มุมมองที่บกพร่องของข่าวไทย
posted on 28 Aug 2009 01:33 by sloppythinking in Communicationเห็นแล้วทนไม่ไหวจริงๆ เลยต้องขอระบายสักหน่อยครับ ปอนคิดว่าหลายๆ คนก็คงหงุดหงิดอยู่พอสมควรในการดูข่าวทางโทรทัศน์ที่ถือว่าเป็นสื่อมวลชนที่ใกล้ชิดและมีอิทธิพลอย่างสูงของไทยในตอนนี้ นอกจากรูปแบบรายการ(เล่า)ข่าวที่เฝือๆ เหมือนๆ กันหมดแทบทุกช่วงเวลาที่แต่ละช่องพยายามเอาออกมาแข่งกันเพื่อแย่งส่วนแบ่งการตลาดอยู่ในช่วงนี้แล้ว ในด้านเนื่อหาก็ไม่ได้แตกต่างกันเท่าใดนักเหมือนไปลอกข่าวกันมา ทั้งหนังสือพิมพ์ โทรทัศน์ อินเทอร์เนต
แต่สิ่งหนึ่งที่เหมือนๆ กันอีกก็คือ มุมมองการนำเสนอข่าวในแต่ละประเด็นที่ไปเน้นการนำเสนอด้านที่ไม่ได้เป็นประโยชน์ต่อประชาชนแต่ดันไปเน้นในเรื่องประเด็นปลีกย่อยสะเก็ดของข่าวเอาออกมาขยายประหนึ่งว่าเป็นความสำคัญระดับชาติ
โดยเฉพาะช่อง 3 ครับ.... ทุกวันนี้มีข่าวเยอะมากก็จริง แต่ถ้าสังเกตดูข่าวทุกช่วงก็จะเอาข่าว เอาสกู๊ป เอาประเด็นออกมานำเสนอใหม่เหมือนเดิมซ้ำๆ กันไปทุกช่วงข่าว (Rerun) อย่างหน้าตาเฉยแล้วก็บอกว่าเพื่อเป็นการสรุปประเด็นในแต่ละช่วงเวลา ในรอบครึ่งวัน ในรอบวัน (ไม่ใช่ช่อง 3 อย่างเดียวนะครับช่องอื่นๆ ก็เป็นแต่ตัวอย่างอาจไม่ชัดเจนเท่าช่อง 3)
อย่างวันนี้สดๆ ร้อนๆ กรณีที่มีผู้ประท้วงจากบริษัทไทรอัมพ์ไปประท้วงที่หน้ารัฐสภาปอนจำได้ว่าวันนี้ดูข่าวเรื่องนี้ผ่านทางช่อง 3 มา 2 รอบแล้วในรูปแบบของสกู๊ปข่าว แต่ปรากฏว่าประเด็นการนำเสนอกลับไปทำสกู๊ปเกี่ยวกับเครื่องมือสลายการชุมนุมชิ้นใหม่ล่าสุดของตำรวจนครบาลที่ใช้คลื่นเสียงในการรบกวนแก้วหูให้คนทนไม่ไหวในที่สุด ข้อมูลเกี่ยวกับเครื่องนี้แน่นมากครับถึงประสิทธิภาพต่างๆ พิษสงของมันเป็นยังไงมีครบหมด
แต่ที่น่าเจ็บปวดก็คือ... กลับนำเสนอว่า "ผู้ชุมนุมประท้วงที่มาจากบริษัทไทรอัมพ์ ถือว่าเป็นกลุ่มแรกที่ประเดิมเครื่องมือชิ้นนี้" โดยที่ไม่ได้นำเสนอแม้แต่น้อยว่ากลุ่มผู้ชุมนุมประท้วงมาประท้วงเย้วๆ แล้วกลายเป็นหนูทดลองเครื่องมือใหม่ที่หน้ารัฐสภาเค้ามาทำไมกัน เดือดร้อนอะไร ข้อเรียกร้องมีอะไรเพิ่มเติม หรือของเก่ายังไม่ได้รับการแก้ไข หรือนี่เป็นกลุ่มใหม่ของไทรอัมพ์ที่มาประท้วง
สรุปได้ว่า...กลุ่มผู้ชุมนุมได้เป็นหนูทดลองประเดิมเครื่องมือใหม่เอี่ยมชิ้นนี้พอเห็นการนำเสนอข่าวสารทางสื่อมวลชนกระแสหลักรูปแบบนี้ ปอนแทบจะเผาตำรานิเทศศาสตร์และสาขาวิชาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องที่ร่ำเรียนมาตั้ง 8 ปีทั้งป.ตรี ป.