยีการผลิตใหม่ๆ การหาตลาดใหม่ๆ หรือแม้แต่การวางแผนการผลิตที่ดี ก็จะต้องมาเรียกร้องให้รัฐบาลเอาเงินภาษีของประชาชนไปรับผิดชอบความผิดพลาดเหล่านั้น อาทิเช่น เรื่องลิ้นจี่ ลำไย ข้าว เงาะ ทุเรียน ยางพารา เด็กติดเกมส์ เด็กอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ เด็กแว้นซ์ เด็กติดยา ยากจนข้นแค้น ตกงาน ไม่มีงานทำ ฯลฯ ปัญหาเหล่านี้เราจะเห็นเป็นปัญหาทุกปีแล้วก็เรียกร้องกันทุกปี (ไม่เบื่อกันบ้างหรือไงนะ)

สิ่งเหล่านี้ก็จะประเดประดังเข้ามาสู่รัฐบาลว่าไม่มีประสิทธิภาพไม่มีความสามารถในการแก้ไขปัญหาได้ ไม่น่าแปลกใจว่าทำไมประเทศเรายังไม่ก้าวหน้าแบบพุ่งทะยาน เพราะแทนที่รัฐบาลจะเข้ามาเพื่อกำหนดนโยบายต่างๆ แต่ก็ไม่ได้ทำเพราะมัวแต่ไปเช็ดกระไดไชรูท่อ แก้ปัญหาซ้ำๆ เดิมๆ ทุกๆ ปี



จนปอนได้มาพบเจอกับโปรเจคนี้ครับ






เมื่อปอนดูโฆษณาทางโทรทัศน์ครั้งแรกทั้งสองแบบปอนก็เกิดความปราบปลื้มขึ้นมาทันที... ว่านี่แหล่ะโดนใจเราที่สุด ปอนคิดว่านี่แหล่ะคือคำตอบของปัญหาทั้งหมด ลองดูกันนะครับแล้วคิดว่ายังไงกัน ถ้าเห็นด้วยก็ช่วยกันคนละไม้คนละมือเผยแพร่ไปเยอะๆ นะครับ หารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thainayoo.com/home.html โปรเจคนี้เป็นโปรเจคลงแขกนะครับ โฆษณาและเวลาออกอากาศก็เกิดจากการลงขันกันโดยไม่มีเรื่องผลประโยชน์ทางการตลาดเข้ามาเกี่ยวข้อง ปอนว่าถ้าเราช่วยๆ กัน น่าจะทำให้คนอื่นๆ ได้ฉุกคิดกันขึ้นมาได้บ้างนะครับ





ปอนเอง


ปัจฉิมลิขิต : - ถ้าคุณแชมป์เอาโฆษณาพวกนี้ตัวใดตัวหนึ่งไปไว้หน้าเอ็กซ์ทีนได้ก็คงจะดีเหมือนกันเนอะ
                 - ถ้าใครอยากดูแบบละเอียดๆ ในรายการเจาะใจไปได้ที่นี่
http://www.manytv.com/videos/10023-_1_7_.php เลยครับ












Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เริ่มต้นที่เปลี่ยนที่ตัวเอง แล้วสังคมก็จะเปลี่ยน

ตามที่ท่านพระอาจารย์ว.วชิรเมธี ท่านมาบรรยายให้ที่มอฟัง

big smile Hot! สนับสนุนโครงการนี้

เผยแพร่กันเยอะๆ ตัวเล็กก็ใส่ไว้ในเอนทรี่ คนไทยเท่านั้น big smile

#1 By iTualek on 2009-07-30 02:32

ถูกใจมากเลยครับ entry นี้ big smile

#2 By @ri on 2009-07-30 02:33

อะไรๆก็โทษคนอื่น

หวัดกระจายเยอะ โทษรัฐบาล โทษนายก
ทักษิณเป็นนายกแล้วหวัดมันจะหยุดแพร่หรือไง question

มัวแต่งมืองอเท้า ไม่ทำงานหวังจะเอาแต่ เงิน
หวังแต่ทำสิ่งเดิมๆ แต่หวังผลแตกตต่าง มันก็เลยจนเหมือนเดิม

จะรัฐบาลสมัยไหนก็ต้องพึ่งตัวเองครับ Hot!
Hot! เอะอะอะไรก็โทษรัฐ หาว่ารัฐไม่ช่วย จนอดสงสัยไม่ได้ว่า สังคมไทยเป็นสังคมแห่งการเพิ่งพา (คนอื่น)ไปเสียแล้ว

#5 By ป้าหมู on 2009-07-30 09:44

Hot!

