ความสัมพันธ์ ความผูกพัน และอุปสรรค
posted on 24 Sep 2009 23:15 by sloppythinking in Liveมาแล้ววววว ครับบบ สงสัยแฟนคลับหายกันไปหมดแล้วแหงๆ
ช่วงนี้เป็นช่วงที่หนักหน่วงในชีวิตของปอนอีกช่วงหนึ่งครับ เพราะสิ่งที่คาดการณ์ไว้มันเกิดการพลิกผันทำให้ต้องมาวางแผนคิดกลยุทธ์เพื่อให้บรรลุเป้าหมายในเรื่องการงาน แต่สิ่งหนึ่งที่ปอนได้จากเหตุการณ์ที่กำลังเผชิญอยู่นี้ก็คือ1. ได้เห็นความสัมพันธ์ สิ่งที่ปอนกำลังเผชิญอยู่ตอนนี้ปอนไม่เคยคาดคิดว่าความสัมพันธ์ในฐานะลูกศิษย์กับอาจารย์ หรืออดีตลูกน้องกับอดีตผู้บังคับบัญชาจะทำให้ทุกๆ คน เอาความรู้ความสามารถ แรงกาย แรงใจมาช่วยเหลือปอนอย่างเต็มที่ขนาดนี้ ตอนนี้มีผู้หญิงแกร่งตัวเล็กๆ 4 คน 3 คนคืออาจารย์ส่วนอีกคนนึงคือแม่ (อีกคนนึงไม่เล็กเท่าไหร่) กำลังพยายามที่จะยกปอนที่ตัวอ้วนๆ หนักๆ ข้ามกำแพงเหล่านี้ไปให้ได้
แต่ตัวปอนเองกลับทำอะไรไม่ได้มากนอกจากตั้งจิตอธิษฐานปล่อยปลา (ซึ่งช่วงสองปีที่ผ่านมาปลาที่ปอนปล่อยจะเต็มคูเมืองพิษณุโลกอยู่แล้วหล่ะ) ความสัมพันธ์ของปอนกับคนเหล่านี้ไม่ได้มีอะไรที่นอกเหนือไปกว่านี้แต่คนเหล่านี้ก็ให้ความเมตตาปอนอย่างเต็มที่ ทั้งๆ ที่เรื่องนี้เค้าไม่ต้องใส่ใจเลยก็ได้ แต่เค้าก็กลับช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ส่วนแม่ปอนถึงแม้ว่าจะดูเฉยๆ เล่นเกมส์ไปตามเรื่องแต่ปอนรู้ว่าในใจแม่ก็คงลุ้นแล้วก็เครียดอยู่เหมือนกัน ปอนไม่รู้ว่าอนาคตสถานการณ์ที่เจอนี้จะคลี่คลายไปยังไง ไม่ว่าจะสำเร็จตามเป้าหมายหรือไม่สำเร็จ ถ้าปอนไม่เป็นอัลไซเมอร์ไปซะก่อนปอนจะไม่ลืมเลยครับ แล้วก็ต้องขอโทษทุกๆ ท่านด้วยนะครับที่ปอนคนเดียวทำให้เดือดร้อนกันไปหมด
2. ได้เห็นถึงความผูกพัน พอมานั่งคิดๆ ดูแล้ว ความผูกพันที่มีต่อคนอื่นๆ กับสิ่งที่เจออยู่ตอนนี้มันไม่ได้เกิดขึ้นเพียงแค่ชั่วข้ามคืนนะครับ ตอนสมัยที่เรียนปอนก็เป็นนิสิตคนนึงที่เก่นแก้วลูกสาวกำนันก็เปรี้ยวซ่าบ้างไปตามเรื่อง โดดเรียนไปกินหมูกระทะก็บ่อย เม้าท์ในห้องเรียนก็มาก แต่สิ่งที่ทำให้ผูกพันกันก็คืออาจารย์ทั้งหลายไม่ได้ทำตัวเป็นอาจารย์ครับ แต่เป็นทั้งครู เป็นพี่สาว เป็นเพื่อน ซึ่งไม่ได้ทำแต่เฉพาะกับปอนเท่านั้น แต่ก็รวมไปถึงเพื่อนคนอื่นๆ ด้วย แต่ปอนอาจจะแตกต่างจากคนอื่นก็คือการไม่เคยห่างหายกันไปจากวงโคจรของใครเลย