โท ทิ้งไปซะให้รู้แล้วรู้รอดไป เพราะที่ร่ำเรียนมาและปอนพร่ำบอกลูกศิษย์อยู่ทุกเมื่อเชื่อวันว่า "การนำเสนอข่าวจะต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของผลประโยชน์ของประชาชนและสังคม" บวกกับบทบาท หน้าที่ ความรับผิดชอบที่มีต่อสังคมตามหลักการ ทฤษฎีต่างๆ หรือแม้แต่หลักจรรยาบรรณวิชาชีพที่คนทำงานด้านสื่อบอกว่ามีและใช้กันอยู่ทุกคน แต่จากกรณีนี้มันไม่รู้จะอธิบายอย่างไรว่าการนำเสนอข่าวสารในประเด็น หรือมุมมองของข่าวนี้ประชาชนและสังคมได้รับประโยชน์ตรงไหน ประชาชนกำลังโดนละเมิดสิทธิในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารชัดๆ
การนำเสนอข่าวสารในรูปแบบและประเด็นเหล่านี้ทำให้ดูเหมือนช่อง 3 หรือผู้สื่อข่าว ได้กลายเป็นหน่วยงานและนักประชาสัมพันธ์ของตำรวจนครบาลไปซะแล้ว ที่จริงก็พอจะเข้าใจได้ว่าตำรวจต้องการนำเสนอข้อมูลข่าวสารแบบนี้เพื่อป้องปรามการชุมนุมตอนปลายเดือนนี้ แต่ปอนก็คิดว่ามันเป็นวิธีที่ไม่ชาญฉลาดนักที่จะนำเสนอข้อมูลข่าวสารในรูปแบบนี้ เพราะมันจะทำให้ผู้ชุมนุมได้เตรียมตัวมาอย่างดีในการป้องกันแล้วก็ไม่ได้ทำให้งานของตำรวจราบรื่นขึ้น
ในแง่ของการทำข่าวถ้าต้องการจะเน้นการนำเสนอเครื่องมือนี้จริงๆ ปอนคิดว่าคนที่เรียนนิเทศศาสตร์หรืออยู่ในแวดวงนี้มาพอสมควรน่าจะคิดหาวิธีการนำเสนอให้แยบคายและดูชาญฉลาดมีรสนิยมกว่านี้ เพื่อไม่ให้องค์กรของตัวเองตกเป็น "เครื่องมือ" การประชาสัมพันธ์หน่วยงานราชการแห่งหนึ่งอย่างโจ่งแจ้งจนทำให้ภาพลักษณ์องค์กรสื่อมวลชนมืออาชีพลดลงไป
อันนี้เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งเท่านั้นเองนะครับ ก่อนหน้านี้มีอีกหลายกรณีที่คล้ายๆ แบบนี้ ปอนคิดว่าพวกเราคนดูคงต้องช่วยกัน "คิดเมื่อดู" ให้มากขึ้นเพื่อให้ "รู้เท่าทันสื่อ" และ "ใช้สื่อให้เป็น" ไม่อย่างนั้นเราจะตกเป็นเครื่องมือของสื่อและถูกละเมิดสิทธิการรับรู้ข่าวสารจากสื่อมวลชนสาธารณะที่ใช้ทรัพยากรการสื่อสารของชาติต่อไปเรื่อยๆ นะครับ
ปอนเองครับ
โดนใจอะไรเช่นนี้
ก็เพราะความเร็วที่เค้าต้องการนำเสนอนี่แหล่ะครับมันเลยทำให้การวิเคราะห์การคิดก่อนนำเสนอ ทำอะไรเลยเป็นไปตามกระแสความรวดเร็วแล้วก็เกิดความผิดพลาดมากมายที่จริงมีหลายกรณีที่ช่อง 3 นำเสนอรวดเร็วแล้วก็ผิดพลาดแต่ทุกวันนี้ก็ยังเป็นอย่างนั้นอยู่ไม่ได้แก้ไข ปอนว่าถ้าเค้าคิดสักนิดปรับสักหน่อยมันก็พอรับได้ครับ แต่นี่นำเสนอแบบไม่คิดทำอย่างกับเอาเด็กแว้นซ์เด็กสก๊อยต์มาเป็นบรรณาธิการข่าว
เพราะมุมมองบ้านๆ เด็กๆ มาก
มองในอีกมุมธุรกิจสื่อแข่งขันรุนแรง เอากำไรทุกวิถีทางกันขนาดนี้
อาจจะทำให้นักข่าวที่อยากจะมีจรรยาบรรณาขนาดไหน
ถ้าเจ้าของสื่อเค้าต้องการข่าวที่ขายได้มากๆ คนดูสนใจเยอะๆ จะได้ขายแอดได้มากๆ
ก็ต้องเขียนข่าวตามใจเจ้านายไม่งั้นตกงาน
#1 By ★ GenZo ★ on 2009-08-28 02:16