#6 By moodee on 2009-07-30 09:56

เจ๋งจริงๆ

พระอาจรย์เคยพูดว่า ใครๆต่งก็บอกว่า ทำชั่วดีกว่าทำดี

แต่จริงๆแล้วทำดีนั้นทำง่าย
แค่อยู่เฉยๆ ก็ดีแล้ว

จะเปลี่ยนประเทศได้ยังไง ถ้าตัวเรายังไม่เปลี่ยน

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#7 By _MuMinTy_ on 2009-07-30 12:34

Hot! Hot!
จริงๆถ้าจะควบคุมกันแบบซีเรียส มันต้องทำแบบเด็ดขาดแบบเมกซิโกน่ะครับ ปิดสถานที่ที่เป็นแหล่งรวมผู้คนอย่างโรงหนัง ห้าง
ซึ่งถ้าปิดจริงๆคนคงด่ารัฐกันระงม

เห็นด้วยที่ว่าคนไทยสมัยนี้เน้นการพึ่งพาคนอื่นมากขึ้น จนกระทั่งลืมที่จะดูแลให้ตัวเองยืนได้ด้วยตัวเอง (ตามสไตล์ทุนนิยมแหละครับ)

ได้แต่หวังว่าประเทศไทยคงจะเข้มแข็งกว่านี้ในเร็ววันครับ

#8 By ลิงกับหมู on 2009-07-30 12:55

Hot!

เรื่องปกติของสังคมคน ที่ไม่ยอมรับความผิดพลาดของตัวเอง แต่ร้องทักโยนความผิดให้คนอื่นแทน

#9 By โลกมืด on 2009-07-30 12:59

ค่ะ

#10 By Luvinmache on 2009-07-30 14:50

คนส่วนมากโทษคนอื่นหมดแหละ
ผมก็ดันเป็นหนึ่งในคนส่วนมากด้วยสิ (บางครั้ง)big smile Hot!
ถูกใจจริงๆ คนเปลี่ยนสังคมเปลี่ยน^^

#12 By topgodzilla on 2009-07-30 16:12

Hot! Hot! Hot! Hot!

สนับสนุนเต็มที่ !!!!

#13 By † ¨ O I L z ¨ † on 2009-07-30 17:20

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#14 By Rinna ♥ on 2009-07-30 18:42

โอ้วววววววววววววว

ซึ้ง

ถูกต้องที่สุดแล้ว confused smile Hot!

#15 By mini-teddy on 2009-07-30 18:47

ปัญหาคือ รัฐบาลเอง เป็นคนออกมาบอกว่า เป็นแล้วไม่เป็นไร อันตรายก็เท่ากับไข้หวัดใหญ่ทั่วไป

ถ้ามันทำให้คนเชื่ออย่างนี้จริงๆ นั่นล่ะคือปัญหา
เวลาพูดคนละคน ก็พูดไปคนละทาง คนนึงพูดจริง คนนึงพูดไม่จริง แล้วจะให้คนเชื่อใคร

ครับ คุณตัดสินใจถูก คุณก็พูดได้ พอถึงเวลาเรื่องผ่านไปแล้ว ก็เอามาด่าคนอื่นว่าทำไมไม่เซฟตัวเอง

แต่
ภาคอุตสาหกรรมก็ยังต้องดำเนินการตามปกติ บางโรงงานปิดไป เขาเสียหาย ถ้าไม่ใช่ว่าร้ายแรงมากจริงๆ ใครจะอยากเสี่ยง
ธุรกิจบางตัว ติดต่อกันเรื่องเงินเป็นแสนล้าน
แล้วจะรู้ได้ไงว่าร้ายแรงหรือไม่ ก็ต้องรู้จากรัฐบาลและสื่อมวลชน
รัฐบาลพูดกลับไปกลับมา จะให้เชื่อดีมั้ยว่าร้ายแรงจริง