ความกรุณาช่วยเหลือปอนมากมายขนาดนี้มันคงเกิดจาก ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2542 นังปอนเก่นเฟี้ยวเปรี้ยวซ่ายังไง ณ ปัจจุบันปี พ.ศ. 2552 ก็ยังคงเป็นอย่างนั้นอยู่ "การทำตัวเสมอต้นเสมอปลาย ความคงเส้นคงวา" มันเป็นสิ่งที่สร้างความผูกพันให้ยังคงอยู่ ถึงแม้ว่าบางครั้งจะเปลี่ยนสถานะจากลูกศิษย์ไปเป็นลูกน้อง หรือเป็นเพื่อนร่วมงาน แต่การวางตัว ความเคารพ ความจริงใจ การพูดตรงไปตรงมา สิ่งเหล่านี้คือบุคลิกของปอนที่เป็นตัวเชื่อมทำให้เกิดความผูกพันกันขึ้น
3. สิ่งที่พลาดไปไม่ได้ก็คือการได้เรียนรู้อุปสรรค อุปสรรคที่ปอนเจออยู่ในขณะนี้แม้ไม่รู้ว่าจะผ่านไปได้หรือไม่ แต่ก็ทำให้ได้เรียนรู้ถึงเชิงระบบ โครงสร้าง และการบริหารงาน ที่เกี่ยวข้องกับค่านิยม ทัศนคติของคน ที่ส่งผลออกมาทางพฤติกรรม การเรียนรู้อุปสรรคแบบนี้ทำให้เราได้รู้ว่าปัญหาเชิงโครงสร้างของสังคมไทยแท้จริงแล้วเกิดจากอะไรถึงแม้จะเป็นการเรียนรู้แบบจุลภาคแต่มันก็สามารถสะท้อนให้เห็นถึงพฤติการณ์ขององค์กรของไทยว่ายังคงมีปัญหาอย่างไร แล้ววิธีการแก้ไขปัญหาแบบถาวรและยั่งยืนควรจะมีในรูปแบบไหน ณ ขณะนี้ปอนยังลงรายละเอียดในนี้ไม่ได้ แต่หากจะลงรายละเอียดก็คงต้องในวงเม้าท์ที่ไม่มีการบันทึกเสียงเท่านั้น จริงๆ แล้วเรื่องราวเหล่านี้อยู่ใกล้ตัวเราทุกคน หรือบางคนก็อาจจะเจอแล้วหนักหนากว่าปอนมากนักแต่ด้วยศักยภาพของเราก็ไม่สามารถแก้ปัญหาได้
ปอนเชื่อว่าอีกไม่นานปัญหาที่เจออยู่ตอนนี้จะต้องคลี่คลายลงไป ถึงแม้ไม่รู้ว่ามันจะประสบความสำเร็จอย่างที่หลายๆ คนที่พยายามช่วยเหลือปอนอย่างเต็มความสามารถตั้งใจกันไว้ และไม่รู้ว่าจะเป็นยังไง แต่สิ่งที่จะได้ต่อไปมันก็คือการเรียนรู้ การเรียนรู้ระบบ การเรียนรู้โครงสร้าง การเรียนรู้อำนาจ การเรียนรู้ชีวิต ซึ่งปอนคิดว่าถึงแม้ความพยายามทั้งหลายจะไม่ประสบความสำเร็จตามที่หวัง แต่มันก็คุ้มค่าที่ได้ทำ ที่ทำให้ปอนได้เรียนรู้ถึงความสัมพันธ์ ความผูกพันของคนกลุ่มหนึ่งที่พยายามช่วยเหลือคนๆ หนึ่งโดยที่ไม่ได้หวังผลอะไรตอบแทน ทั้งๆ ที่ปอนก็ไม่สามารถเอื้ออำนวยประโยชน์ให้คนเหล่านั้นได้ สิ่งเหล่านี้เป็นเครื่องแสดงให้เห็นว่าในชีวิตของปอนก็มีคนที่ทำอะไรให้เราโดยที่ไม่ได้หวังผลประโยชน์อะไรจากเราเลยแม้แต่น้อย ขอบคุณครับสำหรับการเรียนรู้ในครั้งนี้
อีกเรื่องนึงก็คือ... ต้องขอขอบคุณทุกๆ คนที่เข้ามาเยี่ยมชมนะครับได้ถึงแสนสักทีทั้งๆ ที่ไม่น่าถึงเลย
ขอบคุณทุกความ "หวังดี" จากทุกๆ คนนะครับ
ปอนเองครับ

#1 By Clepsydra:: on 2009-09-25 08:00