จากการแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงการทำงานของรัฐบาลที่ไม่สามารถควบคุมโรคนี้ไม่ให้แพร่กระจายได้ ทำให้มีคนตายมากมาย มีคนติดเชื้อเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็วปรู๊ดปร๊าดมากกว่าประเทศอื่นๆ ที่แพร่ระบาดพร้อมๆ กับเราเช่น จีนกับญี่ปุ่น ทุกๆ คนก็รุมไปที่รัฐบาล หน่วยงานรัฐ แพทย์ ฯลฯ


แต่



ปอนประหลาดใจมาก


ที่


ทุกคนไม่โทษตัวเองและคนข้างเคียง
!!!



เพราะจริงๆ แล้วการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสมันไม่สามารถลอยเท้งเต้งในอากาศแล้วไปติดใครๆ ได้เหมือนฝุ่นละออง แต่มันต้องมีพาหะที่พาหะนั้นก็ต้องย่อมรู้ตัวดีอยู่ว่าไม่สบาย แต่ก็ไม่ได้ทำอะไรๆ เพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อเหล่านั้นไปติดคนอื่นและคนรอบข้างก็ไม่ได้ระวังตัวให้ตัวเองแข็งแรงและปราศจากไวรัส เรื่องนี้เห็นได้ชัดจากลูกศิษย์ปอนคนหนึ่งครับยืดอกว่าเป็นผู้ติดเชื้อไข้หวัดนี้เหมือนกัน แต่ก็มาเรียนหนังสือโชคดีหน่อยที่ใส่หน้ากากอนามัยแต่มันก็ยังไม่ดีถึงที่สุดเพราะเวลาพูดหรือคุยกับเพื่อนเจ้าลูกศิษย์ตัวดีก็จะดึงหน้ากากอนามัยลงทุกครั้ง

เหตุการณ์นี้มันก็เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งที่ปอนสังเกตได้ว่าในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาคนไทยเรามีลักษณะการพึ่งพาผู้อื่นสูงมากขึ้น สาเหตุที่ปอนคิดว่าน่าจะใช่ก็คือนโยบายด้านประชานิยมของรัฐบาลทุกๆ ชุดที่ผ่านมา ที่พยายามโอบอุ้มและลดภาระของประชาชนให้มากที่สุดจนบางครั้งอาจเรียกว่าประเคนให้ ทำให้เมื่อมีอะไรขึ้นมาก็จะเรียกร้องจากรัฐบาลไม่มีที่สิ้นสุดโดยไม่คิดที่จะพึ่งตัวเองก่อน

(เพิ่มเติม) เหตุการณ์ไข้หวัดนี้มีกลุ่มๆ หนึ่งที่สมควรโดนประณามมากก็คือบรรดาโรงเรียนกวดวิชาที่โดนสั่งปิดก็ได้แต่โทษคนอื่นๆ ปฏิเสธความรับผิดชอบพร้อมทั้งยังเห็นแก่ตัวอีกด้วยครับ ทั้งๆ ที่เมื่อตัวเองก็เป็น "ส่วนหนึ่ง" ของพาหะก็ยังได้แต่ผลักภาระไปให้คนอื่น ซึ่งที่จริงแล้วควรจะต้องร่วมด้วยช่วยกันในการป้องกันไม่ใช่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว นี่เป็นหนึ่งในหลายๆ สาเหตุที่ทำให้ไข้หวัดแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็วจนควบคุมไม่ได้ครับ

ในหลายครั้งความผิดพลาดมาจากตัวเองที่ไม่มีการพัฒนาหรือเปิดรับเทคโนโลยีการผลิตใหม่ๆ การหาตลาดใหม่ๆ หรือแม้แต่การวางแผนการผลิตที่ดี ก็จะต้องมาเรียกร้องให้รัฐบาลเอาเงินภาษีของประชาชนไปรับผิดชอบความผิดพลาดเหล่านั้น อาทิเช่น เรื่องลิ้นจี่ ลำไย ข้าว เงาะ ทุเรียน ยางพารา เด็กติดเกมส์ เด็กอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ เด็กแว้นซ์ เด็กติดยา ยากจนข้นแค้น ตกงาน ไม่มีงานทำ ฯลฯ ปัญหาเหล่านี้เราจะเห็นเป็นปัญหาทุกปีแล้วก็เรียกร้องกันทุกปี (ไม่เบื่อกันบ้างหรือไงนะ)

สิ่งเหล่านี้ก็จะประเดประดังเข้ามาสู่รัฐบาลว่าไม่มีประสิทธิภาพไม่มีความสามารถในการแก้ไขปัญหาได้ ไม่น่าแปลกใจว่าทำไมประเทศเรายังไม่ก้าวหน้าแบบพุ่งทะยาน เพราะแทนที่รัฐบาลจะเข้ามาเพื่อกำหนดนโยบายต่างๆ แต่ก็ไม่ได้ทำเพราะมัวแต่ไปเช็ดกระไดไชรูท่อ แก้ปัญหาซ้ำๆ เดิมๆ ทุกๆ ปี



จนปอนได้มาพบเจอกับโปรเจคนี้ครับ






เมื่อปอนดูโฆษณาทางโทรทัศน์ครั้งแรกทั้งสองแบบปอนก็เกิดความปราบปลื้มขึ้นมาทันที... ว่านี่แหล่ะโดนใจเราที่สุด ปอนคิดว่านี่แหล่ะคือคำตอบของปัญหาทั้งหมด ลองดูกันนะครับแล้วคิดว่ายังไงกัน ถ้าเห็นด้วยก็ช่วยกันคนละไม้คนละมือเผยแพร่ไปเยอะๆ นะครับ หารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thainayoo.com/home.html โปรเจคนี้เป็นโปรเจคลงแขกนะครับ โฆษณาและเวลาออกอากาศก็เกิดจากการลงขันกันโดยไม่มีเรื่องผลประโยชน์ทางการตลาดเข้ามาเกี่ยวข้อง ปอนว่าถ้าเราช่วยๆ กัน น่าจะทำให้คนอื่น