มันไม่ใช่แค่ปัญหาที่ว่า เราต้องพึ่งตัวเอง แต่ในสังคมใหญ่ระดับนี้ เราต้องร่วมมือกัน รัฐบาลก็มีหน้าที่ของรัฐบาล ประชาชนก็มีหน้าที่ของประชาชน
หน้าที่ของรัฐบาลในเรื่องนี้คือประกาศให้ชัดเจนว่ามันเกิดอะไร และร้ายแรงแค่ไหน และถ้าร้ายแรงมากในระดับที่จำเป็นต้องสั่งอะไร ก็ต้องสั่งลงไป
ประชาชนก็ต้องรับรู้ และหาวิธีตามที่ตัวเอง
ผมคงไม่ต้องอธิบายว่า เรื่องนี้ รัฐบาลทำหน้าที่ของตัวเองรึยัง
แต่ถ้าจะอ้างว่า เราต้องพึ่งตัวเอง ถ้างั้น จะมีรัฐบาลไปทำไม

แล้วอย่าว่าแต่โรงเรียนสอนพิเศษเลยครับ ในเมื่อตอนช่วงเวลาวิกฤต โรงเรียนรัฐธรรมดายังเปิดอยู่ตั้งหลายโรงเรียน เพราะไม่รู้ว่ามันร้ายแรงจริงมั้ย รัฐบาลก็ไม่ได้สั่งให้ชัดเจน

แล้วก็นะ เอาง่ายๆก็อย่างที่หนังสือพิมพ์ลงข่าวทุกวัน
ทำไมประเทศอื่นไ่ม่เป็นกันหนักเท่าประเทศเรา???
#16 อืม แล้วคุณละ ร่วมมืออะไรบ้างแล้วยัง หรือไปร่วมชุมนุมกับเขาด้วย?
เวลาดูข่าวเราก็แอบคิดอย่างงี้เหมือนกันนะคะ
ว่าทำไมไม่ช่วยตัวเองก่อน ก่อนจะไปเรียกร้องให้คนอื่นมาช่วย
อย่างตอนลิ้นจี่นี่เราคิดว่ามันน่าจะเอาไปแปรรูปเป็นอย่างอื่นได้ตั้งหลายอย่าง
ทำไมไม่ทำก่อน มาประท้วง เอามาเทให้เลอะเทอะถนนประชดแล้วได้อะไร เสียเปล่าทั้งนั้น

ส่วนเรื่องไข้หวัด ตัวเรามองในมุมประชาชนธรรมดานี่แหละ
คนไทยบางส่วนมีวินัยไม่พอ และบางคนไม่เห็นแก่ส่วนรวมค่ะ

ล่าสุดเรากลับจากงานไปรับปริญญาเพื่อนที่จุฬาฯ ขึ้นรถไฟฟ้า
คนปกติที่ไม่ได้ป่วย ใส่หน้ากากอนามัยค่ะ
แต่คนที่มีอาการป่วย ไอบ่อยๆ จาม กลับไม่ยอมใส่
เห็นกะตาเลยค่ะ

ซึ่งเท่าที่เราดูข่าวมาคนไม่เป็นใส่ไปมันก็ไม่ช่วยกะไรได้นอกจากกันฝุ่น
ส่วนคนที่เป็นควรจะใส่ ไม่ให้พวกสารคัดหลั่งเวลาไอจามมันกระเด็นออกมาไม่ใช่เหรอคะ
ไหงมันสลับกันแบบนี้ล่ะ


#18 By ★ GenZo ★ on 2009-07-30 21:35

ขอเสริมคุณ shuu ที่ตอบ คุณไทน่า สักนิดนึงนะครับ.. เรื่องความร้ายแรงหรือไม่ร้ายแรงของโรคปอนคิดว่าไม่น่าจะเกี่ยวกับความมีวินัย เพราะแต่ละคนผลของโรคมันก็แตกต่างกัน ถ้าคนมีวินัยมีความรับผิดชอบต่อสังคมจริงๆ รู้ว่าตัวเองไม่สบายก็ต้องรู้จักป้องกันไม่ให้ไปเผยแพร่ติดคนอื่น เรื่องแบบนี้มันเป็นเรื่องของพฤติกรรมมนุษย์ครับถึงรัฐจะกำหนดนโยบายระดับมหภาคมา พฤติกรรมของคนไม่ทำตามมันก็ไม่มีความหมาย

