หายไปนานนน เหมือนเคยครับด้วยงานที่พัวพันแล้วก็อารมณ์ขี้เกียจอย่างหาที่สุดไม่ได้เลย แต่หายไปนานแบบนี้ปอนก็มีของที่ปอนดั้นด้นเข้าป่ารกพงไพรไปหามาให้มิตรรักแฟนบล็อก (ที่เหลืออยู่น้อยนิด) ของปอนได้ดูกันครับ ครั้งนี้เนื่องด้วยงานทำหนังสือและการหาเรื่องหาราวให้คนอื่นเดือดร้อนไม่มีที่สิ้นสุดของปอน เลยต้องทำให้คนจำนวนหนึ่งจำต้องไปเข้าป่ากับปอนครับ.... มามะ เข้าป่ากันเลย


ปอนคิดว่าคนที่รู้ว่าพิษณุโลกมีร่องรอยของมนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์มีจำนวนมาก แต่ไอ้เราก็ดันเป็นคนจำนวนน้อยที่ไม่ได้รู้เรื่องรู้ราวเล้ยยย พอได้มาทำหนังสือค้นคว้าข้อมูลเกี่ยวกับจังหวัดที่เป็นที่สิงของตัวเองตั้งแต่เกิดจนใกล้ตายเลยทำให้ได้รู้ว่าพิษณุโลกก็มีเหมือนกันนี่หว่า แถมยังแตกต่างกับที่อื่นๆ ด้วย นั่นก็คือรอยใช้เครื่องมือเหล็กสลักบนแผ่นหินในถ้ำของมนุษย์โบราณครับ ชาวบ้านตั้งชื่อให้ถ้ำตรงนั้นว่า "ผากระดานเลข" ที่อุทยานแห่งชาติน้ำตกชาติตระการ อำเภอชาติตระการ

พอรู้เรื่องนี้ก็ไม่รอช้าครับ เพราะต้องการกระสันต์เนื้อตัวสั่นเป็นอย่างมาก อยากได้รูปมาใส่ไว้ในหนังสือให้จงได้ ค้นหารูปจากฐานข้อมูลอื่นๆ ก็ไม่ได้ดั่งใจ อย่ากระนั้นเลย.... เราไปถ่ายกันเองเถอะ!!

พอทีมงานรู้ว่าปอนมีความคิดบรรเจิด... ก็ได้แต่ตกใจ แล้วก็ต้องยินยอมจัดให้ปอนไปโดยดีเพราะถือว่าเป็นหน้าที่ที่ต้องทำ ขนาดตอนกำลังเดินไต่เขาอย่างเมามันอยู่ก็มีคนพูดขึ้นมาว่า "ชั้นมาทำไมที่นี่วะ" ปอนก็ได้แต่ปลอบใจพวกเค้าไปว่า... มันเป็นงาน ถือว่าเราได้มาทำงานพักผ่อนระเบิดสมองบ้างก็ดีเนอะ แต่ความรู้สึกทีมงานก็คงไม่ดีขึ้นสักเท่าไหร่

ปอนต้องกราบขอบพระคุณทีมงานประชาสัมพันธ์มหาวิทยาลัยนเรศวรและเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ทุกท่านอย่างสุดซึ้งที่สละเวลา หยาดเหงื่อ แรงกาย มาตอบสนองความกระสันต์อยากได้ภาพของปอนมา ณ ที่นี้ครับ

เราออกจากตัวเมืองพิษณุโลกตอนเกือบๆ 8 โมงเช้าครับ ประมาณ 9 โมงครึ่งเราก็มาถึงศูนย์บริการนักท่องเที่ยวของอุทยานแห่งชาติน้ำตกชาติตระการกัน






พอไปถึงก็ไม่พูดพร่ำทำเพลงอะไรกันเลยเข้าห้องน้ำห้องท่า ไปเดินป่ากันเลยด้วยใบหน้าสดชื่นแจ่มใสเพราะฟิตร่างกายกันมาดีจัด




แต่เดินขึ้นไปไม่เท่าไหร่ก็สภาพเป็นอย่างที่เห็นครับ


(อีนังคนนี้อุปกรณ์ครบครัน แต่งตัวล้ำๆ ดูต๊องๆ บ้าหอบฟาง แต่ในความจริงแล้วในกระเป๋าที่สะพายมีแต่ของกินข้าวเหนียว 1 กิโล กับหมูย่าง 3 ขีดที่คุณแม่ภูมิใจนำเสนอให้ลูก น้ำดื่ม ขนมปัง)

น้ำตกชั้นที่สองสวยงามมากครับก็ได้โอกาสพักเหนื่อย แล้วดื่มด่ำกับความงาม น้ำตกชั้นนี้ "ห้าม" ลงเล่นเด็ดขาดเพราะน้ำมันจะไหลลงรูไปที่ชั้น 1 อันตรายมากๆ ครับ แล้วก็จะเห็นน้ำตกชั้นที่ 3 อยู่ลิบๆ เล่นไม่ได้อันตรายเหมือนกัน






หลังจากพักเหนื่อยกันก็มุ่งหน้าไปที่น้ำตกชั้นที่ 4 เลยครับ ชื่อ "ยี่สุ่นเทศ" น้ำตกชาติตระการมีทั้งหมด 7 ชั้นครับ แต่ละชั้นตั้งชื่อตามพระราชธิดาของเท้าสามลจากเรื่องสังข์ทองครับ






ในชั้นนี้เราต้องเดิมข้ามน้ำตกไปเพื่อเดินขึ้นเขาไปที่ผากระดานเลขที่เป็นเป้าหมายของเราครับ



(น้ำตกชั้นนี้สามารถเล่นน้ำได้อย่างสบายครับ ตอนที่พวกปอนเดินเข้าป่ากันไปแล้วก็มีนักท่องเที่ยวมาเล่นน้ำตกแล้วกรี๊ดดด กรี๊ดดด ดังลั่นป่าพวกปอนได้ยินชัดเจนแม้เข้าป่าลึก ชนิดที่ว่าชะนีป่ายังแพ้เสียงกรี๊ดของชะนีเมืองทีเดียวครับ)


ระหว่างทางก็จะมีป้ายบอกทางเป็นระยะๆ ครับ กรุณาสังเกตใบหน้าพี่เค็งนางแบบของเรา