ส่วนคำตอบที่ว่าประเทศอื่นทำไมไม่แพร่กระจายขนาดเรา ปอนขอตอบแบบฟันธงเลยครับว่าเป็นเพราะประชาชนของเค้ามีความรับผิดชอบต่อสังคมมากกว่า (ยกเว้นประเทศจีนที่ใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดได้เพราะเป็นสังคมนิยม) อย่างประเทศญี่ปุ่นแค่คนไม่สบายนิดเดียวไม่ต้องเป็นถึงไข้หวัดใหญ่ ไม่ใช่โรคหวัดร้ายแรงเค้าก็ใส่หน้ากากกันแล้ว นี่แหล่ะครับเป็นคำตอบว่าทำไมไทยแพร่กระจายเร็ว เพราะไม่โทษรับผิดชอบต่อตัวเองไม่พอแล้วก็ยังไม่รับผิดชอบต่อคนอื่นอีก

หวังว่าคุณไทน่าคงจะเข้าใจนะครับ ปอนคงไม่ต้องพูดรอบสองรอบสามอย่างที่เคยเป็นๆ มา double wink

#19 By ปอนปอน on 2009-07-30 22:06

คนไทยกำลังจะเป็นง่อยแล้วครับตอนนี้
เพราะต้องพึงอาอาศัยคนอื่นไปหมด

Hot! Hot! Hot!

#20 By j-di on 2009-07-30 22:10

สิ่งที่คุณพูดก็ถูกครึ่งเดียวครับ มีอีกหลายประเทศที่เป็นอย่างประเทศไทย ไม่ใช่สังคมนิยม และเป็นหวัดปกติก็ไม่ได้ใส่หน้ากากกัน แต่พอถึงเวลาก็สั่งปิดสถาณที่ที่จะมีคนพลุกพล่าน ออกมาตรการแบบทันท่วงที ไม่ใช่นายกกับ รมต. พูดกันไปคนละทางแบบของไทย

การสร้างวินัยสำหรับสังคมผมก็ไม่ได้บอกว่าผิด คนไทยยังขาดวินัยอีกหลายอย่าง แต่มันก็เป็นปัญหาเชิงลึกของคนในสังคม

คนไทยไม่ชอบไปหาหมอ ไม่ชอบเข้าโรงพยาบาล สาเหตุก็หลายอย่างเช่น การเข้าโรงพยาบาลมันแพง หรือบางทีก็เชื่อใจหมอไม่ได้ บางทีเจอหมอสั่งยาแบบส่งๆ
การใส่หน้ากากพยาบาลก็มีคนวิเคาะห์กันเหมือนกันว่า คนไทยไม่ชอบใส่ เพราะพอใส่จะถูกคนรอบข้างมองเหมือนเป็นโรคอยู่ ต้องหลีกหนี ต้องไม่ไปสุงสิง อันนี้ก็เป็นค่านิยม
คุณไทน่า ก็นั่นแหล่ะครับพฤติกรรมที่พูดมาน่ะ เค้าเรียกว่าขาดความรับผิดชอบต่อตัวเองและสังคมครับ ก็เข้าใจดีนี่ครับแล้วจะพูดทำไมsad smile

#22 By ปอนปอน on 2009-07-30 22:31

คนละนิดคนละหน่อยนะbig smile

#23 By Mango Hotel on 2009-07-30 22:57

การแก้ปัญหานี้ไม่ใช่แค่่สั่งคนอื่นว่า จงมีวินัย แล้วมันจะแก้ได้ครับ แต่มันมีอะไรหลายๆอย่างที่ต้องไปจัดการเพื่อให้

การที่คนไทยไม่มีวินัยอย่างที่คุณพูด มันก็มีสาหตุ การแก้ปัญหามันไม่ใช่สั่งว่า นั่นคือความผิดของตัวบุคคล ต้องแก้นะ

และอยู่ๆจะให้เปลี่ยนพฤติกรรม ในสภาวะเร่งรีบแบบนี้ ไม่ใช่ทำได้ง่ายๆ
แต่ผมฟังคุณพูดเหมือนบอกว่า รัฐบาลไม่มีความผิดอะไรทั้งนั้น คนที่ติด คนที่ไม่มีวินัย เท่านั้นที่มีความผิด ทุกคนต้องโทษตัวเอง

มันไม่ใช่แล้วล่ะครับ
เห็นไปไล่เบี้ยถึงนโยบายประชานิยม ทำให้ให้คนไม่พึ่งตัวเอง อะไรพวกนั้นไป
ผมพูดตรงๆว่า ผมก็เห็นว่าคุณกำลังพยายามโยนความผิด โยนความรับผิดชอบ ให้กับคนที่ไม่ใช่พวกตัวเอง ให้กับคนที่ไม่ใช่คนที่ตัวเองกำลังชื่นชม

ถ้าผมเข้าใจผิดก็ขอโทษด้วย
"สาเหตุที่ปอนคิดว่าน่าจะใช่ก็คือนโยบายด้านประชานิยมของรัฐบาลทุกๆ ชุดที่ผ่านมา" ------- คุณไทน่าครับ ถ้าอ่านแล้วตีความประโยคนี้ซึ่งอยู่ในย่อหน้าที่ 3 โดยปราศจากอคติที่ติดตัวอยู่ก็น่าจะเข้าใจนะครับว่าปอนหมายถึงรัฐบาล "ทุกชุด" ไม่ได้เลือกว่ารัฐบาลของฝ่ายไหน ซึ่งคำว่าทุกชุดของปอนก็หมายถึงรัฐบาลปัจจุบันด้วยเพราะอยู่ในช่วงระยะเวลา 10 ปี คงเข้าใจนะครับdouble wink

#25 By ปอนปอน on 2009-07-30 23:36

เราต้องดูแลตัวเองและครอบครัวคนใกล้ตัวกันดีกว่า cry



เห็นคนเดิมๆปัดความรับผิดชอบ Fail!!

#26 By เสือม้า►►► on 2009-07-31 01:27

เหมือนกลายเป็นเรื่องธรรมดาไปแล้ว ที่คนเราจะโทษคนอื่นไว้ก่อน sad smile

อย่างเรื่องหวัด 2009 เนี่ย สำหรับเราขอป้องกันตัวเองไว้ก่อนดีกว่า ไม่ไปอยู่ในสถานที่เสี่ยงน่าจะดีนะึคะ

#27 By i-interesting on 2009-07-31 03:09

ในสายตาคุณ รัฐบาลชุดนี้ใช้นโยบายประชานิยมหรือไม่? (เห็นรัฐบาลนี้มักจะประกาศว่า นโยบายเราไม่ใช่ประชานิยม)

ผมว่าประเด็นการที่ประชาชนไม่มีความรับผิดชอบในการป้องกันตัวเองนี้ นโยบายประชานิยมไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรง และหากพูดว่าเกี่ยวข้องโดยอ้อม มันก็ยังมีอีกหลายนโยบายที่น่าจะเกี่ยวข้องมากกว่า เช่นสาธารณสุข การศึกษา แต่กลับตั้งแง่แต่กับนโยบายประชานิยม มันออกจะผิดทางไปนะครับ

พอแล้วดีกว่า ลากยาวไปมันคงจะต้องมาเถียงกันเรื่องประชานิยมคืออะไรยังไงดีไม่ดีจริงหรือไม่กันอีก
Hot!

#29 By *~-♥LiTle_MiKo♥-~* on 2009-07-31 09:22

ใช่แล้วครับคุณไทน่า เพราะถ้าจะเถียงกันเรื่องที่ไม่ใช่สาระสำคัญ (ธีม) ของเอ็นทรี่นี้ก็ไม่มีประโยชน์อะไรกันขึ้นมา เพราะถ้าอ่านจริงๆ แล้วเอ็นทรี่นี้สาระสำคัญจริงๆ ไม่ได้อยู่ในเรื่องที่คุณเป็นเดือดเป็นร้อนสักนิด ปอนก็สงสัยว่าทำไมคนอื่นเข้าใจแต่ทำไมคุณไทน่าไม่เข้าใจsad smile

#30 By ปอนปอน on 2009-07-31 10:21

ดูแล้วขนลุกน้ำตาจะไหล=w=

#31 By j-yui*จ๊วย on 2009-07-31 20:07

พระอาจรย์เคยพูดว่า ใครๆต่งก็บอกว่า ทำชั่วดีกว่าทำดี

#32 By ดาวน์โหลดเพลง mp3 (118.172.20.23) on 2009-07-31 22:57

ใช่แล้ว เพราะเรามัวแต่พึ่่งคนอื่น ไม่ดูแลตัวเองให้ดีเสียก่อน แล้วเิพิกเฉย ทำเป็นไ่ม่รู้ไม่ชี้ พอไม่ดีก็โทษคนอื่น แต่ลืมพิจารณาตัวเอง ข้าพเจ้าจึงเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งที่ทุกคนควรเริ่มเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ดีก่อน แล้วสังคมก็จะดีขึ้นตาม

#33 By 「SeLecToR +」 on 2009-07-31 23:05

อ๊ะจริง ใส่กันทุกคนเลยเถอะ

#34 By hungryangry on 2009-07-31 23:35

เห็นด้วยค่ะ ประเทศจะเจริญเราต้องช่วยกันต่างหาก Hot!

#35 By ruk21us on 2009-08-01 00:28

Hot! Hot! Hot! Hot!

#36 By saki_no_hana on 2009-08-01 11:59

ถ้าหากทุกคนมีกระจกหกด้าน คงมองเห็นเงาตัวเองรอบด้าน
แม้นทุกคนมีกระจกหกด้าน และเห็นตัวตนทุกมุมมอง
แต่ยากที่คนเราจะมองเห็นข้อเสียหรือจุดด้อยของตัวเอง
เมื่อคนอื่นบอกจุดด้อยให้อีกคน คนที่รับฟังก็รับไม่ได้ว่าตนเป็นเช่นนั้น
โดยพื้นฐานสิ่งมีชีวิตทุกชีวิตล้วนรักตัวเองและเห็นแก่ตัว มากบ้าง น้อยบ้าง ไม่เว้นแม้แต่เชื้อโรคตัวจ้อย ก็ต้องดิ้นรนหาแหล่งอาหาร ต้องการที่อยู่ ต้องการแพร่พันธุ์

เผ่าหนึ่งดำรง โดยเบียดเบียนอีกเผ่า
การดำรงชีพอย่างเอื้ออาทรดูจะหาได้ยากในโลกปัจจุบัน

การโทษตัวเองไม่มีใครต้องการทำ มิสู้โทษผู้อื่นแล้วตนพ้นผิด

ยิ่งเรียน ยิ่งรู้ ยิ่งดู ยิ่งเข้าใจ
เฮ้อ อนิจจัง ทุกขัง นะโยม ปอน
ไปล่ะ ธรรมะ สวัสดี

#37 By จั่นเจา on 2009-08-03 17:42

#28 ไม่เข้าใจว่าคุณจะเอาสีข้างเข้าถูทำไม?
ถ้าประชาชนนิยามของคุณคือ พวกที่ก่อม็อบป่วนเมือง ไปตากแดดตากฝน ร่างกายอ่อนแอ ก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าใครกกันแน่ที่ "ไม่รับผิดชอบ"
#30 คุณปอนครับ อย่าไปเสวนากับคู่กรณีดังกล่าวเลยครับ
รู้อยู่ว่าคนที่คุณปอนคุยอยู่เคยไปทำวีรกรรมอะไรที่ไหนมาบ้าง และโดนสอยจากที่ไหนมาบ้าง เพราะคุยประเด็นที่ไม่เกี่ยวกับหัวข้อบ่อยๆ และแดกดันไป แดกดันมาจนคนเขาเอือมระอามานักต่อนักแล้วจนที่สิงหายไปเรื่อยๆ เหลือแค่ไม่กี่ที่เองครับ question
ขอบคุณครับคุณ shuu ปอนก็คงพอแล้วน่ะครับ พูดอะไรไปเค้าก็คงไม่เข้าใจ ถ้าเค้าไม่ทิ้งอคติ มายาคติ ที่เคลือบไว้แล้วเข้าใจสิ่งรอบตัว พูดไปก็ไม่มีประโยชน์เนอะ พอดีเดี๋ยวลูกศิษย์ปอนมาอ่านแล้วจะงงว่าเอ๊ะนี่อะไร เลยต้องตอบสักหน่อยน่ะครับsad smile confused smile

#40 By ปอนปอน on 2009-08-04 12:12

ไข้หวัด 2009 เกือบได้เป็นละค่ะ เสียค่าตรวจแพงมากอะพี่ปอน ดีนะค่ะที่รัฐออกมาควบคุมค่าตรวจ

อิอิ มายินดีกับว่าที่มหาบัณฑิตก่อนเลย cry
ถึง คุณปอน

พึ่งจะทราบข่าวจาก เฮีย.ก ถ้าอย่างไรขอแสดงความยินดีไว้ล่วงหน้ากับความสำเร็จอีกขั้นหนึ่งนะครับ surprised smile

#42 By Old Mustang on 2009-08-06 15:49

ชอบคำว่า รักสงบจัง

คนไทยเท่านั้นที่ทำให้เมืองไทยน่าอยู่

เห็นด้วยคะ

#43 By มะยมหวาน on 2009-09-06 20:32

free counters